เศรษฐศาสตร์ชาวบ้าน

เศรษฐศาสตร์ชาวบ้าน
โดย รศ.ดร สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย
ในเวลาที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเขียนบทความเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ในแง่มุมต่างๆเป็นจำนวนไม่น้อย และเคยร่วมโครงการวิจัยของหน่วยงานของรัฐบาลหลายโครงการ แต่ผมรู้สึกว่า ทั้งบทความทางวิชาการและรายงานโครงการวิจัยมีคนอ่านน้อยมาก จึงมีความคิดที่จะเริ่มเขียนบล็อกเพื่อเผยแพร่ข้อคิดเห็นของผมให้แก่ผู้สนใจ สิ่งที่ผมจะเขียนในบล็อกนี้คงเป็นเรื่องทั่วๆไป แต่อาจเน้นหนักในเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์และเรื่องประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจีน ซึ่งมาจากหนังสือ” 36กลอุบาย” และ หนังสือ “สุภาษิต คำพังเพยและคติเตือนใจในภาษาจีน” ซึ่งได้ตีพิมพ์เผยแพร่ไปแล้ว และบทความเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไปที่ผมกำลังขียนอยู่
การเขียนบล็อกของผมนี้ก็เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนเพื่อนและผู้สนใจ ผมยินดีที่จะรับฟังข้อคิดเห็นของผู้อ่านทุกท่าน หากท่านพบว่าข้อเขียนของผมมีข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดประการใด ก็กรุณาชี้แนะด้วยนะคร
ขงจื๊อกล่าวว่า เรียนแล้วไม่รู้จักคิดจะทำให้เกิดความมึนงง แต่ถ้ามัวแต่คิดโดยไม่พยายามเรียนรู้หรือค้นหาความจริง ก็จะทำให้คิดผิดหรือมีความคิดที่เป็นภัย สุภาษิตจีนก็กล่าวว่า อย่าเชื่อในทุกสิ่งที่อ่าน
ถ้าท่านอ่านข้อเขียนในบล็อกนี้แล้วมีความคิดเห็นเพิ่มเติม หรือพบข้อผิดพลาดใดๆ ก็โปรดร่วมแสดงความคิดเห็นของท่านมาด้วย
การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก
อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นสิ่งบ่งชี้ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ ประเทศต่างๆในโลก มีอัตรการเจิญเติบโตที่แตกต่างกัน เมื่อเวลาผ่านไป บางประเทศก็พัฒนาจากประเทศยากจนและล้าหลัง มาเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าและร่ำรวย ในขณะที่บางประเทศ กลับเป็นตรงกันข้าม เสื่อมถอยลงตามกาลเวลา
อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเจริญเติบโต หรือการเสื่อมถอยลง ของประเทศต่างๆ
หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม ประเทศอังกฤษ กลายเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจมากที่สุดในยุโรป และในโลก ต่อมา ประเทศอื่นๆ เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา ก็พัฒนาขึ้นไปสู่ประเทศ ร่ำรวย โดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกามีการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถมีอิทธิพลครอบงำเศรษฐกิจโลกเป็นเวลานานหลายทศวรรษ
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศญี่ปุ่น มีการพัฒนาเศรษฐกิจที่รวดเร็วมากจนกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และใหญ่ป็นอันดับ 2 ของโลก
ในช่วงทศวรรษ ที่ 1970 และ 1980 กลุ่มเศรษฐกิจ 4 เสือ คือ ไต้หวัน เกาหลี ฮ่องกง และสิงคโปร์ ก็มีอัตราการเจริญเติบโตสูง ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน
ตั้งแต่มีการปฏิรูปทางเศรษฐกิจในประเทศจีน ในปลายทศวรรษ ที่ 1970 ประเทศจีน ซึ่งเดิมมีฐานะทางเศรษฐกิจยากจน ล้าหลัง ก็มีอัตราการเจริญเติบโตสูงมากอย่างต่อเนื่องเป็นเวลนานหลายทศวรรษ จนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก
ในทางตรงกันข้าม หลายประเทศ ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ประเทศที่มีรายได้สูง และปานกลาง ต้องประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจนานาประการ ทำให้อัตราการเจริญเติบโตของประเทศ เสื่อมถอยลง มีหนี้สินจำนวนมาก มีอัตรการว่างงานสูง เช่น ประเทศในยุโรปได้บางปนะเทศ และประเทศต่างๆในอเมริกาใต้ เป็นต้น
อะไรเป็นปัจจัยที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ จนทำให้ ประเทศที่เคยร่ำรวยกลายเป็นประเทศทีมีสภาพทางเศรษฐกิจย่ำแย่ และประเทศที่เดิมยากจนมากกลับมีฐานะทางเศรษฐกิจดี เป็นสิ่งที่น่าสนใจ
ในช่วงต่อไป ผมจะกล่าวถึงข้อเท็จจริงและการวิเคราะห์ของนักเศรษฐศาสตร์และนักสังคมศาสตร์แขนงอื่นที่พยายามอธิบายถึงสาเหตุสำคัญ ที่นำสู่ความเจริญและความเสื่อมทางเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ







