INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เขียนเรื่องนี้กลางฤดูฝน

dog gd77bcff8e 1280

เขียนเรื่องนี้กลางฤดูฝน
เวลาไปเดินที่ศูนย์การค้า หรือตลาดในที่ต่างๆ ผมชอบดูคนเดินไปเดินมา เห็นหนุ่มสาวเคียงคู่ บ้างจูงลูก อุ้มลูกน่ารักน่าชัง สุดอภิรมย์ เมื่อวานนี้เห็นสาวสวยหุ่นดี สูงใหญ่ ใส่เสื้อยืดคอกลม นุ่งขาสั้นเดินดูของใน super market ดูแล้วเหมือนนางฟ้าแปลงกายลงมา เขาน่าจะมีชีวิตที่ดี แล้วอีก ๕๐ ปีข้างหน้าก็คงจะเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา ลูกหลานอาจจะเต็มบ้านเต็มเมือง นางฟ้าองค์ใหม่ก็ทยอยปรากฏกายตามมา

นับเป็นปัญหาสำหรับฤดูฝน ที่จะออกไป shopping เดินเล่นตามประสาคนว่างงาน ไม่ใช่เรื่องกลัวตากฝนเปียก เป็นหวัด เรื่องนี้สบายมาก ฉีดวัคซินป้องกันไว้ทุกปี แต่เป็นเรื่องที่รถบุกน้ำสกปรก ต้องล้างรถ ซึ่งพอแก่ตัวแล้ว จะล้างรถบ่อยๆ ก็ไม่ไหว

ปกติที่กรุงเทพฯ ฝนตกหนัก น้ำท่วม ซึ่งเรื่องน้ำท่วมคงป้องกันไม่ได้ เพราะสมัยก่อน เคยมีคลองควบคู่ไปกับถนน ยังจำถนนที่มีคลองเลียบข้างในอดีต ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่มีแล้ว เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนพหลโยธิน ถนนอโศกมนตรี (ซอยอโศกเดิม) ถนนพระราม ๔ ฯลฯ การระบายน้ำเปลี่ยนจากคลองเป็นท่อระบายน้ำซึ่งเล็กกว่าคลองมาก และผู้คนมักง่ายเอาขยะมาทิ้งตามถนนซึ่งต่อไปก็จะถูกพัดพาไปลงท่อระบายน้ำ บางครั้งเจอทีวีหรือเก้าอี้โซฟาในคลองที่ยังเหลืออยู่ น่าขำนะ ขยะและสิ่งปฏิกูลเป็นสิ่งที่ขัดขวางการระบายน้ำ ฉะนั้น ความรับผิดชอบต่อสังคมและจริยธรรมเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องเรียนรู้ น้ำในกรุงเทพฯจะลดลงรวดเร็วได้ ถ้าทุกคนช่วยกันรักษาระเบียบวินัยของตนเอง จะคอยพึ่งแต่คณะเจ้าหน้าที่มาแก้ไขปัญหาให้คงจะยากยิ่ง

เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมเอารถไปเติมน้ำมันแถวหัวถนนรามอินทรา ขณะจอดรถกำลังเติมน้ำมัน เห็นรถที่จอดซื้อของในปั๊มเป็นรถค่อนข้างใหม่ ที่มีสุภาพสตรีอายุน้อย แต่งตัวดี ทิ้งเศษขยะออกมานอกรถ แล้วตัวเองก็ถอยรถ ขับออกไปเลย ไม่รู้มาจากสังคมไหน ทำไมไม่ถูกสั่งสอนเรื่องนี้ ขยะเหล่านี้ ถ้าไม่มีคนกวาดไป ก็จะปลิวไปลงท่อระบายน้ำ และถ้ามีคนทำแบบนี้หลายคน ท่อระบายก็คงตันแน่นอน

ปกติที่กรุงเทพฯฝนตกหนัก เพราะเป็นเขตร้อนชื้น มีระยะเวลาที่พระอาทิตย์อยู่ตรงหัวตั้งฉากกับเมืองในฤดูร้อน และอยู่ใกล้ทะเล ทำให้แสงอาทิตย์ร้อนแรงแผดเผาเอาน้ำทะเลระเหยขึ้นเป็นก้อนเมฆ แล้ว ลมจากทะเลพัดพาเข้าแผ่นดิน บางครั้ง ก้อนเมฆสะสมกันเห็นดำทะมึน เมฆเหล่านั้นก็จะเป็นฝนตกลงมาหนักมาก น้ำตามท้องถนนระบายไม่ทันตามที่กล่าวแล้ว

ลองทบทวน สมัยเรียนหนังสือ จำได้ว่า เมฆ จะมี ๓ ชั้น คือ เมฆชั้นบนเป็นปุยลอยบางๆในหน้าหนาวที่อากาศเย็น เกิดลมทะเลเบาๆ ไม่มีเมฆในทะเลเคลื่อนเข้ามามาก จึงเป็นแต่ปุยเมฆบางๆลอยอยู่ สำหรับเมฆชั้นกลางจะลอยอยู่ต่ำกว่า ซึ่งถ้าอากาศร้อน เมฆลอยเข้ามาสะสมมากเข้าจะเกิดฝน ซึ่งเป็นฝนที่ตกไม่หนักหรือตกหนักในระยะเวลาหนึ่ง เมฆเหล่านี้เกิดตลอดระยะฤดูฝน ความจริงฤดูฝนก็คือฤดูร้อนที่แสงแดดแผดเผาน้ำในทะเลระเหยขึ้นมาเป็นเมฆ ลมมรสุมหรือพายุ หรือหย่อมความกดอากาศต่ำพัดพาเมฆเข้าแผ่นดิน บางครั้ง ร่องความกดอากาศที่ความกดอากาศสูงและต่ำปะทะกัน ก็เกิดความชื้นสะสมเป็นก้อนเมฆ เราเรียกฤดูร้อนช่วงนี้ว่าฤดูฝน บางครั้งเดินเล่นในศูนย์การค้าอยู่ดีๆ พอออกมากลับบ้านปรากฎว่าฝนตกน้ำท่วมแล้ว

สำหรับเมฆชั้นล่าง เป็นเมฆหนา หรือบางครั้ง เมฆสะสมในแนวตั้ง ดำทะมึนทำให้ฝนตกหนัก ตัวนี้แหละที่ทำให้น้ำท่วมแน่นอน มักจะเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้ทะเลแบบกรุงเทพฯหรือตอนที่อากาศร้อนมากๆ เมฆ สะสมมาก มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อย

การเล่นน้ำฝนถือเป็นเรื่องสนุกสนานในวัยเด็ก ไหนๆก็ฝนตกแล้ว กระโดดลงสระข้างบ้านเลย สระในสมัยก่อนนั้น ไม่ใช่ swimming pool แต่เป็นสระที่ขุดดินขึ้นมาถมพื้นก่อนสร้างบ้าน มีทั้งสระและลำคลองให้แหวกว่ายสบายใจ สระน้ำข้างบ้านมีเลี้ยงเป็ดอยู่ฝูงหนึ่ง ครั้งใดที่ลงสระ ก็ว่ายแข่งกับเป็ดไปในตัว นอกจากนั้น การเล่นฟุตบอลกลางฝนก็สนุก สนามนองไปด้วยน้ำ เตะบอลแรงแค่ไหนก็ไม่ไป แต่ก็เข้าไปแย่งกันชุลมุน หลังจากตากฝนไม่มีใครเป็นหวัด พอเข้าบ้าน อาบน้ำแต่งตัวแล้ว รู้สึกสดชื่น อารมณ์ดี

ในช่วงชีวิตวัยเกษียณที่ผ่านมาไม่นานนี้ ก็เดินตากฝนอยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัด ที่เป็นเช่นนี้ เพราะความประมาท คิดว่าฝนไม่ตก หรือตกไม่มาก หรือตกมากแต่ไม่กลัวเป็นหวัด ที่กรุงเทพฯ นอกจากตากฝนแล้ว ทางเดินเข้าบ้านที่กรุงเทพฯทั้งซอยยังน้ำท่วม บางครั้งท่วมถึงเข่าขึ้นมาอีก เกรงว่าน้ำสกปรกจะทำให้เกิดเชื้อรา เมื่อบุกน้ำ ต้องไปล้างเท้าหลายๆครั้งให้สะอาด ตากฝนในสมัยนี้ จึงไม่สนุกเหมือนตอนเด็กๆ ทั้งนี้ ใครๆก็รู้จักหลบฝน ยกเว้นผม จึงเดินตากฝนอยู่คนเดียวบ่อยๆ

เมื่อ ๑-๒ ปีที่ผ่านมา ได้ขับรถทางไกลฝ่าฝนที่ตกหนักถึงขนาดมองไม่เห็นทางหลายครั้ง ขนาดเป็นเวลากลางวัน ส่วนมากจะเป็นตอนบ่ายๆ ต้องพยายามเล็งคันหน้าที่เปิดไฟไว้ ทิ้งระยะไม่ให้ห่างนัก บางครั้งก็พอมองเห็นเส้นแบ่งถนนสีขาวๆ พอจะตามคันหน้าไปได้ ถ้าเป็นกลางคืน คงต้องจอดแน่ แต่ถ้าจอดริมถนนในที่ฝนตกหนัก อาจจะถูกชนได้ง่าย ด้วยเหตุนี้ จึงไม่อยากขับรถกลางคืนในฤดูฝน

วันเวลาผ่านไปเร็วมาก ตอนนี้เข้าไปกลางฤดูฝน และอีกไม่นาน ก็คงจะถึงปลายฤดูฝน แล้วเป็นฤดูหนาวที่มีความรู้สึกว่าเพิ่งจะผ่านไปไม่นาน เสื้อหนาวที่แขวนไว้ ก็จะได้เอาออกมาใช้อีก (ซักแล้วอย่างดี) ความจริง ในประเทศไทยนี้ ถ้าอยู่ในเมืองไม่ค่อยมีโอกาสได้ใส่เสื้อหนาว เพราะไม่หนาวมาก ยกเว้นจะไปอยู่ในชนบทหรือที่สูงในที่ห่างไกล ผมเองก็เป็นคนแปลกมากๆ ที่ไหน อากาศหนาวมากๆ ก็ลืมเอาเสื้อหนาวไปใส่ แต่พอเตรียมเสื้อหนาวไปเต็มที่กลับไม่หนาวอย่างที่คิด นอกจากไม่ได้ใส่แล้ว กลับบ้านยังต้องซักอีกต่างหาก

ขณะที่ฝนตกไม่มีอะไรมีความสุขเท่ากับอยู่บ้านดูทีวี ผมชอบดูประกวดร้องเพลง ซึ่งมีรายการอยู่หลายช่องตอนค่ำๆ ซึ่งเป็นเวลาที่เรากำลังเพลีย ในรายการเหล่านั้น นอกจากการร้องเพลง จะมีการพูดคุยกันระหว่างผู้ดำเนินรายการกับกรรมการและบุคคลต่างๆ พร้อมกับการโฆษณาที่ยาวนานจนผล็อยหลับ พอตื่นขึ้นมา ผู้เข้าประกวดร้องเพลงเสร็จแล้ว คุยกันต่อ ต้องรอคนต่อไป นั่งไปก็หลับอีก ตื่นขึ้นมา ผู้เข้าประกวดอีกคนก็ร้องเสร็จ ได้แต่ดูเขาคุยกันต่อพร้อมโฆษณา ด้วยความเพลียจึงหลับๆตื่นๆ ได้ดูร้องเพลงไม่กี่เพลงเอง แต่ยอมรับว่าเป็นรายการที่สนุก และผู้เข้าประกวดแสดงได้ดีมากๆ

เมื่อสมัยเรียน มศ. ๕ ( ม. ๖ ปัจจุบัน ) ในวิชาภาษาไทย อาจารย์ให้หัดแต่งกลอน ผมได้แต่งกลอนเป็นครั้งแรกในชีวิต ผมแต่งว่า “ เมื่อฝนตกนกร้อง ข้าฯเฝ้ามองหาน้องนุช คิดถึงเป็นที่สุด ไม่เหมือนนุชคิดถึงข้าฯ แม้ข้าฯจะอยู่ไกล ก็ไม่วายจะฝันหา ตัวข้ารักน้องยา ที่รักจ๋า ฟังข้าฯที” อาจารย์เอาไปตรวจแล้ว แก้นิดเดียวว่า ฟังพาที ที่แก้สงสัยคำว่า ข้าฯ มีมากหลายคำเกินไป เห็นไหมครับ ว่าฝนเป็น ความประทับใจของเรามาตั้งแต่เด็กๆ ประเทศไทยกับฝนเป็นของคู่กัน สวัสดีครับ

บู๊ คนเคนหนุ่ม
เขียนที่ เชียงใหม่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *