Adventure เล็กๆน้อยๆ ของคนแก่

Adventure เล็กๆน้อยๆ ของคนแก่
ชีวิตของคนเราไม่แน่นอน ตอนเกิด เราก็ไม่รู้ตัว มาเองโดยธรรมชาติ และต่างก็ดำเนินชีวิตไปตามวิถีทาง ดวงชาตา และอุปนิสัย จนถึงเวลาตายก็เป็นไป บางครั้งก็รักษา ประวิงเวลาให้ยาวนาน บางครั้งก็ไม่สามารถกำหนดตัวเอง ปล่อยให้เป็นไปตามดวง
มีญาติผมคนหนึ่ง เพิ่งจะเสียชีวิตไป ด้วยโรคเกี่ยวกับปอด เขาเป็นเกษตรกรอยู่ที่อำเภอหลังสวน จังหวดชุมพร ตอนมีอาการ ก็เพิกเฉยไม่ได้ไปหาหมอ คิดว่าการออกกำลังทำงานหนักๆ จะเป็นการรักษา ตามปกติ ก็ชอบชีวิตรักษาตามธรรมชาติ ไม่ไปโรงพยาบาล จนกระทั่งอาเจียนเป็นเลือด จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลหลังสวน ครั้งนี้ เอ็กซ์เรย์แล้ว สันนิษฐานว่ามีเนื้องอกในปอด แนะนำให้คนไข้ไปรักษาที่ โรงพยาบาลทรวงอก หรือไปสุราษฎร์ธานี เขาเลือก โรงพยาบาลทรวงอก คิดว่าอยู่กรุงเทพฯ จะมีเครื่องมือและการตรวจรักษาที่ทันสมัย
ญาติทางกรุงเทพฯจึงไปรับมา และพาไปโรงพยาบาลทรวงอกตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม เมื่อเข้าพบหมอ และเล่าอาการพร้อมทั้งแสดงหนังสือส่งตัวจากโรงพยาบาลหลังสวนแล้ว ยังไม่ทันได้รักษาอะไร หมอสั่งให้ไปส่องกล้องดูภายในก่อน จึงไปนัดที่ห้องส่องกล้องตรวจภายใน นัดได้วันที่ ๓๐ กันยายน หรือ อีกประมาณมากกว่าเดือนครึ่ง ถึงจะได้ส่องกล้อง
วันรุ่งขึ้น ได้พยายามไปพบหมออีกครั้ง เพื่อจะได้เล่าอาการว่าหนักมาก รอส่องกล้องคงไม่ไหว แต่ไม่สามารถพบหมอได้ คงเป็นเพราะโควิด ๑๙ ได้แต่เข้าไปหาหมอที่นั่งตรวจโควิด หมอได้สั่งยาแก้ปวดให้ไปกิน ญาติจึงขอกลับไปหลังสวน เพราะรอนานเกินไป อยู่กรุงเทพฯก็ไม่คุ้นเคย ต่อมา ทางห้องส่องกล้องตรวจภายใน ได้โทรมาบอกว่า ได้ช่วยเลื่อนการส่องกล้องเป็นวันที่ ๙ กย. และให้ไปตรวจโควิดวันที่ ๗ กย.
เมื่อถึงประมาณสิ้นเดือนสิงหาคม คนป่วยอาการหนักขึ้น ไม่สามารถรอคอยการส่องกล้อง ต้องเข้าโรงพยาบาลหลังสวน แล้วได้เสียชีวิตลง ด้วยความอาลัย และเสียดาย ที่เขาไม่มีโอกาสได้รับการวินิจฉัยโรค และรักษาเลย เสียใจที่เขาไม่มีเงิน ต้องมาหาหมอแบบชาวบ้านธรรมดา ใช้บริการเงินสวัสดิการของรัฐ ไม่สามารถลัดคิวส่องกล้องได้ทันที เพราะดูอาการภายนอก เหมือนกับว่า ไม่ได้เป็นอะไรมาก
ก่อนที่จะมาหาหมอ ที่โรงพยาบาลทรวงอกนี้ ตั้งความหวังไว้ว่า หมอจะได้อ่านประวัติอาการที่โรงพยาบาลหลังสวนส่งมา แล้วรับเป็นคนไข้ในโดยทันที เพื่อทำโปรแกรมการรักษาต่อไป ซึ่งจะเป็นตายร้ายดี ถ้าอยู่ในมือหมอตามต้องการแล้ว จะเป็นจะตาย คงจะไม่คิดอะไร
ตามที่ได้บริการญาติคนนี้ ได้เดินทางไปหลังสวน แล้วกลับ รวม ๓ ครั้ง ครั้งแรก ไปส่งเพื่อให้พักที่หลังสวน ซึ่งเป็นบ้าน สถานที่คุ้นเคย อยู่ได้สบายกว่า ครั้งที่ ๒ ขณะที่อยู่เชียงใหม่ ได้ทราบว่าป่วยหนัก จึงออกเดินทางไปเยี่ยมโดยทันที โดยออกจากเชียงใหม่ บ่ายโมงกว่าๆ ไปพักที่ ชะอำ ซึ่งต้องฝ่า เคอร์ฟิว ซึ่งต้องผจญกับฝนตกหนัก มองไม่ค่อยเห็นทางในบางระยะทาง ทั้งขาไปและขากลับ สำหรับครั้งที่ ๓ ได้ทราบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงออกจากกรุงเทพฯ บ่ายกว่าๆเหมือนกัน เพราะตอนเช้าต้องไปหาหมอ ที่เลื่อนนัดมาครั้งหนึ่งแล้ว ที่ ศูนย์แพทย์พัฒนา และการเดินทางทั้งไปและกลับก็ต้องฝ่าสายฝนตกหนักบางระยะทางเช่นเดียวกัน
ประสบการณ์ที่ฝ่าเคอร์ฟิวไปนั้น รถในถนนมีแต่รถบรรทุกใหญ่ และปิคอัพที่บรรทุกสินค้า แต่ถึงถนนจะว่าง ก็ไม่ได้ขับเร็ว เพราะเวลากลางคืน มองไม่ชัดเจน จากเชียงใหม่บ่ายโมงกว่าๆ ไปถึงชะอำประมาณ เที่ยงคืนกว่าๆ
เป็นประสบการณ์ที่อยากเล่าสู่กัน ได้มีชีวิตอยู่บนท้องถนนที่ยาวไกล จากเหนือ เชิงเขา สู่ชายทะเล ได้มีโอกาสซื้อผักผลไม้ทางใต้เล็กๆน้อยกลับบ้าน ขณะนี้ กลับมาอยู่เชียงใหม่ และจะกลับกรุงเทพฯอีกเร็วๆนี้
จาก บู๊ คนเคยหนุ่ม
15 กย. 2564 เชียงใหม่


