ถนนทุกสายมุ่งสู่ปักกิ่ง

ถนนทุกสายมุ่งสู่ปักกิ่ง
All Roads Lead to Beijing
ศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วิรุฬหผล
วิเคราะห์การเปลี่ยนขั้วอำนาจโลกในยุคหลังเสรีนิยม
— ◆ —
ในยุคจักรวรรดิโรมัน มีสุภาษิตที่โลกจดจำมาสองพันปีว่า omnes viae Romam ducunt — ถนนทุกสายมุ่งสู่โรม ไม่ใช่เพราะโรมสร้างถนนมากที่สุด แต่เพราะโรมคือศูนย์กลางของอำนาจ กฎหมาย ความชอบธรรม และการค้าโลก ใครต้องการอยู่รอด ต้องการเติบโต หรือต้องการเจรจา ทุกคนต้องเดินทางมาที่นี่
วันที่ ๑๙–๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ปักกิ่งต้อนรับแขกรายที่สองในสัปดาห์เดียวกัน หลังจากสีจิ้นผิงเพิ่งส่งโดนัลด์ ทรัมป์ขึ้นเครื่องกลับวอชิงตัน วลาดิมีร์ ปูตินก็ลงจากบันไดเครื่องบินสู่พรมแดงที่สนามบินปักกิ่ง เยาวชนจีนโบกธงรัสเซียแทนธงดาวและแถบ สองผู้นำมหาอำนาจที่กำลังขัดแย้งกันทางอ้อม ต่างยอมมาหาคนคนเดียวกัน ณ สถานที่เดียวกัน ภายในเวลาห่างกันไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์
“ไม่มีใครมาขอความช่วยเหลือจากจีนทุกคนมาเพราะพวกเขาต้องการจีน”
นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญทางการทูต แต่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าระเบียบโลกกำลังเปลี่ยนขั้วอำนาจ บทความนี้วิเคราะห์ว่าเหตุใดปักกิ่งจึงกลายเป็นจุดบรรจบใหม่ของถนนทุกสายในศตวรรษที่ ๒๑ และข้อจำกัดของอำนาจนั้นคืออะไร
— ◆ —
๑. โครงสร้างอำนาจที่เปลี่ยนไป: จากวอชิงตันสู่ปักกิ่ง
◆ รากฐานของ Pax Americana
ระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สองถูกสร้างบนฐานสองเสา ได้แก่ กำลังทหารสหรัฐอเมริกา และดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองโลก ใครต้องการค้าขายระหว่างประเทศต้องผ่านระบบ SWIFT ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลสหรัฐ ใครต้องการพลังงานต้องซื้อด้วยดอลลาร์ผ่านตลาดที่วอชิงตันกำกับดูแล ความสามารถในการคว่ำบาตรจึงกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังกว่าหัวรบนิวเคลียร์ เพราะทำลายเศรษฐกิจประเทศใดก็ได้โดยไม่ต้องยิงกระสุนแม้แต่นัดเดียว
แต่ระบบนั้นมีข้อสมมติฐานที่ซ่อนอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือไม่มีตลาดทางเลือกที่ใหญ่พอ ไม่มีผู้ซื้อรายใหญ่พอ และไม่มีระบบการเงินทางเลือกที่น่าเชื่อถือพอ ข้อสมมติฐานนั้นกำลังพังทลาย
◆ จีนในฐานะตลาดที่ขาดไม่ได้
เมื่อจีนกลายเป็นผู้นำเข้าสินค้าและพลังงานรายใหญ่ที่สุดในโลก สมการอำนาจก็เปลี่ยนไปโดยพื้นฐาน ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียไม่มีทางแทนที่ตลาดจีนได้ ผู้ส่งออกธัญพืชอย่างรัสเซียและออสเตรเลียต้องคำนึงถึงความต้องการของปักกิ่งก่อนใคร บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่ต้องการส่วนแบ่งตลาด ๑.๔ พันล้านคน ไม่อาจเพิกเฉยต่อกฎเกณฑ์ของจีนได้
อำนาจแบบใหม่นี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังทหาร แต่ขึ้นอยู่กับ ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และนั่นทำให้มันแข็งแกร่งกว่าในแง่ของความยั่งยืน เพราะใครก็ตามที่ต่อต้านต้องยอมรับต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ตัวเองรับไม่ไหว
— ◆ —
๒. สัปดาห์ที่เปิดเผยทุกอย่าง: ทรัมป์และปูตินมาหาสีในเวลาเดียวกัน
◆ ทรัมป์: มาด้วยตรรกะตลาด
การเยือนของโดนัลด์ ทรัมป์บอกเล่าสาระสำคัญด้วยองค์ประกอบของคณะผู้ติดตาม ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ความมั่นคง ไม่ใช่ผู้บัญชาการทหาร แต่คือผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยี สถาบันการเงิน อุตสาหกรรมการบิน และห่วงโซ่อุปทานโลก คณะนี้บอกชัดเจนว่าวอชิงตันมาด้วยเป้าหมายเพียงประการเดียว คือการเข้าถึงตลาด
ผลลัพธ์ที่ประกาศออกมา ได้แก่ สัญญาซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐ ๑๗,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ต่อปี คำสั่งซื้อเครื่องบิน Boeing ๒๐๐ ลำ และกำหนดการพบกันอีกครั้งของสีในวอชิงตันเดือนกันยายน ทรัมป์ได้ตัวเลข สีได้เวลา และจีนยังคงถือไพ่ทางโครงสร้างไว้ในมือ
◆ ปูติน: มาด้วยตรรกะความอยู่รอด
เมื่อปูตินมาถึงปักกิ่งเพียงไม่กี่วันหลังทรัมป์ ภาพที่เกิดขึ้นคือภาพสะท้อนอย่างจงใจ พรมแดงเหมือนกัน วงดนตรีทหารเหมือนกัน แต่ต่างกันที่เนื้อหาและอำนาจต่อรองอย่างสิ้นเชิง
คณะของปูตินคือภาพของรัฐที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร ประกอบด้วยผู้บริหารพลังงาน เจ้าหน้าที่ความมั่นคง นักวางแผนอุตสาหกรรม มอสโกมาด้วยความต้องการหลักประกันว่าปักกิ่งไม่ได้แปรพักตร์ไปหลังจากทรัมป์มาเยือน ปูตินต้องการ briefing โดยตรงว่าสีพูดอะไรกับทรัมป์จริงๆ และต้องการความมั่นใจว่าน้ำมันรัสเซียจะยังคงไหลเข้าจีนต่อไปในราคาที่รัสเซียรับได้
📌 ความแตกต่างที่สำคัญที่สุด: ทรัมป์มาขอโอกาส ปูตินมาขอความอยู่รอด — และจีนมีสิ่งที่ทั้งคู่ต้องการ
— ◆ —
๓. ตารางเปรียบเทียบ: ใครต้องการจีนแค่ไหน
| ประเทศ / ฝ่าย | ต้องการอะไรจากจีน | จีนได้อะไร | อำนาจต่อรอง |
| สหรัฐอเมริกา | ตลาด 1.4 พันล้านคน, ห่วงโซ่อุปทาน, เสถียรภาพการค้า | เทคโนโลยีขั้นสูง, ตลาดส่งออก, ป้องกัน Decoupling | ปานกลาง |
| รัสเซีย | ตลาดน้ำมัน, เทคโนโลยีทดแทนตะวันตก, เงินหยวน | พลังงานราคาถูก, ดุลยภาพต่อสหรัฐ | ต่ำ |
| อิหร่าน | ตลาดที่ไม่คว่ำบาตร, การทูต, เทคโนโลยี | น้ำมันราคาพิเศษ, อิทธิพลตะวันออกกลาง | ต่ำมาก |
| Global South | ทุน BRI, เทคโนโลยีราคาถูก, ไม่มีเงื่อนไขการเมือง | ทรัพยากร, โหวต UN, ตลาดเกิดใหม่ | ปานกลาง |
— ◆ —
๔. ห้าเหตุผลที่ถนนมุ่งสู่ปักกิ่ง
◆ เหตุผลที่ ๑ — จีนคือผู้ซื้อที่ขาดไม่ได้
จีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดในโลก นำเข้าธัญพืชมากที่สุด เป็นผู้ซื้อแร่ธาตุสำคัญรายใหญ่ที่สุด และเป็นตลาดปลายทางของสินค้าอุตสาหกรรมทั่วโลก ในทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อผู้ซื้อรายใดมีขนาดใหญ่พอที่จะกำหนดราคาตลาด อำนาจต่อรองย้ายมาอยู่ฝ่ายผู้ซื้อ ไม่ใช่ผู้ขาย ความจริงข้อนี้เห็นได้ชัดในกรณีของรัสเซีย ซึ่งขายน้ำมันให้จีนในราคาลดพิเศษมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ เพราะไม่มีทางเลือกอื่น
◆ เหตุผลที่ ๒ — Belt and Road กับเครือข่ายพึ่งพา
โครงการ Belt and Road Initiative หรือ BRI คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ประเทศผู้รับต้องเชื่อมต่อกับจีน ไม่ใช่กับระบบตะวันตก ท่าเรือที่จีนสร้าง ถนนที่จีนวางระบบ เครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้ Huawei ทั้งหมดนี้สร้างเส้นทางที่นำไปสู่ปักกิ่ง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา และเอเชียกลาง BRI ได้สร้างเครือข่ายการพึ่งพาที่ทำให้ประเทศเหล่านี้ยากที่จะแยกตัวออกจากจีนโดยไม่เสียต้นทุนมหาศาล
◆ เหตุผลที่ ๓ — จีนไม่มีเงื่อนไขทางการเมือง
สหรัฐและสหภาพยุโรปผูกความช่วยเหลือ การค้า และการลงทุนกับเรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และธรรมาภิบาล ซึ่งแม้จะมีคุณค่าทางอุดมการณ์ แต่มันเป็นภาพลวงตาที่มีสองมาตรฐานและถูกใช้เป็นอาวุธกับประเทศที่ไม่ยอมก้มหัวให้และกลับสร้างอุปสรรคสำหรับประเทศที่มีระบบการปกครองแตกต่างออกไป จีนเสนอทางเลือกตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง และด้วยเหตุนี้ ประเทศในโลกใต้ที่เคยถูกกีดกันหรือถูกบีบบังคับโดยเงื่อนไขของ IMF หรือ World Bank จึงหันมาหาปักกิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะชื่นชมระบบจีน แต่เพราะมีทางเลือก
◆ เหตุผลที่ ๔ — จีนไม่มีจุดอ่อนด้านพลังงานอย่างที่ตะวันตกคิด
จุดสำคัญที่ถูกมองข้ามในการวิเคราะห์ความเสี่ยงของจีนคือ จีนไม่ได้เปราะบางต่อการปิดช่องแคบพลังงานเหมือนในอดีต คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ของจีนมีสำรองกว่า ๙๐๐ ล้านบาร์เรล ครอบคลุมการใช้งานได้กว่า ๙๐ วันโดยไม่ต้องนำเข้าเลย ยิ่งไปกว่านั้น รัสเซียได้กลายเป็นซัพพลายเออร์น้ำมันอันดับหนึ่งของจีนผ่านท่อส่งทางบก Power of Siberia ที่ไม่ผ่านช่องแคบใดเลย
สงครามในอิหร่านที่ทำให้ฮอร์มุซไม่ปลอดภัยสำหรับเรือตะวันตกจึงไม่ได้กระทบจีนในระดับเดียวกัน ตรงกันข้าม มันทำให้จีนสามารถซื้อน้ำมันอิหร่านในราคาถูกยิ่งขึ้น และเรือจีนยังผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้โดยอิหร่านอนุญาต ในขณะที่สหรัฐไม่กล้าขัดขวาง — นี่คือการสถาปนาสถานะ ชาติที่ได้รับการยกเว้น โดยไม่ต้องยิงกระสุนแม้แต่นัดเดียว
◆ เหตุผลที่ ๕ — กับดักธูซิดิดีสทำให้สหรัฐผลักจีนไม่ได้เต็มแรง
ทฤษฎีกับดักธูซิดิดีส (Thucydides Trap) ของ Graham Allison ชี้ว่าในประวัติศาสตร์ ๑๖ กรณีที่มีอำนาจผงาดขึ้นท้าทายอำนาจครองโลก ๑๒ กรณีจบด้วยสงคราม แต่ความซับซ้อนของสถานการณ์ปัจจุบันคือ ทั้งสหรัฐและจีนพัวพันกันทางเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้งเกินกว่าจะแยกออกโดยไม่เจ็บปวดทั้งสองฝ่าย ห่วงโซ่อุปทานโลกยังผ่านจีน พันธบัตรสหรัฐยังต้องการผู้ซื้อจากจีน และบริษัทอเมริกันยังพึ่งตลาดจีน
ความพัวพันนี้หมายความว่าสหรัฐไม่สามารถ “ผลัก” จีนได้อย่างเต็มแรงโดยไม่เสียหายตัวเอง และนั่นคือเหตุผลที่ถนนยังคงมุ่งสู่ปักกิ่งต่อไปแม้ในยามที่วอชิงตันพยายามสร้างทางเลี่ยง
— ◆ —
๕. ข้อจำกัดของ “โรมแห่งใหม่”
ภาพที่น่าประทับใจของถนนทุกสายมุ่งสู่ปักกิ่งต้องถูกทดสอบกับความเป็นจริงอย่างซื่อสัตย์ จีนยังมีจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่สำคัญหลายประการ
ประการแรก การพึ่งพาเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง — จีนยังผลิตชิปล้ำสมัยที่ใช้ใน AI และระบบอาวุธเองไม่ได้ การคว่ำบาตรของสหรัฐต่อ Huawei และการจำกัดการส่งออกชิปของ TSMC และการถูกห้ามไม่ให้เข้าถึงเครื่องผลิตชิปขนาด3นาโนเมตรของASML คือความเจ็บปวดที่จีนรู้สึกได้จริง
ประการที่สอง หยวนยังไม่ใช่สกุลเงินสำรองโลก — แม้จะมีการค้าในสกุลหยวนเพิ่มขึ้น แต่ดอลลาร์ยังครองตลาดการเงินโลก และจีนยังต้องใช้ดอลลาร์ในการค้าระหว่างประเทศส่วนใหญ่ ทว่าเรื่องนี้ตามหลักเศรษฐศาสตร์จีนไม่ต้องการให้หยวนเป็นเงินโลก แต่จะโยนให้BRICS ทำหน้าที่นี้ เพราะถ้าหยวนมาทำหน้าที่แทนดอลล่าร์ย่อมหมายถึงว่าจีนต้องยอมขาดดุลการค้าเพื่อให้หยวนกระจายไปทั่วโลก
ประการที่สาม ปัญหาประชากรและเศรษฐกิจภายใน — จีนกำลังเผชิญกับวิกฤติประชากรสูงวัย ปัญหาหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ และอัตราการว่างงานของเยาวชนที่สูง ความท้าทายเหล่านี้อาจดึงพลังงานและทรัพยากรออกจากการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์
ประการที่สี่ จีนอาจไม่มีพันธมิตรที่แท้จริงนอกจากSCO ซึ่งอาจจะยังไม่เข้มแข็งพอ แต่จีนก็มีรัสเซียซึ่งต้องกอดคอกันต้านตะวันตก — สหรัฐมี NATO, AUKUS,QUAD,FIVE EYES และเครือข่ายพันธมิตรที่ผูกพันด้วยสนธิสัญญา ความสัมพันธ์ของจีนส่วนใหญ่เป็นความสัมพันธ์เชิงเศรษฐกิจที่อาจเปราะบางเมื่อผลประโยชน์เปลี่ยนไป
— ◆ —
บทสรุป: โลกที่ไม่มีใครเป็นโรมอย่างสมบูรณ์
เมื่อโรมแผ่อำนาจสูงสุด ถนนทุกสายมุ่งสู่โรมเพราะไม่มีทางเลือก ในโลกปัจจุบัน ถนนมุ่งสู่ปักกิ่งไม่ใช่เพราะไม่มีทางเลือก แต่เพราะทางเลือกอื่นมีต้นทุนที่สูงกว่า และนั่นคือความแตกต่างที่สำคัญ
ปักกิ่งได้สถาปนาตัวเองเป็นจุดบรรจบที่ขาดไม่ได้ของระเบียบโลกใหม่ ไม่ใช่ด้วยกองทัพเรือที่แล่นวนรอบโลก แต่ด้วยการสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่ถอนออกยากเกินไป สหรัฐมาด้วยทุน รัสเซียมาด้วยการอยู่รอด อิหร่านมาด้วยความจำเป็น และโลกใต้มาด้วยความหวัง แต่ทุกคนต่างมาปักกิ่ง
ในศตวรรษที่ ๒๑ อำนาจที่แท้จริงไม่ได้มาจากการบังคับแต่มาจากการเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
การพบกันของทรัมป์และปูตินที่ปักกิ่งในสัปดาห์เดียวกันคือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าการเปลี่ยนขั้วอำนาจครั้งนี้ไม่ใช่การคาดการณ์ของนักวิชาการอีกต่อไป แต่คือความเป็นจริงที่ผู้นำโลกต้องยอมรับด้วยการลงเครื่องบินที่สนามบินปักกิ่ง คำถามที่เหลืออยู่ไม่ใช่ว่าถนนทุกสายมุ่งสู่ปักกิ่งจริงหรือไม่ แต่คือระเบียบโลกใหม่นี้จะมีเสถียรภาพพอที่จะหลีกเลี่ยงกับดักธูซิดิดีสได้หรือไม่ และนั่นคือคำถามที่จะกำหนดชะตากรรมของศตวรรษที่ ๒๑







