เรียนต่อต่างประเทศ คิดถึงบ้าน ควรทำอย่างไร

เรียนต่อต่างประเทศ คิดถึงบ้าน ควรทำอย่างไร
โดย พระไพศาล วิสาโล
Q – ตอนนี้หนูมาอยู่ต่างประเทศได้ประมาณ 2 สัปดาห์ค่ะ ได้ลิ้มรสความคิดถึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดถึงพ่อกับแม่ ได้ฟังเสียงก็ยังร้องไห้ แค่คิดก็น้ำตาไหล นอกจากนั้นยังสัมผัสได้ถึงความกลัวการใช้ภาษา ความกลัวการอยู่ท่ามกลางผู้คน ความไม่มั่นใจในตัวเอง ทุกอย่างล้วนเป็นอารมณ์ที่ประดังเข้ามา หนูพยายามสวดมนต์ ไหว้พระ ขอพร ทำสมาธิ คุยกับเพื่อนๆ ที่อยู่ร่วมกัน เดินเที่ยวเล่น อ่านหนังสือ ทำตัวให้ยุ่ง แต่หนูก็ยังน้ำตาไหลอยู่เมื่อคิดถึงแม่กับพ่อ หนูจะผ่านพ้นสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไรคะ
พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา – ความคิดถึงบ้านเป็นธรรมดาของคนที่เพิ่งจากบ้านเกิดเมืองนอนหรืออยู่ต่างประเทศนาน ๆ แต่เวลาจะช่วยเยียวยาได้ เพราะอารมณ์ความรู้สึกทั้งหลาย ล้วนไม่เที่ยง มาแล้วก็ไป คุณคงสังเกตว่ามันไม่ได้อยู่กับคุณตลอด ใหม่ ๆ อาจเกิดถี่หน่อย แต่ต่อไปก็เกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง หากคุณไม่สนใจมัน มันจะเกิดขึ้นก็ช่างมันระหว่างนั้นคุณก็ทำอะไรของคุณไปเรื่อย ๆ ไม่นานมันก็จะหายไป
สำหรับกรณีของคุณนั้น มีแง่คิดเพิ่มเติมว่า ความคิดถึงบ้าน กับความกลัวเรื่องภาษา น่าจะเกี่ยวข้องกัน คือ พอมีความกลัวเรื่องเรียน เกิดความไม่มั่นใจตนเองขึ้นมา ก็เลยว้าวุ่นเป็นทุกข์ ต้องการที่พึ่งหรือกำลังใจ ทำให้คิดถึงบ้านโดยเฉพาะพ่อแม่มาก หรือในอีกด้านหนึ่ง พอคิดถึงบ้าน จิตใจเลยเปราะบาง ไม่มั่นคง พอมีปัญหาเรื่องภาษา ก็เลยหวั่นไหวง่าย เกิดอาการรนหรือกระวนกระวายขึ้นมา ทำให้ไม่มั่นใจตนเองหนักขึ้น ดังนั้นถ้าจัดการอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้ ก็จะช่วยบรรเทาอารมณ์อีกอันหนึ่งได้
อาตมาอยากแนะนำให้คุณลองจัดการกับความกลัวเรื่องภาษาก่อน ด้วยการมองว่ามันเป็นธรรมดาของคนที่เพิ่งไปต่างประเทศใหม่ ๆ แต่เมื่อมีประสบการณ์ในต่างแดนมากขึ้น ภาษาก็จะแข็ง ขณะเดียวกันก็ควรเติมความเพียรในการเรียนให้มากขึ้น ทั้งด้วยการอ่าน การฟัง และการเขียน
อาตมาแน่ใจว่าหากคุณทุ่มเทในเรื่องนี้ ภาษาก็จะดีขึ้นจนไม่มีความกังวล ถึงตอนนั้นความคิดถึงบ้านก็จะลดลง ที่จริงตอนที่ทุ่มเทเรื่องการเรียน ใจคุณย่อมไม่ว่างที่จะคิดถึงใครอีกแล้ว หรือหากมีอารมณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ก็ให้มีสติรู้ทัน พาใจกลับมาสู่การเรียน
สติเป็นสิ่งที่จะช่วยคุณได้มาก เวลาคิดถึงบ้านหรือเกิดความกลัวขึ้นมา ขอให้มีสติรู้ทันอารมณ์เหล่านั้น เพียงแค่รู้ว่ามันเกิดขึ้น ใจก็จะวางอารมณ์นั้นได้ สิ่งที่อยากเพิ่มเติมก็คือ ขอให้คุณพยายามวางใจเป็นกลางต่ออารมณ์เหล่านั้น คือพอมันเกิดขึ้น ก็สักแต่รู้เฉย ๆ อย่าไปรังเกียจเดียดฉันท์ หรือพยายามกดข่ม ขับไสไล่ส่งมัน เพราะหากคุณทำอย่างนั้น คุณจะเป็นทุกข์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทำให้อารมณ์เหล่านั้นหายเลย มันกลับมารังควานคุณหนักขึ้น
ความสุขจากการเรียนก็ดี จากการทำสิ่งที่เพลิดเพลินใจก็ดี เป็นอีกอย่างที่จะช่วยลดความคิดถึงบ้านได้ ใหม่ ๆ อาจจะปลุกปล้ำใจให้เป็นสุขกับการเรียน หรือสิ่งอื่นได้ยาก แต่ลองทำไปสักพัก ก็น่าจะดีขึ้น ใจมีความสุขมากขึ้น ถึงตอนนั้นความคิดถึงบ้านก็จะจู่โจมจิตใจได้ยากขึ้น







