INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เหงาจังเลย

1246115709

เหงาจังเลย
เหงาจังเลย อยู่บ้านทั้งวัน ได้แค่ไปซื้อของใช้ประจำวันและอาหาร ตั้งแต่มีประกาศภาวะฉุกเฉิน หยุดกิจการต่างๆให้ประชาชนอยู่บ้าน ไม่ให้เดินทางไปที่ต่างๆ นับเป็นเวลาประมาณเกือบ ๑ เดือนแล้วทำให้ ถนนว่าง ตลาดว่าง มีที่จอดรถเพียงพอ ไม่ต้องลุ้นแบบตอนเหตุการณ์ปกติ ตอนนี้ รู้สึกเคยชินกับความว่างๆ เหมือนกับสมัยเมื่อหลายสิบปีก่อน ทำให้คิดถึงความหลัง ที่ผ่านมา
จะด้วยจากผลของการเสนอข่าวของทางการอย่างทั่วถึง และเน้นถึงอันตรายของ เชื้อ โควิด ๑๙ ทำให้ผู้คนที่นี่ ใส่หน้ากากอนามัยกันทั่วหน้า เรียกว่า ใส่กัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ว่าได้ มีไม่ใส่บ้าง ณ สถานที่ออกกำลังกาย ที่เดิน วิ่งและขี่จักรยาน แต่ก็เป็นสถานที่โล่ง ผู้คนเบาบาง ดูแล้วค่อนข้างปลอดภัยจากเชื้อดังกล่าว เพราะเวลาเหนื่อย ต้องหายใจแรงๆ ถ้าจะปิดจมูกโดยหน้ากากอนามัยก็จะทำให้ คาร์บอนไดออกไซด์ที่เราหายใจออกมาเข้าไปในร่างกายอีก ซึ่งคงจะไม่ดีแน่ อย่างไรก็ตาม ผมก็เหมือนคนไทยอีกหลายๆคน ที่ใจจดจ่อกับการแถลงข่าว โควิด๑๙ เวลา ๑๑.๓๐ น. เป็นประจำทุกวัน
ตั้งแต่ใส่หน้ากากอนามัย ผม เห็นสาวๆ หลายๆคน สวย มีเสน่ห์มากกว่าตอนที่เหตุการณ์ปกติ เพราะเขาต้องปิดบังบางส่วนของใบหน้า ทำให้เรา เห็นเฉพาะดวงตาซึ่งกลม โต ดำขลับ ทำให้เกิดจินตนาการว่า เป็นคนสวย และส่วนใหญ่จะมีหุ่นดี แต่มีข้อเสียที่ว่า เขาเหล่านั้น ไม่ได้มาคนเดียว มักจะมาเป็นครอบครัว หรือมีเจ้าของเดินขนาบแนบข้างมาด้วย แต่ผู้หญิงตาดุๆหรือมาดเข้มๆ มักจะขับรถเก๋งคันโตมาคนเดียว ก็ได้แต่แอบมองเขา ลำพังตัวเอง ก็ไม่ค่อยจะมีชีวิตรอดอยู่แล้ว
คันจับ( handle )ของรถเข็นในตลาดซุปเปอร์มาร์เก็ต เหนียวเหนอะด้วยแอลกอฮอล์ คิดว่า คนที่ใช้รถเข็นก่อนเราคงจะกลัว โควิด ๑๙ ติดค้างอยู่ที่คันจับ เลยเอาแอลกอฮอล์ละเลงก่อนที่จะเข็นเข้าไป shopping ทำให้สงสัยอยู่เหมือนกันว่า แอลกอฮอล์ ที่บริการฉีดฆ่าเชื้อนั้น ทำไมต้องผสมเจล เหนียวๆ ไม่เหมือนแอลกอฮอล์ที่ใช้ล้างแผลในสมัยก่อนที่เทใส่มือ แล้วระเหยแห้งไปเอง
เนื่องจากต้องอยู่บ้าน ไปไหนไม่ได้ เห็นโค๊กวางขายในตลาด super market เป็นกระป๋อง ซึ่ง pack เป็นชุดๆละ ๖ กระป๋อง ด้านหน้า pack เขียนไว้ว่า ๕ + ๑ฟรี ผมเห็นว่า เขาคงจะขายแค่ ๕ กระป๋อง และแถม ๑ กระป๋อง ก็ดีเหมือนกัน เอามานั่งดื่มที่บ้านเย็นๆ หวานๆ แต่เขาติดราคาไว้ ๗๒ บาท ลองหารดูแล้ว ถ้าเป็น ๕ กระป๋องไม่ลงตัว น่าจะเป็น ๖ กระป๋องๆละ ๑๒ บาท จึงสงสัย ที่เขียนว่า ๕+๑ฟรี นั้น เขียนหลอกเราเล่นหรือเปล่าก็ไม่รู้
เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ ๔ ของประเพณีปีใหม่ของชาวล้านนา เรียกว่าวันปากปี๋ (วันปากปี) ถือเป็นวันแรกของปี คนล้านนาจะกินแกงขนุนกันทุกครอบครัว ภาษาชาวบ้านเรียกว่า แก๋งบ่าหนุน เพื่อจะได้หนุนชีวิตให้เจริญก้าวหน้า นอกจากนั้น ก็เอาข้าวมาปั้นเป็นก้อน จำนวน ๙ ก้อน หรือ ตามแต่อายุของแต่ละบุคคลนำไปถวายแก่พระประธานหรือพระสงฆ์ในพระวิหาร (จากประเพณีล้านนา สำนักหอสมุด กับสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
เป็นเพราะ สถานการณ์โควิด ๑๙ ทำให้ต้องงดการชุมนุมที่หนาแน่น จึงไม่มีกิจกรรมนี้ที่วัดใกล้ๆบ้าน บ้านข้างๆของผม ซึ่งเป็นคนเมือง จึงตั้งโต๊ะหน้าบ้านแต่เช้ามืดในวันที่ ๑๖ ดังกล่าว เพื่อนำแกงขนุน ข้าวปั้น และไข่ต้มใส่ถุง แจกแก่เพื่อนบ้านเรือนเคียง และคนที่ผ่านไปมา ซึ่งบ้านผม ก็ได้รับมา ๑ ถุงใหญ่ อนุโมทนาด้วยครับ เราจะเดินไปด้วยกัน เพื่อนบ้านคนนี้ เป็นเพื่อนที่เดินออกกำลังตอนเช้าตรู่ทุกๆวัน
ถ้าแกงขนุนสามารถหนุนชีวิตให้เจริญก้าวหน้าได้ ผมขอน้ำพริกหนุ่มอีกถ้วยหนึ่ง จะได้หนุ่มตลอดกาล ถ้าให้ดี ก็แกงฮังเล แกงโฮะ และแกงแค เพื่อให้ชีวิตรื่นรมย์มากๆ อันที่จริง เรื่องเคล็ด ชื่ออาหารหรือต้นไม้ นี้ เราถนัดมาก เช่นปลูกขนุนไว้หลังบ้าน จะได้หนุนให้เจริญก้าวหน้า ปลูกลั่นทม ชื่อไม่เป็นมงคล เปลี่ยนเป็นลีลาวดี ก็ปลูกหน้าบ้านให้สวยงามเลย ตัวเลขก็เช่นเดียวกัน เก้าเป็นเลขมงคล แต่หก( ๖ ) แย่หน่อย เดี๋ยวหัวหกก้นขวิด
อีกเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับตลาดศิริวัฒนา หรือตลาดธานินทร์ ตั้งอยู่ที่ถนนช้างเผือก เมืองเชียงใหม่ ถ้าจะสังเกต จะเห็น ธนาคารกสิกรไทย สาขาช้างเผือกอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาดธานินทร์ ตลาดนี้ ชาวเชียงใหม่ รู้จักดี เพราะไปซื้ออาหารทั้งสดและแห้ง กับอาหารพื้นเมืองที่เป็นของฝาก เช่นไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ฯลฯ เป็นตลาดที่เปิดจนถึงค่ำๆอีกตลาดหนึ่ง ถ้าไม่ไปในชั่วโมงเร่งด่วน ก็พอจะหาที่จอดรถได้ไม่ยาก เพราะรถจอดซื้อของไม่นานก็กลับบ้านกัน
ที่น่าสนใจของตลาดนี้ คือการปรับระบบให้เข้ากับสถานการณ์โรคระบาด โควิด ๑๙ เป็นอย่างดี ก่อนอื่นนั้น ในระยะแรกๆ ได้มีประกาศโฆษณาเป็นระยะๆว่าทุกคนที่เข้ามาในตลาด ไม่ว่าคนซื้อ หรือ คนขาย ต้องสรวมหน้ากากอนามัยทุกคน เรื่องที่ ๒ นั้น ตลาดเอาแผงรั้วมากั้นรอบๆตลาด ที่ก่อนหน้านี้เดินเข้าออกได้สบายๆ แต่ตอนนี้มีทางเดินเข้าไป ๒-๓ ทาง ด้านหน้าของทางเดินนี้ ได้ตั้งอ่างน้ำและสบู่เหลวไว้ให้ลูกค้าล้างมือ ทั้งก่อนและหลังเข้าตลาด และประเด็นที่ชอบมากๆ คือการทำแผ่นพลาสติกใส คล้ายกระจก กั้นหน้าแผงขายของเป็นแถวยาวตลอดแนวทุกแผงและทุกแถวเป็นลักษณะถาวร ทำให้ลูกค้าเอื้อมมือไปเลือกสินค้าไม่ได้ และเป็นการป้องกันสารคัดหลั่งไม่ให้ ฟุ้งไปสัมผัสกับสินค้าจากการพูด การจาม หรือไอ ฯลฯ ของลูกค้า นับว่าเป็นสิ่งที่ดี คิดว่าทางตลาดหรือผู้ค้าเจ้าของแผง น่าจะเช็ดล้างแผงพลาสติกนั้น บ่อยๆในแต่ละวัน
สำหรับผม ส่วนใหญ่แล้ว ไปซื้ออาหารและของใช้ที่ตลาดรวมโชค ซึ่งมีร้าน Topsและจากบ้านไปสะดวก ช่วงนี้ หาที่จอดรถได้ง่าย สำหรับผลไม้ บางครั้งก็ไปตลาดที่อยู่หลังคณะเกษตร มช. ใครพบเห็น ก็คงไม่ได้ทักทาย เพราะจำกันไม่ได้ เห็นแต่หน้ากากอนามัย ช่วงนี้เลยไม่ค่อยได้สนใจการแต่งตัว เพียงแค่ปกปิดร่างกายด้วยเสื้อผ้าที่สะอาดๆ ก็ไปเดินได้แล้ว ถ้าพบเห็นคนๆนี้ คือชายแก่ คนหนึ่งที่เคยหนุ่มมาก่อน ก็ทักทายได้ครับ
มีหญิงไทยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขาและลูกๆ โทรมาคุยกับผมบ่อยๆ เพราะเขาเป็นลูกและหลานผมเอง เขาเคยเล่าว่า แม่สามีเพิ่งจะกลับจากเดินทางไปเท็กซัส กลับมาถึงบ้าน ยังไม่ให้เจอหลานๆ เพราะอยากให้แม่สามีเก็บตัวเอง ๑๔ วันก่อน ซึ่งเป็นความคิดที่ดี แต่ไม่ทราบว่า ความคิดนี้จะสำเร็จ ราบรื่น หรือไม่
ผมคิดว่า โควิด๑๙ ทำอะไรผมไม่ได้ ไม่ใช่จะเก่งอะไรหรอกครับ เพียงแค่ พยายามอยู่บ้าน ไม่ไปไหน ไม่ไปเจอกับโควิด ๑๙ เลือกพบกับความเหงา แล้วระบายออกเป็นตัวอักษรบ้าง เท่านั้นเอง
บู๊ คนเคยหนุ่ม
เชียงใหม่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๓

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *