INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เลือกตั้งฝรั่งเศส และอีกหลายประเทศ จะมีผลกระทบต่อโลกอย่างไรบ้าง

IMG 3904

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

เลือกตั้งฝรั่งเศส และอีกหลายประเทศ จะมีผลกระทบต่อโลกอย่างไรบ้าง

​ปีนี้เป็นปีที่โลกมีเหตุการณ์ประจวบเหมาะที่ 77 ประเทศเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนย่อมมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายของแต่ละประเทศไม่มากก็น้อย

​แต่ก่อนจะวิพากษ์วิจารณ์ผลการเลือกตั้งในฝรั่งเศสขอกล่าวถึงการเลือกตั้งในบางประเทศที่อาจมีผลกระทบต่อสถานะการณ์โลก ที่กำลังเผชิญหน้ากันในระหว่างสองขั้ว 2 ค่าย นั่นคือ ตะวันตกและตะวันออก อันนำมาสู่ความตึงเครียด ซึ่งอาจทำให้เกิดสงครามใหญ่หรือสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้

​ประเทศแรกแม้จะผ่านการเลือกตั้งมาเป็นเดือนแล้วนั่นคืออินเดีย ชัยชนะของโมดิ แม้คะแนนเสียงจะลดลงแต่เขาก็กุมเสียงข้างมาก และสถานภาพของอินเดียในเวทีโลกนับวันจะมีบทบาทมากขึ้นในเวทีโลก เพราะความที่เป็นประเทศใหญ่อินเดีย จึงมีน้ำหนักหากเข้าไปร่วมมือกับขั้วใดขั้วหนึ่ง และตอนนี้โมดิกำลังจะไปเยือนมอสโก เพื่อเจรจาและร่วมมือในการทำสัญญาทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการทหาร ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตามอง แต่ผู้เขียนก็เชื่อว่าอินเดียคงพยายามที่จะวางตัวเป็นกลาง เพื่อตักตวงผลประโยชน์ให้อินเดียมากที่สุดที่จะมากได้จากทั้ง 2 ขั้ว และท่าอินเดียเกิดเทเข้าข้างรัสเซียในฐานะเพื่อนเก่ามันก็จะเป็นเรื่องทีเดียว

​ประเทศต่อมาคืออิหร่าน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอิหร่านได้เลือกตั้งรอบ 2 ได้ ประธานาธิบดีมัสอูด เปเซซ กิยอน สายปฏิรูปเป็นประธานาธิบดีแทนประธานาธิบดีสายอนุรักษ์ ราอิซี ผู้เสียชีวิตจากเฮลิคอปเตอร์ตก ผลการเลือกตั้งสะท้อนภาพว่าชาวอิหร่านมีแนวโน้มอยากให้อิหร่านเปิดประเทศและสร้างสัมพันธ์กับตะวันตกมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาที่ถูกแซงก์ชั่น แต่ก็คงไม่ง่ายนักเพราะการเมืองภายในประเทศยังมีขุมกำลังของฝ่ายอนุรักษ์นิยม และกลุ่มก้อนของอำนาจที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง เช่น ข้าราชการ กลุ่มนักบวช และแม้แต่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม IRGC

IMG 3899

​อย่างไรก็ตามผู้นำสูงสุด คือ อายาตุลเลาะฮ์คามาเนอี ซึ่งเป็นผู้ชี้นำทิศทางของประเทศ คงจะสามารถควบคุมให้อิหร่านประนีประนอมกันได้ในระดับหนึ่งเพื่อสร้างความมั่นคงภายใน

​ในขณะที่การเมืองระหว่างประเทศก็ยังคงต้องเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี โดยเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับอิสราเอลและปาเลสไตน์

​อังกฤษพึ่งผ่านการเลือกตั้งมาเช่นกัน และครั้งนี้พรรคเลเบอร์ ได้รับชัยชนะถล่มทลาย โดยเฉพาะกวาดได้ที่นั่งทั้งหมดในเวล หลังจากปล่อยให้คอนเซอเวทีป (ทอรี่) ครองอำนาจมา 14 ปี ครับปัญหาสำคัญ คือ เศรษฐกิจที่ตกต่ำมาตลอด แต่พรรคเลเบอร์ก็ไม่อาจจะแก้ไขได้ง่ายนัก เพราะความขัดแย้งในเวทีโลก มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างเป็นนัยสำคัญ

​ที่ชัดเจนผู้เขียนไม่เชื่อว่านโยบายเกี่ยวกับอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ของสหราชอาณาจักรจะเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าสมาชิกพรรคเลเบอร์ในระดับรากหญ้าจะสนับสนุนปาเลสไตน์ แต่ระดับสูงนั้นได้รับเงินสนับสนุนการเลือกตั้งจากยิวไซออนิสต์ ส่วนนโยบายเกี่ยวกับยูเครนนั้น สหราชอาณาจักรอาจลดความช่วยเหลือลง เพราะต้องการลดทอนงบประมาณมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสวัสดิการภายในประเทศ

​สำหรับสหรัฐฯไม่ว่าใครจะได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายเกี่ยวกับตะวันออกกลางจะไม่เปลี่ยนแปลง สหรัฐฯจะต้องสนับสนุนอิสราเอลไม่ว่าอิสราเอลจะทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกาซา หรือชาวปาเลสไตน์อย่างไร สหรัฐฯก็จะต้องสนับสนุนอิสราเอล เพราะการเมืองภายในประเทศถูกครอบงำโดยขบวนการยิวไซออนิสต์

IMG 3903

​อย่างไรก็ตามปัญหารัสเซีย-ยูเครน เป็นอีกเรื่องที่จะแตกต่างอย่างมาก จากผลการเลือกตั้ง เพราะถ้าทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดี ปัญหายูเครนมีโอกาสแก้ไขได้ด้วยความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างเป็นมิตรกันระหว่าง ทรัมป์-ปูติน

​สุดท้ายที่จะพูดถึงคือการเลือกตั้งในฝรั่งเศส ประเด็นแรกมาครง ถูกวิจารณ์ว่าเขาตัดสินใจผิดที่ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อนเวลา ทั้งๆที่ยังไม่จำเป็นในเมื่อ ส.ส.ฝ่ายเขาหรือสายกลางมีเสียงข้างมากอยู่ในสภา แม้ว่าฝ่ายขวาจะได้รับคะแนนเสียงข้างมากในสภายุโรปก็ตาม

IMG 3901

​อย่างไรก็ตามผลการเลือกตั้งออกมาผิดจากผลเลือกตั้งรอบแรก นั่นคือคาดว่าฝ่ายขวาจัดจะชนะเลือกตั้งถล่มทลาย นั่นคือการเลือกตั้งรอบสองฝ่ายซ้ายมีการปรับตัว และรวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง จนทำให้ฝ่ายซ้ายได้รับการเลือกตั้งมากสุด โดย NFP ได้ที่นั่ง 188 ที่นั่ง ฝ่ายเป็นกลางของมาครงได้ 161 ที่นั่งส่วนฝ่ายขวา RN ได้คะแนนเพิ่มมามากจากเดิม 88 เป็น 142

​กระนั้นก็ตามไม่มีใครมีเสียงข้างมากในสภาทั้งหมด 577 ที่นั่ง ซึ่งหมายความว่าต้องได้อย่างน้อย 289 ที่นั่ง

​ความเป็นไปได้คือพรรคฝ่ายซ้าย NFP มีแนวโน้มว่าจะรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลกับฝ่ายเป็นกลาง และมีมาลองชองแกนนำของ NFP แนวร่วมฝ่ายที่มีการรวมตัว กันตั้งแต่พรรคกรีน พรรคสังคมนิยม และพรรคคอมมิวนิสต์

​ปัญหาก็คือมาลองชองได้ชื่อว่าเป็นคนหัวแข็ง และมีความขัดแย้งกับฝ่ายซ้ายอื่นๆมาตลอด เพราะชอบทำตัวเป็นเจ้าลัทธิ

​ทว่าก็เป็นมาลองชอง อีกนั่นแหละที่ออกมานำการรวมตัว NFP จนสามารถเอาชนะฝ่ายขวา RN ภายใต้การนำของมารี เลอแปง ได้อย่างพลิกความคาดหมาย

​หากมีการรวมกันได้ระหว่าง NFP และฝ่ายเป็นกลางของมาครง มาลองชอง ก็น่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี และนโยบายของฝรั่งเศส ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นนัยสำคัญ นั่นคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การเพิ่มงบรักษาพยาบาลและการศึกษาการลดอายุเกษียณจาก 63 เป็น 60 เป็นต้น และที่สำคัญคือการเพิ่มภาษีคนรวยมากขึ้น เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่าย

​ส่วนนโยบายต่างประเทศฝ่าย NFP ค่อนข้างเห็นใจชาวปาเลสไตน์ จึงคงจะหันมาสนับสนุนปาเลสไตน์มากกว่าที่เป็นอยู่ นอกจานี้ฝ่าย NFP ยังมีความเห็นอกเห็นใจผู้อพยพเพราะเข้าใจปัญหาว่าส่วนหนึ่งเกิดจากนโยบายของฝรั่งเศสที่ออกไปล่าอาณานิคมในอดีต ตลอดจนการไปแทรกแซงประเทศอื่นทำให้เกิดสงครามจลาจลอย่างในลิเบีย เป็นต้น

​อย่างไรก็ตามมีบางคนนำเสนอทฤษฎีเกือกม้านั่นคือ การมองว่าความล้มเหลวของมาครง และฝ่ายเป็นกลาง อาจทำให้ฝ่ายซ้าย NFP และฝ่ายขวา RN เข้ามาใกล้กันจนรวมกันได้ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นเรื่องยากมาก เพราะมีช่องว่างทางความคิดสูงมากเกินไป

​อย่างไรก็ตามความขัดแย้งระหว่างตะวันตก ตะวันออก ก็คงยังดำรงอยู่ด้วยผลประโยชน์ที่ขัดแย้งระหว่างผู้ที่จะสูญเสียอำนาจและผู้ที่ต้องการปลดแอกจากการผูกขาดอำนาจ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *