โอฮานาของชาวฮาวาย หมายถึงครอบคร้ว

โอฮานาของชาวฮาวาย หมายถึงครอบคร้ว
มาร์ค เบนิออฟ ผู้ก่อตั้งร่วมและซีอีโอของเซลส์ฟอร์ช และผู้บุกเบิก
คลาวด์ คอมพิวติ้ง ภายใต้ความเป็นผู้นำของมาร์ค เบนิออฟ เซลส์ฟอร์ซ
เป็นผู้จัดหาซอฟท์แวร์การบริหารลูกค้าสัมพันธ์หมายเลขหนึ่งทั่วโลก มารค์ เบนิออฟ ถูกระบุชื่อเป็นนักนวัตกรรมแห่งทศวรรษโดยฟอร์บ และถูกยกย่องเป็นหนึ่งของผู้นำยิ่งใหญ่ที่สุด 25 คนของโลกโดยฟอร์จูน และเป็นหนึ่งของซีอีโอที่ดีสุด 10 คนภายในโดยฮาร์วาร์ด บิสซืเนส รีวืว
เรื่องราวของเซลส์ฟอร์ซ น่าประหลาดใจ มันเป็นเรื่องราวซิลิคอน แวลลี่ย์
คลาสสิคของบริษัทก่อตั้งโดนผู้บุกเบิกเทคไม่กี่คนจากอพารตเม้นท์เล็ก
ภายในซาน ฟรานซิสโก ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนถึงวันนี้ และ
เซลส์ฟอร์ซ มีบุคคลมากกว่า 70,000 คนทั่วโลก ไม่มีอะไรที่เป็นไปได้
เลย ถ้าไม่มีผู้ก่อตั้งวิสัยทัศน์ของเซลส์ฟอร์ซ มาร์ค เบนิออฟ
มาร์ค เบนิออฟ เป็นบางสิ่งบางอย่่างของความไม่ธรรมดาท่ามกลางซีอีโอ
ของซิลิคอน แวลลี่ย์ เขาเกิดเเละเลี้ยงดูภายในบริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก พ่อของเขาเป็นเจ้าของร้านสรรพสินค้าท้องที่ภายในซาน ฟรานซิสโก
ครั้งหนึ่ง มาร์ค เบนิออฟ กล่าวว่า ผมเรียนรู้จริยธรรมการทำงานของผมจากเขา มาร์ค เบนิออฟ ได้งานแรกของเขา ณ ร้านเพชร ในที่สุดเขาได้ถูกไล่ออกจากการทำความสะอาดพื้นด้วยสบู่ที่ผิด
ทุกอย่างที่มาร์ค เบนิออฟ กระทำ เป็นการรับฟังคำพูดของนักฝัน ตอน
อายุ 20 ปี ก่อนการก่อตั้งและกลายเป็นซีอีโอของเซลส์ฟอร์ซ มาร์ค
เบนิออฟ เป็นผู้ฝึกงาน ณ แอปเปิ้ล เขาเป็นโปรแกรมเมอร์สายการผลิต
ดังที่เขาได้เรียกมัน
ระหว่างเวลาของเขา ณ แอปเปิ้ล ทีมงานได้ยุ่งเหยิงกับทำงานของแมคอินทอชเครื่องแรก แม้ว่าพวกเขาได้จัดหาเงินทุนมากกว่า 100 ล้านเหรียญแล้วแอปเปิ้ลยังคงเป็นสตร์าทอัพโรงเก็บรถยนต์วัยหนุ่มร้อนแรงมากตรงที่สตีฟ จ้อป ผู้ก่อตั้ง และมาร์ค เบนิออฟ ผู้ฝึกงานสามารถยืนอยู่ภายในสายการผลิตดื่มกาแฟด้วยกัน
20 ปีต่อมา เมื่อมาร์ค เบนิออฟ ได้เริ่มต้นบริษัทของเขาเอง สตีฟ จ้อป
ได้บอกเขา ถ้าเขาต้องการความช่วยเหลือการดำเนินงานเซลส์ฟอรซ์ มาได้ที่สำนักงานของเขา มาร์ค เบนิออฟ กล่าวว่า บริษัทของเขาจะไม่่ดำรงอยู่วันนี้ถ้าไม่มีสตีฟ จ้อป เมื่อเขาเริ่มต้นเซลส์ฟอร์ซ สตีฟ จ้อป ได้เชิญเขามาที่สำนักงานของเขาสอน และให้คำแนะนำแก่เขาอยู่เสมอ เขาเป็นที่ปรึกษายิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง
ื ฮาร์วารด บิสซิเนส รีวิว ได้ยอมรับมาร์ค เบนิออฟ บนรายชื่อซีอีโอที่ดี
