สินค้าสาธารณะและบทบาทของรัฐบาล

สินค้าสาธารณะและบทบาทของรัฐบาล
โดย รศ.ดร สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย
บทบาทของรัฐบาลในการผลิตสินค้าสาธารณะในทางเศรษฐศาสตร์
การมีสินค้าสาธารณะถือว่าเป็นลักษณะหนึ่งของความล้มเหลวของตลาด(market failure) คือ ถ้าอาศัยระบบตลาดโดยลำพังโดยที่รัฐบาล ไม่เข้าแทรกแซงหรือเข้ามาทำการผลิต สินค้าสาธารณะจะไม่เกิดขึ้น หรือผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน. ในประเทศต่างๆ รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลสวัสดิการของประชาชน สินค้าและบริการที่กิจการหรือบุคคลในภาคเอกชนไม่ยินดีผลิต แต่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต หรือมีผลต่อการเสริมสร้างสวัสดิการแก่ประชาชน รัฐบาลก็ต้องเป็นผู้จัดหาให้ เช่น การสร้างถนนหนทาง ระบบคมนาคม ระบบป้องกันน้ำท่วม มีทหารตำรวจไว้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมและป้องกันประเทศ เป็นต้น แต่การผลิตสินค้าเหล่านี้ต้องมีค่าใช้จ่าย รัฐบาลจึงต้องมีงบประมาณในการสร้างสินค้าสาธารณะเหล่านี้ ซึ่งงบประมาณของรัฐบาลมาจากการเก็บภาษีอากรเป็นสำคัญ. บางคนจึงกล่าวว่า ประชาชนผู้เสียภาษีคือเจ้าของที่แท้จริงของสินค้าสาธารณะต่างๆที่รัฐบาลสร้างขึ้น. อย่างไรก็ตาม แม้ประชาชนผู้เสียภาษีจะเป็นเจ้าของที่แท้จริงของสินค้าสาธารณะ แต่ลักษณะของสินค้าสาธารณะนั้นไม่สามารถจำกัดผู้ใช้หรือกีดกันการใช้ได้ ผู้ที่เสียภาษีมากก็ไม่อาจใช้สินค้าสาธารณะมากกว่าผู้เสียภาษีน้อย และผู้ไม่เสียภาษี ก็มีสิทธิ์ใช้สินค้าสาธารณะได้เช่นเดียวกับผู้เสียภาษี
ในประเทศที่ใช้ระบบตลาดอย่างเข้มข้น เช่นในอเมริกา สินค้าและบริการที่น่าจะถูกจัดว่าเป็นสินค้าสาธารณะและกึ่งสาธารณะหลายอย่าง จะมีกิจการภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการผลิต เช่น บริการน้ำ ไฟ โทรศัพท์ รายการโทรทัศน์ ฯลฯ มักมีบริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ต้องทำการผลิตสินค้าสาธารณะในส่วนที่กิจการและบุคคลในภาคเอกชนไม่ยินดีผลิต หรือผลิตได้ไม่เพียงพอ แต่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ หรือมีผลต่อสวัสดิภาพของประชาชน เช่น กิจกรรมการป้องกันประเทศและการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม การสร้างเครือข่ายคมนาคม ขนส่ง ฯลฯ.
ในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่ระบบตลาดไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลย่อมมีหน้าที่ต้องจัดหาสินค้าสาธารณะหรือกึ่งสาธารณะให้แก่ประชาชน ในประเทศกำลังพัฒนา การผลิตสินค้าสาธารณะถือว่าเป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งของรัฐบาล. สินค้าและบริการบางอย่างที่อาจถือกันว่าเป็นสินค้าเอกชนหรือเป็นสินค้ากึ่งสาธารณะที่เรียกเก็บเงินจากผู้ใช้ได้ในประเทศพัฒนาแล้ว รัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนาก็ต้องเป็นผู้จัดหาให้แก่ประชาชน สินค้ากึ่งสาธารณะบางอย่างแม้มีการเก็บค่าใช้บ้าง แต่ก็ไม่เก็บเต็มตามต้นทุนที่ใช้ในการผลิต คือมีส่วนที่รัฐบาลให้การอุดหนุนเจือปนอยู่ หรือรัฐบาลอาจสร้างสินค้าสาธารณะขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนบางส่วนที่สมควรแก่การรับความช่วยเหลือ เช่น การศึกษา การรักษาพยาบาลฟรีแก่ประชาชนที่มีรายได้น้อย การให้บริการทางด้านการฝึกอบรมคนงานและการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้า การเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมในลักษณะต่างๆ
ในประเทศกำลังพัฒนา การสร้างสิ่งสาธารณูปโภคมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ. ไฟฟ้า น้ำประปา ระบบขนส่งคมนาคม ระบบป้องกันภัยธรรมชาติ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของภาคเศรษฐกิจต่างๆ มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การลงทุนขนาดใหญ่ในกิจการที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวต้องใช้เงินมากและมีความเสี่ยงสูง ซึ่งกิจการในภาคเอกชนมักไม่สนใจที่จะทำการลงทุน. รัฐบาลจึงต้องเป็นผู้ลงทุนเองโดยการจัดตั้งรัฐวิสากิจมาดำเนินการ
ในประเทศพัฒนาแล้ว การสำรวจอวกาศ การผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ และกิจกรรมที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงบางอย่าง รัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุน. แต่ในประเทศกำลังพัฒนา การลงทุนโดยรัฐบาลในภาคเศรษฐกิจต่างๆ มีอยู่อย่างหลากหลาย การประกอบการของรัฐวิสากิจส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าสาธารณะ แต่ก็มีลักษณะบางอย่างที่มีส่วนคล้ายคลึงกันกับสินค้าสาธารณะ เช่น เป็นกิจการที่ภาคเอกชนไม่อยากลงทุน แต่รัฐบาลเห็นว่าจำเป็นต้องมีการลงทุน และการดำเนินงานเป็นประโยชน์ต่อสวัสดิการของประชาชน หรือมีผลต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว จึงต้องดำเนินการโดยรัฐวิสากิจ
ในประเทศกำลังพัฒนา ผู้ประกอบการเอกชนมักไม่มีกิจกรรมการวิจัยและพัฒนา มากนัก เพราะการวิจัยและพัฒนาไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่หรือการปรับปรุงกระบวนการผลิตส่วนใหญ่ต้องมีการลงทุนมาก มีความเสี่ยงสูง และแม้ใช้จ่ายเงินไปจำนวนมากแล้วก็ยังไม่สามารถประสบผลสำเร็จในการพัฒนาหรือประดิษฐ์สินค้าใหม่ หรือเมื่อมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาแล้ว ผลิตภัณฑ์นั้นไม่เป็นที่ยอมรับของตลาด แต่ถ้าผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นประสบผลสำเร็จและขายดี ก็อาจมีคนเลียนแบบผลิตสินค้าที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันออกสู่ตลาด ทำให้กิจการที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่แรกต้องสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไป ส่วนผู้เลียนแบบก็มีกำไรมาก เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา ในประเทศกำลังพัฒนา กิจการในอุตสาหกรรมต่างๆจึงไม่มีแรงจูงใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์.
ในประเทศพัฒนาแล้วมีการสร้างแรงจูงใจแก่กิจกรรมวิจัยและพัฒนาด้วยนโยบายการให้สิทธิบัตรแก่ผู้ผลิตสินค้าใหม่ โดยอนุญาตให้ผู้พัฒนาสินค้าใหม่มีสิทธิ์จำหน่ายสินค้านั้นแต่ผู้เดียวในระยะเวลาหนึ่งและห้ามไม่ให้ผู้อื่นทำการผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน คือผู้พัฒนาสินค้าใหม่ได้รับการคุ้มครองในสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาในสินค้าชนิดนั้น แต่ในประเทศกำลังพัฒนา ส่วนใหญ่ ระบบการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญายังไม่เข้มแข็ง สินค้าใดถ้าวางขายในตลาดแล้วเป็นที่นิยมกันมาก ก็จะมีผู้ผลิตรายใหม่เข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก. โดยรัฐบาลจะไม่เข้าไปครับไปห้ามปรามหรือขัดขวาง.
เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาที่มีผลประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลจึงต้องส่งเสริมกิจกรรมการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะการวิจัยขั้นพื้นฐานซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงและมีผลตอบแทนที่ไม่ชัดเจน แต่เป็นการศึกษาวิจัยที่เป็นประโยชน์มากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว และผลการศึกษาวิจัยนี้สามารถนำมาใช้ได้โดยผู้ใชัไม่ต้องมีภาระ แบกรับค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา
การวิจัยและพัฒนาขั้นพื้นฐาน และในระยะแรกของการวิจัยเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ถ้าทำได้สำเร็จ ผู้ประกอบการเอกชนอาจนำผลการวิจัยนี้ไปพัฒนาเป็นสินค้าที่สามารถผลิตออกจำหน่ายในตลาดต่อไป รัฐบาลจึงต้องลงทุนทำการวิจัยเองในกิจกรรมบางอย่างโดยเฉพาะในกิจกรรมที่เป็นการวิจัยขั้นพื้นฐาน(basic research) ซึ่งอาจถือว่า เป็นสินค้าสาธารณะอย่างหนึ่ง







