กฏของโรงรถ

กฏของโรงรถ
ภายในกรอบข่ายนิยมแพร่หลายและอภิปรายโดยแนนซี โคน อาจารย์
คณะบริหารธุรกิจฮารฺวาร์ด กฏของโรงรถ และเปลือกนอกความเป็นผู้นำได้แสดงปรัชญาตรงกันข้ามของอะไรระบุผู้นำที่มีประสิทธิภาพ โคนได้
เชื่อมโยงความคิดเหล่านี้ โดยการเเสดงความเป็นผู้นำที่แท้จริงต้องการแก่นแท้ของโรงรถในขณะที่สังคมถูกล่อลวงโดยผู่นำเปลือกนอกอย่างไร
เปลือกน้อกความเป็นผู้นำอ้างถึงการล่อลวงของสังคมโดยวัตถุที่ส่องแสง
แววาวของความเป็นผู้นำ เช่น ความมีชื่อเสียง ความมั่งคั่ง การปรากฏตัวบนพรมแดง และความมีสเน่ห์ โคนยืนยันว่าคุณลักษณะที่ตื้นเขินเหล่านี้ไม่มีอะไรเกี่ยวกับความเป็นผู้นำที่แท้จริแม้แต่น้อยมันเป็นกระดาษห่อที่ผิว
เผินเบี่ยงเบนบุคคลจากการประเมินเนื้อเเท้ของผู้นำ
ความเป็นผู้นำโรงรถยึดกฏของโรงรถ กฏเหล่านี้มุ่งเน้นความร่วมมือร่วม
มืร่วมใจ ความคิดแวกเเนวระบบราชการเป็นศูนย์ ความอ่อนน้อมถ่อมตัว และการดำเนินการอย่างจริงจัง ภายในโรงรถไม่มีห้องเพื่อการเมืองหรือความหรูหรา จุดมุ่งอยู่ที่การคิดค้นสิ่งที่สร้างการมีส่วนช่วยเหลือที่มีความหมาย ยึดความทรหดของการเริ่มต้นอย่างถ่อมตัว กฏเหล่านี้ได้กำหนด : เชื่อว่า คุณสามารถแปลงโลก ทำงานอย่างรวดเร็ว เก็บเครื่องมือไม่ล็อก ไว้วางใจเพื่อนร่วมงานของคุณและหลีกเลี่ยงการเมืองและระบบราชการ
กฏของโรงรถเป็นพิมพ์เขียวความผู้นำ เลยพ้นไปจากพื้นที่ทางกายภาพ
โคนเเละนักวิชาการธุรกิจคนอื่นอ้างโรงรถที่จะอธิบายกรอบความคิดของ
นวัตกรรมที่รวดเร็ว ความคล่องตัวสูงมากและระบบราชการน้อยที่สุด กฏ
ของโรงรถเป็นกลุ่มของหลักการนวัตกรรมและการบริหารสิบเอ็ดข้อเกิด
จากซิลคอน เเวลลี่ยฺ์ กฏของโรงรถหรือตำนานสตาร์ทอัพโรงรถถูกนิยมแพร่หลายโดยฮิวเลตต์- แพคการ์ด การแสดงสัญลักษณ์การคิดค้นเทค
โนโลยีรากหญ้า โรงรถพาโล อัลโตของบิลล์ ฮิวเลตต์ เดวิด แพคการ์ด
ผู้ก่อตั้งเอชพี ได้ถฑกพิจารณาเป็นบ้านเกิดของซิลิคอน แวลลี่ย์
การวิเคราดห์ของแนนซี โคนมักจะมองอดีตตำนานโรแมนติกขอโรงรถ ภายในการวิจา่รณ์อย่างกว้างขวาวของเธอต่อซิลิคอน แวลลี่ย์ โคนมักจะ
พิจารณาตำนานวัฒนธรรม ค่านิยมแกน บทเเรียนความเป็นผู้นำอยู่เบื้อง
หลังพื้นที่รากซานเหล่านี้ บริษัทใหญ่เจริญเติบโตช้าจนเกินไป ผู้นำมักจะพยายามเลียนแบบ “กฏของโรงรถ” – ให้ความสำคัญความไว้วางใจ ความเปิดเผย ความร่วมมือร่วมใจการแก้ปัญหาแท้จริงการก้าวไปอย่างรวดเร็ว
– จุดใหม่ไฟต้นกำเนิดของบริษัทของพวกเขา กฏของโรงรถ เป็นคำแถลงการณ์ของบริษัทสิบเอ็ดข้อ นิยมเเพร่หลายโดยฮิวเลตต์-แพคการ์ด แนว
ทางที่ยึดจิตวิญญาน และสร้างโดยผู้ก่่อตัังบิลล์ ฮิวเลตต์ และเดวิด เเพคการ์ ภายในโรงรถพาโล อัลโต ต้นกำเนิดของพวกเขา เปิดตัวเมื่อ 1999 โดยตอนนั้นซีอีโอ คาร์ลี ฟิโอรินา เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์โลกที่จะฟื้นฟูวัฒนธรรมของเอชพีต่อสู้ระบบราชการ และพลิกผันบริษัทกลับไป สู่่รากนวัตกรรมและความคล่องตัวของมัน

แนนซี โคน อ้างถึงบ่อยครั้งกฏเหล่านี้ และประวัติเริ่มแรกของเอชพีต่อ
การสอนและกรณีศึกษาของเธอ แสดงความเป็นผู้นำผ่านการกระทำการ
ทำงานเป็นทีมที่คล่องตัวและวัฒนธรรมบริษัททางประวัติศาสตร์สามารถ
ขับเคลื่อนนวัตกรรมสมัยใหม่อย่างไร โคน มักจะใช้กรณีศึกษาบริษัทจากเอชพีและบริษัทที่กำเนิดจากตำนานโรงรถอธิบายหลักการความเป็นผู้นำแกนของเธอ ความหมายของกฏโรงรถ : ปรัชญาหลักคือความเป็นผู้นำที่
เเท้จริงและนวัตกรรมต้องการความคล่องตัว ความร่วมมือร่วมใจ และการไม่มีระบบราชการภายในโรงรถไม่มีลำดับชั้นบริษัท จุดมุ่่งเน้นคือ การเเก้ปัญหาอยู่ใกล้มือเท่านั้น
แนวคิดจะถูกใช้เป็นพิมพ์เขียวความเป็นผู้นำขององค์การและนวัตกรรม มันถูกออกอบบที่จะรักษาจิตวิญญานของผู้ประกอบการ ที่ป้องกันบริษัทจากการกลายเป็นถูกขัดขวาง โดยขนาดเเละความสำเร็จของมัน ภายในความเป็นผู้นำและกลยุทธ์ธุรกิจกฏของโรงรถจะแสดงหลักการนำทางสิบเอ็ดข้อต่อสู้ระบบราชการบริษัท จุดไฟความร้อนแรงความคิดร้างสรรค์ มันจะเตือนผู้นำปลูกฝังสภาพแวดล้อมความไว้วางใจ ความเปิดกว้าง และการมุ่งการกระทำเหมือนกับพลัง พบภายในสตาร์ทอัพ ดำเนินงานภายใน
โรงรถ กฏของโรงรถ ได้มาจากจิตวิญญานต้นกำเนิดของแอชพีผู้ก่อตั้งบิลล์ฮิวเลลต์ และเดวิด แพคการ์ดเริ่มต้นบริษัทภายในโรงรถพาโล อัลโต
เมื่อ ค.ศ 1939 เอชพีทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นทางการไปสู่การณรงค์โลกต่อสู้ ระบบราการบริษัทและจุดไฟใหม่นวัตกรรม
กฏโรงรถของเอชพีสิบเอ็ดข้อคือ
*เชื่อว่าคุณสามารถเปลี่ยนแปลงโลก
*ทำงานอย่างรวดเร็ว ไม่ล็อครื่องมือ ทำงานได้ทุกเมื่อ
*รู้ว่าเมื่อไรทำงานคนเดียว และเมื่อไรทำงานด้วยกัน
*แบ่งปันครื่องมือ ความคิด ไว้วางใจเพื่อนร่วมงาน
*ไม่มีการเมือง ไม่มีระบบราชการ – สิ่งเหล่านี้น่าขันภายในโรงรถ –
*ลูกค้าระบุงานทำได้ดี
*ความคิดที่เเหวกแนวไม่่ได้เป็นความคิดไม่ดี
*คิดค้นวิถีทางที่แตกต่างของการทำงาน
*สร้างการมีส่่วนช่วยทุกวัน ถ้ามันไม่ได้มีส่วนช่วย อย่าออกจากโรงรถ
*เชื่อว่าร่วมกันเราสามารถทำอะไรก็ตาม
*คิดค้น
แนนซี โคน ได้ถ่ายทอดกฏเหล่านี้ ไปสู่พฤติกรรมความเป็นผู้นำภายใน
การกระทำ เธอได้ใช้กฏของโรงรถภายในการบรรยายความเป็นผู้นำของเธอแสดงว่าบริษัทที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วสามารถจะยึดกลับคืนวิญญานผู้ประกอบการต้นกำเนิด ความคล่อ่งตัวขององค์การ การคิดค้นนวัตกรรม ได้อย่างไร ตามการวิจัยของโคนบนความเป็นผู้นำวิกฤติ และวิวัฒนาการ
ขององคฺ์การ กฏของโรงรถได้อ้างถึงโดยทั่วไปกลุ่มของหลักการที่มืชื่อเสียงสร้างโดยฮิวเลตต์- แพคการ์ด ส่งเสริมนวัตกรรม สร้างความคล่องตัว และกำจัดการเมือง เมื่อโคน ได้แสดงแนวคิดเหล่านี้ภายในการกระทำ เธอกำลังอ้างถึงการปลูกฝังสภาพแวดล้อมความไว้วางใจสูง การทดลองอย่างรวดเร็ว ภารกิจที่ชัดเจน การกระจายอำนาจมาก และระบราชการ
น้อยที่สุด นำทางช่วงเวลาที่ท้าทาย

*การกำจัดระบบราชการและการเมือง
ระบบราชการเป็นศัตรูของแรงผลักดัน ภายในการกระทำหมายความ
ว่าผู้นำต้องกำจัดอย่างมีระบบลำดับชั้น ไซโลภายในองค์การ การปกป้องตัวเองที่ล่าช้าการดำเนินการ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ลดเสียงรบกวนการบริหารให้น้อยที่สุด ปลดปล่อยให้ทีมของพวกเขามุ่่งเน้นปัญหาที่สำคัญกระทบสูงไม่กี่อย่าง ขยับเข็มได้อย่างแท้จริง ภายในโรงรถ เราจะไม่มีความล่าช้า
บริษัท ลำดับชั้นบริษัท หรือการเล่นเกมการเมือง การกำจัดระบราชการ
หมายถึงการให้ความสำคัญความรวดเร็วเหนือโครงสร้าง
ภายในสตาร์ทอัพโรงรถ ถ้าคุณต้องการฆ้อน คุณเอื้อมมือไปและเหยิบมัน ไม่มีแบบฟอร์มลงชื่อไม่มีลำดับชั้นการบริหารที่ต้องอนุมัติคำขอ ไม่มี
ความล่าช้าระบบราขการเพื่อให้เป็นไปตามกฏ การดำเนินการช้าลง และอัมพาติการตัดสินใจ โคนสอนว่าผู้นำต้องกำจัดลำดับชั้นบริษัทไม่จำเป็น เพื่อให้บุคคลทำงานอย่างรวดเร็ว ทดสอบความคิดที่แหวกแนวและมุ่งเน้นบริการลูกค้าอย่างแท้จริง ภายในสตาร์ทอัพโรงรถ ไม่มีห้องหรือเวลาเพื่อการเล่นทางการเมิอง บุคคลไม่กี่คนจะทำงานเคียงบ่าเคียงใหล่บนภารกิจร่วมกัน ถ้าบุคคลหนึ่งล้มเหลวโครงการทั้งหมดล้มเหลว
การเมืองบริษัทเพาะพันธ์ุความไม่ไว้วางใจตรงที่บุคคลจะป้องกันถิ่นของ
พวกเขา แทนการร่วมเครื่องมือและความคิด ความเป็นผู้นำที่แท้จริงสร้างวัฒนธรรม ตรงที่ความไว้วางใจและความร่วมมือร่วมใจต้องมาก่อน ความสำเร็จจะถูกวัดโดยการมีส่วนช่วยแท้จริงต่อภารกิจ ไมใช่บุคคลที่เล่นเกมบริษัทดีที่สุด ผู้นำต้องกำจัดความล่าช้าบริษัท การเมืองอย่างเข้มข้นและ
ระบบราชการที่ตายตัวไร้สาระภายในโรงรถ
แนนซี โคน ได้ยืนยันว่าการขึ้นอยู่กับระบบราชการของแมกซ์ เวเบอร์
เท่านั้นเป็นอันตราย เมื่อววิกฤติที่สำคัญเกิดขึ้น แทนการรักษาลำดับชั้น
อย่างเข้มงวด และความไม่เป็นส่วนบุคคลที่เย็นชา เมื่อองค์การกลายเป็น
ติดกับภายในกรงเหล็กของระบบราชการของเวเบอร์ กรงเหล็กจะแสดง
ความเฉื่อยชาขององค์การแท้จริง ผู้นำที่กล้าหาญต้องลบล้างและฝ่าฟัน
หลุมพรางระบบราชการนี้ โคน ยืนยันว่าเรามีชีวิตอยู่ภายในโลกที่ไม่แน่
นอน ซับซ้อน วุ่นวาย และคลุมเครือ เธอเเสดงว่าผู้นำที่ยิ่งใหญ่อย่างเช่น
เออร์เนสท์ แชคเคิลตันหรือับราฮาม ลินคอล์นบรรลุความสำเร็จเพราะว่าพวกเขาเรียนรู้ที่จะปรับตัวเมื่อระบบที่เป็นอยู่พังทลาย
ระบบราชการของแมก เวเบอร์ ตรงกันข้าม ระบบราชการของเขาขึ้นอยู่กับลำดับชั้นที่ตายตัวเเละกฏเป็นทางการ มั่นใจว่าเครื่องจักรทำงานเหมือนกันไม่มองว่าใครรับผิดชอบ ภายในการศึกษาความเป็นผู้นำสมัยใหม่ ระบบราชการเวเบอร์จะถูกมองเป็นภาระระหว่างการเปลี่ยนแปลงที่
รวดเร็ว เวเบอร์ ยกย่องระบบราชการต่อประสิทธิภาพทางกลไกของมัน
แต่การวิจัยของโคนจะแสดงว่าวิกฤติที่ไม่คาดหมายต้องการความลื่นไหล
และการทดลอง เมื่อความล่าช้าของลำดับชั้นการบริหารขัดขวางการตัด
สินใจอย่างรวดเร็ว ระบบราชการสามารถทำลายองค์การ เมื่อมันต้องการ
ที่จะเปลี่ยนแปลงทิศทางมากที่สุด
*การกำจัดความเฉี่อยชาของบริษัท
ความเฉื่อยชาของบริษัทเป็นเเนวโน้มของบริษัทใหญ่มายาวนานที่จะ
ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง และรักษาสภาวะในขณะนี้ของมันเมื่อบริษัทได่
เจริญเติบโต พวกเขาถูกดึงดูดโดยธรรมชาติระบบราชการ การเมือง และลำดับชั้น ทำให้การตัดสินใจล่าช้า ตรงที่การรักษาสถานภาพเดิมง่ายกว่าการคิดค้นนวัตกรร การใช้กฏของโรงรถจะหมายถึงทำลายกำแพงเหล่านี้ดังนั้นความคิดที่แหวกแนวสามารถยังคงมาจากทุกที่และสำคัญอยู่
ภายในบริษัทใหญ่ กาาตัดสินใจจะล่าช้าโดยลำดับชั้นการบริหารไม่จบสิ้น เเละการเล่นเกมการเมือง กฏของโรงรถได้ระบุว่า ไม่มีการเมือง ไม่มีระบบราชการ – สิ่งเหล่านี้ไม่มีเหตุผล – ผู้นำจะกำจัดลำดับชั้นการบริหาร และหยุดการรักษาประตูภายในการตัดสินใจ ดังนั้นทีมสามารถจะก้าวไปอย่างรวดเร็ว พยายามกับสิ่งใหม่โดยไม่ต้อวรอหลายเดือนเพื่อการอนุมัติของคณะกรรมการ
ความเฉี่อยชาของบริษัทถูกขับเคลื่อนอย่างหนักโดยอคติสถานภาพเดิม
และความกลัวของความไม่รู้ กฏโรงรถต่อสู้สิ่งนี้ด้วยการทดลองที่รวดเร็ว
“ทำงานย่างรวดเร็ว….คิดค้นวิถีทางแตกต่างกันของการทำงาน
……ความคิดที่เเหวกเเนวไม่ได้เป็นความคิดไม่ดี การบังคับให้บุคคลออกจากงานประจำวันเป็นนิสัยปลอดถัย สร้างวัฒนธรรม ตรงที่การคิดนอกกล่องถูกยกย่อง แทนการลงโทษ
*การกระจายอำนาจและความเป็นอิสระ
การกระจายอำนาจหมายถึงการเคลื่อนย้ายอำนาจการตัดสินใจออก
ไปจากศูนย์กลางบริษัทที่ตายตัว และผลักดันมันโดยตรงลงไปสู่บุคคล
แนวหน้าตรงที่การดำเนินการเกิดขึ้นจริง การกระจายอำนาจ เป็นตัวตนปรัชญาโรงรถ ความคิดที่ดีที่สุดมาจากทุกที่ แทนการปฏิบัติบุคคลแนวหน้าเพียงแค่เป็นผู้ดำเนินการของแผนบริษัท การกระจายอำนาจปฏิบัติพวกเขาเป็นผู้ตัดสินใจหลัก การรวมอำนาจสร้างจุดติดขัดตรงที่บุคคลแนวหน้าต้องผ่านข้อมูลขึ้นไป ตามลำดับชั้นที่จะขออนุมัติ การกระจาย
อำนาจวางกฏของโรงรถ – เชื่อว่าคุณสามารถเปลี่ยนแปลงโลก และไม่
มีการเมือง ไม่มีระบยราชการ – ลงสู่การกระทำ โดยกำจัดลำดับชั้นของการบริหาร
ฮิวเลตต์-แพคการ์ดจะมีเรื่องราวห้องทอดลองถูกล็อกที่มีชื่อเสียงมาก เหตุการณ์เฉพาะนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อบิลลฺ์ ฮิวเลตต์ ไปห้องทดลองวันอาทิตย์ปลาย ค.ศ 1960 แสดงกฏของ เก็บเครื่องมือไม่ล็อก เขาได้ไปโรงงานเอชพี ทำโครงการงานอดิเรกส่วนบุคคล – เสาอากาศวิทยุ – และต้องการส่วนประกอบเพียงไม่กี่ชิ้้น แต่ได้พบว่าผู้จัดการดิวิชั่นท้องที่ต้องการที่จะ
หยัดต้นทุน และควบคุมสินค้าคงเหลือ ใส่กุญแจประตูห้องสต็อกทดลอง ป้องกันการขโมย แทนการรอ หริอการตำหนิบุคคล บิลล์ ฮืวเลตต์ โกรธมากต่ออุปสรรคที่ขัดขวางวิศวกรอาจจะคิดหรือสร้างด้วยเวลาของพวกเขาเอง เขาได้ใช้คีมตัดเหล็ก ตัดกุญแจประตู เเละได้ทิ้งมัน บนโต๊ะของ
ผู้จัดการด้วยบันทึกลงนามอ่านอย่างมีชื่อเสียงว่า “อย่าล็อกประตูนี้อีก”
เมื่อโคน ได้อ้างถึงกฏโรงรถ และเรื่องราวบิลล์ ฮืวเลตต์ ไปห้องทดลอง
วันอาทิตย์ เธอได้เเสดงบทเเรียนรากฐานความไว้วางใจ ความเปิดเผย
ของบริษัท และกำจัดระบบราชการการอภิปรายเรื่องราวนี้ภายในบริบทของความเป็นผู้นำ เธอได้มุ่เน้นการกำจัดอุปสรรคระบบราชการรากฐานของ เอชพี เวย์ และกฏของโรงรถ เก็บเครืองมีอไม่ล็อกจะระบุว่า ทำงานรวดเร็ว ทำงานได้ทุกเมื่อ
บิลล์ ฮิวเลตตฺ์ เชื่อว่าถ้าคุณว่าจ้างบุคคลที่มีความสามารถ คุณต้องไว้วางใจเขาอย่างเต็มที่ ถ้าคุณปฏิบัติบุคคลเหมือนโจรพวกเขาจะไม่สร้าง
นวัตกรรม แต่ถ้าคุณเก็บเครื่องมือไม่ล็อก ไว้วางใจพวกเขา งานอดิเรกสุดสัปดาห์ของพวกเขาจะผสมเกสรข้ามต้น ไปสู่ความคิดที่ยอดเยี่ยมเพื่อบริษัท ปรัชญาฮืวเงตต์คือการล็อกเครื่องมือเป็นนัยการขาดความไว้วางใจ และขัดขวางความคิดสร้างสรรค์ตามธรรมชาตินอกเวลางานที่ได้
สร้างบริษัทตอนเริ่มแรก ด้วยการตัดล็อก ฮิวเลตต์ จะส่งข้อความที่มีพลัง
ทันทีตลอดทั้งองค์การ ระบบราชการไม่ควรจะไม่เคยขวางทางองค์การ
การเก็บ”เครื่อมมือไม่ล็อก” หมายถึงการให้สมาชิกของทีมมีความเป็น
อิสระ และทรัพยากรเต็มที่ และไว้วางใจที่จะทดลองโดยไม่ต้องขอการ
อนุญาติอยู่เสมอ ทำงานอย่างรวดเร็ว เก็บเครื่องมือไม่ล็อค ทำงานได้ทุก
เมื่อ กำจัดความฝืดเคืองและการเฝ้าประตู ผู้นำต้องไว้วางใจทีมของพวก
เขาด้วยเครื่อมือ และเป็นอิสระที่จะดำเนินการได้ทันที โครงสร้างที่มีการ
กระจายอำนาจกำจัดการควบคุมที่เข้มงวดและไซโลทางโครงสร้างตาย
ตัว การให้อิสระภาพทางการดำเนินงานแก่บุคคล หยิบเครื่องมือ และใช้ทรัพยากรอย่างอิสระโดยไม่ต้องรอคำสั่งของบริษัท
*ความปลอดภัยทางจิตใจเพื่อนวัตกรรม
ความเป็นผู้นำที่แท้จริงต้องปลูกฝังวัฒนธรรม ตรงที่ความล้มเหลวจะ
เกิดขึ้นจากความเสี่ยงภัยที่ฉลาดได้ถูกปฏิบัติเป็นหลักไมล์การเรียนรู้ไม่
ใช่ความผิดที่ต้องลงโทษ มันจะหมายถึงการให้เงินทุนโครงการผิดแบบ
แผนที่ท้าทายธุรกิจแกนที่มีอยู่ของบริษัท การให้อำนาจบุคคลทุกระดับท้าทายสถานภาพเดิม เเบ่งบันเครื่องมือ และไว้วางใจเพื่อนร่วมงานของพวกเขาโดยไม่กลัวการลงโทษ ความปลอดภัยทางจิตใจสำคัญที่สุด ทีมต้องรู้สึกปลอดภัยเสนอแนะข้อแก้ปัญหาที่ลบล้างหรือผิดแบยแผนโดยไม่กลัวการเยาะเย้ย ความคิดที่เเหวกเเนวไม่ได้เป็นความคิดที่ไม่ดี

แมกซ์ เวเบอร์ เป็นบุคคลแรกที่ได้ศีกษาระบบราชการ และผลงานของเขาได้นำไปสู่ความนิยมแพร่หลายของถ้อยคำว่า Bureaucracy : ระบบราชการ ทั้งภายในภาครัฐและภาคธุรกิจ แมกซ์ เวเบอร์ เชื่อว่าระบบราช
การเป็นวิถีทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดของการสร้างองค์การ ที่เรียกกันว่าองค์การแบบราชการ คุณลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งขององค์การระบบ
ราชการคือ การกำหนดสายการบังคับบัญชาไว้อย่างชัดเจน เวเบอร์ ได้ใช้ถ้อยคำเรียกว่าสายการบังคับบัญชาว่า หมายถึงลำดับชั้นของอำนาจหน้าที่
แมกซ์ เวเบอร์ ได้ระบุคุณลักษณะที่สำคัญขององค์ก่ารแบบราชการไว้ต่อไปนี้คือ
*การแบ่งงานกันทำเฉพาะด้าน
*การกำหนดสายการบังคับบัญชาไว้ชัดเจน
*การคัดเลือกและการเลื่อนตำแหน่งบุคคลออยู่บนพื้นฐานคุณสมบัติทางวิชาชีพ
*การเกี่ยวพันระหว่างกันของบุคคลต้องไม่เป็นส่วนตัว
*การกำหนดกฏและระเบียบวิธีปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการ
*การแยกความเป็นเจ้าของออกจากการบริหาร
ทำไมระบบราชการมีความหมายเป็นลบ เนื่องจากระบบราชการมีความล่าช้า : Red Tape เป็นคำสแลงที่ใช้อธิบายความล่าช้าของระบบราชการ หมายความว่าระบบราชการมีงานเอกสาร กฏ ข้อบังคับ ระเบียแบบแผนมากเกินไปและมักจะไม่จำเป็นขัดขวางการกระทำและการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพนับตั้งแต่ศตรรษที่ 17 ต้นกำเนิดของถ้อยคำ “Red Tape” มาจากการผูกมัดเอกสารทางกฏหมายและเป็นทางการด้วยเทปผ้าสีแดง โดยปรกติเราได้ใช้ถ้อยคำเรดเทป อ้างถึงกฏและข้อบังคับที่มากเกินไป หริอการทำตามกฏและข้อบังคับอย่างตายตัวภายในระบบราชการ และบริษัทใหญ่
ระหว่างศตวรรษที่ 17 กษัตริย์แห่งสเปน ชาร์ลส์ที่ห้า ได้เริ่มต้นการระบุเอกสารที่สำคัญโดยการผูกเอกสาร ด้วยริบบิ้นสีแดงไม่ใช่เชือก และได้กลายเป็นการปฏิบัติมาตรฐานไปทั่วยุโรปเมื่อสิ้นสุดสงครามกลางเมืองของชาวอเมริกัน ทหารผ่านศึกได้ติดต่อขอประวัติทางทหาร และพบว่าเอกสารของพวกเขาได้ถูกผูกมัดด้วยริบบิ้นสีแดง
แมกซ์ เวเบอร์ ใช้ถ้อยคำว่า กรงเหล็ก เตือนอันตรายของกรงเหล็กของระบบราชการ ตรงที่บุคคลถูกติดกับดักโดยกฏและระเบียบการที่ตายตัว จำกัดเสรีภาพและความเป็นอิสระของพวกเขา

กฏของโรงรถ ถูกแนะนำโดยซีอีโอตอนนั้น คาร์ลี ฟิโอรินา เมื่อ 1999 ทำให้ทันสมัยวัฒนธรรมรากฐานของฮิวเลตต์-เเพคการ์ด ถูกรู้จักกันเป็น “HP Way” วิถีทางเอชพี จิตวิญญานของบริษัท และจะกระตุ้นวัฒนธรรม
เหมือนสตาร์ทอัพของนวัตกรรม เธอได้เเตกกระจายเพดานแก้วเมื่อกลายเป็นซีอีโอหญิงคนเเรกของ 20 บริษัทของฟอร์จูน ณ ฮิวเลตต์- แพคการ์ด เธอได้กล่าวอย่างมีชื่อเสียงว่า เพดานแก้วไม่มีอยู่ ยืนยันว่าผู้หญิงเเละชน
กลุ่มน้อยควรจะปฏิเสธแนวคิดอุปสรรคต่อความสำเร็จ ต่อมาเธอยอมรับว่าเธอไร้เดียงสาเกี่ยวกับจุุดมุ่งเน้นที่เข้มข้นบนเพศของเธอ และยอมรับความอคิตแท้จริงเเละความลำเอียงมีอยู่ภายในบริษัทอเมริกัน เเม้ว่าเธอรักษาความเชื่อว่าโอกาสไร้ข้อจำกัดส่วนบุคคลจะสำคัญ
เพดานแก้ว อ้างถึงอปสรรคเป็นระบบ มองไม่เห็นขัดขวางผู้หญิง และชนกลุ่มน้อยจากการสูงขึ้นไปสู่ขั้นบันไดบริษัท เวลานั้นวารสารฟอร์จูน ประกาศว่า คาร์ลี ฟีโอรีนา ไม่เพียงแค่จะแตกกระจายเพดานเเก้ว เธอได้กำจัดมัน เมื่อเริ่มต้นรับงาน ฟิโอรินาเลิกคิ้ว โดยการยืนยันอย่างเปิดเผยว่าเพดานไม่ได้มีอยู่ และผู้หญิงนั้นเผชิญไม่มีข้อจำกัดเเม้แต่น้อย
เมื่อคาร์ลี ฟิโอริน เข้ามา เอชพีกำลังต่อสู้กับการเจริญเติบโตที่ช้า และ
ความเฉื่อยชาทางระบบราชการเพื่อทำให้วัฒนธรรมบริษัททันสมัย เธอได้แนะนำการรณรงค์สร้างตราสินค้าใหม่ 200 ล้านเหรียญแสดงโดยกฏของโรงรถ เธอได้ใช้กฏที่จะลบล้างโครงสร้างไซโลของเอชพี ด้วยการประยุกต์ใช้กฏข้อ 5 ลดระบบราชการ ในขณะที่ได้รวมหน่วยผลิตภัณฑ์ ใช้ประโยชน์กฏข้อ 3 มอบหมายใหม่ทีมผู้บริหารของเธอ เพื่อมุมมองที่สดใส และมุ่งเน้นกฏข้อสุดท้าย “คิดค้น” ภายในการสร้างตราสินค้าโลก
แนนซี โคนมักจะประเมินการเป็นซีอีโอของคาร์ลี ฟิโอรีนา ณ ฮิวเลตต์
เเพคการ์ด แสดงความแตกต่างระหว่างการบริหารบริษัทมาตรฐาน และ
ความเป็นผู้นำวิกกติอย่างกล้าหาญ โคนจะเน้นย้ำว่าผู้นำท้่เเท้จริงถูกระบุ
โดยความยืดหยุ่นของพวกเขา ความสามารถนำทางทีม ผ่านความทุกข์ยาก และความผูกพันต่อความมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวพวกเขาเอง การดำรงตำเเหน่ง ณ เอชพีของฟิโอรีนามักจะถูกใช้กับการศึกษาธุรกิจ เป็นตัวอย่างหรือกรณีศึกษาโต้แย้งภายในข้อจำกัดการดำเนินการของบริษัทเดิมพันสูง
ในขณะที่ฟีโอรินาเป็นผู้บริหารที่มีบารมีสูงขับเคลื่อนได้สำเร็จการซื้อคอมเเพค 24 พันล้านเหรียญที่โต้เถียงกัน ในที่สุดความเป็นผู้นำของเธอได้ต่อสู้ที่จะรวมบริษัทเป็นหนึ่งเดียว โคน ได้พิจารณาคาร์ลี ฟิโอรินาเห็นได้ชัดโดยการรวมบริษัทคอมแพคที่ยิ่งใหญ่เด็ดขาดและในที่สุดได้ถูกไล่ออกโดยคณะกรรมการบริษัท เป็นกรณีศึกษาคลาสสิคภายในการปฏิรูปบริษัทเดิมพันสูงการบริหารวิกฤติและเเรงกดดันอย่างรุนแรงข ความเป็นผู้นำของผู้บริหารสมัยใหม่ การวิจัยของโคนเเสดงจะว่าความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพต้องการการเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกับบุคคล ฟิโอรินา ขัดเเย้งกับเอชพี เวย์ ขับเคลื่อนโดยการเห็นพ้องต้องกันดั้งเดิม โดยการบังคับสไตล์เผด็จการบนลงล่าง และเเยกตัวเธอเองจากบุคคลระดับล่าง
เธอห่างเหินกับบุคคลต้องการที่จะดำเนินการวิสัยทัศน์ของเธอ ฟิโอรินา เป็นซีอีโอบุคคลภายนอกคนเเรกของเอชพี ที่จะฟื้นฟูยักษ์ใหญ่เทคกำลังหยุดนิ่งโคนจะพิจารณาเธอพยายามลบล้างอย่างบังคับวัฒนธรรมรากลึกรู้จักกันเป็น เอชพี เวย์ อย่างไรมุ่งเน้นการเห็นพ้องต้องกันความเสมอภาค แลดความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคล โคน ใช้สิ่งนี้แสดงในขณะที่ผู้นำบางครั้งต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่กล้าหาญมีอำนาจเหนือกว่าวัฒนธรรมมายาวนานโดยไม่ได้รับการเห็นพ้องต้องกันภายในมักจะนำไปสู่การต่อต้านอย่างมากและล้มเหลวในที่สุด
การวิเคราะห์ของโคนมองดูเดิมพันทางกลยุทธ์ทีสำคัญ ฟรีโอรีนำสร้างการรวมบริษัทกีบคอมเเพค 24 พันล้านเหรียญที่โต้เถียงกันมากเมื่อ ค.ศ 2002 โคน ชี้ต่อสิ่งนี้ว่าเป็นการศึกษาคลาสสิคของทำเกินตัวของผู้บริหาร ตรงที่ผู้นำได้ผลักดันผ่านทางกลยุทธ์เสี่ยงภัยสูง ทั้งที่มีการคัดค้านอย่างรุนแรงจากกรรมการบริษัทและครอบครัวของผู้ก่อตั้ง ในที่สุดได้ล้มเหลวที่จะให้คุณค่าตามสัญญา และนำสู่การลดค่าหุ้นอย่างรุนแรง ภายในการสอนของเธอต่ออะไรทำให้เป็นผู้นำที่มี่ประสิทธิภาพ
โคนเปรียบเทียบความเป็นผู้นำอย่างกล้าหาญ – ความตระหนักตัวเอง ความฉลาทางอารมณ์ ความยืดหยุ่น – และผู้นำที่ตกรางเนื่องจากอัตตาหรือการเเยกตัว การบริหารแบบเผด็จการบนลงล่างของฟีโอริน่า – ปลดบุคคลออกจากงานอย่างมากมาย 30,000 คน และการทำสงครามบริษัททางสาธารณะมักจะถูกเปรียบเทียบกับความเป็นผู้นำอย่างเห็นอกเห็นใจ
ขับเคลื่อนด้วยความมุ่งหมาย ฟิโอรินา จะเป็นซีอีโอที่มีชื่อเสียง บารมีสูง ภาพลักษณ์ลูงยึดความสนใจของสื่ออย่างมาก เปลือกนอกของความแป็นผู้นำ เปลือกนอกของความเป็นผู้นำเป็นถ้อยคำที่ถูกสร้างโดยแนนซี โคน อธิบายแนวโน้มสมัยใหม่พิจารณาผู้นำบนคุณลักษณะระดับผิวเผินแทนที่จะเป็นเนื้อแท้ สังคมได้กลายเป็นถูกล่อลวงหรือลุ่มหลงโดยเครื่องชี้ที่ไม
ใช่แก่นสารโอ้อวดของอำนาจ
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







