INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

กุมภาพันธ์ ที่รอคอย

500px Monument of Phra Chuangkasetsilapakan

กุมภาพันธ์ ที่รอคอย
ทุกๆคนคงมีวันที่รอคอยมาตั้งแต่จำความได้ เช่นวันที่เริ่มไปโรงเรียนวันแรก วันหยุดเทอม วันขึ้นชั้นใหม่ จนถึงวันรับปริญญา เมื่อเราทำงาน เราก็รอวันเงินเดือนออก วันปีใหม่ หรือวันหยุดพักผ่อนประจำปีฯลฯ เมื่อเราแก่ตัวแล้ว วันเวลาที่รอคอยก็ลดลงไป ปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามยถากรรม แต่ก็มีการรอคอยบ้าง เช่นวันที่ลูกหลานจะมาเยี่ยม หรือวันที่เราจะได้พบปะญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง
เดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนที่พิเศษสำหรับผม ตั้งแต่ต้นเดือน คือวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หรือที่เรียกว่าวัน home coming day ที่ศิษย์เก่ามารวมตัวพบปะสังสรรค์กัน สำหรับรุ่นผมและเพื่อนๆ คือ KU 24 เรามีประเพณีที่ปฏิบัติกันมานาน เริ่มตั้งแต่เวลา ๘.๐๐ น. ที่ไปวางพวงมาลาอนุสาวรีย์ ๓ บูรพาจารย์ ที่เป็นผู้บุกเบิกการศึกษาทางการเกษตรของประเทศไทย คือ คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ และคุณหลวงอิงคสีกสิการ โดยเฉพาะคุณหลวงอิงค์นั้น เป็นอธิการบดีที่นิสิตรักและเคารพในขณะที่ผมเรียนอยู่ด้วย
เมื่อถึงเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. พวกเราได้ไปทำบุญร่วมกันที่วัดพระศรีมหาธาตุให้แก่เพื่อนๆที่ได้จากไปแล้ว แต่พวกเรายังคิดถึงความหลังกับเขาเหล่านั้นทุกๆคน ในปีนี้ เป็นที่น่าดีใจที่ เพื่อนๆมาร่วมกันมาก โดยเฉพาะเพื่อนที่ไปตั้งถิ่นฐานในต่างจังหวัด และต่างประเทศไกลๆเช่นในยุโรป และอเมริกา หลังจากทำบุญเสร็จแล้ว เราก็ไปร่วมรับประทานอาหารกลางวันกันที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค และตอนเย็นๆ ก็ได้ไปร่วมพบปะสังสรรค์กันกับรุ่นพี่รุ่นน้องทุกรุ่นที่หลังหอประชุมใหญ่ดั้งเดิมของเกษตร ซึ่งกิจกรรมตามลักษณะที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมา สำหรับรุ่น ๒๔ คือตั้งแต่จบการศึกษาใน ปี ๒๕๑๑ เป็นต้นมา
แม้บรรยากาศของแต่ละกิจกรรมจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ก็ทำให้เราคิดถึงกาลเวลาที่เราเคยอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะตอนค่ำที่หลังหอประชุมใหญ่ ที่รุ่นน้องๆ วงดนตรีเคยูแบนด์ได้ร้องเพลงมหาวิทยาลัยและเพลงเก่าๆ ที่เราเคยร้อง เห็นรุ่นพี่รุ่นน้องออกรำวงเต้นรำทำให้หัวใจกลับมาคึกคะนองอีกวาระหนึ่ง หลังจากกลับบ้านแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆที่เคยอยู่ด้วยกันมา สมัยนั้น เราอยู่หอร่วมกัน กินอาหารในสถานที่เดียวกัน ร่วมกิจกรรมต่างๆด้วยกัน และหลายๆคนก็ทำงานประสานกัน ได้พบกันอีกเสมอๆ
หลังจากเสร็จกิจกรรมประจำปีที่เกษตรแล้ว ผมก็ได้เดินทางไปเชียงใหม่โดยรถยนต์เหมือนเคย โดยระมัดระวังมากเกี่ยวกับใบสั่งจราจร ซึ่งได้รับมาเสมอๆ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้รับใบสั่งในฐานที่ขับรถเร็ว ถึง ๑๑๘ กม.ต่อชั่วโมงที่อำเภอโกสัมพีนคร ซึ่งทำให้เกิดภาวะเครียด เพราะคิดว่ากฎหมายจราจรได้ขยายความเร็วให้ถึง ๑๒๐ กม.ต่อชม. จำได้ว่าประกาศให้ประชาชนทราบมาเป็นเวลานานแล้ว เรื่องขับรถผิดกฎจราจรนี้ ผมระวังมาก แต่ก็อดเผลอไม่ได้บางครั้ง เพราะความคิดในขณะขับรถไม่ได้เคร่งครัดเฉพาะเรื่องกฎจราจรเท่านั้น สมองก็ฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆ ผมคิดว่า กิจกรรมของเจ้าพนักงานน่าจะเป็นการบริการประชาชน ป้องกันเหตุร้าย และอุบัติเหตุมากกว่าจะคอยเสาะแสวงหาคนที่ผิดกฎจราจร ผิดนิดผิดหน่อย ก็ส่งเรียกค่าปรับ ซึ่งทำให้เกิดความเครียด เพราะต้องเสียเงินโดยไม่ตั้งใจทำผิด
เมื่อไม่กี่วันมานี้ ที่ขับรถไปเดินออกกำลังที่ห้วยตึงเฒ่า ขากลับผ่านสี่แยกคลองชลประทานก่อนจะข้ามสะพานออกถนนใหญ่ มีแถบสีแดงที่ถนน เพื่อหยุดรถให้คนและจักรยานวิ่งผ่าน พอดีในขณะนั้นว่างมาก เพราะหยุด ๓ วัน แต่ผมก็จอดรอตามระเบียบ เห็นว่าเป็นถนนเล็กๆ จึงล้ำแถบสีแดงไปหน่อย ไม่ได้เคร่งครัดนัก ตำรวจยืนอยู่ตรงนั้นพอดี ถ่ายรูปรถผมไว้ ก็เกิดความไม่สบายใจอีก คิดว่าจะต้องโดนค่าปรับอะไรอีกหรือไม่ คิดแล้วก็รู้สึกเครียด คิดถึงสมัยหนุ่มๆขับรถได้อย่างสบายใจ ไม่มีเจ้าหน้าที่และกล้องมาคอยจับผิด มีแต่ตำรวจที่คอยดูแลความเรียบร้อยของประชาชน เคยจอดรถนอนข้างถนนตอนดึกๆแถวโคราช ตำรวจมาเคาะเรียกให้ไปนอนที่ปั๊มหรือชุมนุมชนด้วยความหวังดี
ที่เชียงใหม่นี้ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ มีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนที่อำเภอฮอด ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ ต่อจากอำเภอจอมทอง ในสมัยก่อนที่จะขับรถไปแม่ฮ่องสอน ต้องผ่าน แม่สะเรียงซึ่งก็ต้องผ่านอำเภอฮอดนี้ ห่างจากเชียงใหม่ประมาณ ๑๐๐ กม. ตอนนั้น เป็นเส้นทางรถแคบๆวิ่งทางเดียวสวนกัน ได้เคยมานอนพักค้างที่นี่ หรือได้เคยผ่านไปแม่ฮ่องสอนหลายครั้ง ยังประทับใจบรรยากาศแบบชาวบ้านๆ ตลาดกลางคืน มีแม่ค้าไข่หวาน ให้พูดคุยสนุกๆ และอากาศเย็นสบาย ในปัจจุบันนี้ มีถนนข้างละ ๒ เลนทางดีมาก และไม่ค่อยมีรถวิ่ง แต่บางจุดเห็นมีกล้องจับความเร็วตั้งอยู่ คงต้องระมัดระวังกันอีกแล้ว ถนนแถวนี้ เหมาะสำหรับขับรถเล่น มีสถานที่น่าท่องเที่ยว เป็นธรรมชาติสวยงามคืออุทยานแห่งชาติออบหลวง และสวนสนบ่อแก้วซึ่งได้รับทราบข้อมูลว่าสวยงามร่มรื่น แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้แวะเที่ยว คิดว่าสักวันหนึ่งคงได้แวะ และไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนอีกครั้งหนึ่ง
หลังจากนั้น เมื่อวันหยุดต่อจากวันมาฆะบูชา คือวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ มีเพื่อนรุ่นพี่ชวนไปกินข้าวหมกไก่ ที่ บ้านฮ่อ ซึ่งบ้านฮ่อนี้ อยู่ในซอยแรกทางซ้ายที่ถนนช้างคลาน (ไนท์บาซ่าร์ ) ไปทะลุถนนเจริญประเทศ เป็นชุมชนชาวอิสลามเล็กๆ มีอาหารขายอยู่หลายชนิด เช่นข้าวแกง โลตี (รถเข็น) ฯลฯ สำหรับร้านข้าวหมกไก่นี้ มีคนมาอุดหนุนมาก ขายดี มีอาหารหลายอย่างให้เลือก มีข้าวหมกปลา ข้าวซอย รวมทั้งข้าวซอยปลา ถ้าไปตอนกลางวัน โดยเฉพาะวันหยุด น่าจะมีที่จอดรถสบายๆ คือจอดริมถนนแล้วเดินต่อนิดหน่อย เป็นการถือโอกาสเดินชมสถานที่รอบๆในตอนกลางวันด้วย เพราะกลางคืนแถวนั้นมีแต่นักท่องเที่ยว ถ้าเราไปก็ไม่เห็นอะไรมากนัก ยกเว้นแสงสีของไฟประดับ
สำหรับงานไม้ดอกไม้ประดับซึ่งเป็นงานที่ขึ้นชื่อทางเชียงใหม่ และทราบว่า มีจัดที่เชียงรายด้วย ได้จัดให้มีขึ้นในช่วงเวลานี้เช่นเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ ๗-๙ กุมภาพันธ์ และขบวนแห่ในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ไปสิ้นสุดที่สวนบวกหาด ซึ่งผมได้ยินข่าว แต่ไม่ได้ไป จนขณะนี้ งานคงเสร็จแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้เคยร่วมเสมอๆในสมัยที่ยังทำงานอยู่ เพราะกรมส่งเสริมการเกษตรที่ผมทำงานในสมัยก่อน มีบทบาทสำคัญในการจัดงานนี้ในระยะเริ่มต้น
ปีนี้เป็นปีที่มีอากาศหนาวเย็นมาก โดยเฉพาะตอนต้นฤดู ขณะที่อากาศหนาวเย็นสุดๆ ได้ไปเดินตาก ลมหนาวที่ตลาดจริงใจ (ตลาด เจ เจ) ซึ่งมีเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ อยู่หลังตลาดคำเที่ยงที่จำหน่ายต้นไม้และอุปกรณ์ทำสวน ที่ตลาดเจ เจ นี้ มีรถเข็นขายกาแฟ ที่มีชื่อเสียง ลูกค้าต่อคิวซื้อกันยาว นัยว่า ชาวเขาผู้ปลูกกาแฟนำผลผลิตลงมาชงขายเอง แต่เรื่องกาแฟนี้ ผมซื้อกาแฟสดมาชงกินที่บ้าน ของ Akha Ama ซึ่งมีหลายสาขาในเมือง ร้านนี้เป็นลูกหลานชาวเขาเหมือนกัน ในขณะนี้ อากาศที่หนาวเย็นกำลังจะอำลาไป ฝนที่ชื่นฉ่ำคงรอที่จะแทนที่ ทั้งหนาว ร้อนและฝน ผมก็คงต้องไปๆมาๆเมืองเชียงใหม่จนกว่าจะเดินทางไม่ไหว
ต้องขอขอบคุณภาคเอกชนที่เป็นผู้บริหาร ปั๊มน้ำมัน และศูนย์การค้าทั่วๆไปทุกจังหวัด ที่ทำห้องน้ำสะอาดไว้บริการผู้เดินทางและลูกค้า พร้อมทั้งข้าวแกงอร่อยๆรวมทั้งกาแฟ อีกหลายแห่ง กล่าวถึงห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันตามรายทางแล้ว ผมชอบมองออกไปหลังห้องน้ำ เป็นที่กว้างเวิ้งว้าง เป็นพื้นที่การเกษตร หรือพื้นที่ว่างๆ เห็นแล้วสบายตายิ่งนัก ชีวิตผมที่ไม่เห็นทะเล ภูเขา ก็ขอให้ได้ชมวิวหลังห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันตามรายทางไป-กลับเชียงใหม่ก็พอแล้ว

บู๊ คนเคยหนุ่ม
เชียงใหม่ ๑๑ กพ. ๖๓

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *