วันเกิด ของผม อายุ ๗๖ แล้วครับ

วันเกิด ของผม
อายุ ๗๖ แล้วครับ
วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เป็นวันเกิดปีที่ ๗๖ ปีของผม มีพี่ๆเพื่อนๆ และน้อง รวมทั้งญาติสนิท อวยพรวันเกิด ผมดีใจ อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ทุกคนเขียนเพื่อผม และทุกคำเขียน มีความหมายกับผมมาก ผมจะเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้อ่านตลอดปี
ไม่น่าเชื่อที่เด็ก กะโปโล อ่อนปวกเปียก จะมีชีวิตอยู่ถึง ๗๖ ปี ผมนึกถึงวัยเด็กที่อายุแค่ ๔-๕ ขวบ ตกน้ำที่คลองแสนแสบ ดีว่า ทะลึ่งโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำแล้วมีพี่คนหนึ่งจับตัวไว้ได้ ไม่งั้นคงหายไปกับกระแสน้ำ และเด็กคนเดียวกันนี้ ตกไม้ลื่น สไลด์ที่โรงเรียน แขนขาหัก เข้าเฝือกเป็นเดือนๆ ไม่ตายก็ดีแล้ว เด็กคนนั้น คือตัวผมเองในปัจจุบัน
ผมเป็นเด็กเกษตร เจริญเติบโตมาในแวดวงเกษตร เรือกสวนไร่นา แต่ปัจจุบันนี้ ผมชอบเดินดูบ้านสวยๆ และความเป็นอยู่ของชาวบ้าน บางคนโชคดี ได้อยู่บ้านสวยๆกว้างๆ และบ้านบางหลังอยู่ริมน้ำที่บรรยากาศดีมาก หลายๆคนอยู่บ้านทาวน์เฮาส์ หรือคอนโด อีกหลายๆคนต้องอยู่ห้องเช่า หรือกระต๊อบในที่ว่างๆ ทั้งหมดเป็นวิถีชีวิตที่เลือกไม่ได้ ต้องอยู่กับมันตามดวงชะตาลิขิตมา แต่ก็อาจจะมีความสุขได้ แล้วแต่จะพอใจ สถานที่คับแคบอาจจัดให้น่าอยู่ สมัยที่ผมยังหนุ่ม ไม่ได้สนใจที่ซุกหัวนอน ขอให้มีข้าว (และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) ทุกวันก็พอ มาขณะนี้ ได้อยู่บ้านของตัวเองไม่กว้างมากนัก ทำงานบ้านอะไรที่ทำได้ ก็พยายามทำ ช่วยแม่บ้าน ชดใช้เมื่อสมัยที่อยู่ในวัยทำงาน ทำตัวเป็นคนของสังคมทั้งกลางวันกลางคืนมานานแล้ว
นอกจากอยู่บ้านแล้ว ยังไปตลาดสดและศูนย์การค้า ไม่ได้เป็นผู้จัดซื้ออะไรหรอก แค่ไปกับแม่บ้านซึ่งเป็นคนจัดการทุกอย่าง อย่างน้อยก็ไปช่วยหิ้วของ แต่ที่ศูนย์การค้า อย่างเซ็นทรัล มีโอกาสไปเดินเล่นๆ ดูผู้คนที่อ่อนวัยกว่าผ่านไปมา ดูสินค้าที่วางขายซึ่งไม่ได้มีประโยชน์กับเราแล้ว ครุ่นคิดไป ว่าขณะนี้ เป็นโลกของเขาทั้งหลายที่เดินไปมา ของเราเกือบจบ แต่ก็พยุงไว้ให้นานหน่อย
เดินไปเดินมา เกิดสะดุดขาตัวเองเซล้มไปกระแทกสาววัยรุ่น สวยน่ารักมาก แทนที่เขาจะโกรธ เขากลับจับแขนผมไว้ แล้วบอกว่า เป็นไรหรือเปล่า คุณตา เดี๋ยวหนูช่วยพยุงให้ เฮ้อ คุณตาคนนี้ไม่รู้จักเจียมตัวเลย ซุ่มซ่ามมาก สักวันหนึ่งคงเจอดีแน่
ในช่วงวันเกิดของผม เมื่อวันที่ ๒๔- ๒๖ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปประชุมที่กรุงเทพฯ แล้วเดินทางกลับ ใช้สายการบิน Air Viet Jet ของเวียตนามซึ่งราคาถูก เดินทางไปกลับเพียง ๑,๒๐๐ กว่าบาท เดี๋ยวนี้ ตั๋วเครื่องบินใช้โทรศัพท์มือถือเพียงอย่างเดียวก็ซื้อได้ เพราะมี appบัญชีธนาคารอยู่ สำหรับการเดินทาง เมื่อถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้วใช้รถไฟฟ้า ๒ ต่อถึงหน้าบ้าน ปัญหาคือค่าแท็กซี่ที่บ้านเชียงใหม่ไปสนามบิน และกลับ เที่ยวละ ๒๐๐ กว่าบาท (ขากลับได้ ๒๐๐ บาท ) ซึ่งระยะทางห่างจากบ้าน ตาม google map เพียง ๑๓ กิโลเมตร พอดีเอามาเปรียบเทียบกับราคาแท็กซี่ในกรุงเทพฯ เลยรู้สึกว่าแพง อีกปัญหาหนึ่งคือหิ้วของ เพราะใช้สายการบินราคาถูก ไม่สามารถจะโหลดกระเป๋า ทั้งที่เตรียมของไปกลับก็พยายามลดน้ำหนัก แต่ก็เนื่องด้วยอายุมาก อย่ากระนั้นเลย ถ้าไม่จำเป็น ขับรถยนต์ส่วนตัวกรุงเทพฯเชียงใหม่ดีกว่า ถึงแม้จะใช้เวลานาน ถ้ารถไม่ติดระหว่างทาง ประมาณไม่เกิน ๑๐ ชั่วโมง เปรียบเทียบกับทางเครื่องบินซึ่งไปรอก่อนเวลาเดินทาง ใช้เวลาทั้งสิ้น ๖ ชั่วโมง อีกไม่นาน คงต้องยึดสถานที่อยู่ประจำที่ใดที่หนึ่ง เพราะอายุมากเดินทางบ่อยคงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ต้องมีกิจกรรม หรือหาเรื่องให้มีกิจกรรมออกนอกบ้าน เพราะ นั่นคือการใช้สมอง และพละกำลังของตัวเองให้กระชับอยู่เสมอๆ บางครั้ง ไม่มีอะไรทำ ตอนดึกๆ ๔-๕ ทุ่ม ตอนที่ไม่ค่อยมีรถบนถนน ก็ขับรถเข้าไปวนในเมืองเล่นๆ ดูชีวิตคนกลางคืนตามสถานที่ต่างๆ หวนคิดถึงอดีต ที่เคยออกกลางคืน สังสรรค์กับพรรคพวกเป็นประจำ ชีวิตกลางคืน มักเป็นความรื่นรมย์มากกว่าทำงาน เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ที่ได้ออกไปสัมผัส
ตั้งใจเขียนบทความนี้ เพราะไม่มีอะไรจะตอบแทน นอกจากให้อ่านเล่นสนุก อยากจะแสดงให้เห็นว่าดีใจมากที่ได้อวยพรวันเกิดผม ปีหน้า มีวันเกิดอีก ก็เขียนอีก คุยกันไปทุกปีนะครับ และในรอบปี ทุกคนก็มีวันเกิดเหมือนผม ขอตั้งความปรารถนา ให้ทุกคนสุขสันต์เมื่อถึงวันเกิดของตัวเองมาถึง
รักและคิดถึง ครับ
บู๊ ( คนเคยหนุ่ม)
เชียงใหม่ ๓ มีค. ๒๕๖๕







