Brand New
Brand New
แนนซี โคน เป็นนักประวัติศาสตร์ธุรกิจ และอาจารย์คณะบริหารธุกิจฮาร์วาร์ด หนังสือที่มีชื่อเสียงเกี่ยมกับป่ระวัติศาสตา์ของตราสินค้าของ
เธอคือ “Brand New : How Entrepreneurs Earned Customers’ Trust from Wedgwood to Dell” ที่ได้สำรวจผู้ประกอบการตำนานหกคนสร้าง
ตราสินค้าที่ยั่งยืน ผ่านทางช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงทาง
เศรษฐกิจและสังคมอย่างไร เธอได้ถูกรู้จักกันอย่างกว้างขวางต่อหนังสือ
ความเป็นผู้นำของเธอด้วย “Forged in Crisis : The Power of Courage
Ledership in Turbulent Times” พิจารณาผู้นำทางประศาตร์ห้าคนคือ
เออร์เนสท์ แชคเคลตัน อับราฮาม ลินคอล์น เฟดเดอริค ดักดลาส ดีทริช
บอนเฮฟเฟอร์ และราเชล คาร์สันนำทางผ่านความทุกข์ยากที่รุนเเรงมาก
อย่างไร
แนนซี โคน ใช้ถ้อยคำ “Brand New” ต่อหนังสือของเธอ เป็นความหมายสองอย่างที่ฉลาด อ้างตามตัวอักษรต่อการสร้างตราสินค้าทางการค้า ในขณะที่ Brand New แสดงบางสิ่งบางอย่างทั้งหมดไม่เคยมีมาก่อน สดใส เเละปฏิรูป มันหมายความทั้งการสร้างตามตัวอักษรของผลิตภัณฑ์การค้าใหม่่ และการเกิดขึ้นทางประวัติศาสตร์ของความไว้วางใจลูกค้าสมัยใหม่
การเล่นคำตามตัวอักษรของการสร้างตราสินค้า
หนังสือได้เขียนประวัติผู้ประกอบการบุกเบิกหกคน เช่น โจไซห์ เวดจ์
วูด และโฮวาร์ด ชูลทฺ์ ” New Brand ที่เเข่งขันจากศูนย์ พวกเขาสร้างได้สำเร็จการเชื่อมโยงอารมณ์ และความจงรักดีของลูกค้าอย่างกว้างขวางตรงที่ไม่มีอยู่ก่อนหน้านี้ ด้วยการเรียกชื่อมัน Brand New เธอได้มุ่งเน้นอย่างฉลาดผู้นำธุรกิจประวัติศาสตร์และสมัยใหม่ได้คิดค้นคู่มือเล่นเกมปฏิรูปสดใสเพื่อยึดความไว้วางใจของลูกค้าระหว่างช่วงเวลาการเปลี่ยน
แปลงเศรษฐกิจที่สำคัญ
*วิถีทางใหม่ของความเข้าใจคุณค่าตราสินค้า
โคนยินยันว่าคำนิยามรากฐานของตราสินค้าได้เปลี่ยนเเปลงตลอดเวลา มันไม่ได้เป็นเพียงแค่โลโกเครื่องหมายการค้าตายตัว หรือชิ้นหนึ่ง
ของเทคโนโลยีที่มีลิขสิทธิ์ต่อไปเเล้วภายในเศรฐกิจสมัยใหม่ตราสินค้าได้กลายเป็นความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงบนการได้มาความไว้วางใจของ
ลูกค้า การจัดการอุปสงค์ และการให้ความสม่ำเสมอ
*ตลาดผู้บริโภคใหม่
โคนได้เเสดงผู้ประกอบการที่บุกเบิกไม่ได้เพียงแค่ขายสินค้า พวกเขาแนะนำวิถีทางใหม่ทั้งหมดของการมีชีวิตอยู่ และการบริโภคที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างไร
*การสร้างความไว้วางจากศูนย์
โคนได้แสดงผู้นำเหล่านี้ต้องลงทุนทุนตราสินค้าและได้มาความเชื่อมั่นของผู้ซื้อประจำวันระหว่างการเปลี่ยนทางเศรษฐกิจเเละอุตสาหกรรมที่ใหญ่โตอย่างไร
*นวัตกรรมด้านอุปสงค์
โคนได้สะท้อนการชนะผ่านทางความเข้าใจอย่างลึกซึ้งความต้องการของมนุษย์และพฤติกรรมตลาด แทนการขึ้นอยู่กัยการคิดค้นทางเทคนิคอย่างเดียวเท่านั้น
แนนซี่ โคน ได้เชื่อมโยงหนังสือสองเล่มของเธอด้วนการสำรวจบุคคลธรรมดา สร้างตราสินค้าอย่างลึกซึ้งและความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ
ระหว่างการเปลี่ยนแปลงทางประว้ติศาสตร์อย่างไร การวิจัยของเธอบนการสร้างตราสินค้่การค้าและความไว้วางใจของลูกค้าภายใน “Brand New” นำธอตามธรรมชาติไปสู่การศึกษาที่สมจริงขึ้นและลึกซึ้งขึ้นของความเป็นผู้นำยามวิกฤติที่กว้างขึ้น บุคคลสร้างความยืดหยุ่นภายในและความเป็นผู้นำที่กล้าหาญ ระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างไรที่พบภายใน Forged in Crisis
ในขณะที่หนังสือมุ่งเน้นหัวข้อแตกต่างกัน เล่มหนึ่งบนทุนนิยมผู้บริโภค และอีกเล่มหนึ่งบนความเป็นผู้นำยามวิกฤติ ถูกเชื่อมโยงกันโดยตรงโดยโคนใช้ชีวะประวัติทางประวัติศาสตร์ดึงบทเรียนที่ปฏิบัติได้สมัยใหม่ของตัวแทนมนุษย์และการนำทางขององค์การ แนวคิดของโคนตลอดทั้งสองผลงานคือ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใชกำเนิด พวกเขาถูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณานักสำรวจบนแผ่นนำเเข็ง หรือผู้ประกอยการที่เปิดตัวตราสินค้าโลก เธอได้แสดงว่าความเป็นผู้นำเป็นกลุ่มของการปฏิบัติที่เรียนรู้ได้ สิ่ง
หล่านี้รวมไปถึงวินัยทางอารมณ์ ความยืดหยุ่น การตระหนักสถานการณ์ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่สามารถเชื่อมโยงบุคคล ระหว่างความไม่แน่นอนที่เข้มข้น และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
“Brand New” พิมพ์ 2001 เป็นชี่อหนังสือที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเล่มหนึ่งของแนนซี โคน หนังสือ สำรวจความหมายรากฐาน วิวัฒนาการ และพลังของการสร้างตราสินค้า แทนการปฏิบิติต่อตราสินค้า เป็นเพียงแค่โลโก้หรือคำแสลงที่ดึงดูด โคน ได้ตรวจสอบผู้ประกอบการทางประวัติศาสตร์และสมัยใหม่สร้างความไว้วางใจของลูกค้าที่ลึกซึ้งอย่างไร ด้วยการระบุความหมายที่แท้จริงของการสร้างตราสินค้า โคนได้ทำให้คำศัพท์เฉพาะทางง่ายลง โดยการเเสดงว่าตราสินค้าที่แท้จ่ริงเป็นความผูกพันอารมณ์ของความไว้วางใจ เเละคุณค่าร่วมกันระหว่างบริษัทและลูกค้า
โคน ได้สำรวจความเป็นผู้นำและความไว้วางใจวิวัฒนาการภายในการค้าโดยการศึกษาว่าผู้สร้างธุรกิจตำนานสร้างตลาดอย่างไร ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ปฏิบัติต่อลูกค้าเป็นการลงทุนระยะยาว แทนการเป็นต้นทุนระยะสั้น
ภายใน Brand Bew แนนซี โคนได้ประเมินผู้สร้างตราสินค้าไอคอน เช่น
ุโฮวาร์ด ชูลท์ ของสตารฺบัคส์ แงะไมเคิล เดลล์ ของเดลล์ แสดงความไว้
วางใจของลูกค้าระยะยาวได้มาอย่างไร กรอบข่ายความเป็นผู้นำของเธอ
แสเงทำไมได้ขยับกรอบความคิดจากต้นทุนไปสู่การลงทุนที่สำคัญความย้อนแย้งของบริกาาลูกค้าคือ ผู้บริหารหลายคนได้ยืนยันที่จะดำเนินงานลูกค้า-ศูนย์กลางแต่ได้ถอยหลังหรือรัดเข็มขัดเมื่อได้เผชิญกับต้นทุนการดำเนินงานแท้จริงของประสบการณ์ลูกค้าและการสนับสนุน
ภายในหนังสิอของแธอ Brand New แนนซี โคน สำรวจชีวิตของผู้นำธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์หกคน ความหมายของหนังสือมุ่งเน้นที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่สร้างบริษัทอย่างไร เเต่สร้างตราสินค้าที่มีพลังและยั่งยืนได้สำเร็จ โดยการวางแนวค่านิยมส่วนบุคคลของพวกเขากับการ
เปลี่ยนแปลงสังคมเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ด้วยโคนจะยืนยันว่าการมร้างตรา
สินค้าที่แท้จริงไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเสนอขาย หรือการรณรงค์ทาง
การโฆษณาที่ดึงดูดตราสินค้าที่แท้จริงถูกสร้างบนส่วนผสมหลักที่ทำให้
ผลิตภัณฑ์แตกต่างและเชื่อถิอได้แท้จริง
บริการลูกค้ามักจะเป็นกระบวนการที่ยุ่งเหยิง แต่กระนั้นภายในยุคตรงที่ลูกค้าถูกให้อำนโดยการเลือก และใช้สื่อสังคมออกอากาศข้อร้องเรียนของพวกเขา การรับฟังและการตอบสนองที่ตื่นตัวเป็นความจำเป็นโคนได้แสดงบุคคลที่แตกต่างกันหกคนตลอด 250 ปี ของประวัติศาสตร์ธุรกิจที่ รวมกลุ่มพวกเขาโดยการปฏิรูปทางเศรษฐกิจเฉพาะ ที่พวกเขาได้เรียนรู้ โคนยืนยันว่าผู้นำที่มีวิสัยทัศน์เหล่านี้ต่างร่วมพรสวรรค์ไม่เหมือนใครเลย ความสามารถที่จะรับรู้การพลิกผันทางสังคมและเศรษฐกิจที่วุ่นวาย และ
เปลี่ยนแปลงอะไรที่ครอบครัวต้องการ แทนการเพียงเเค่ขายผลิตภัณฑ์ ให้ความสำคัญกำไรที่รวดเร็ว
ผู้มีวิสัยทัศนฺเหล่านี้ได้ขยายค่านิยมส่วนบุคคลของพวกเขาไปสู่บริษัทของพวกเขาสร้างการเชื่อมโยงที่มีความหมาย พลัง ยั่งยืนกับลูกค้าของพวกเขาพวกเขา ที่ได้มาความไว้วางใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง โดยการฝังรากความซื่อสัตย์ ชุมชน และภารกิจส่วนบุคคลโดยตรงไปสู่โครงสร้างบริษัทของพวกเขา ในที่สุดหนังสือได้สอนว่าตราสินค้าเข้มแข็งที่สุดจะถูกสร้างบนความไว้วางใจการปรับตัวอยู่เสมอและวิสัยทัศน์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงผู้นำที่มีวิสัยทัศน์นำทางการเปลี่ยนผ่านที่ยุ่งยากไม่แน่นอนบรรลุความสำเร็จจากสตาร์ทอัพเล็กระดับโรงรถ ไปสู่ธุรกิจโลกที่ยิ่งใหญอย่างไร เมื่อโคน
อ้างถึงการเริ่มต้นธุรกิจภายในโรงรถภายใน Brand New เธอใช้โรงรถเป็นการเปรียบเทียบต่อการเริ่มต้นอย่างถ่อมตัว เสี่ยงภัย และทรัพยากรจำกัดของธุรกิจผู้ประกอบการ
หนังสือได้ลำดับเหตุการณ์ผู้นำธุรกิจไอคอนหกคน – จากช่างเครื่องปั้น
ดินเผาศตวรรษที่ 18 โจเซียห์ เวดจ์วูด ไปจนถึงผู้นำเทคสมัยใหม่ ไมเคิล เดลล์ แสดงพวกเขาได้หลอมความไว้วางใจที่ยั่งยืนท่ามกลางการเปลี่ยน
แปลงศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่อย่างไรโคนได้ใช้มันทั้งตามตัว
อักษรเเละการเปรียบเทียบ อธิบายผู้ประกอบการระยะเริ่มแรกสร้างพลังบริษัทที่ยั่งยืนอย่างไรตามการวิจัยของเธอ การเปลี่ยนผ่านออกจากระยะโรงรถหมายถึงผู้นำธุรกิจต้องเรียนรู้อะไร
*ความมุ่งมั่น
ความผูกพันต่อผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่จะวิศกรรมผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด
ระดับเดียวกัน การปรับอย่างชัดเจนต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยน
แปลง
*ความผูกพันขยายขนาด
การมุ่งเน้นไม่ลดละต่อการนำความคิดท้องที่ หรือขนาดเล็ก และนำมัน
ไปสู่บุคคลจำนวนมากได้บรรลุความสำเร็จ
*ความลุ่มหลงเป็นแม่เหล็ก
การใช้แรงบันดาลใจอย่างเข้มข้นของพวกเขา สร้างตราสินค้าที่บุคคล
ได้ถูกเชื่อมโยง เปลี่ยนแปลงการสรรหาบุคคลจากงานประจำทั่วไป เป็นงานงานที่มีความหมาย
ในที่สุดโคน ยืนยันว่าสตาร์ทอัพโรงรถกลายเป็นยักษ์ใหญ่โลก เมื่อมัน
เปลี่ยนผ่าน จากเพียงแค่การขายผลิตภัณฑ์ ไปสู่การสร้างความไว้วางใจ
ของลูกค้าและการเชื่อมโยงตราสินค้าแท้จริงและลึกซึ้งโดยการวิเคราะห์ผู้นำเฉพาะหกคนเหล่านี้ แนนซี่ โคนได้แสดงพิมพ์เขียวร่วม เพื่อการสร้าง
ตราสินค้าบนความไว้วางใจที่ยั่งยืนการคัดเลือกได้ถ่ายทอดไปสู่บทเรียน
การบริหารแกนคือ
*การนำทางการปฏิรูปตลาดที่วุ่นวาย
ผู้นำหกคนเหล่านี้สร้างตราสินค้าของพวกเขาระหว่างช่วงเวลาของการ
เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจมหภาคที่ใหญ่โต ตั้งเเต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมไป
สู่การเคลื่อนไหวการค้าปลีกมวลชน ไปสู่ยุคข้อมูลดิจิตอลสมัยใหม่ โคน ได้พิสูจน์ว่าตราสินค้าไอคอนถูกหลอมโดยผู้นำ ปฏิบัติการพลิกผันสังคมทางโครงสร้างเป็นตลาด
*การก้าวจาก “โรงรถ” ไปสู่ธุรกิจโลก
หนังสือได้ศึกษาจุดหมุนทางกลยุทธ์เฉพาะ ตรงที่ธุรกิจวิวัฒนาการจาก
จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของบุคคลหนึ่ง ได้ขยายขนาดสตาร์ทอัพ
ขนาดเล็ก เหมือนช่นโรงรถหรือห้องครัว ไปสู่ตราสินค้าทั่วโลกที่ไว้วางใจได้ โคนมุ่งเน้นว่าผู้นำเหล่านี้ร่วมความมุ่งมั่นที่ลูกซึ้ งความผูกพันเต็มที่ต่อความต้องการของลูกค้าความลุ่มหลงไม่เปลี่ยนแปลงต่องานของพวกเขา โรงรถ จะแสดงจุดเริ่มต้นเล็กทรัพยากรจำกัด มักจะเป็นเพียงแค่ความคิดสร้างสรรค์ของบุคคล โรงฝึกงานเล็กหรือเงินทุนน้อยที่สุด
*การได้มาเเละยั่งยืนความไว้วางใจของลูกค้า
โคนยืนยันว่าทุนตราสินค้าระยะยาวไม่ได้ถูกสร้างผ่านการใช้จ่ายการ
ตลาดหรือการสร้างกระเเสชั่วขณะเดียว แต่ผู้นำหกคนเหล่านี้บรรลุความ
สำเร็จเพราะว่าพวกเขาคาดคะเนที่เข้มขึ้นวิวัฒนาการความวิตกกังวลและ
ความต้องการของลูกค้า สร้างการเชื่อมโยงที่ซื่อตรง ถ่ายทอดไปสู่คาาม
อยากรู้เริ่มแรกของลูกค้า ไปสู่ความจงรักภักดีของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง การ
ได้มาความไว้วางใจของลูกค้าเป็นเป็นทรัพย์สินที่แท้จริง
*ความสำเร็จถูกหลอมไม่ใช่กำเนิด
โคน แสดงว่าความสำเร็จของธุรกิจตำนาน มาจากความพากเพียรที่ไม่
ลดละ ความตระหนักทางอารมณ์ และการทำงานหนัก แทนการเป็นเพียง
แค่โชคธรรมชาติ ด้วยการใช้สตาร์บัคส์เป็นตัวอย่างโคนชี้ว่าโมเดลธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จคารพผู้มีส่วนได้เสียทุกคนตลอดลูกโซ่คุณค่าทั้งหมด การเกี่ยวพันกันทุกอย่างจะสร้างการรับรู้ของลูกค้า ธุรกิจที่ตระหนักรู้ทาง
สังคม ยกระดับผู้มีส่วนได้เสียทุกประเภทภายในกระบวนการสร้างคุณค่า นั้นจะกลายเป็นส่วนที่เพิ่มขึ้นของบุคคลจะประเมินตราสินค้าอย่างไร

ภายในหนังสือที่ถูกย่องสูงสองเล่มเหล่านี้ของเธอ แนนซี่ โคน ได้เขียน
ประวัติของบุคคลที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์รวม 11 คน กลั่นบทเรียน
ไรักาลเวลาของความเป็นผู้นำ ความยืดหยุ่น และวิสัยทัศน์ ด้วยการแตกเป็นผู้นำประวัติศาสตรฺ 5 คน และผู้นำธุรกิจ 6 คน ผู้นำทางประวัติศาสตรฺ์ 5 คนภายใน “Forged in Crisis” ภายใน Forged in Crisis โคนได้เขียนประวัติของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ห้าคนจะเผชิญกับความท้าทายที่เข้มข้นวุ่นวาย
และปรากฏเป็นผู้นำยามวิกฤติที่กล้าหาญ เธอได้ให้รายละเอียดความเป็นผู้นำของพวกเขา ไม่ใช่โดยกำเนิด แต่ถูกหลอมผ่านทางส่วนบุคคลอย่าง
เข้มข้นและความทุกข์ยากทางสังคม
*เออร์เนสต์ เเชคเคิลตัน
นักสำรวจขั้วโลกชาวอังกฤษจัดการพลังงานความหวัง และรักษาชีวิตลูกเรือ 27 คนของเขาไว้หลายเดือนภายหลังที่เรือของเขา Endurance ติดกับและทำลายโดยน้ำแข็งแอตเเลนติกเมื่อ 1915
*อับราฮัม ลินคอล์น
ประธานาธิบดีเอเมริกันคนที่ 16 นำทางประเทศผ่านทางการคุกคามดำรงอยู่ของสงครามกลางเมืองอเมริกัน จัดการความขัดเเย้งทางการเมืองภายใน รวมประเทศที่แบ่งเเยกเข้าด้วยกัน และทำการเลิกทาสระหว่างสงครามกลางเมือง
*เฟรดเดอริค ดักกลาส
ทาสที่หลบหนีเปลี่ยนแปลงตัวเขาเองกลายเป็น นักเขียน รัฐบุรุษ และผู้นำเลิกทาสที่มีพลัง ได้เสี่ยงภัยเสรีภาพและความปลอดภัยของเองต่อการถูกจับตัวใหม่ที่ต่อเนื่องต่อสู้เพื่อการปลดปล่อยและสิทธิเท่าเทียมกันของชาวอเมริกันผืวดำ
*ดีทริช บอนเฮฟเฟอร์
บาทหลวงลูเธอรแรนชาวเยอรมันต่อต้านระบอบนาซี และสละชีวิตเพื่อความเชื่อของเขา ในที่สุดทำงานเป็นสายลับสองหน้าที่จพช่วยเหลือโค่นล้มอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เผชิญกับความชั่วร้ายทางศีลธรรม ด้วยความศรัทธาของเขาจนกระทั่งการประหารชีวิตของเขา
*ราเชล คาร์สัน
นักชีววิทยาทางทะเลและผู้รณรงค์ทางสิ่งเเวดล้อมสู้กับโรคมะเร็งที่ก้าวหน้า พิมพ์ หนังสือ Silent Spring แสดงอันตรายของย่าฆ่าแมลงทางเคมี และเปิดตัวการเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมสมัยใหม่

* โจไซห์ เวดจ์วูด
โจไซห์ เวดจ์วูด ผู้ก่อตั้งบริษัทเครื่องปั้นดินเผาเวดจ์วูด เป็นผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผาชาวอังกฤษ ศตวรรษที่ 18 ปฏิรูปอุตสาหกรรมเซรามิคและเครื่องปั้นดินเผาระหว่างการปฏิวัติอุตสาหรรมผ่านทางการผลิตแบบจำนวนมาก และการควบคุมภาพ เขาบุกเบิกการตลาดสมัยใหม่การตลาดทางตรง การรับรองโดยผู้มีชื่อเสียงและการแบ่งส่วนตลาดลูกค้าเวสจ์วูดไม่ได้เพียงแค่ขายเครื่องปั้นดินเผาเท่านั้น เขาได้สร้างพิมพ์เขียวเพื่อทุน
นิยมผู้บริโภค การขายทางไปรษณีย์ การรับประกันคืนเงิน แคตตาล็อกภาพ และห้องแสดงสินค้า
เวดจ์วูดเข้าใจได้มาความจงรักภักดีของลูกค้าระยะยาวอย่างไรก่อนมา
ยาวนานการสร้างตราสินค้าเป็นถ้อยคำธุรกิจ ที่เปลี่ยนสินค้าใช้สอยไปสู่สัญลักษณ์ของสถานภาพ และการเเสดงออกตัวเอง เลยพ้นไปจากความสำเร็จทางอุตสาหกรรมของเขา เขาสร้างตราสินค้า ขับเคลื่อนด้วยความมุ่งหมาย โคน ขีดเส้นใต้ผลกระทบของผู้นำ สร้างชีวิตของความมุ่งหมาย เขาเป็นนักเลิกทาสที่มีชื่อเสียง ที่ใช้อัฉริยะการผลิตของเขาผลิตจำนวนมากเหรียญตราต่อต้านทาส “ผมไม่ใชมนุษน์และพี่น้องหรือ” ที่มีชื่อเสียง สร้างสัญลักษณ์เริ่มแรกเเพร่หลายมากที่สุด เพื่อการรณรงค์สิทธิมนุษยชน
ก่อนเวดจ์วูด เครื่องปั้นดินเผาจะเป็นเครื่องครัวโดยทั่วไปไม่มีตราสินค้าโคนได้เเสดง เวดจ์วูดรับรู้พลังด้านอุปสงค์ของธุรกิจอย่างไร โดยการใช้การทดลองทางวิทยาศาสตร์ เขาได้สร้างผลิตภัณฑ์แตกต่าง คุณภาพสูงเช่นครีมแวร์และเเจสเปอร์เเวร์ การเชื่อมโยงชื่อของเขาไปสู่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ สร้างตราสินค้าผู้บริโภคอย่างแท้จริงครั้งแรก ตามการวิจัยของโคน เวดจ์วูดเป็นนักกลยุทธฺ์ที่บันทีกเริ่มแรกใช้ยุทธวิธีการตลาดก้าวหน้าสร้างความไว้วางใจและอุปสงค์ เขาได้นำทางสิ่งที่เธอจะเรียกว่า “สังคมลูกค้า ครั้งแรก โดยดำเนินการอย่างเช่นการขายความเฉื่อยชา มันอ้างถึงคสามเฉื่อยชาของลูกค้า การจัดสิ่งสินค้าที่ไม่เเสวงหาแก่ลูกค้าชนชั่นสูง
การอนุญาติให้พวกเขาซื้อสินค้าหรือส่งคืนมันโดยไม่มีต้นทุน

*เฮนรี ไฮนซ์
เฮนรี ไฮนซ์ ผู้ก่อตั้ง เอช เจ ไฮนซ์ ผู้ประกอบการอาหารที่ได้ใช้การปฏิวัติการคมนาคมและการสื่อสารเพื่อที่จะสร้างการบรรจุภัณฑ์โปร่งใส
มาตรฐานคุณภาพที่สูงและอุปสงค์มากมาย เพื่ออาหารแปรรูปเช่นซ้อส
มะเขีอเทศเขาปฏิรูปอุตสาหกรรมอาหารบรรจุภัณฑ์สร้างความไว้วางใจของลูกค้าและความจงรักภักดีตราสินค้าภายในตลาดมวลชนเช่นอาหาร
บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยระหว่างปลายศตวรรษที่ 19 ในขณะที่ธุรกิจยักษ์ใหญ่มุ่งเน้นที่นวัตกรรมด้านอุปทาน เช่น การขนส่งรถไฟ หรือการบรรจุกระป๋องอัตโนมัติ
ไฮนซ์บรรลุความสำเร็จเพราะว่าเขาเข้าใจการเปลี่ยนแปลงความต้อง
การของลูกค้าประจำวัน เขาได้รับรู้การเคลื่อนย้ายทางสังคมเมื่ออเมริกากลายเป็นเมือง ครอบครัวได้ย้ายไปสู่สภาพแวดล้อมเมืองหนาแน่น ไม่มีสวนต่อไปเเล้วที่จะปลูกผลิตผลของพวกเขาเอง หรือเวลาที่จะทำเครื่องจิ้มของพวกเขาเอง เขาได้ก้าวไปที่จะเติมช่องว่างนี้ด้วยทางเลือกอาหาร
สำเร็จรูป เช่น ซ้อสมะเขิอเทศ และของดอง ในขณะนั้นลูกค้าไม่ไว้วางใจอาหารแปรรูปซื้อจากร้านค้า เนื่องจากควาแไม่ปลอดภัยของอาหาร และการเจิอปนสารเคมี ไฮนซ์ ได้ฝ่าฟันความกลัวนี้โดยการสร้างชื่อเสียงเพื่อความบริสุทธิ์และคุณภาพแท้จริงบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ของเขาด้วยขวดแก้วใส ดังนั้นลูกค้าสามารถมองเห็นสิ่งที่บรรจุก่อนการซื้อ
โคนยืนยันว่าการเลี้ยงดูอย่างศาสนาลึกซึ้งและระเบียบวินัยของเขาได้ปลูกฝังมาตรฐานจริยธรรมที่สูงที่มีอิทธิพลต่อวิถีทางความโปร่งใสธุรกิจของเขา ไฮนซ์ เปิดโรงงานที่สะอาดของเขา ต่อการท่องเที่ยวสาธารณะ ให้เครื่องแบบที่สะอาดการดูแลทางเเพทย์ฟรีแก่คนงานพิสูจน์ว่าสายการ
ผลิตของเขาถูกสุขอนามีย มายานานก่อนการควบคุมความปลอดภัยของ
รัฐบาล ในขณะที่ประวัติศาสตร์ธุรกิจสมัยเดิมจะยกย่องความสำเร็จของ
ไฮนซ์ต่อนวัตกรรม ทางด้านอุปทาน เช่น การขนส่งรถไฟ และการบรรุจุ
กระป๋องสมัยใหม่ แต่ทว่าอัฉริยะที่แท้จริงของเจาคือ ความเข้าอกเข้าใจผู้บริโภค เขาสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่โดยไม่มีข้อมูลสมัยใหม่ เพียงแค่ด้วยความเข้าใจความวิตกกังวลของมนุษย์ และได้มาความไว้วางใจของลูกค้า
* มาร์เเชลล ฟิลด์
มาร์แชลล์ ฟิลด์ ผู้บุกเบิกร้านสรรพสินค้าสมัยใหม่ภายในชิคาโก เขา ปฏิรูปประสบการณ์ร้านสรรพสินค้าโดยการมุ่งเน้นทั้งหมดบนบริการและความพอใจของลูกค้า บุกเบิกมาตรฐานการค้าปลีก และร้านสรรพสินค้าระหว่างศตวรรษที่ 19 แนะนำการกำหนดราคาคงที่ นโยบายการรับคืนสินค้า – ลูกค้าถูกต้องเสมอ – และบริการไว้วงใจได้สูง ฟิลด์ได้ปฏิรูปการค้าปลีกด้วยการขยับจุดม่งเน้นเพียงแค่การขายสินค้า ก้าวไปสู่การสร้างประสบการณ์การซื้อสินค้าลูกค้า-ศูนย์กลางที่เชื่อถือได้
ฟิลด์ได้บุกเบิกปรัชญาของ “ให้สุภาพสตรีอะไรที่เธอต้องการ” สร้างนโยบายเช่นการเปิดกว้างให้เดินดูสินค้าเขาเปลี่ยนร้านชิคาโของเขาไปสู่จุดหมายปลายทางของสังคม นำเสนอพื้นที่ปลอดภัยหรูหราแก่ผู้หญิงรวมกัน ทานอาหาร และซื้อสินค้าอิสระ ฟิลด์ ได้รับรู้ว่าทุนตราสินค้าและความจงรักภักดีของลูกค้าระยะยาวจะมีคุณค่ามากกว่ามากกำไรระยะสั้นของธุรกรรมบังคับครั้งเดียว โคน ได้แสดงก่อนหน้าปลายศตวรรษที่ 19 งูกค้าซื้อสินค้า ณ ร้านค้าทั่วไปท้องที่ ตรงที่ทางเลือกจะมีน้อยและสินค้ามักจะถูกเก็บข้างหลังคาวน์เตอร์
ฟิลด์ ได้เปลี่ยนแปลงเกมโดยการสร้างสภาพแวดล้อมการค้าปลีกใจ
กลางเมืองใหญ่โตสวยงามออกแบบโดยเฉพาะที่จะตอบสนองลูกค้าเพศหญิง ภายในชิคาโกปลายศตวรรษที่ 19 ผู้ค้าปลีกจะเรียกชื่อลูกค้าชั้นสูง
ร่ำรวย ผู้หญิงมั่งคั่งส่วนใหญ่ด้วยเวลาว่างและเงินซื้อสินค้าแห้งคุณภาพดี เสื้อผ้า และเครื่องตกแต่งบ้านเป็น “การค้ารถม้า” การค้ารถม้าอ้างถึงผู้ซื้อสินค้าที่มั่งคั่งชนชั้นนำของเมืองมาที่ร้านสรรพสินค้ บนรถม้าส่วนตัวลากด้วยม้า ฟิลด์ ใช้รายได้กำไรสูงจากการค้ารถม้ามั่งคั่งนี้ เป็นรากฐานที่จะนวัตกรรมและขยายตัวโมเดลธุรกิจของเขาไปสู่การค้าปลีกมวลชชนชั้นกลาง เปลี่ยนแปลงตัวเมืองชิคาโก ไปสู่จุดหมายปลายทางการซื้อสินค้าลำดับหนึ่ง
*เอสเต ลอเดอร์
เอาเต้ ลอเดอร์ ผู้บุกเบิกเครื่องสำอางเข้าใจอำนาจของการขายส่วนบุคคลสัมผัสสูง การเเจกตัวอย่างฟรี และความทะเยอทะยานเพื่อหรูหรา
ลอเดอร์ ได้ใช้เอกลักษณ์ส่วนบุคคลของเธอ การเชื่อมโยงลูกค้าทางตรง
และส่วนผสมผลิตภัณฑ์พรีเมียมเป็นเครื่องมือทางกลยุทธ์แทนการพึ่งพา
การโฆษณามาตรฐาน เธอได้นำทางภายในตลาดศตวรรษที่ 20 สร้างธุร
กิจเครื่องสำอางหรูหราใหม่ทั้งหมด และตราสินค้าของเธอเอง การเริ่มต้น
ผ่านทางคสามอุตสาหะที่ไม่ย่อท้อ การเชื่อมโยงลูกค้าที่ลึกซึ้ง สัญชาติ
ญานที่แหลมคมต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง
การเดิมพันบนตราสินค้าเครื่องสำอางหรูหราระหวางการพังทลายทางเศรษฐกิจของเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้สูง แต่กระนั้นลอเดอร์ได้รับรู้ความจริงพื้นฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค บุคคงยังคงสร้างความหรูหราเล็กน้อย การแสดงออกตัวเอง และความรู้สึกของสถานภาพ เธอให้ความสำคัญผลิตภัณฑ์ของเธอไม่เพียงแค่ของใช้ส่วนตัวห้องน้ำ แต่เป็นเครื่องมือของความเชื่อมั่นและการเปลี่ยนแปลงส่วนบุคคล การเริ่มต้นด้วยการผลิตภัณฑ์ดูแลผิวภายในร้านเสริมสวยความงามแมนฮัตตัน ลอเดอร์เข้าใจจิตวิทยาที่ลูกซึ้งของลูกค้าของเธอ หลอมการเชื่อมโยงส่วนบุคคลและความจงรักภักดีตราสินค้าเมื่อตลาดลูกค้าสมัยเดิมอ่อนแอ
เธอได้ใชสัญชาติญาน การป้อนกลับลูกค้า และจินตนาการการค้าระบุ
พื้นที่ตลาดใหม่ ความฉลาดแท้จริงของกลยุทธฺ์ของเธอเกิดขึ้นภายหลัง
สงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมเศรษฐกิจได้เปลี่ยน
แปลงอิสระภาพการเงิน บทบาททางสังคม และการรับรู้ตัวเองของผู้หญิง
โคนเน้นย้ำมันไม่น่าเป็นไปได้ต่อผู้หญิงสร้างอุตสาหรรมใหม่ทั้งหมดภาย
ในความเจ็บปวดของการตกต่ำเศรษฐกิจครั่งใหญ่ ลอเดอร์ บรรลุความสำเร็จโดยการมองโอกาสตรงที่บุคคลอื่นมองการพังทลายทางเศรษฐกิจ
*โฮวาร์ด ชูลท์
โฮวาร์ด ขูลท์ ซีอีโอสตาร์บัคส์มายาวนานสร้างอาณาจักหลายพันล้านเห่รียญโดยการมุ่งเน้น โมเดลความจงรักภักดีของลูกค้า จินตนาการใหม่ประสบการณ์กาแฟกับสตาร์บัคส์ ระหว่างการปฏิวัติข้อมูล ชูลท์จะมองว่า
สตาร์บัคส์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านกาแฟแต่เป็นสถานที่ที่สาม ความหรูหราที่รีบภาระได้ และพื้นที่ชุมชนระหว่างบ้านและงาน เขาขยายขนาดกาแฟพิเศษเมื่อ 1980 โดยการมุ่งเน้นพนักงานสัมพันธ์ การรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง และประสบการณ์ชุมชน เมื่อ 2007 สตาร์บัคส์ ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่กำลังไม่มั่นคงบนขอบของการล้มละลาย ชูลท์ที่ก้าวลงจากตำแหน่ง กลายเป็นกังวลที่ลึกศึ้งว่าตราสินค้ากำลังสูญเสียค่านิยมแกนจิตวิญญาน และประสบการณ์ร้านของมัน
ชูลท์ กลับมาเป็นซีอีโออีกครั้งหนึ่งที่จะช่วยชีวิตบริษัทจาการพังทลายใกล้เข้ามา การฟื่นฟูต้องการกลับไปอย่างเข้มงวด สู่ค่านิยมแกน โคนได้มองชูลท์เป็นตัวอย่างที่ดีมากของผู้ประกอยการใช้บางสิ่งบางสิ่งโผล่ออกมาอย่างไม่คาดคิด และสร้างใหม่วัฒนธรรมโลก ยกย่องชูลท์เป็นผู้สร้างเส้นทางใหม่ที่สำคัญต่อการใช้บริษัทมหาชนยืนหยัดที่ชัดเจนบนปัญหา
สังคม พลเมือง และการเมืองที่กว้าง ชูลท์ เป็นผู้ประกอบการ ที่รับรู้การเปลี่ยนแปลงที่ซ่อนเร้นภายในชีวิตสมัยใหม่เขาได้รับรู้ว่าบุคคลต้องการ สถานที่ที่สาม สภาพเเวดล้อมที่หรูหรารับภาระได้ และต้อนรับ ระหว่างบ้านและงานที่จะพักผ่อน เชื่อมโยง และชุมชนเหนือกาแฟพิเศษ
ชูลท์ สร้างทุนตราสินค้า ไม่ใช่เพียงแค่ผ่านทางการตลาด แต่ด้วยการรักษาภารกิจที่มีความหมายลึกซึ้ง การขายเป็นประสบการณ์ไม่ใช่เพียงแค่กาแฟ ตราสินค้าได้ถูกสร้างรอบบรรยากาศประสาทสัมผัส เสียงของเครื่องเอสเพรสโซอิตาลีสมัยเดิม กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วเข้ม และการเกี่ยวพันกันส่วนบุคคลกับบาริสต้าชูลท์รับรู้อย่างมีขื่อเสียงว่าตราสินค้าบริการเข้มเเข็งได้เท่ากับความเข้มแข็งของบุคคลแนวหน้าเท่านั้นด้วยการเสนอผลประโยชน์การดูเเลสุขภาพที่ครอบคลุมและสิทธิการซื้อขายหุ้น – หุ้นเมล็ดกาแฟ – เขาได้วางแนวความสามารถองค์การกัยคำสัญญาตราสินค้าภายนอก
*ไมเคล เดลล์
ไมเคิล เดลล์ ผู้ก่อตั้งบริษัทเดลล์ คอมพิวเตอร์ ปฏิรูปอุตสาหกรรม
คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลโดยการอ้อมผ่านผู้ค้าปลีก ขายคอมพิวเตอร์ทำตามสั่งโดยตรงแก่ลูกค้าทางโทรศัพท์และออนไลน์ เขาได้สร้างความไว้วางใจของลูกค้าและขยายขนาดธุรกิจของเขาจากห้องพักหอพักมหาวิท
ยาลัย ไปสู่บริษัทโลกหลายพันล้านเหรียญ เดลล์ได้เริ่มต้นสร้างและขาย
คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเเก่เพื่อนนักศึกษาและคณะ มหาวิทยาลัยเท็กซัส เดลล์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอุปสงค์ ระหว่างการปฏิวัติข้อมูล เขาได้ทำให้ความเข้าใจลูกค้าที่ลึกซึ้ง กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการดำเนินงานที่มี
พลัง
ด้วยการสร้างคอมพิวเตอร์ภายหลังที่คำสั่งซื้อไดัถูกวางเท่านั้น เดลล์
ได้รักษาต้นทุนสินค้าคงเหลือไว้ต่ำมาก โคนได้ใข้เรื่องราวของเดลล์เป็น
ตัวอย่างเเท้จริงของการปฏิวัติข้อมูล ผู้ประกอบการสมัยใหม่สามารถจะ
เปลี่ยนแปลงธุรกิจจาก โรงรถเปรียบเทียบ ไปสู่อาณาจักรหลายพันล้านเหรียญ ด้วยการเรียนรู้ด้านอุปสงค์ของตลาดได้อย่างไร ในขณะที่บริษัทคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เมื่อ ค.ศ 1980 จะมุ่งเน้นความสามารถเทคโนโลยี –
ด้านอุปทาน – เดลล์ มุ่งเน้นทั้งหมดบนลูกค้า เขาไม่ได้เพียงแค่ขายลูกค้า เขาได้ให้ความรู้แก่พวกเขา และรับฟังอย่างจริงจังต่อลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนแปลงของพวกเขา
เดลล์เก่งกา่รเรียนรู้จากความผิดพลาดการดำเนินงาน และปรับลูกโซ่อุปทานอย่างรวดเร็วป้องกันความล้าสมัยเทคตราสินค้าเดลล์ไม่ใช่เพียงเเค่โลโก มันเป็าคำสัญญาทางกลยุทธ์ของความเชื่อถือได้ คุณภาพ และการแสดงออกตัวเอง เขาได้เริ่มต้นธุรกิจพีซีของเขาเมื่อเป็นนักศึกษาปี
หนึ่งอายุ 19 ปี ภายในห้องพักหอพักของมหาวิทยาลัยเท็กซัสเมื่อ 1984
ซ่อนส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ภายในห้องอาบน้ำของเขาหลีกเลี่ยงกฏ
ของมหวิทยาลัย เดลล์ ได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงรากฐานของด้านอุดสงค์

ถ้อยคำ “ลูกค้าถูกต้องเสมอ” นิยมแพร่หลายภายในปลายศตวรรษที่ 19 โดยผู้บุุกเบิกการค้าปลีกคือ มาร์เเชล ฟิลด์ แฮร์รี่ เซลฟริดจ์ และจอห์น
วานาเมอเกอร์ สร้างต้นกำเนิดที่จะต่อสู้แนวคิดกฏหมาย “ผู้ซื้อตัองระวัง” สร้างความไว้วางใจของลูกค้า ผู้บุกเบิกร้านสรรพสินค้าชิคาโก มาร์เเชล
ได้ถูกยกย่องอย่างกว้างขวางจาก 1905 ด้วยการนิยมแพร้หลายปรัชญา
ธุรกืจว่า ลูกค้าถูกต้องเสมอ เขาได้ขยับวัฒนธรรมการค้าปลีกออกไปจาก
มาตฐานกฏหมายที่รุนเเรงของผู้ซื้อพึงระวังไปสู่ความพอใจที่ไม่่มีเงื่อนไข
และการคืนสินค้าที่นุ่มนวล เขามักจะใช้การเปลี่ยนแปลงทางปฏิบัติเช่น
“ให้สุภาพสตรีอะไรที่เธอต้องการ” สั่งการพนักงานจัดการการร้องเรียน
โดยไม่มีข้อโต้แย้ง
แต่มันต่อมากลายเป็นนิรันดรภายในประวัติศาสตร์ร้านขายของชำสมัยใหม่โดยซุปเปอร์มาร์เก็ตของสตูว์ เลียวนาร์ดด้วยหินแกรนิตกฏสองข้อ
ที่มีชื่อเสียง กฏได้ถูกบันดาลใจภายหลีงการรับฟังลูกค้า ผูกพันความคิด
ที่การรักษาการกลับมาของลูกค้าสำคัญการชนะข้อโต้แย้ง
*กฏข้อที่ 1 ลูกค้าถูกต้องเสมอ
*กฏข้อที่ 2 ถ้าลูกค้าผิด อ่านใหม่กฏข้อที่ 1
มาร์แชล ฟิลด์ และสตูว์ เลียวนาร์ด สร้างอาณาจักรการค้าปลีกห่างกันหลายสิบปีิ เเต่ทั้งสองเป็นตำนานต่อการทอดสมอธุรกิจของพวกเขาต่อปรัชญาว่า “ลูกค้าถูกต้องเสมอ” ในขณะที่มมาร์แชล ฟิลด์ บุกเบิกแนวคิดระหว่างยุคทองชุบปฏิรูปการซื้อสินค้าของ ร้านสรรพสินค้าเมือง สตูว์ เลียวนาร์ดปรับปรุงให้ทันสมัยและตามตัวอักษรมันภายในศตวรรษที่ 20 สร้างวัฒนธรรมซุปเปอร์มาร์เก็ตดิสนีย์แลนด์ของร้านขายนม สตูว์ เลียว
นาร์ดรับเอาปรัชญารากฐานของฟิลด์ นโยบายนี้กำเนิดอย่างมีชื่อเสียง
ภายหลังเลียวนาร์ดโต้แย้งกับการคืนนมชอคโกเล็ตเปรี้ยวของล๓ูกค้า
ภายหลังการรับรู้ว่าข้อโต้เเย้งทำให้เขาลูกค้าตลอดชีวิต เขาได้สาบาน
จะไม่เคยโต้เถียงลูกค้าต่อไป ด้วยการแกะสลักกฏข้อที่ 1 และกฏข้อที่ 2
บนหินใหญ่โต ณ ประตูข้างหน้า มันได้กลายเป็นคำสัญญาเคลื่อนที่ไม่ได้
ต่อลูกค้า และเตือนใจพนักงานอย่างสม่ำเสมอ สตูว์ เลียวนาร์ด ได้ใช้กฏ
ตามตัวอักษรอย่างแท้จริงทจะกำจัดความขัดเเย้ง ถ้าลูกค้าพูดว่าสเต้ก
รสชาติไม่ดีหริอนมเปรี้ยว แคชเขียร์คินเงินหรือเปลี่ยนมันให้ทันที ไม่
ถามคำถาม ไม่มีผู้จัดการต้องอนุมัติ
เรื่องราวของ สตูว์ เลียวนาร์ด ได้แสดงปรัชญาของลูกค้าลำดับแรกได้ดีที่สุด สตูว์ เลียวนาร์ด ได้เปิดร้านขายนมขนาดเล็กขึ้นมาเมื่อ ค.ศ 1969 บุคคล 7 คน ขายสินค้าเพียง 7 อย่าง และได้เจริญเติบโต จนกลายเป็นสตูว์ เลียวนาร์ดห้าแห่ง ภายในนอร์วอล์ค และเปิดร้านแห่งใหม่ที่นิวยอร์ค แต่สตูว์ เลียวนาร์ด ยังคงเป็นธุรกิจครอบครัวอยู่ สตูว์ เลียวนาร์ด ไม่เป็น
เพียงแต่เป็นร้านขายนมใหญ่ที่สุดของโลก แต่ยังเป็นร้านขายของชำที่มีชื่อเสียงที่สุดด้วย ยอดขายเกือบ 400 ล้านเหรียญต่อปี สมาชิกทีมงานเกือบ 2,000 คน
ณ สตูว์ เลียวนาร์ด วัวพลาสติกเท่าตัวจริงอยู่หน้าประตู สโลแกนได้ถูกตอกสล้กไว้บนหินแกรนิตหนัก 3 ตัน วางไว้ที่ประตูด้านหน้า : กฏข้อที่ 1 ลูกค้าถูกต้องเสมอ กฏข้อที่ 2 ถ้าลูกค้าผิด จงอ่านกฏข้อที่ 1 ใหม่ ความจงรักภักดีของลูกค้าเกิดขึ้นจากกฏสองขัอนี้ บุคคลหลายคนจะโต้แย้ง
ลูกค้าไ่ม่ได้ถูกต้องอยู่เสมอ แต่การรับฟังลูกค้าคือ รากฐานความสำเร็จของสตูว์ เลียวนาร์ด ภายในโลกของแซม วอลตัน ผู้ก่อตั้งวอลมาร์ทแล้ว “เรามีนายคนเดียวเท่านั้นคือ ลูกค้า เขาสามารถจะไล่บุคคลทุกคนตั้งแต่ซีอีโอลงมาได้ เพียงแต่ไปใช้จ่ายเงินของเขาที่อื่นเท่านั้น
ปรัชญาการบริหารของสตูว์ เลียวนาร์ด ได้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ของลูกค้ารายหนึ่ง ผมกำลังยืนอยู่ทางเข้า ลูกค้าคนหนึ่งเดินมาหาผม และพูดอย่างไม่พอใจว่า เอกน็อกเปรี้ยวมาก – เครื่องดื่มสุราผสมไข่ไก่ – ผมตอบว่า คุณผิดแล้ว เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าลูกค้าผิด ผมได้บอกว่าเราได้ขาย
เอกน็อกไปแล้วมากกว่า 300 แกลลอนเมื่อสัปดาห์นี้ คุณเป็นลูกค้ารายเดียวที่ไม่พอใจ ผมได้คืนเงินแก่ลูกค้าไป คำพูดสุดท้ายได้ยินจากลูกค้าคือ ฉันจะไม่มาที่ร้านนี้อีกต่อไป ณ ที่บ้านตอนกลางคืน ผมไม่อาจจะลืมเหตุการณ์นี้ได้เลย และยอมรับว่าผมผิดไปแล้ว ข้อแรกผมไม่รับฟังลูกค้าเลย ข้อสองผมโต้เถียงและบอกว่าลูกค้าผิด และข้อสามผมได้ลบหลู่ว่าลูกค้าโกหก
สตูว์ เลียวนาร์ด พยายามจะสื่อสารกับลูกค้าให้ดีขึ้นอยู่เสมอ การใช้กล่องรับฟังข้อคิดเห็นภายในร้านที่ต้องเปิดอย่างเคร่งครัดทุกเช้า และการประชุมกับลูกค้าเป็นประจำ เพื่อที่จะรู้ว่าลูกค้าชอบหรือไม่ชอบอะไรสตูว์ เลียวนาร์ด ได้ใช้เวลาอย่างมากเดินดูรอบร้านและทักทายลูกค้าอยู่เสมอ การทำตามข้อคิดเห็น เช่น การขายปลาสดใส่ถาดแช่น้ำแข็ง และยกเลิกการขายปลาสดบรรจุกล่อง ที่ลูกค้ารู้สึกว่าไม่สด ทำให้ยอดขายปลาสดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
สตูว์ เลียวนาร์ด มุ่งเน้นการทำสด สิ่งแรกที่ลูกค้ามองเห็น เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาภายในร้านค้า บริษัทต้องการจะส่งเสริมภาพพจน์ของการเป็นตลาดอาหารสด สินค้าหลายอย่างจะขายภายใต้ฉลากของตัวเอง เช่น ธัญพืชอาหารเช้า สินค้านมมีชื่อเสียงมากจะมาถึงร้านสดทุกวัน ภายใต้ฉลากว่า “คุณต้องมีวัวของตัวเองที่จะให้นมสดที่สุด” นิวยอร์คไทม์ ได้ขนามนาม สตู เลียวนาร์ดว่า “ร้านขายนมแห่งดิสนี่ย์แลนด์” เนื่องจาก
นักแสดงใส่เครื่องแต่งกาย ตารางเวลาความบันเทิง สวนสัตว์เลี้ยง และหุ่นยนต์สัตว์ ไปทั่วร้าน สตูว์ เลียวนาร์ด เป็นสถานที่สนุกสนานของเด็ก การแจกไอสครีมฟรี การสร้างความสนุกสนานแก่ครอบครัว วงดนตรีคันทรีการ์ตูนกล่องนมร้องเพลง กล้วยหอมร้องเพลง หรือไก่ร้องเพลง
สตูว์ เลียวนาร์ด ซุปเปอร์มาร์เก็ต ได้รับการสรรเสริญไปทั่วโลกต่อความความเป็นเลิศของการบริการลูกค้าและคุณภาพ และไดัถูกยกย่องภายในหนังสือยอดนิยมสองเล่มของโทมัส ปีเตอร์คือ “Passion for Excellence” และ “Thriving on Chaos” เมี่อ ค.ศ 1991 สตูว์ เลียวนาร์ดได้รับการบันทึกภายในกินเนสส์ บุ๊คว่าเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มียอดขายต่อหน่วยพื้นที่สูงสุดภายในอเมริกา โรนัลด์ รีแกน อดีตประธานาธิบดีอเมริกา ยอมรับว่าสตูว์ เลียวนาร์ด มีความเป็นเลิศทางธุรกิจ
สตูว์ เลียวนาร์ด มีชื่ออยู่ 100 ลำดับของสถานที่การทำงานดีที่สุดภายในอเมริกาของวารสารฟอร์จูนเป็นประจำ สตูว์ เลียวนาร์ด จูงใจบุคคลด้วยการแบ่งกำไร และการใหัทุนการศึกษา เราไม่สามารถมีลูกค้าที่มีความสุขได้ ถ้าเราไม่มีพนักงานที่มีความสุข เราต้องให้รายได้และสวัสดิการที่ดีแก่พวกเขา เราไม่สามารถจ้างบุคคลที่เก่งได้ด้วยการจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำแก่พวกเขา
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







