“ทรัมป์”เหิมเกริมจัดระเบียบโลกใหม่

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
“ทรัมป์”เหิมเกริมจัดระเบียบโลกใหม่
ชัดแล้วครับ“ทรัมป์”กำลังพยายามจัดระเบียบโลกใหม่ด้วยการตั้งคณะกรรมการเพื่อสันติภาพ(Bord of Peace)หมายล้มสหประชาชาติ
โอ….ช่างมักใหญ่ใฝ่สูง เสียจริงๆ
โดยมี”ทรัมป์”นั่งเป็นประธานตลอดชีพ แม้จะพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีไปแล้ว
ทั้งนี้ ด้วยการเชิญผู้นำโลกร่วมก่อตั้งคณะกรรมการสันติภาพ ค่าสมาชิกชาติละหนึ่งพันล้านดอลลาร์
ถามว่ามีความเป็นมาอย่างไร
ตอบอย่างย่อสั้นว่า :-
“ทรัมป์”เสนอจัดตั้งขึ้นมาเป็นครั้งแรก ในเดือนกันยายน ปีที่แล้ว แต่ไม่ค่อยจะมีใครใส่ใจนัก
เพิ่งจะมาอาจริงเอาจังโดยประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อ๑๕ มกราคมนี่เองครับ
มีหลักการเบื้องแรกสนับสนุนการบริหารจัดการ การฟื้นฟูบูรณะ และการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจของ ฉนวนกาซา ภายหลังสิ้นสุดสงครามกาซา
ทั้งนี้ ตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่หลงทำตามและได้รับความเห็นชอบในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๘
แต่ปรากฏว่ารัสเซียและจีนต่าง “งดออกเสียง” เนื่องจาก ‘ความไม่ชัดเจน’ เกี่ยวกับบทบาทของสหประชาชาติต่ออนาคตของฉนวนกาซา
ระยะหลังๆนี้ ”ทรัมป์”ได้สำแดงบทบาทความเป็นอันธพาลสากลมากขึ้น เพื่อ”หลีกเลี่ยงความนิยมตกต่ำ”หรือเบนความสนใจปัญหาภายในประเทศที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนักเกิดการชุมนุมประท้วงการรวบอำนาจของ”ทรัมป์”ไปก่อนหกหน้านี้
และ”เบี่ยงเบน”กรณีภาวะเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยชาวบ้านเดือดร้อนในการดำรงชีพ หลังใช้มาตรการภาษีตอบโต้ชาติที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐ โดย :-
๑.คุกคามจะเอาดินแดนชาติต่างๆ มากขึ้น นอกเหนือในคราวก่อน ที่อยากจะได้แคนาคาแลอยากผนวกเอากรีนแลนด์ เป็นของสหรัฐด้วยวิธีการหนึ่งใด ต่อมาได้สำแดงเจตจำนงอยากครอบงำปานามา อยากได้เม็กซิโก คิวบา โคลัมเบีย และเวเนซุเอลา
๒. เพิ่มความไม่พอใจในระดับสากลมากขึ้น หลังจากใช้ภาษีน้ำเข้าเป็นเครื่องมือบีบคั้นชาติที่ค้าได้ดุลกับสหรัฐ หมายแก้ไขปัญหาเศรฐกิจของตนเอง แต่กลับกลายเป็นการซ้ำเติมให้ชาวอเมริกันรากหญ้าเดือดร้อนและสร้างแรงต่อต้านไปทั่ว
๓ ในขณะที่ยังคงคุกคามหลายชาติในตะวันออกกลางเช่นซีเรียและเลบานอน ตลอดจนอิหร่าน ด้วยการยุยงสร้างความขัดแย้งภายใน ไม่ยอมให้สหประชาติแก้ไขปัญหา”กาซา”ในแง่มนุษยธรรมด้วยการใช้สิทธิ”วีโต้”ในคณะมนตนรความั่นหรือคัดค้านญัตติที่เกี่ยวข้องผลประโยชน์ของอิสราเอล
ทั้งหมดนี้ ทำให้เห็นชัดขึ้นแล้วว่า “ทรัมป์”ไม่ยอมรับการจัดระเบียบโลกที่มีมา โดยมีสหประชาชาติเป็นตัวกลาง
จึงสร้างคับข้องใจในบรรดาชาติสมาชิก”นาโต้”หรือองค์กรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือที่ตั้งขึ้นเพื่อต้านการรุกราน
หลังสุดเลขาธิการนาโต้ “มาร์ก รึตเตอ”ถึงกับประกาศลั่นว่าผ่านสื่อสังคมว่า :-
“ท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ สิ่งที่ท่านทำกับซีเรียนั้นเหลือเชื่อ ผมจะใช้สื่อใน”ดาวอส”สะท้อนแสงแห่งความจริงในกาซาและยูเครน ผมจะหาทางออกให้กรีนแลนด์ รอไม่ได้อีกแล้วที่จะเจอคุณ”
ความแตกแยกกับชาติตะวันตกชัดเจนขึ้น เริ่มแรกการประชุมเวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลกปีนี้ หรือ ‘Davos 2026’ เมื่อ ๒๐ มค.๖๙ โดยนายกรัฐมนตรีแคนาดา
“มาร์ก คาร์นีย์” ขึ้นเวทีปราศรัยว่า”ระเบียบโลก”ที่ยึดตามกติกาสากลได้ตายไปแล้ว”
ในการนี้จะเห็นได้ว่า ความพยายามของ”ทรีมป์”ที่จะนำพาสหรัฐอเมริกาตีตนออกห่างไม่ต้องรับภาระต่อโลกในเรื่องค่าใช้จ่ายและต้องการตั้งองค์กรใหม่ชัดเจนครับ
โดยหนึ่งปีที่ผ่านมา รัฐบาล”ทรัมป์”ได้ถอนตัวออกจากองค์กรโลกรวม ๖๖ แห่ง ในจำนวนนี้เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสหประชาชาติ ๓๑ แห่ง
องค์กรที่สำคัญมากที่ถอนตัวออกมา ก็คือ องค์กรอนามัยโลก WHO และองค์กรข้อตกลงปารีส Paris Agreement ว่าด้วยการลดภาวะโลกร้อน
ที่ยังไม่ถอนตัวก็คือ ยังไม่ถอนจากการเป็นสมาชิกสหประชาชาติเท่านั้น
สรุปว่าการป่วนโลกนั้นเกิดขึ้นเพราะมิใช่เป็นเพียงเพราะ Trump ต้องการ Make America Great Again เท่านั้น
แต่ยังเป็นการตอบสนองความเหิมเกริม เพื่อให้โลกจารึกเขาว่าเป็น”มหาบุรุษโลก”ที่พยามนำมาสันติสุขมาสู่โลกทั้งใบ
แต่ผลที่ติดตามมากลับตรงกันข้าม
ทำให้โลกแตกแยกกันไปหมด
การที่”ทรัมป์”เชิญผู้นำไทยไปเป็นสมาชิกคณะกรรมการเพื่อสันติภาพ ผมขอตอบแทนรัฐบาลไทยเลยครับ
อย่าได้ไปสนใจ ส่วนผู้นำชาติใด จะสนใจร่วมมือ ก็ช่างเขา วางเฉยเสียก็เท่านั้นครับ
โดยเราจะยังจะต้องยึดมั่นถือมั่น ในองค์การสหประชาติต่อไป
แม้ไทยเราจะเป็นชาติเล็กแต่ก็สามารถแสดงความเป็นตัวของตัวเองได้ มิใช่หรือ
และก็ถึงเวลาแล้ว ที่องค์การสหประชาขาติเอง ก็จะต้องปรับปรุงตนเองรับสถานการณ์”จัดระเบียบโลกใหม่”ตามที่”ทรัมป์”พยายามทำอยู่ โดยไม่ต้องมีสหรัฐอเมริกา หรือมี แต่ก็ต้องลดอำนาจอิทธิพลลง อย่าปล่อยให้”กร่าง”
ความทะเยอทะยานของ”ทรัมป์”ในที่สุดผลจะออกมาเป็นบวกหรือลบแค่ไหน คาดว่าในไม่ช้า ก็จะได้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ครับ







