INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เกษตรตำบลที่ผมเคยทำงานด้วย

Agricultural Memories at Sunset
เกษตรตำบลที่ผมเคยทำงานด้วย
ถ้าไม่ได้อยู่ในวงการเกษตร อาจจะไม่เคยได้ยิน คำว่า”เกษตรตำบล” ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนาม สังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร ปฏิบัติงานประจำอยู่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอในประเทศไทย ลักษณะการทำงานของเกษตรตำบล เป็นงานส่งเสริมการเกษตร หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ บริการให้เกษตรกรได้พัฒนาอาชีพการเกษตรให้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น เอาชนะปัญหาอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น บริษัทเอกชนในธุรกิจต่างๆ ทำธุรกิจไป ก็ต้องพัฒนาตัวเองให้มีลูกค้า ก้าวไปสู่ความก้าวหน้าเคียงข้างคู่แข่งอื่นๆ โดยจะต้องมีเจ้าหน้าที่ทางด้านนี้ เรียกว่าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ แต่เกษตรกร ไม่มี ทางรัฐจึงจัดให้ เป็นบริการฟรีสำหรับเกษตรกร
เจ้าหน้าที่เกษตรตำบล เริ่มต้นมาจากโครงการเกษตรชลประทาน ตามลุ่มน้ำต่างๆ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศ ต่อมาประมาณ ปี ๒๕๑๙ รัฐบาลได้กู้เงิน World Bank ให้กับกรมส่งเสริมการเกษตร จัดให้มีเกษตรตำบล และจัดสร้างสำนักงานเกษตรอำเภอ บ้านพักเกษตรตำบลและยานพาหนะ เพื่อให้เกษตรตำบลอยู่ในท้องที่ไปพบปะเกษตรกรทุกวัน โดยให้มีผู้นำหมู่บ้าน ซึ่งได้คัดเลือกขึ้นมา เป็นตัวประสาน แล้วทุก ๒ สัปดาห์ เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ และเจ้าหน้าที่วิชาการจากหน่วยงานต่างๆ จะมาประชุม ถกปัญหาหรือสถานการณ์ที่ได้พบจากการไปเยี่ยมเกษตรกร เพื่อจะได้ช่วยเกษตรกรแก้ไขปัญหา หรือพัฒนาอาชีพของตนเอง
ในสมัยนั้น เป็นที่ทราบกันดี ถ้ามีการ กล่าว ถึงหนุ่ม/สาว ๕ ย. หมายถึงเกษตรตำบล กำลังออกท้องที่ ๕ย. นั้นคือ เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้ายาง สะพายย่าม และจักรยานยนต์  คิดว่าเป็นค่านิยมโดยธรรมชาติ ไม่มีใครกำหนด แต่ปฏิบัติกันส่วนใหญ่ทั่วประเทศ  สำหรับที่มีสุภาพสตรีซ้อนท้ายเกษตรตำบลเข้าหมู่บ้านนั้น อย่าเข้าใจผิด เขาคือ เจ้าหน้าที่เคหกิจเกษตรประจำอำเภอ เพื่อไปดำเนินการเรื่องกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ซึ่งเป็นที่ทราบกันดี ว่าสินค้าโอท้อป ( one tambol one product )มีผลิตภัณฑ์พื้นเมืองหลายชนิดที่ออกจำหน่าย เป็นฝีมือของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร และเจ้าหน้าที่เคหกิจเกษตร ซึ่ง กรมส่งเสริมการเกษตรในสมัยนั้น ได้เล็งให้เจ้าหน้าที่ภาคสนาม เข้าถึงทุกคนในครอบครัวเกษตรกร รวมถึงยุวเกษตรกร หรือเยาวชนเกษตรด้วย ( พ่อ แม่ ลูก) และผลิคภัณฑ์หลายชนิดได้กลายเป็นสินค้าวิสาหกิจชุมชนในโอกาสต่อมา
ในสมัยนั้น คิดว่า เจ้าหน้าที่เกษตรตำบลปฏิบัติงานเป็นไปตามหลักการส่งเสริมการเกษตร คือยึดเกษตรกร เป็นเป้าหมายในการทำงาน  ต่อมา เนื่องจากต้องถูกลดจำนวนข้าราชการเหมือนกับหน่วยงานอื่นๆ ทราบว่า จำนวนเกษตรตำบลถูกลดลง ทำให้เกษตรตำบล ๑ คน ต้องดูแลเกษตรกรหลายตำบล และให้เจ้าหน้าที่เคหกิจเกษตร ซึ่งเคยประจำอยู่ที่อำเภอ ได้ย้ายลงมาทำงานเป็นเกษตรตำบลด้วย และยังสงสัยว่า การทำงานแบบที่เล่ามาข้างต้น ได้เลือนหายไปบ้างหรือไม่ เพราะเกษตรตำบลเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องรับงานสนามที่เป็นกิจกรรมของกระทรวงฯ และ/หรือหน่วยงานต่างๆที่กระทรวงได้มอบหมายมา ซึ่งต้องทำงานหนัก แต่ไม่ได้บริการเกษตรกรตามสถานการณ์ในท้องที่  แต่บริการเกษตรกร ตามนโยบายของส่วนกลาง หรือกล่าวง่ายๆว่าต้องแบ่งเวลาไปทำงานตามนโยบาย ซึ่งตอนนี้ เกษตรตำบลที่เป็นข้าราชการ ได้ลดจำนวนลงไป แต่ได้รับการแทนที่ด้วย พนักงานราชการซึ่งมีคุณวุฒิปริญญาทางการเกษตรหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ได้ทราบว่า มีภาคเอกชนหลายองค์กร ได้จ้างเจ้าหน้าที่วิชาการเป็นของตนเองเพื่อให้บริการพัฒนาเกษตรกร เช่น สหกรณ์โคนม  โรงงานน้ำตาล การเลี้ยงไก่ สุกร เมล็ดพันธุ์พืช ธนาคารต่างๆ ฯลฯ ซึ่งเป็นข้อแสดงอย่างเห็นได้ชัด ว่าเอกชนมาร่วมในการพัฒนาเกษตรกร เหมือนกับประเทศต่างๆที่เจริญก้าวหน้าแล้ว
อย่างไรก็ตาม  ถึงแม้ผมจะอยู่ห่างไกล เพราะเกษียณอายุมานานมากแล้ว ก็ยังตั้งความหวัง อยากให้เกษตรตำบลยังมีบทบาทสำคัญ ช่วยเหลือให้เกษตรกรได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงในอาชีพ ทำให้ขายผลิตผลได้ราคาดี และขายได้หมด ตลอดระยเวลาการให้ผลผลิต  ผมคิดว่าตัวเลขประเมิน น่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ขอบคุณมากๆครับ
บู๊ คนเคยหนุ่ม
เชียงใหม่     ๒๑  ตุลาคม ๒๕๖๙
Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *