สถานการณ์บ้านเมืองเช่นปัจจุบันคนเราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข

สถานการณ์บ้านเมืองเช่นปัจจุบันคนเราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
พระไพศาล วิสาโล
ตามหลักพระพุทธศาสนาคนเราจะมี ความสุขได้อยู่ที่ ” ใจ “ อากาศ สิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งสุขภาพก็มีส่วน แต่ไม่ใช่เรื่องหลัก เพราะว่าคนที่เจ็บป่วยเขาก็มีความสุขได้ อาตมาเองรู้จักผู้ที่เจ็บป่วยหลายคน บางคนบอกว่าโชคดีที่เป็นมะเร็ง เพราะมะเร็งทำให้เขาเห็นคุณค่าของชีวิต รู้จักและเข้าถึงธรรมะ ถ้าไม่ป่วยเขาก็ยังคงใช้ชีวิตแบบปล่อยปละละเลย ขาดการเรียนรู้ อยู่อย่างประมาท
มีนักศึกษาคนหนึ่งเป็นลิวคีเมีย (มะเร็งเม็ดเลือดขาว) หลังจากที่ป่วยด้วยโรคนี้แกบอกว่าโรคมะเร็งได้นำพาสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตของแกมากมาย เพราะทำให้ได้รู้จักกับพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง
ได้เห็นความรักที่บริสุทธิ์แท้จริงจากพ่อแม่ ทำให้มีเวลาอ่านหนังสือ และมีเวลาหยุดคิด แกบอกว่า
หากไม่มีโรคมะเร็งเข้ามาในชีวิตนั้น ผมจะเป็นเพียงแค่เด็กผู้ชายอายุ ๒๑ ปีที่ใช้ชีวิตที่หอพัก ตื่นเวลาบ่ายสามโมง รอเวลากินเหล้ากับเพื่อน หลับ และตื่นขึ้นมาใหม่ ใช้ชีวิตอย่างไม่นึกถึงคนอื่น ไม่มองคนรอบข้าง ใช้ชีวิตอย่างประมาท และไม่รู้จักระวัง
อาตมาเคยพาอาสาสมัครไปเยี่ยมผู้ ป่วยระยะสุดท้าย มีคนหนึ่งได้พบเด็กหญิงอายุ ๑๔ เป็นมะเร็งสมอง หน้าตาแกสดใสมาก แต่ศีรษะไม่มีผมแล้วเพราะถูกฉายแสง คุยไปคุยมาแกก็บอกว่าโชคดีนะที่ไม่ได้ป่วยเป็นมะเร็งในมดลูก มีญาติคนหนึ่งป่วยด้วยโรคนี้ เจ็บปวดทรมานอย่างมาก แกว่าแกโชคดีที่เป็นแค่มะเร็งสมอง แกไม่มีท่าทางทุกข์ร้อนเลย เห็นไหมว่าทุกสิ่งทุกอย่างจึงอยู่ที่มุมมอง
มีอีกตัวอย่างหนึ่ง ผู้หญิงคนนี้ป่วยเป็นธาลัสซีเมียตั้งแต่เกิด หมอวินิจฉัยว่าน่าจะมีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 20 ปี แต่ตอนที่ให้สัมภาษณ์อายุเกือบ 30 ปีแล้ว ผู้ป่วยคนนี้ให้แง่คิดที่ดีว่า ถึงแม้ว่าเลือดเธอจะจาง แต่เธอก็ยังมีตาเอาไว้มองสิ่งสวยงาม ยังมีจมูกไว้ดมกลิ่นหอม ยังมีปากไว้กินอาหารอร่อยๆได้ แล้วยังมีร่างกายที่ทำอะไรได้อีกหลายอย่าง แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่เธอจะมีความสุข
“ความสุข” จึงเป็นเรื่องของใจและมุมมอง ตราบใดที่เรายังมองไม่เป็น ก็จะไม่เห็นความสุข อาตมาอยากจะบอกว่าความสุขนั้นอยู่กับเราตลอดเวลา แต่เรามองไม่เห็นเพราะชอบมองและจดจ่อกับสิ่งที่เรายังไม่มี หรือสิ่งที่เราเคยมีแต่เสียไป







