อีกหนึ่งชีวิตของเกษตร

อีกหนึ่งชีวิตของเกษตร
เมื่อถึงวัยเกษียณ พวกเราหลายคน ที่เคยทำงานด้วยกันที่กรมส่งเสริมการเกษตร ยังมีการรวมกลุ่มกินข้าวกลางวัน พบปะกันเป็นระยะ โดยมี ท่านอนันต์ ดาโลดม หรือ ผมขอเรียกสั้นๆว่าพี่นันต์ เป็นเจ้ามือทุกครั้งที่ได้เจอกัน ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี่เอง
เมื่อปี ๒๕๐๗ พี่นันต์ได้พบและให้ความเป็นกันเองกับผม ซึ่งกำลังเรียนอยู่ปี ๑เพราะหอพักอยู่ใกล้กัน ขณะที่อยู่หอ เห็นพี่นันต์ขี่จักรยานผ่านไปมาเกือบทุกวัน แต่นั่นเป็นเวลาแค่ ๒ ปี เพราะพี่นันต์เป็นรุ่นพี่เหนือกว่า ๓ ปี จึงจบการศึกษาไปก่อน อย่างไรก็ตาม ขณะที่อยู่ในรั้วบางเขน พี่นันต์มีกิจกรรมมาก เช่นเป็นผู้แทนของคณะกสิกรรมและสัตวบาลในองค์การนิสิต ซึ่งในสมัยนั้น นิสิตที่เรียนคณะนี้ มีจำนวนเกือบครึ่งของนิสิตทั้งหมด นอกจากนั้น พี่นันต์ยังชอบเล่นกีฬาหลายประเภท ทำให้เป็นที่รู้จักของวงการทั่วไป
ในช่วงเวลานั้น เหล่าบัณฑิตที่จบจากเกษตรมีจำนวนไม่มาก สามารถเลือกงานได้ เพราะเป็นที่ต้องการของหลายองค์กร พี่นันต์เลือกไปรับราชการที่กองส่งเสริมและเผยแพร่ กรมการข้าว สมความตั้งใจ เพราะพี่นันต์อยากเป็นนักส่งเสริมมาตั้งแต่ต้น ได้เป็นหัวหน้าศูนย์กลุ่มชาวนาอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อผมเรียนจบ ก็ได้ตามไปทำงานที่กรมการข้าวเหมือนกัน แต่ไม่ได้พบในระยะแรก เพราะพี่นันต์ไปเรียนต่อต่างประเทศ จนจบกลับมา ก็ได้ทำงานสนิทกับพี่นันต์อีก ต่อมามีการจัดตั้งกรมส่งเสริมการเกษตร และพวกเราก็ได้โอนมาสังกัดที่กรมใหม่นี้
ระยะเวลาที่ประทับใจ จำได้ไม่ลืม คือการจัดการประชุมยุวเกษตรกรระดับประเทศที่สวางคนิวาส เขาได้จัดให้พี่นันต์เป็นประธานฝ่ายสันทนาการ และผมเป็นผู้ช่วย ตอนนั้น มีรุ่นน้องเกษตรตั้งวงดนตรีขึ้นมา ชื่อว่ารวมดาวกระจุย พี่นันต์ ได้สั่งให้ไปติดต่อน้องๆมาเล่นให้สมาชิกยุวเกษตรกรฟัง และพวกเขาก็เต็มใจมาสนับสนุนรุ่นพี่ สมาชิกยุวเกษตรกรชอบกันมาก เพราะมีมุขตลกแทรกตลอดเวลา จำก๊กหย่วนได้ดี ขณะนี้ ยังได้เป็นเพื่อน Face Book กับผมอยู่
สมาชิกยุวเกษตรกร ยังเป็นเด็ก ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น เล่นเกม ดูอะไรก็สนุกสนานไปหมด พี่นันต์ให้ผมขึ้นไปเล่าเรื่องช่างตีเหล็กบนเวทีตอนค่ำแม้เรื่องเป็นธรรมดา แต่ก็ได้รับเสียงหัวเราะ พอดีผมเป็นคนติดอ่าง ขึ้นไปเล่าเรื่องคนติดอ่างก็เหมือนจริงมาก ขอเล่าว่า ปกติในสมัยก่อน การตีเหล็ก จะดัดให้เป็นรูปอะไร ก็ต้องเผาเหล็กให้ร้อนแดง แล้วเหล็กจะอ่อน ดัดได้ง่าย ช่างตีเหล็ก ๒ คน ทำงาน เผาเหล็กจนร้อนแดง คนแรกก็บอกอีกคนว่า”ตี ตี ตี เหล็ก เหล็ก เหล็ก สิ” อีกคนลืมนัดแนะกัน นึกว่าเพื่อนจะเป็นคนตี ถามว่า “ตี ตี ตี ยัง ยัง ยัง ไง ไง ไง ล่ะ” คนแรกก็โมโห ตะโกน “ตี ตี ตี เหล็ก เหล็ก เหล็ก สิ” คนที่สองก็แผดเสียง ตี ตี ตี แบบ แบบ แบบ ไหน ไหน ไหนล่ะ” คนแรก เสียงอ่อนลง “ไม่ ไม่ ไม่ ต้อง ต้อง ต้อง ตี ตี ตี แล้ว แล้ว แล้ว เหล็ก เหล็ก เหล็ก มัน มัน มัน เย็น เย็น เย็น แล้ว แล้ว แล้ว” เล่าแค่นี้ ก็ได้เสียงฮาลั่นห้องประชุม
ด้วยการทำงานที่ดีเด่น และเป็นคนสนุกสนาน ผู้บังคับบัญชาให้ความรักและศรัทธาพี่นันต์เป็นอย่างดี พี่นันต์ ได้รับความก้าวหน้าขึ้นเป็นผู้บริหารอย่างรวดเร็วตั้งแต่อายุยังน้อย ที่จำได้ เริ่มต้นจากหัวหน้างานกลุ่มเกษตรกร แล้วไปเป็นผู้ช่วยเกษตรจังหวัดสระบุรี ต่อจากนั้น เป็นเกษตรจังหวัดอุทัยธานีพักหนึ่ง จึงย้ายมาจังหวัดที่ใหญ่ขึ้นและเป็นบ้านเกิดของ พี่นันต์ คือ สุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ที่ไหน ก็ได้ทำงานมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป ในจังหวัดนั้นๆ
เป็นข้าราชการภูธรที่สนุกสนานได้ไม่นาน คำสั่งก็ได้ย้ายพี่นันต์มาเป็นผู้อำนวยการกอง คือกองพัฒนาการบริหารงานเกษตรในสมัยนั้น แล้วก็ย้ายไปเป็นผู้อำนวยการกองแผนงาน ซึ่งเป็นหัวใจของกรมส่งเสริมการเกษตร และนั่นคือทางเดินไปสู่ ตำแหน่งรองอธิบดี และอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งก็ได้ก้าวต่อไปอีก ชีวิตพี่นันต์ไม่มีคำว่าสิ้นสุด
พี่นันต์มีผลงานให้กับกรมส่งเสริมการเกษตรหลายอย่าง ที่จำได้ คือเป็นผู้สนับสนุนให้มีการสร้างตึกสหกรณ์ออมทรัพย์ขึ้น ใช้เป็นที่ทำงานของสหกรณ์และทำกิจการสวัสดิการของข้าราชการ ลุ้นการแบ่งส่วนราชการ แยกกองวิชาการที่ใหญ่มาก มาเป็น ๓ กองวิชาการ คือกองส่งเสริมพืชสวน กองส่งเสริมพืชไร่นา และกองส่งเสริมธุรกิจเกษตรได้ทราบว่า ผอ.กองส่งเสริมพืชไร่นาคนแรกเก่งมาก เขาคือ “บู๊ คนเคยหนุ่ม” นั่นเอง นอกเหนือจากนั้น ยังมีการสร้างตึกทำงานใหม่ขึ้นอีก ๑ ตึก แล้วได้ขอพระราชทานนามจากสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาส ที่พระองค์มีพระชนมายุครบ ๖๐ ชันษา ซึ่งได้พระราชทานนามว่า ตึกเบญจสิริกิติ์
สำหรับการปฏิบัติงานใหญ่ๆของกรมส่งเสริมการเกษตรที่พี่นันต์เป็นผู้บริหารในสมัยนั้น คือ ได้ขอเป็นแกนนำในการจัดประชุมระดับโลก ซึ่งได้รับอนุมัติจากกรรมการถั่วเหลืองนานาชาติ แล้วได้จัด งานแถลงผลการวิจัยถั่วเหลืองระดับโลก (World Soybean Research Conference) ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเชิญชวนนักวิจัย และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยในประเทศ มาร่วมจัดงานด้วยกัน สนุกมาก และได้รับคำชมเชยเป็นอย่างยิ่ง เป็นผลให้ องค์การ FAO ขอร้องให้จัดการประชุมนานาชาติ เรื่องการใช้ประโยชน์จากถั่วเหลือง ซึ่งทางกรมฯ รับดำเนินการ และได้จัดที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งก็โด่งดังเช่นเดียวกัน
พี่นันต์ได้สนับสนุนงานวิชาการหลายโครงการ ทั้งนี้รวมถึง ถั่วเหลือง ทานตะวัน และปาล์มน้ำมัน สำหรับถั่วเหลือง ซึ่งสมัยที่พวกเราทำงานกันนั้น ได้ขยายพื้นที่ปลูกขึ้นมามาก เพราะ สามารถเป็นพืชหมุนเวียนกับพืชไร่หลักๆได้หลายชนิด เช่น ข้าว และข้าวโพด ส่วน ทานตะวัน ซึ่งก่อนที่พวกเราจะเข้ามาทำ มีแต่งานวิจัยจำนวนไม่มากนัก เราได้ร่วมกับกลุ่มนักวิจัยและภาคเอกชน เอาทานตะวันลงในไร่นา ให้เป็นพืชหมุนเวียนปลายฤดูฝน ปลูกในท้องที่ จนเป็นที่แพร่หลายมีชื่อเสียงมาถึงปัจจุบัน และปาล์มน้ำมันซึ่งเป็นพืชใหม่สำหรับบางพื้นที่ ได้รับการส่งเสริมขยายพื้นที่ปลูก มีรายได้มากขึ้น
เมื่อถึงระยะเวลาที่เหมาะสม พี่นันต์ได้รับตำแหน่งเป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อจากนั้น ได้เป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ซึ่งต่อมาได้เป็นนายกสมาคมพืชสวน และเป็นมาตลอดจนถึงปัจจุบัน
ในบั้นปลายของชีวิตราชการ พี่นันต์ได้เป็นวุฒิสมาชิก และตั้งใจทำงานในฐานะประธานกรรมาธิการเกษตรของวุฒิสมาชิก จนกระทั่งหมดวาระ หลังจากตำแหน่งงานประจำแล้ว ต่อมาในชีวิตผู้อาวุโส มีกิจกรรมอะไรของรัฐบาลหรือเอกชน ที่พี่นันเห็นว่าไม่ถูกต้อง ทุจริต หรือ เป็นไปไม่ได้ ผิดหลักการ พี่นัน จะออกโรงต่อต้านโจมตี โดยที่เหล่าสื่อมวลชน ได้สนับสนุนความคิดเป็นอย่างดี จึงได้ยินเสียงพี่นันต์ออกข่าวอยู่เสมอๆ หลายๆคนเห็นด้วยกับพี่นันต์ และบางครั้งเกือบโดนกลั่นแกล้งเป็นอันตรายกับตัวเอง
ปัจจุบัน พี่นันต์ เป็นหัวหน้ากลุ่มเกษตรกร หรือเป็น promoter ให้กับเกษตรกรที่วังน้ำเขียว ดูแลทั้งพืชไร่ พืชสวน ไม้ดอกไม้ประดับ มีสวนไม้ดอกที่สวยงามมาก ถ้าผ่านไปต้องแวะเข้าชม ลองหาในgoogle ว่า Flora Park ฟ้าประทานฟาร์ม วังน้ำเขียว รับรองไม่ผิดหวัง สวยมากครับ
อีกชีวิตหนึ่งของเกษตร ตั้งแต่เรียนหนังสือจนปัจจุบัน พี่นันต์ เป็นผู้นำ สร้างผลงานด้านการเกษตรหลายกิจกรรม เป็นความภาคภูมิใจของพี่ๆน้องๆชาวส่งเสริมการเกษตรหลายๆคน
บู๊ คนเคยหนุ่ม
เชียงใหม่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

