INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

แนวคิดและศัพท์เศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจ: ต้นทุนค่าเสียโอกาส(opportunity cost)

london scaffolding 7387256 1280

แนวคิดและศัพท์เศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจ: ต้นทุนค่าเสียโอกาส(opportunity cost)

โดย​ รศ.ดร.สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย

ความหมาย

ต้นทุนค่าเสียโอกาส” คือต้นทุนของการไม่ทำอะไรเนื่องจากเลือกทำอีกอย่างหนึ่งแทน ต้นทุนค่าเสียโอกาส เกิดจากแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่ว่า ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด ถ้าเรานำทรัพยากรที่มีอยู่ไปทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็จะพลาดโอกาสในการทำอีกสิ่งหนึ่งที่อาจมีคุณค่ามากกว่า มูลค่าสูงสุดที่ต้องเสียไปจากการไม่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไปทำอีกสิ่งหนึ่งแทน ก็คือต้นทุนค่าเสียโอกาส

ในทางเศรษฐศาสตร์ “ต้นทุน” หมายถึงทรัพยากรที่ต้องใช้เพื่อทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมา “ทรัพยากร”นี้ อาจเป็น เงิน เวลา สิ่งของใดๆ หรือพลังกายและพลังความคิด ก็ได้

ต้นทุนค่าเสียโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งการบริโภคและการผลิต เป็นต้นทุนที่เป็นนัย(implicit cost) หรือต้นทุนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ซึ่งต่างกันกับต้นทุนที่ปรากฎชัดเจน(explicit cost) ต้นทุนเสียโอกาสบางทีไม่สามารถคิดออกมาเป็นมูลค่าที่ชัดเจนได้ และขึ้นอยู่กับการให้คุณค่าของแต่ละคน การที่เราเลือกทำสิ่งหนึ่งแทนที่จะทำอีกสิ่งหนึ่ง ย่อมหมายความว่า สิ่งที่เราเลือกทำนั้นมีคุณค่าหรือ“น่าทำ”มากกว่า ดังนั้น บางที ต้นทุนค่าเสียโอกาส จึงขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละบุคคล

 

ตัวอย่างของต้นทุนค่าเสียโอกาส

ในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยทั่วไป เราสามารถเลือกที่จะทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้ เช่น หลังอาหารค่ำ เรามีเวลา 3 ชั่วโมงก่อนถึงเวลาเข้านอน เราจะใช้เวลา 3 ชั่วโมงนี้ ในการอ่านหนังสือ ทำการบ้าน ออกไปเที่ยว หรือไปดูหนังก็ได้ ถ้าเราออกไปดูหนัง ก็จะไม่มีเวลาในการอ่านหนังสือและทำการบ้าน และต้องเสียเงินค่าเดินทางและค่าตั๋วหนังรวม 50 บาท ต้นทุนค่าเสียโอกาส คือ ประโยชน์ที่ได้รับจากการอ่านหนังสือหรือทำการบ้านที่ต้องเสียไป ถ้าเป็นคืนก่อนวันสอบซึ่งเดิมตั้งใจใช้ในการอ่านหนังสือเตรียมสอบ เผอิญมีเพื่อนมาชวนไปดูหนัง บอกว่าหนังเรื่องนี้สนุกมาก จึงไปดูหนังกับเพื่อน ทั้งที่ควรอ่านหนังสือเตรียมสอบ การไม่ได้ใช้เวลาอ่านหนังสือในคืนก่อนสอบนี้ อาจทำให้ผลการสอบไม่ดีเท่าที่ควร ในกรณีนี้ ต้นทุนค่าเสียโอกาสก็จะสูงขึ้นมากกว่าการใช้เวลาอ่านหนังสือในเวลาอื่น

หลายคนมีงานมาก ต้องอดหลับอดนอน ใช้เวลาทำงานจนดึกดื่น คิดว่าเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่า แต่การอดนอนเป็นเวลานาน ทำให้เรามีเวลานอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ มีผลทำให้เราเสียสุขภาพ จนอาจถึงกับล้มป่วยต้องไปหาหมอ นอนโรงพยาบาลและเสียเงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก แต่ต้นทุนค่าเสียโอกาสในเรื่องนี้อาจไม่ปรากฏชัดในระยะสั้น

ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ มักต้องประสบปัญหาเลือกซื้อหุ้นในกรณีที่มีเงินทุนอยู่จำกัด ถ้าซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่งแล้ว ก็ไม่มีเงินซื้อหุ้นอีกตัวหนึ่งที่เดิมสนใจจะซื้อ ต้นทุนค่าเสียโอกาสคือผลตอบแทนที่จะได้รับจากหุ้นที่ไม่ได้ซื้อ ซึ่งอาจคาดการณ์ได้ยากในเวลาที่ใช้เงินที่มีอยู่ในการซื้อหุ้น

ในการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ต้องมีการตัดสินใจ เกษตรกรมีที่ดินผืนหนึ่งที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ได้ จะใช้ในการเลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด หรือเลี้ยงไก่ดี จึงต้องคิดว่า การทำแต่ละอย่าง ต้องมีการลงทุนเท่าใด มีผลตอบแทนอย่างไร ต้องใช้เวลามากน้อยเพียงใดจึงได้รับผลตอบแทน สิ่งต่างๆเหล่านี้ต้องมีการพิจารณา โดยต้องคำนึงถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสของการเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

ในการลงทุนทำธุรกิจ ต้องมีการเลือกโดยคำนึงถึงต้นทุนค่าใช้จ่าย เช่น จะใช้เงินจำนวนหนึ่งที่มีอยู่ ซื้อเครื่องจักรใหม่มาใช้ ทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น และมีคุณภาพดีขึ้น หรือจะใช้เงินจำนวนนี้จ้างคนงานเพิ่ม หรือขึ้นเงินเดือนให้แก่พนักงานและคนงาน ซึ่งต้องพิจารณาข้อดีและข้อเสียของทางเลือกแต่ละอย่างเช่นกัน

ในการบริหารประเทศ ต้องใช้งบประมาณ การจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสของการลดหรือการไม่จัดสรรงบประมาณให้แก่โครงการหรือกิจกรรมอย่างหนึ่ง แล้วเอาเงินงบประมาณนี้ไปทำโครงการหรือกิจกรรมอีกอย่างหนึ่ง ต้องพิจารณาให้ดี หากผิดพลาดก็จะเกิดผลเสียหายแก่ประเทศได้ ตัวอย่างที่เห็นในปัจจุบัน คือ การที่รัฐบาลไทยมีนโยบายแจกเงินให้ประชาชนคนละหมื่นบาท แจกให้แก่ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมาก เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีภาวะซบเซาให้ดีขึ้น แต่เมื่อมีเงินไม่พอ ก็ไปตัดงบประมาณที่จัดสรรไว้สำหรับโครงการอื่นซึ่งสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ และอาจมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่าการแจกเงินให้แก่ประชาชนทุกคน การแจกเงินประชาชนโดยยกเลิกกิจกรรมอื่นที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ จึงมีต้นทุนค่าเสียโอกาส

 

การแลกได้แลกเสีย

แนวความคิดเรื่องต้นทุนค่าเสียโอกาสนี้ สอดคล้องกับความคิดการแลกได้แลกเสีย(trade-off) คือการได้สิ่งหนึ่งมานั้น ต้องยอมสูญเสียอีกสิ่งหนึ่ง คือ “ ได้อย่าง เสียอย่าง” เมื่อทรัพยากรมีอยู่จำกัด การทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งอาจมีทั้งผลได้และผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ คือมีข้อดีและข้อเสีย การตัดสินใจทำอะไร โดยเฉพาะในเรื่องที่มีผลกระทบมาก จึงต้องคิดให้รอบคอบ ถ้าเป็นโครงการใหญ่ ต้องศึกษาวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์(cost-benefit analysis) ศึกษาความเป็นไปได้ และผลกระทบทางด้านต่างๆ เช่น ความเป็นไปได้ด้านวิศวกรรม ค่าใช้จ่ายและผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ และผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ในการนี้ อาจมีการพิจารณาถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสด้วย

ในการบริหารประเทศ ผู้กำหนดนโยบายต้องมีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ มีความเข้าใจเรื่องการแลกได้แลกเสีย และต้นทุนค่าเสียโอกาส แต่ถ้ารัฐมนตรีและข้าราชการไม่มีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ และมีพฤติกรรมที่มุ่งหาผลประโยชน์เข้าตัว การจะให้มีนโยบายเศรษฐกิจที่ดี ทำให้ประเทศมี ความเจริญก้าวหน้า คงเป็นไปได้ยาก

ในระดับปัจเจกบุคคล ทุกคนมีข้อจำกัดหลายด้านทั้งทางด้านทรัพย์สินเงินทอง เวลา พลังกาย ความรู้และความสามารถ จึงควรพิจารณาว่า น่าจะใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกของแต่ละคน หากเลือกถูก ก็จะประสบผลสำเร็จ หากเลือกผิด จะประสบกับความล้มเหลว บางทีแม้ในระยะสั้น อาจมีเงินทอง มีชื่อเสียง แต่ในที่สุด ก็ต้องรับความเสียหาย

 

การเลือกในชีวิตคน

ในชีวิตคนเรา บางอย่างเราเลือกไม่ได้ เช่น เกิดในประเทศไหน เกิดในครอบครัวร่ำรวยหรือยากจน หรืออยู่ในประเทศที่ต้องเผชิญกับศึกสงคราม มีการเมืองการปกครองที่เลวร้าย มีรัฐบาลที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน หรือตกอยู่ในสภาพอันตรายที่ไม่คาดคิดมาก่อน แต่โดยทั่วไปแล้ว แต่ละคนมีสิทธิเสรีภาพในการเลือก ถ้ารู้จักใช้ความคิด บางครั้งแม้ตกอยู่ในที่คับขัน ก็อาจเอาตัวรอดได้ หากมีการเลือกวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง

ชีวิตคน จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการเลือก จะเลือกเส้นทางชีวิตอย่างไร จะให้ความสำคัญกับสิ่งใด ละเว้นไม่ทำสิ่งใด จะดำเนินชีวิตอย่างไร ขึ้นอยู่กับการเลือกของแต่ละคน การเลือกที่ถูกต้องเหมาะสม มีความจำเป็นทั้งปัจเจกบุคคล องค์กร สถานประกอบการ และประเทศชาติ แนวคิดต้นทุนค่าเสียโอกาส เกี่ยวข้องกับการเลือกที่เหมาะสมและถูกต้อง โดยทั่วไปแล้ว แต่ละคนรู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรควร อะไรไม่ควร ในเมื่อมีสิทธิเสรีภาพในการเลือก ทำไมต้องไปเลือกทำสิ่งที่ไม่ดีไม่ควร และเกิดความเสียหาย

การเลือกอย่างหนึ่ง คือ เลือกผลประโยชน์ในระยะสั้นแลกกับผลประโยชน์ที่ยั่งยืนในระยะยาว คนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบคนอื่น มักคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะสั้นที่สามารถหาได้ โดยอาจได้มาด้วยการใช้เล่ห์กล หรือใช้วิธีการกระทำผิดจริยธรรมและกฎหมาย แต่การกระทำดังกล่าว มีผลทำให้ต้องได้รับความเสียหายในระยะยาว ในทำนองเดียวกัน นักการเมืองจำนวนมาก มักคำนึงถึงประโยชน์ระยะสั้น มากกว่าการออกนโยบายที่จะทำให้ประเทศชาติมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยเกรงว่าจะไม่ได้สร้างผลงานในช่วงเวลาที่ตนมีอำนาจอยู่ ส่วนนโยบายที่จะทำให้ประเทศชาติได้รับผลประโยชน์ในระยะยาว อาจต้องใช้เวลานาน กว่าจะประสบผลสำเร็จ ซึ่งเวลานั้น เขาก็ไม่มีตำแหน่งในรัฐบาลแล้ว ประเทศที่มีการเลือกตั้งและการมีรัฐบาลตามกำหนดเวลา เช่น ในทุกๆสี่หรือห้าปี มักมีนักการเมืองที่ “สายตาสั้น” ที่ยอมเสียสละผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ เพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองในระยะสั้น การแลกระหว่างผลประโยชน์ระยะสั้นกับระยะยาว หรือการแลกได้แลกเสียนี้ บางทีจึงขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน ไม่ได้มาจากกการประเมินต้นทุนค่าเสียโอกาสตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง ในบางเรื่อง เช่น การศืกษา การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาจไม่เห็นผลตอบแทนชัดเจนในระยะสั้น แต่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว เรื่องเหล่านี้ นักการเมืองในรัฐบาลที่เห็นแต่ผลประโยชน์ของตนเองในระยะสั้น คงไม่ให้ความสนใจเท่าไร เงื่อนไขจำเป็นอย่างหนึ่งในการเลือกใช้นโยบายที่เอื้อประโยชน์แก่การพัฒนาประเทศในระยะยาว จึงขึ้นอยู่กับการมีรัฐบาลที่มีความรู้ความสามารถ และเห็นแก่ผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือไม่

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *