INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เกมเลื่อนบอมบ์: ทำไมทรัมป์ถึงไม่โจมตีอิหร่าน (อีกครั้ง)

5912385074682302123546

เกมเลื่อนบอมบ์: ทำไมทรัมป์ถึงไม่โจมตีอิหร่าน (อีกครั้ง)

ทหารประชาธิปไตย

 

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศบน Truth Social ว่าได้ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านที่ “กำหนดไว้” สำหรับวันรุ่งขึ้น โดยอ้างว่าได้รับการร้องขอจากผู้นำกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ทรัมป์ได้เลื่อนและยกเลิกการโจมตีมาแล้วไม่ต่ำกว่าครึ่งโหล รูปแบบที่ซ้ำๆ นี้เผยให้เห็นความจริงที่ลึกกว่าคำประกาศบนโซเชียลมีเดียมาก

◼  กลุ่มอาหรับ: ขอร้อง หรือ ปฏิเสธ?

สาระสำคัญที่ถูกรายงานน้อยเกินไปคือ กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับออกมา ไม่ยืนยัน คำกล่าวของทรัมป์ กาตาร์ระบุเพียงว่า “จุดยืนของตนได้สื่อสารชัดเจนกับวอชิงตันแล้ว” โดยไม่กล่าวถึงการร้องขอดังกล่าวโดยตรง ยิ่งกว่านั้น Wall Street Journal รายงานว่าเจ้าหน้าที่อ่าวฯ จากบางประเทศที่ทรัมป์กล่าวอ้างถึง ระบุว่าพวกเขา

“ไม่ทราบถึงแผนโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้น” และทรัมป์เองก็ยอมรับว่า “ผมไม่ได้บอกพวกเขา”

“ทุกฝ่ายต้องการความคลุมเครือ ทรัมป์ต้องการข้ออ้าง อ่าวฯ ต้องการระยะห่าง อิหร่านได้เวลาหายใจ”

ความจริงเบื้องหลังคือ กลุ่มอ่าวฯ สื่อสาร “ความกังวล” อย่างเป็นส่วนตัวผ่านช่องทางทูต แต่ปล่อยให้ทรัมป์ยกชื่อพวกเขาในที่สาธารณะ แล้วจึงออกมา “ไม่ยืนยัน” เพื่อรักษาความเป็นกลางกับอิหร่าน นี่คือการทูตแบบ plausible deniability ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน

◼  ทรัมป์ต้องการอะไรจริงๆ?

ทรัมป์กล่าวว่าตนเองอยู่ห่างจากการตัดสินใจโจมตีเพียง “ชั่วโมงเดียว” ก่อนถูกโน้มน้าวให้ถอย คำกล่าวนี้เป็นการแสดงความแข็งกร้าวในระดับภาษา ไม่ใช่ในระดับปฏิบัติการ เพราะสงครามอิหร่านกำลังทำร้ายเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในเวลาเดียวกัน น้ำมันดิบพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟ้อกลับมา และผลสำรวจบ่งชี้ว่าสงครามนี้กำลัง

ไม่เป็นที่นิยม การโจมตีพลังงานของอิหร่านซ้ำอีกรอบจะยิ่งผลักดันราคาน้ำมันสูงขึ้น และทำลายความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจของทรัมป์เองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

ดังนั้น สิ่งที่ทรัมป์ต้องการจริงๆ คือ ทางออกที่ดูเหมือนชนะ ไม่ใช่การชนะทางทหารที่แท้จริง การอ้างว่า “พันธมิตรอ่าวฯ ขอร้อง” จึงเป็นเครื่องมือ PR ที่สมบูรณ์แบบ เขาดูเหมือนผู้นำที่ “เมตตา” ตอบสนองต่อพันธมิตร ไม่ใช่ผู้แพ้ที่ล่าถอยต่ออิหร่าน

◼  อิหร่านกับข้อเสนอ 14 ประเด็น

อิหร่านยื่นข้อเสนอแก้ไข 14 ประเด็นต่อคนกลางปากีสถาน แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้มีการยินยอมสำคัญในจุดที่ยังขัดแย้งกัน โดยเฉพาะเรื่องการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ซึ่งยังคงเป็นใจกลางของความชะงักงัน เตหะรานยืนยันสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการ “ศูนย์เสริมสมรรถนะ” (zero enrichment) อย่างแน่วแน่ แต่ข้อเรียกร้องอื่นๆของสหรัฐมันดูเหมือนคำขาดสำหรับผู้แพ้มากกว่าข้อเสนอเพื่อเจรจา

ส่วนช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นไพ่ใบสำคัญ การจราจรผ่านช่องแคบซึ่งปกติส่งผ่านน้ำมัน 20% ของโลก ยังถูกจำกัดอยู่ ทุกฝ่ายรู้ดีว่าการเปิดช่องแคบเต็มรูปแบบจะเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการหยุดยิงใดๆ แต่ทั้งสองฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายยอมก่อน นอกจากนี้อิหร่านยังเพิ่มความกังวลด้วยการพูดถึงการเรียกค่าบริการผ่านทางของสายเคเบิลใยแก้วใต้น้ำที่ผ่านฮอร์มุซ

แต่นั่นยังไม่ใช่ประเด็นที่ทรัมป์เลื่อนการโจมตี เพราะมีแหล่งข่าวจากตะวันออกกลางอ้างว่าทรัมป์และเนทันยาฮูกำลังสร้างสถานการณ์เพื่อให้รัฐอ่าวเข้าร่วมในสงคราม ด้วยการใช้ฐานลับในอิรัคโจมตีประเทศเหล่านั้น แล้วโยนความผิดให้อิหร่าน

◼  บทสรุป: สงครามที่ไม่มีใครอยากชนะ

รูปแบบที่เกิดซ้ำตั้งแต่มีนาคมถึงพฤษภาคม 2568 สะท้อนความจริงที่แข็งกว่าคำแถลงการณ์ใดๆ คือ ไม่มีฝ่ายใดต้องการยกระดับอย่างเต็มรูปแบบ สหรัฐฯ ไม่อยากรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจของสงครามเต็มๆ อิหร่านไม่อยากสูญเสียโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่เหลืออยู่ กลุ่มอ่าวฯ ไม่อยากเป็นเป้าโดรนจากอิรักและเยเมน และจีนต้องการน้ำมันราคาถูก ไม่ใช่ฮอร์มุซที่ปิดแม้ขณะนี้จะไม่ได้ปิดตาย

ภายใต้พื้นผิวของคำขู่และคำประกาศ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือการเจรจาผ่านระเบิด ทั้งสองฝ่ายกำลังค้นหาสูตรที่ทำให้ทรัมป์ดูเหมือนชนะ และทำให้อิหร่านรอดจากการถูกโค่นล้มระบอบ โดยที่ฮอร์มุซกลับมาเปิด ราคาน้ำมันลด และโลกหายใจได้อีกครั้ง

คำถามคือ ใครจะยอมก่อน ในเกมที่ทุกคนแกล้งทำเป็นว่ากำลังจะกดปุ่ม แต่ไม่มีใครอยากกด

 

บทความนี้อิงข้อมูลจาก Al Jazeera, CNN, CNBC, Wall Street Journal และ Euronews ณ วันที่ 19–21 พฤษภาคม 2568

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *