การปฏิรูปในประเทศจีน: จากอดีดถึงปัจจุบัน(7): การปฏิรูปและการเปิดประเทศในปลายทศวรรษ 1970 (ต่อ)

การปฏิรูปในประเทศจีน: จากอดีดถึงปัจจุบัน(7): การปฏิรูปและการเปิดประเทศในปลายทศวรรษ 1970 (ต่อ)
นโยบายบางอย่างที่น่าสนใจ(ต่อ)
จีนเป็นประเทศหนึ่งที่ประสบผลสำเร็จจากการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาเศรษฐกิจ ประสบการณ์ของประเทศจีน ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการพัฒนาเศรษฐกิจภาคต่างๆ เป็นสิ่งน่าสนใจ
ภาคการเกษตร
การมีพืชพรรณธัญญาหารที่เพียงพอต่อการบริโภคของประชาชน เป็นปัญหาสำคัญของประเทศจีนตั้งแต่สมัยโบราณ ในปัจุบัน จีนมีมีประชากรกว่า 1,400 ล้าน หรือเกือบร้อยละ20 ของประชากรโลก แต่มีพื้นที่เหมาะแก่การเพาะปลูกไม่ถึงร้อยละ 7 ของพื้นที่เพาะปลูกของโลก มีทรัพยากรน้ำที่น้อยกว่าประเทศใหญ่อึ่นๆ เช่น แคนาดาและอเมริกา พื้นที่ที่เหมาะแก่การเพาะปลูกในประเทศจีน ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันออก โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีแหล่งนํ้า แต่การพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมทำให้พื้นที่ส่วนหนึ่งใช้ในการสร้างโรงงาน ร้านค้า พื้นที่เพาะปลูกจึงมีน้อยลง ด้วยข้อจำกัดทางธรรมชาติ จีนจึงต้องอาศัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาพัฒนาภาคการเกษตรมากขึ้น เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนและตะวันออกกลางระหว่างอมริกา-อิสรเอล กับอิหร่าน การคว่ำบาตรของประเทศตะวันตกต่อรัสเซีย และการปิดช่องแคบฮอลมุส ทำให้ประเทศในยุโรป แอฟริกา เอเซีย ประสบกับปัญหาขาดแคลนอาหาร และพลังงาน ราคาอาหารโลกเพิ่มขึ้นมามาก แต่จีนได้รับผลกระทบไม่มาก การพัฒนาภาคการเกษตร โดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
ทำให้จีนมีธัญญาหาร ผัก ผลไม้ และผลิตผลทางการเกษตรอื่นเพิ่มขึ้นมามาก และมีคุณภาพที่สูงขึ้น
ประเทศจีนมีการใช้เทคโนโลยีพัฒนาภาคการเกษตรและประสบผลสำเร็จงดงาม การหว่านเมล็ดพันธุ์พืช การเก็บเกี่ยว การใช้ปุ๋ย และยาปรับสตรูพืชที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคน การใช้น้ำ การวิเคราะห์คุณภาพดิน การบรรจุหีบห่อ การขนส่ง การจำหน่าย ล้วนมีการอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ การใช้เทคโนโลยี ยังทำให้การผลิตทางการเกษตร มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยมากขึ้นด้วย ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและยาปรราบสตรูพืชที่สร้างมลพิษ และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และมีผลผลิตที่มีคุณภาพด้วย
ในการพัฒนาภาคการเกษตร ทุกฝ่ายในประเทศทั้งรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น องค์กรการวิจัยพัฒนา มหาวิทยาลัย บริษัทเอกชน มีการร่วมมือกัน ทำการศึกษาวิจัย แล้วนำผลการวิจัยมาเผยแพร่ และทดลองใช้
ประเทศจีน ปลุกธัญญาหารชนิดต่างๆได้มาก การวิจัยที่นำพันธุ์ข้าวต่างชนิดมาผสมกัน ทำให้ได้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นมามาก ก่อนหน้านี้ จีนต้องนำข้าวจากต่างประเทศในบางปี ปัจจุบันจีนสามารถปลูกข้าวเพียงพอกับการบริโภคภานในประเทศแล้ว จีนสามารถปลูกธัญญาหารได้หลายชนิด ปลูกพืชในที่ราบสูง ทะเลทราย และปลูกผักในอาคารได้ ที่ราบสูงที่แต่ก่อนไม่มีการเพาะปลูก เวลานี้ ปลูกพืชได้หลายชนิด เช่น ข้าวสาลี มันเทศ ฝ้าย และผลไม้ สถาบันวิจัยพื้นที่มีการวิจัย ทดลองปลูกพืชที่เหมาะกับสภาพดินในพื้นดินที่ต่างๆ รวมที่ราบสูง เมื่อประสบผล จึงแนะนำให้ประชาชนเพาะปลูก
ในไม่กี่ปีมานี้ ในประเทศจีนมีปรากฎการณ์ใหม่ ที่คนหนุ่มสาวเข้าไปร่วมพัฒนาภาคการเกษตร โดยใช้วิธีการผลิตสมัยใหม่ เช่น การใช้หุ่นยนต์ เครื่องบินไร้คนขับ ดิจิตอลเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์(人工智能) มาใช้ประโยชน์ในการผลิต และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการ เกษตร ทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
เทคโนโลยี 5G และ AI ถูกนำมาใช้ ทั้งในการพยากรณ์ และควบคุมภูมิอากาศ การทดสอบและปรับปรุงคุณภาพดินและน้ำ การคัดพันธุ์พืช การกำจัดศัตรูพืช การให้ปุ๋ย การเก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ การขนส่งการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร ตลอดจนการป้องกันโรคระบาดในสัตว์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ มีการหว่านเมล็ดพันธุ์พืช โดยใช้เครื่องบินไร้คนขับ ในการลดนํ้าพรวนดินดินใช้หุ่นยนต์ได้ มีการใช้โทรศัพท์มือถือในการติดต่อสื่อสารระหว่างคนทำงานในที่ต่างๆ
การพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจีนดีขึ้นมาก ในปัจจุบัน ในพื้นที่ห่างไกล ในบ้านประชาชนก็มีโทรศัพท์ โทรศัพท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ และใช้โทรศัพท์มือถือกันอย่างกว้างขวาง
ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงมาก ผู้จบการศึกษาหางานทำในเมืองไม่ได้ จึงกลับบ้านเกิดของตนในชนบท การมีคนหนุ่มสาวที่มีความรู้กลับสู่ชนบท นอกจากมีการนำความรู้มาช่วยพัฒนาการเกษตรแล้ว ย้งส่งผลดีให้แก่ชนบทด้านอื่นๆ เช่น ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดจำหน่ายสินค้าการเกษตร โดยวิธีการโฆษณาสถานที่ท่องเที่ยว และผลิตผลการเกษตรผ่านเว็ปไซต์ทางอินเทอร์เน็ต บ้างก็เผยแพร่ความรู้การสร้างพลังงานทดแทน จากทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นครูช่วยการเรียนการสอนในโรงเรียน เดิมเขตชนบทห่างไกลมีโรงเรียนอยู่น้อย และหาครูผู้สอนได้ยาก แต่เมื่อมีหนุ่มสาวที่มีความรู้ กลับมาชนบทมากขึ้น การทำงานในไร่นาก็ไม่ต้องทำงานเต็มเวลา จากมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยช่วยดำเนินการ จึงทำให้คนหนุ่มสาวเหล่านี้ มีเวลามาทำงานทางด้านอื่นได้
ในประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศจีนคนหนุ่มสาวในชนบทมักออกไปหางานทำในเมือง ในเขตชนบทเหลือแต่คนแก่ การมีคนวัยหนุ่มสาว กลับไปทำงานในชนบทที่เป็นบ้านเกิดของตน จึงเป็นผลดีต่อการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศจีน นอกจากมีแรงงานการผลิตเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีส่วนทำให้ภาคการเกษตรเปลี่ยนแปลงโดยมีการใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานคนด้วย
การที่จีนประสบผลสำเร็จในการพัฒนาภาคการเกษตร เกิดจากความร่วมมือของฝ่ายต่างๆทั้งรัฐบาลกลาง ท้องถิ่น มหาวิทยาลัย องค์กรณ์ สถาบันวิจัย บริษัทเอกชน ประชาชนในพื้นที่ผนึกกำลังกัน สิ่งที่น่าสังเกต คือ เทคโนโลยี ที่ใช้ในการพัฒภาคการเกษตร ไม่มีสิ่งใดที่ประเทศจีนประดิษฐ์ หรือพัฒนาขึ้นมาเองเลย แต่นำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และประสบผลสำเร็จได้
ภาคอุตสาหกรรม
กิจกรรมผลิตสิ่งของ ทั้งสินค้าอุตสาหกรรม และสิ่งอื่นๆ ในภาษาจีนเรียกว่า“การผลิต”(制造业) จีนมีมีตลาดในประเทศขนาดใหญ่ มีผู้บริโภคมาก ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมหลากหลายชนิด นอกจากขายในประเทศแล้ว ยังส่งออกไปขายในต่างประเทศได้ ในสินค้าบางอย่าง ห่วงโซ่การผลิต ทั้งกิจกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีอยู่ครบถ้วนภายในประเทศ ในกว่าสี่สิบปีที่ผ่านมาโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมจีนเปลี่ยนแปลงไปมาก ปัจจุบันนี้ สินค้าอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาก แต่สินค้าที่ใช้แรงงาน เข้มข้น มีสัดส่วนลดลง แม้ในประเทศ โรงงานขนาดเล็กมีอยู่มาก แต่มีโรงงานขนาดใหญ่ ที่มีการจ้างงาน เรือนพัน เรือนหมื่นจำนวนมาก ประเทศจีน จึงเป็นแหล่งผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ ให้แก่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรในประเทศอื่น
เทคโนโลยีเอื้อประโยชน์ต่อการภาคผลิตของจีนได้มาก การวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม นอกจากทำให้มีผลผลิตใหม่เพิ่มขึ้นมามมากแล้ว ยังทำให้เกิดวัตถุดิบและวัสดุที่มีคุณภาพดีและมีราคาต่ำ วัสดุก่อสร้าง วัตถุดิบและวัสดุเครื่องมือเครื่องใช้และของเล่น นอกจากมีราคาถูก ยังมีความทนทานในการใช้และความปลอดภัยด้วย
นอกจากการผลิตแล้ว จีนยังมีการใช้เทคโนโลยีใช้การขนส่งและการจัดจำหน่าย การขนส่ง วัตถุดิบ วัสดุ เครื่องจักรอุปกรณ์ สินค้า ทำได้โดยสะดวกรวดเร็ว มีต้นทุนโลจิสติกส์ลดน้อยลงมาก การวิเคราะห์ความต้องการและแนวโน้มของตลาด ทำให้การผลิต และการบริโภค เชื่อมโยงกันได้ดีขึ้น เทคโนโลยีใหม่ยังทำให้การผลิตสินค้ามีความปลอดภัยมากขึ้น การขจัดน้ำเสีย ขยะ ลดอุบัติเหตุ และป้องกันความปลอดภัยในโรงงาน ก็ทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก เทคโนโลยีใหม่ ยังทำให้นำของที่เดิมไม่ได้ใช้ประโยชน์บางอย่างกลับมาใช้ได้ใหม่ได้อีก
จีนเป็นประเทศที่เชื่อมโยงการวิจัยพื้นฐานกับการวิจัยประยุกต์ได้ดี รัฐบาลให้ความสำคัญกับการวิจัยขั้นพื้นฐาน แต่ละปี มีนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เลือกเรียนสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำนวนมาก ความรู้วิทยาศาสตร์วิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยาและคณิตศาสตร์ เป็นพื้นฐานสำคัญที่ของการวิจัยขั้นประยุกต์ พอเรียนจบทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเหล่านี้ เป็นกำลังสำคัญของหน่วยงานวิจัยพัฒนาทั้งในภาครัฐและเอกชน
นอกจากมหาวิทยาลัยแล้ว โรงเรียนอาชีวะศึกษา ก็มีการผลิตบุคลากรในระดับทางเทคนิคจำนวนมาก การที่ประเทศจีนสามารถรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้ลงทุนต่างชาติ และต่อยอดจากเทคโนโลยีนำเข้าได้นั้น สาเหตุหนึ่งมาจากการให้ความสำคัญ ของการทำวิจัยพัฒนา นวัตกรรม และการสร้างกำลังคน ประเทศจีนมีหน่วยงานวิจัย ที่เป็นองค์กรระดับชาติจำนวนมาก สถาบันวิทยาศาสตร์ แห่งประเทศจีน (中国科学院) นอกจากมีหน่วยงานกลางในกรุงปักกิ่งแล้ว มีสาขาในมณฑลต่างๆทั่วประเทศ ในแต่ละแห่งมีนักวิจัยอยู่จำนวนมาก และมีการทำงานเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจที่ใกล้ชิด สถานประกอบการในภาคเอกชน ก็มีการวิจัยพัฒนา คิดเป็นสัดส่วนสูงของค่าใช้จ่ายทั้งหมด
นอกจากสินค้าอุตสาหกรรมแล้ว ประเทศจีนยังมีการผลิคอื่นๆที่ไม่ใช่สินค้าที่ แต่เป็นความหมายของการผลิตในความหมายกว้าง ซึ่งรวมถึง การก่อสร้าง การผลิตไฟฟ้า นํ้าประปา และการสร้าง สิ่งสาธารรณูปโภครวมทั้งการสร้างถนน ทางรถไฟ และการผลิตรถไฟ ปัจจุบัน จีนมีเทคโลโลยีก่อสร้างที่ก้าวหน้า มีกาาสร้างสะพานสูง เขื่อนชลประทานขนาดใหญ่ สร้างถนน ขุดคูคลอง ขุดอุโมงที่ยาวมาก การสร้างเครื่องบิน รถไฟ เรือดำนํ้า อาวุธยุทโธปกรณ์ รถไฟความเร็วสูงของจีน นอกจากเชื่อมต่อส่วนต่างๆในประเทศแล้ว ยังขยายเส้นทางถึงประเทศต่างในเอเชียและยุโรป ยังสร้างทางรถไฟในหลายประเทศด้วย
สรุปได้ว่า ประเทศจีนมีภาคการผลิตที่ใหญ่มากและมีเทคโนโลยีสูง ในระดับแนวหน้าของโลก
ภาคบริการ
เช่นเดียวกับภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการก็ได้รับประโยชน์จากการมีตลาดขนาดใหญ่ ในเวลากว่าสี่สิบปีที่ผ่านมา โครงสร้างภาคบริการในจีนมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก กิจกรรมบริการขนาดเล็ก เช่น การขายของข้างถนนหรือในตลาด ร้านอาหาร ร้านค้าขนาดเล็ก บริการซ่อมเครื่องไฟฟ้าและของใช้ต่างๆ ยังมีอยู่จำนวนมากแต่กิจการบริการสมัยใหม่ เช่น ร้านสรรพสินค้า การติดต่อสื่อสารและค้นหาข้อมูลเครื่องมืออีเลกทรอสลนิกส์และการค้าออนไลน์ มีอยู่แพร่หลาย
กิจกรรมต่างๆในภาคบริการของจีน ได้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินการ เช่นมีการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตกันอย่างกว้างขวาง มีโครงสร้างการคมนาคมสื่อสารที่พร้อมมูล มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถการผลิตและการใช้ เทคโนโลยีเหล่านี้จำนวนมาก
เช่นเดียวกับประเทศอื่น การค้าและการเงินในมีสัดส่วนที่สำคัญในภาคบริการในจีน แต่กิจการบริการใหม่ เช่น การติดต่อสื่อสาร การค้นหาข้อมูล และการโฆษณาขายสินค้าบริการบนอินเตอร์เน็ต ได้ขยายตัวอัตราสูง ปัจจุบัน การสื่อสาร การค้าออนไลน์ และการค้นหาข้อมูลของจีน มีบริษัทใหญ่ ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้า ในระดับแนวหน้าของโลกและได้ขยายกิจไปสู่หลายประเทศ บริษัทสื่อสาร การค้า และการค้นหาข้อมูลเหล่านี้ ไม่ได้เป็นผู้ประดิษฐ์เทคโนโลยีแต่รู้จักใช้ เทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของตน โดยมีการปรับปรุง หรือต่อยอด เพื่อใช้ได้โดยสะดวกรวดเร็วขึ้น
กิจกรรมทางด้านการเงินและการค้าในจีนมีการใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างกว้างขวาง การชำระเงิน โอนเงิน ทำได้สะดวกมาก เวลานี้ คนจีนแทบทุกคนมีโทรศัพท์มือถือใช้ประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร ซื้อของและโอนเงินได้ ปัจจุบัน จีนมีปริมาณการค้ามากที่สุดในโลก มีตลาดในประเทศขนาดใหญ่ ที่มีผู้บริโภคมาก และมีการค้าขายกับต่างประเทศปริมาณมาก แต่ละปี การซื้อของ โอนเงิน ไม่ว่าเป็นการซื้อขายภายในประเทศ และระหว่างประเทศ สามารถทำได้โดยสะดวก
กิจกรรมบริการที่มีความสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การท่องเที่ยว จีนเป็นประเทศใหญ่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมาก การคมนาคมที่สะดวก ทำให้การท่องเที่ยวภายในประเทศเจริญเติบโตขึ้นมามาก นอกจากนั้น ด้วยฐานะการเงินและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ละปี มีคนจีน เดินทางออกไปท่องเที่ยวในประเทศต่างๆจำนวนมาก ในบางประเทศ นักท่องเที่ยวจีนสร้างรายได้การท่องเที่ยวจำนวนมาก
เทคโนโลยีสาระสนเทศน์ นำมาใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้มาก และมีการนำมาใช้อย่างกว้างขวาง การโฆษณาแหล่งท่องเที่ยวออนไลน์ การใช้เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ในการแปลภาษาจีนเป็นภาษาต่างประเทศได้ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่รู้ภาษาจีน สามารถรับรู้เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้ดีขึ้น
ในไม่กี่ปีมานี้ เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงมาก รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยให้ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวจีน ไม่ต้องทำวีซ่า นโยบายฟรีวีซ่า ประกอบกับการโฆษณาแหล่งท่องเที่ยวที่ทางอินเทอร์เน็ต ทำให้มีชาวต่างชาติมาเที่ยวในประเทศจีนมาก และมีได้เงินตราต่างประเทศไม่น้อย
การขยายตัวของกิจกรรมการท่องเที่ยว ส่งเสริมเชื่อมโยงสู่ธุรกิจต่างๆเช่น โรงแรม ร้านอาหารและการขายสินค้า อาหารจินมีความอร่อย และมีอยู่หลากหลาย แต่ละภูมิภาคของประเทศ มีอาหารที่มีรสชาติแตกต่างกัน การท่องเที่ยวที่ขยายตัว ทำมห้ร้านอาหารขายดีไปด้วย
กิจกรรมการบรรเทิงในจีน ก็มีการขยายตัวในอัตราสูง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา นอกจากรายการโทรทัศน์สวนกลางแล้ว ในมณฑลจำนวนมากมีรายการโทรทัศน์ของตนเอง ธุรกิจการถ่ายภาพยนต์ สร้างละครก็เจริญเติบโตขึ้น รายการบัยเทิงทางโทรทัศน์ นอกจากมีในประเทศแล้ว ยังเผยแพร่สู่ประเทศอื่น เช่น ประเทศเอเชียตอนออกเฉียงใต้ ที่มีชาวจีนโพ้นทะเลอยู่จำนวนมาก รายการโทรทัศน์ ทั้งสารคดี ละคร และภาพยนตร์จีน จึงมีคนดูมาก ในปีที่ผ่านมาภาพยนตร์เอนิเมชั่น เรื่องหนึ่งของประเทศจีน กลายเป็นภาพยนตร์ยอดนิยมระดับโลกที่มีผู้ชมเป็นจำนวนมาก รายการวันตรุษจีนทางโทรทัศน์ในแต่ละปี ก็มีผู้ชมเรือนร้อยล้านคนทั้วโลก
ในประเทศจีน บริการการศึกษาและสาธารณสุข ก็ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมาก ทางด้านการศึกษา มีการนำสารสนเทศมาใช้อย่างกว้างขวาง การหาความรู้จากโปรแกรมในอินเตอร์เน็ต การสอนทางไกล และการตอบปัญหาทางวิชาการ ทำได้โดยสะดวก รัฐบาลจีนยังมีโครงการเผยแพร่ความรู้ และวัฒนธรรมจีนในต่างประเทศ มีการจัดตั้งสถาบันขงจื๊อ(孔子学院)ในหลายประเทศทั่วโลก สอนภาษาจีนและเผยแพร่วัฒนธรรมจีน นอกจากสอนภาษาจีน ยังมีวีดีทัศน์ด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จีน ที่นักเรียนต่างชาติรับชมด้วย
ทางด้านสาธารณสุข มีการส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้การแพทย์แผนจีน เช่น การใช้ยาสมุนไพร การฝังเข็ม และนวด บางประเทศ ยังมีโรงเรียนสอนความรู้การแพทย์แผนจีนด้วย ในสองทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ มีผู้สนใจศึกษาการแพทย์แผนจีนมากขึ้น
ประเทศจีนมีการจัดประชุมนานาชาติ จัดงานแสดงสินค้า แข่งขันกีฬาหลายครั้งในแต่ละปี การจัดประชุม แสดงสินค้า แข่งกีฬา และกิจกรรมอื่นๆ ก็มีส่วนส่งเสริมการท่องเที่ยวและเผยแพร่วัฒนธรรมจีนด้วย
กิจกรรมในภาคบริการจึงมีส่วนในการสร้างซอฟพาวเวอร์(软实力) ให้แก่ประเทศจีน ทำให้มีคนในต่างประเทศเรียนภาษาจีน และมีความเข้าใจในวัฒนธรรมจีนมากขึ้น
ปัจจุบัน กิจการบริการของจีน เช่น ธนาคาร การค้าออนไลน์ การติดต่อสื่อสาร และการคัรหาข้อมูล ล้วนมีขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของโลก ด้วยปริมาณการค้าสินค้าและบริการ ที่มีมูลค่าสูง ระดับต้นต้นของโลก กิจกรรมภาคบริการ ร่วมกับกิจกรรมในภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ได้สร้างวงจรความรุ่งเรืองในการพัฒนาเศรษฐกิจจีน ให้มีการเจริญยิ่งขึ้น
ปัญหาและข้อจำกัด
แม้ประเทศจีนประสบผลสำเร็จจากการปฏิรูป มีฐานะเศรษฐกิจ ที่สูงขึ้นมาก แต่การปฏิรูปของจีน ต้องเผชิญกับปัญหาหลายประการ ในทศวรรษแรกหลังจากมีการปฏิรูป ผู้ที่ได้รับการโฆษณาชวนเชื่อและการล้างสมองว่า ทุนนิยมระบบตลาดเป็นสิ่งชั่วร้าย และไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงสู้นโยบายระบบตลาดจำนวนมาก ต่อมา เมื่อประชาชนจีนได้เห็นผลดีของการปฏิรูป ผู้ต่อต้านการปฏิรูป จึงลดลงไป
แม้การใช้กลไกตลาดจัดสรรทรัพยากร ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่ก็ทำให้ความเหลื่อมล้ำในรายได้มีมากขึ้น นอกจากนั้น การพัฒนาอุตสาหกรรมยังทำให้เกิดปัญหาสภาพแวดล้อมที่เสื่อมทรามและมีมลภาวะสูงขึ้น ในทศวรรษ 1980 เมื่อระบบสำมะโนครัวคลายความเข้มงวดลง ชาวชนบทจำนวนมากพากันอพยพเข้าเมือง เพื่อหางานทำ แต่โรงงงานอุตสาหกรรม และร้านค้าในเมืองไม่สามารถรับคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด ทำให้คนขนบทจำนวนมากที่ยังงไม่ยอมกลับบ้านนอนข้างถนนเพื่อรอหางานทำ
ในทศวรรษแรกหลังการปฏิรูป รัฐบาลจีน ต้องประสบกับปัญหาหลายประการ พ่อค้า ประชาชนรวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ต่างแสวงหาผลประโยชน์จากการปฏิรูป การปรับขึ้รราคาและค่าแรง ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ก็ทำให้มีเงินเฟ้อมากขึ้น ในกลางปีค.ศ. 1989 มีการชุมนุม เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย ปราบปรามการทุจริตครับชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่นำโดยกลุ่มนักศึกษา จนเกิดเหตุการณ์การปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม ที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ในวันที่ 4 มิถุนายน ที่เรียกกันว่า เหตุการณ์เทียนอันเหมิน(天安门事件) ขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และเศรษฐกิจ จากระบบสังคมนิยสู่ระบบตลาดในสหภาพโซเวียต และประเทศสังคมนิยมในยุโรปตะวันออกในต้นทศวรรษ 1990 ซึ่งเกิดปัญหาเศรษฐกิจหลายอย่างในช่วงต้นของการเปลี่ยนแปลงก็ทำให้ คนจำนวนมากในประเทศจีน เห็นว่า การปฏิรูปสู่ระบบตลาด มีผลร้ายต่อการปกครองระบบสังคมนิยม ประเทศจีนจึงควรหันกลับไปใช้ระบบวางแผนส่วนกลาง ที่สอดคล้องกับระบบสังคมนิยม แทน นโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจสู่ระบบตลาดที่เป็นแนวทางของระบบทุนนิยมในโลกตะวันตก
การเยือนมณฑลภาคใต้ของเติ้งเสี่ยวผิง(邓小平) ผู้นำการปฏิรูปในต้นปีค.ศ.1992 เป็นการตอบกระแสการคัดค้านการปฏิรูปอย่างชัดเจน ในระหว่างการเดินทาง เขาได้เห็นความเจริญทางเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน จึงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การปฏิรูป เป็นแนวทางถูกต้องแล้ว ควรดำเนินต่อไป การเยือนมณฑลทางใต้ของเติ้งนี้ มีผลสำคัญต่อการปฏิรูปในเวลาต่อมา หลังการเยือนของเขาไม่นาน รัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์จีน มีการปรับปรุงนโยบายเศรษฐกิจไปในทิศทางการปฏิรูปที่ชัดเจนขึ้น โดยอ้างคำพูดของเติ้ง ที่กล่าวว่า ”การปฏิรูปของจีนนี้ เป็นระบบสังคมนิยมระบบตลาดที่มีลักษณะพิเศษแบบจีน“ (中国特色社会主义市场经济)
หลังจากนั้น เศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกมากขึ้น แม้ต้องถูกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลกในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียในปีค.ศ.1997-1998 และวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2008-2009 แต่รัฐบาล ใช้นโยบาย เพิ่มการใช้จ่าย ทางด้านการสร้างสิ่งสาธารณูปโภค จนหลีกเลี่ยงความตกต่ำทางเศรษฐกิจได้
การมีรัฐวิสาหกิจไร้ประสิทธิภาพที่อยู่ได้ด้วยการอุ้มชู สร้างภาระทางเศรษฐกิจมาก แต่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจในทศวรรษ1990 และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจทางอุปทาน ก็แก้ปัญหารัฐวิสาหกิจได้ระดับหนึ่ง ในเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นของข้าราชการส่วนกลางและการแสวงหาผลประโยชน์ของราชการท้องถิ่นโดยสมรู้ร่วมคิดกับนักธุรกิจท้องถิ่นสร้างสิ่งสาธารณูปโภค และอาคารบ้านเรือนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้รัฐบาลท้องถิ่น มีหนี้สินมาก รัฐบาลกลางก็ให้รัฐบาลท้องถิ่นชดใช้หนี้สิน ด้วยการออกพันธบัตรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และปลดข้าราชการทั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นที่มีพฤติกรรมทุจริตคอรัปชั่นออกจากตำแหน่งและตัดสินลงโทษจำนวนมาก
จะเห็นได้ว่า ตลอดเวลากว่า 40 ปี ผ่านมา หลังการเปลี่ยนแปลงนโยบายสู่การปฏิรูปและเปิดประเทศ จีนต้องประสบกับปัญหาแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา แต่ก็มีนโยบาย ที่ทำให้ปัญหาคเบาบางลงมาได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนต้องประสบบกับปัญหาบางประการ ที่จนถึงปัจุบัน ยังไม่สามารถแก้ไขได้ สรุปได้ดังนี้ คือ:
ก. การชะลอตัวของการยายตัวทางเศรษฐกิจ
ข. การกีดกันทางการค้าและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ค. ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์
ง. การว่างาน
จ. การเข้าถึงข่าวสารข้อมูลสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ฉ. อาชญากรรมทางไซเบอร์
การชะลอตัวตามเศรษฐกิจ
ตั้งแต่ทศวรรษ 2010 เป็นต้นมา เศรษฐกิจจีนที่มีอัตราขยายตัวสูงมาก มีการชะลอตัวลง ตั้งแต่ปีค.ศ.2020 จนถึงปัจุบัน การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนยิ่งชะลอตัวลงมามาก จีนถูกรุมล้อมด้วยปัญหาหลายอย่าง ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การกีดกันทางการค้าและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ปัญหาการล้มละลายของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ อัตราการว่างานที่สูงขึ้นและความไม่พอใจ ที่มีต่รัฐบาลของบุคคลบางฝ่าย
เมื่อประเทศมีฐานเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น การจะมีอัตราการขยายตัวที่สูงเหมือนแต่ก่อนย่อมทำได้ยากขึ้น การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจากที่มีการขยายตัวเกือบร้อยละ 10 ต่อปีลงมา เหลือร้อยละ 7-8 ต่อปี เป็นเรื่องที่ไม่แปลก ตั้วแต่ปีค.ศ. 2010 เป็นต้นมา เศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวลดลงแทบทุกปี และเมื่อถึงทศวรรษ 2020 ก็ยิ่งมีการขยายตัวลดลงไปมาก แม้รัฐบาลจีนจะประกาศว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ยังอยู่ในระดับร้อยละห้าต่อปี แต่การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ก็สร้างปัญหาหลายอย่าง ทั้งการใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่ ความซบเซาในภาคธุรกิจ และการว่างานที่เพิ่มสูงขึ้น การส่งสินค้าออกของจีน ซึ่งแต่เดิมมีอัตราสูง ได้ลดลงมามาก จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
การขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 5 ต่อปี แม้ไม่ต่ำมาก แต่ตัวเลขร้อยละห้าต่อปีนี้ เป็นตัวเลขเฉลี่ยทั้งประเทศ ประชาชนจำนวนมากอาจมีการขยายตัวทางรายได้ตํ่ากว่านี้มาก บางคมีรายได้ลดลง คนยากจนจำนวนมาก และมีชีวิที่ลำบากขึ้น
การกีดกันทางการค้าและเทคโนโลยี
ในห้าหกปีนี้ จีนต้องเผชิญกับการกีดกันทางการค้าจากประเทศคู่ค้าที่สำคัญ โดยเฉพาะจากอเมริกาที่ขาดดุลการค้ากับจีนมาก ซึ่งนอกจากมีการกีดกันทางการค้าแล้ว ยังกีดกันทางด้านเทคโนโลยี คือ ไม่ส่งสินค้าที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยี เช่น อุปกรณ์กึ่งตัวนำซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดเพื่อสกัดกั้นการการพัฒนาเทคโนโลยีของจีน นอกจากนั้นอเมริกายังชักชวนให้ประเทศพันธมิตรกีดกันจีนด้วย การกีดกันทางเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อจีนมาก แม้พยายามพัฒนาอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นเองได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะพัฒนาขึ้นมาได้ การกีดกันทางการค้าและการกีดกันทางเทคโนโลยี จึงสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจจีน ในช่วงเวลาที่จีนมีสภาวะเศรษฐกิจซบเซาในปัจุบันมาก
ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์
ในเวลาไม่กี่ปีนี้ ในประเทศจีนมีการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนและห้องเช่าเกินความต้องการ บริษัทอสังหาริมทรัพน์ขนาดใหญ่ ต้องประสบกับปัญหาสภาพคล่อง บางรายถึงกับต้องล้มละลายลง ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นภาคเศรษฐกิจใหญ่มีสัดส่วนในผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของจีนสูง ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ จึงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนมาก จนบัดนี้ รัฐยาบยังไม่มีนโยบายในการแก้ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ผล แม้มีนักวิชาการคนหนึ่งที่เสนอให้รัฐบาลใช้งบประมาณรับซื้อบ้านและห้องเช่าเกินความต้องการ แล้วให้คนจนที่ไม่มีเงินซื้อบ้าน หรือเข่าบ้านในค่าเช่าสูง ซึ่งได้แก้ปัญหาทางการเงินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ พร้อมกับช่วยเหลือคนยากจนที่ไม่สามารถซื้อหรือเช่าบ้านได้ และรัฐบาลมีรายได้จากการปล่อยเช่าบ้านด้วย แม้ต้องใช้เวลานาน กว่าจะคืนทุนได้ แต่จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีข่าว การแก้ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วยวิธีการนี้แต่อย่างใด
การว่างงาน
ในไม่กี่ปีนี้ สื่อมวลชนในโลกตะวันตก มีการประโคมข่าการว่างงานที่มีอัตราสูงมากในประเทศจีน บางรายกล่าวว่า คนที่จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในประเทศจีนมีผู้ไม่สามารถหางานได้สูงถึงร้อยละ 20 ขึ้นไป ภาวะการว่างงาน ทำให้คนหนุ่มสาว จำนวนมาก มีความไม่พอใจในรัฐบาล แต่ด้วยเศรษฐกิจชบเซา รัฐบาล ก็ทำอะไรไม่ได้ ปัญหาการว่างงานสูง จึงอาจเป็นปัญหาสังคม ที่จะนำสู่ความไม่สงบในประเทศ สิ่งที่น่าสังเกต คือ รัฐบาลจีน ไม่ได้ประกาศตัวเลขอัตราการว่างงานหลายปีแล้ว ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา การมีภาวะการว่างงานมาก เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ แต่จะมีมากถึงร้อยละ 20-30 หรือไม่นั้นยังไม่สามารถรู้ได้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ปัญหาการว่างานระดับสูงนี้ ถือว่า เป็นปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งที่รัฐบาลจีน ยังไม่สามารถแก้ไขได้ในปัจจุบัน
การเข้าถึงข่าวสารข้อมูลในสภาพเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
ปัญหาอีกอย่างนึงที่ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่พอใจในรัฐบาลจีน ก็คือการควบคุมการแสดงความคิดเห็น ที่เป็นพวกปรปักษ์ ต่อรัฐบาลที่เข้มงวด และลงโทษผู้ฝ่าฝืนรุนแรง ประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ถูกลงโทษด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ถูกเจ้าหน้าที่รัฐตรวจสอบ ถูกปลดออกจากงาน หรือถูกคุมขัง สื่อมวลชนที่เสนอข้อมูลข่าวสาร ที่วิจารณ์รัฐบาล หรือที่รัฐบาลเห็นว่า ขัดกับความมั่นคงของประเทศ จะถูกลงโทษ โดยการห้ามเสนอข่าว หรือถูกปลดออกจากงาน
หลังจากเหตุการณ์การปราบปรามการชุมนุมประท้วงรัฐบาล ที่เทียนอานเหมิน ในปีค.ศ. 1989 ในประเทศจีน การชุมนุมประท้วงรัฐบาลเกิดขึ้นน้อยมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะรัฐบาล มีการควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดการชุมนุมประท้วง แต่สาเหตุของการปราศจากการชุมนุมประท้วงในประเทศจีน อาจเป็นเพราะว่าแม้มีประชาชนบางส่วนที่ไม่พอใจในสภาพความเป็นอยู่ของตนเอง แต่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ยังมีความพอใจต่อการพัฒนาประเทศ จากนโยบายรัฐบาลในเรื่องต่างๆ
นักการเมืองและนักวิชาการ บางคนเห็นว่า การจะรักษาผลของการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน ต้องมีการปฏิรูปทางการเมือง ผู้นำประเทศในอดีต เช่น เติ้งเสี่ยวผิง(邓小平) และวุนเจียเป่า(温家宝) ก็เคยแสดงความคิดเห็นในลักษณะนี้ แต่การปฏิรูปรูปทางการเมืองในประเทศจีนคงทำได้ไม่ง่ายนัก รัฐบาลในสมัยต่างๆมักรักษาอำนาจการปกครองของตนเองและให้ความสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองโดยมีการควบคุมที่เข้มงวด และมีความเชื่อว่า หากปล่อยให้ประชาชนมีเสรีภาพเต็มที่อย่างประเทศในโลกตะวันตกแล้ว จะทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคม และความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลจีน จึงมีการจัดระเบียบสังคมที่เข้มข้นกว่าประเทศในโลกตะวันตก และถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยนักการเมืองและสือมวลชนในโลกตะวันตกในเรื่องนี้
ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น และการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับต่างๆเป็นสิ่งที่สร้างความไม่พอใจ และกล่าวขวัญกันมากในประเทศจีน การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลที่นำโดยประธานาธิบดีสีจิ้นผิง แม้เป็นสิ่วที่ได้รับความนิยมจากประชาชน ลก็ถูกวิพากวิจารณ์ว่า เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ขจัดผู้ไม่ร่วมมือกับเขาทางการเมือง และแต่งตั้งคนที่เป็นพวกของรัฐบาลขึ้นมาแทน การเผยแพร่ข่าวสารสุนทรพจน์และคำพูดสีจิ้นผิงบ่อยครั้งในสื่อมวลชนจีน ก็ถูกสื่อมวลชนตะวันตกกล่าวหาว่าเป็นการโฆษณาเพื่อเรียกร้องความนิยมประชาชน เฉกเช่นเหมาเจ๋อตง
ในปีค.ศ. 2018 สมัชชาประชาชนจีนอนุมัติให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ กำหนดให้ประธานาธิบดีอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง หลังจากครบวาระตำแหน่ง 10 ปี ก็ถูกตำหนิโดยสื่อมวลต่างประเทศว่า เป็นการแสดงเจตนาของสีที่จะครองอำนาจรัฐต่อไป ส่วนการดำรงตำแหน่งห้องเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานกรรมาธิการทหารที่ประธานาธิบดีสี ก็ดำรงตำแหน่งอยู่นั้น ในรัฐธรรมนูญ ไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่จะต้องพ้นจากตำแหน่งแต่อย่างใด สีจิ้นผิงจึงยังคงมีอำนาจในการควบคุมรัฐบาลได้ หลังครบวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปีค.ศ. 2022