ที่สุดภายในโลก เขาอยู่ลำดับที่สองบนรายชื่อ เลื่อนขึ้นจากลำดับที่หก
ปีที่แล้ว
เชื่อหรือไม่ เซลส์ฟอร์ซ ได้เริ่มต้นชีวิตของมันเมื่อ ค.ศ 1999 จากอพาร์ตเม้นต์ ห้องนอนเดียว ข้างหน้าบ้านของมาร์ค เบนิออฟ ภายในเทเลกราฟ
ฮิลล์ ซาน ฟรานซิสโก ชายสามคนที่เริ่มต้นทำงานภายในสำนักงานที่เล็กนี้
พร้อมกับมาร์ค เบนิออฟ คือ พาร์คเกอร์ แฮร์รีส แฟรงค์ โดมินเกซ เดฟ โมเลนฮอฟฟ์
เซลส์ฟอร์ซ อยู่ ณ แนวหน้าของการปฏิรูปคลาวด์ คอมพิวติ้ง นับตั้งแต่มันได้เริ่มต้น เซลส์ฟอร์ซ เป็นบริษัทซอฟท์แวร์บนพื้นฐานคลาวด์ พวกเขา
ได้จินตนาการบิสซิเนส โซลูชั่น ทำให้บริษัทสามารถปรับปรุงความสัมพันธ์ของพวกเขา และการเกี่ยวพันระหว่างกันกับลูกค้า
สำนักงานใหญ่ของเซลส์ฟอร์ซอยู่ภายในซาน ฟรานซืสโก แคลิฟอร์เนีย เซลส์ฟอร์ซ เป็นผู้นำโลกภายในซีอาร์เอ็มการช่วยเหลือบริษัืทเชื่อมโยงกับลูกค้าภายในวิถีทางใหม่ทั้งหมดซอฟท์แวร์การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ – ซีอาร์เอ็ม บนพื้นฐานคลาวด์ ช่วยธุรกิจเชื่อมโยงและได้ข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับฐานลูกค้าของพวกเขา คุณน่าจะเคยได้ยินเซลส์ฟอรซ์ดอทคอมซีอาร์เอ็มมาก่อน หรือบริษัทของคุณอาจจะใช้บริการของพวกเขา
เซลส์ฟอร์ซ สามารถทำให้บริษัททุกขนาดและทุก
อุตสาหกรรมปฏิรูปดิจิตอลรอบลูกค้าของพวกเขา ด้วยการใช้ประโยชน์พลังของอัตโนมัต ปัญญาประดิษฐ์ และข้อมูลเวลาจริง ด้วยการทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าทุกคนเป็นส่วนบุคคล มีคุณค่า และน่าจดจำมากขึ้น ด้วยชุมชนโลกขับเคลื่อนด้วยค่านิยมแกนร่วม เซลส์ฟอร์ซเป็นมากกว่าธุรกิจ มันเป็นเเพลตฟอร์มเพื่อการเปลี่ยนแปลง
เราหลายคนได้แรงบันดาลใจจากนักนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ สตีฟ จ้อป
ภายในหนังสือของมาร์ค เบนิออฟ “Trailblazer” เขาได้เล่าเรื่องราวสตีฟ
จ้อป ได้ปลูกเมล็ดพันธ์ุของความคิดที่กลายเป็นแอปสโตร์แรกอย่างไร
เมื่อคุณคิดถึง แอปสโตร์ คุณคงจะคิดถึงแอปเปิ้ล แต่มาร์ค เบนิออฟ
เป็นเจ้าของ
ต้นกำเนิดของเครื่องหมายการค้า แอปสโตร์ มันเกิดขึ้นจากการสนทนา
ระหว่างมาร์ค เบนิออฟ และสตีฟ จ้อป เมื่อเเสวงหาคำแนะนำธุรกิจ สตีฟ จ้อป ได้บอกเขาคุณต้องสร้างเศรษฐกิจการประยุกต์
ภายหลังการระดมความคิดและการทดสอบกลุ่มสนทนา คำแนะนำของ
สตีฟ จ้อป กลายเป็นความจริงด้วยการเปิดตัวของ แอปเอ็กซ์เชนจ์ เมื่อ
ค.ศ 2006 ต่อมาเมื่อ ค.ศ 2008 แอปเปิ้ล ได้เปิดตัวเเอป สโตร์ ด้วยของขวัญ มาร์ค เบนิออฟ ได้ให้เครื่องหมายการค้า แอป สโตร์ และแอปสโตร์ ดอทคอมแก่เเอปเปิ้ล
มาร์ค เบนิออฟ ได้อ้างผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ลเป็นที่ปรึกษายิ่งใหญ่ที่สุดเขาเคยมี ที่จริงแล้ว มาร์ค เบนิออฟ ได้ยกย่องการดำรงอยู่ของบริษัทของเขาต่ออเมริกันไอคอนคนนี้ และมันเป็นเพราะว่าคำแนะนำตีราคาไม่ได้ที่สตีฟ จ้อป ตอนเริ่มต้นภายในอาชีพของเขา
มาร์ค เบนิออฟ ได้เปิดเผยว่าสตีฟ จ้อป ได้ให้งานอย่างแรกของเขาตอนเป็นนักศึกษาอายุ 19 ปี ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ภาษาแอสแซมบลี ณ
แอปเปิ้ล มาร์ค เบนิออฟ ได้สัมผัสกับสตีฟ จ้อปหลายปี โดยเฉพาะช่วงเวลาเมื่อเขาได้เริ่มต้นสตาร์ทอัพเซลส์ฟอร์ซ บริษัทซอฟท์แวร์บนพื้นฐานคลาวด์ เมื่อต้น ค.ศ 2000 มาร์ค เบนิออฟ รู้สึกติดอยู่กับทิศทางของเซลส์ฟอร์ซ ดังนั้นเขาได้ตรงไปที่สตีฟ จ้อปเพื่อขอคำแนะนำ
ภายหลังการมองการสาธิตของการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ของเซลส์ฟอร์ซ สตีฟ จ้อป ได้แนะนำมาร์ค เบนิออฟ ทำสามอย่าง อย่างเเรก เซลส์ฟอร์ซต้องใหญ่ขึ้น 10 เท่าภายใน 24 เดือนหรือน้อยกว่า มิฉะนั้นมันจบไปแล้ว อย่างที่สอง คุณต้องใกล้ชิดลูกค้าที่ใหญ่โตมาก เช่น เอวอน และอย่างที่สาม คุณต้องสร้างเศรษฐกิจการประยุกต์ แต่ไม่ใช่เพียงเท่านี้ จ้อป ได้บอกมาร์ค เบนิออฟ ถ้าคุณต้องการเป็นซีอีโอที่ยิ่งใหญ่ คุณต้องมีสติและคาดคะเนอนาคต มาร์ค เบนิออฟ ได้ถามว่าเศรษฐกิจการประยุกต์คืออะไร สตีฟ จ้อป ได้ตอบว่า ผมไม่รู้ แต่คุณจะคิดออก
มาร์ค เบนิออฟ ได้ก่อตั้งเซลส์ฟอร์ซ บริษัทซอฟทแวร์ซีอาร์เอ็ม แนว
หน้าภายในโลก เขาได้สร้างบริษัทที่บรรลุความสำเร็จสูงมากที่ได้ปฏิรูป
ตลาดซอฟท์แวร์การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ เขาเป็นผู้ประกอบการที่บรรลุความเร็จสูง ผู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่มีชื่อเสียง และผู้นำที่เคารพภายในอุตสาหกรรมเทค
เมื่อมาร์ค เบนิออฟ เปิดตัวเซลส์ฟอร์ซจากอพาร์ตเม้นท์ห้องนอนเดียว เขามีความฝันที่ยิ่งใหญ่ วางรากฐานเพื่อโมเดลและอุตสาหกรรซอฟท์แวร์ใหม่ ด้วยถ้อยคำของมาร์ค แอนแดรสเซ็น “กิน” โมเดลสมัยเดิมของการจัดหาและการขายซอฟท์แวร์
มาร์ค เบนิออฟ ได้รับรู้ว่าซอฟท์แวร์องค์การควรจะดีกว่าและถูกกว่ามาก
แน่นอนทางออกคือการใช้พลังของคลาวด์ โมเดล และการบุกเบิกโมเดล 1-1-1 ของการรวมการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วย : การมีส่วน
ช่วย 1% ของผลิตภัณฑ์ 1% ของทุน และ 1% ของชั่วโมงของบุคคล กลับ
ไปสู่ชุมชน มันเป็นความผูกพันต่อเทคโนโลยีและความผูกพันตัวเขาเองและบุคคลของเขา ได้สร้างบริษัืทหลายพันล้านเหรียญ
ตามมาร์ค เบนิออฟแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญกว่าความไว้วางใจ ถ้าคุณต้อง
การให้บุคคลไว้วางใจคุณ ทำทุกสิ่งทุกอย่างภายในอำนาจของคุณยืนยัน
ว่าบุคคลและบริษัืทของคุณปฏิบัติอย่างซื่อสัตย์ ทำให้ตราสินค้าของคุณ
คุ้มค่าของความไว้วางใจภายในตอนเเรก ความไว้วางใจของลูกค้า ถ้าคุณ
ไม่ได้ให้คำสัญญาตามเวลา ลูกค้าจะไม่เคยไว้วางใจคุณ
มาร์ค เบนิออฟรู้ว่าความไว้วางใจมีคุณค่าเกินไปที่จะสุรุ่ยสุร่ายบนการโฆษณาที่ว่างเปล่า ความไว้วางใจของลูกค้าสำคัญต่อการสร้างและรักษาบริษัทให้ยั่งยืน
ความไว้วางใจเป็นกระดูกสันหลังของธุรกิจใดก็ตาม คุณไม่สามารถคาด
หวังบุคคลของคุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ ถ้าไม่มีความไว้วางใจ
ภายในองค์การ ผู้นำต้องสร้างความไว้วางใจกับผู้มีส่วนได้้เสียของบริษัท
ของพวกเขา มาร์ค เบนิออฟได้สร้างแผนกใหม่ภายในบริษัทของเขารวบรวมข้อร้องเรียนจากบุคคล ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่นของพวกเขา และร่วมข้อมูลเหล่านี้กับมาร์ค เบนิออฟโดยตรง
มาร์ค เบนิออฟ เป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูง ลุ่มหลงเกี่ยวกับงาน และบริษัทของเขา เขาถูกรู้จักกันต่อความมีน้ำใจและสนับสนุนบุคคลของเขาด้วย เขาเป็นผู้เชื่อมั่นที่เข้มแข็งภายในพลังของความร่วมมือร่วมใจ
และกระตุ้นการสื่อสารที่เปิดกว้างระหว่างบุคคลและผู้บริหาร เขาได้เน้น
ย้ำความสำคัญของการให้คืนกลับแก่ชุมชน และกระตุ้นบุคคลเป็นอาสาสมัครเวลาของพวกเขาช่วยเหลือชุมชนที่ต้องการ
เมื่อบุคคลใหม่เริ่มต้น ณ เซลส์ฟอร์ซ พวกเขาถูกแสดงห้องครัว ห้องน้ำ
และโต๊ะของพวกเขาอยู่ที่ไหน แต่ต่อจากนั้น มันเป็นเวลาออกไปจากอาคาร และทำงานอาสาสมัครบางอย่าง พวกเขาจะไปที่พักคนไร้บ้าน
หรือพวกเขาจะไปโรงพยาบาล หรือไปโรงเรียนสาธารณะ การมีอาสา
สมัครของบุคคลที่ว่าจ้างใหม่ บนวันเเรกของพวกเขาจะไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขารู้สึกดีเท่านั้น มันได้สร้างความรู้สึกที่เข้มเเข็งของความมุ่งหมายแก่พวกเขาด้วย และการเสริมแรงความสำคัญของการให้แก่บุคคลอื่น
ความเป็นผู้นำของมาร์ค เบนิออฟ เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อความสำเร็จของเซลส์ฟอรซ ความลุ่มหลงและความผูกพันของเขาต่อบริษัทได้บันดาลใจ
บุคคลทำงานของพวกเขาอย่างดีที่สุด และการสนับสนุนของเขาสร้าง
วัฒนธรรมของความไว้วางใจและความเคารพ นอกจากนี้ความมีน้ำใจ
ของมาร์ค เบนิออฟ ได้ช่วยดึงดูดบุคคลที่สามารถ แรงขับเคลื่อนที่สำคัญของความสำเร็จของบริษัท
ภายหลัง 10 ปี ณ ออราเคิล มาร์ค เบนิออฟ รู้สึกสภาวะหมดไฟ ดังนั้น
เขาได้เดินทางไปสู่ฮาวาย และทำการนั่งสมาธิ การทำให้สมองของเขาปลอดโปร่ง และให้เวลาเขาคิดเกี่ยวกับอนาคตของอินเตอร์เน็ต เมื่อเขา
ได้กลายเป็นเชื่อว่าเว็บในไม่ช้าจะกลายเป็นเกี่ยวกับบริการ โดยเฉพาะ
ซอฟท์แวร์เป็นบริการและคลาวด์ คอมพิวติ้ง มาร์ค เบนิออฟ ได้ตัดสินใจ
ทันที บริษัทเทคใดก็ตามที่เขาก่อตั้งจะต้องมีวัฒนธรรมสร้างรอบบริการ
หลักการที่สำคัญอย่างหนึ่งของมาร์ค เบนิออฟคือ ภายในธุรกิจ ความไว้วางใจสำคัญกว่าการเจริญเติบโต มันได้ยืนหยัดตรงกันข้ามอย่างรุนแรงกับบันทึกที่ผู้บริหารเฟซบุค เขียนว่า เขายืนหยัดด้วยกลยุทธ์การเจริญ
เติบโตของเครือข่ายสังคม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณวางการเจริญเติบ
โตข้างบนความไว้วางใจ ทันทีคุณได้สร้างวัฒนธรรมมลพิษ บุคคลไม่ต้อง
การมาทำงานภายในสภาพแวดล้อมนั้น

การศึกษาเเสดงว่าการนั่งสมาธิช่วยลดความเครียด เพิ่มจุดมุ่ง และรักษาความจำ มาร์ค เบนิอแฟ ได้ทำการนั่งสมาธิเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของเขา มาร์ค เบนิออฟ ได้เริ่มต้นการนั่งสมาธิ เมื่อเขาทำงานอยู่ที่ออราเคิล เขาได้กล่าวว่าเมื่อบุคคลบางคนสนใจการนั่งสมาธิทำให้สมองโปร่งอยู่เสมอ ได้ช่วยเขาลดความเครียดด้วยการนั่งสมาธิ ณ เวลานั้น ผมได้เริ่มต้นการเล่นโยคะในขณะเดียวกัน เรามีห้องโยคะ ณ เซลส์ฟอร์ซแก่บุคคลของเราสองครั้งต่อสัปดาห์ เขากล่าวว่า การนั่งสมาธิช่วยให้เขารักษาทัศนคติ ทำให้เขารับฟังอย่างใกล้ชิดก่อนการตัดสินใจใดก็ตาม
มาร์ค เบนิออฟ ได้มีถ้อยคำต่อเเอปเปิ้ลและอุตสาหกรรมเทค พัฒนา
ตัวเราเอง ค้นหาความยิ่งใหญ่นั้น การมีสติและวางแผนอนาคต มันเป็น
อะไรที่สตีฟ จ้อป ได้บอกแก่มาร์คเบนิออฟนานมาแล้ว มาร์ค เบนิออฟ ได้ใช้แนวคิดพุทธศาสนานิกายเซนอย่างเดียวกันที่ขับเคลื่อนสตีฟ จ้อป ไปสู่ความสำเร็จ สตีฟ จ้อป ตัวเขาเอง เป็นผู้สนับสนุนที่สำคัญเพื่อการปลูกฝังจิตใจของผู้เริ่มต้น
มารค เบนิออฟ อยากรู้อย่างไม่ลดละ มองหาความคิดใหม่ ความรู้ และ
เเรงบันดาลใจอยู่เสมอ ช่วยเขาสร้างบริษัทที่บรรลุความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ มาร์ค เบนิออฟ เรียกวิถีทางนี้ต่อธุรกิจว่า “จิตใจของผู้เริ่มต้น” มันเป็น
แนวคิดจากพุทธศาสนานิกายเซน และมันอธิบายการมองโลกใหม่อย่าง
สม่ำเสมอ ราวกับคุณไม่รู้ บุคคลบางคนด้วยจิตใจของผู้เริ่มต้น มองโลก
ด้วยสายตาที่สดใส มาร์ค เบนิออฟได้อ้างภูมิปัญญาจากอาจารย์
เซนศตวรรษที่ 20 ชุนริว ซูซูกิ : ภายในจิตใจของผู้เริ่มต้น เรามีความเป็น
ไปได้หลายอย่าง ภายในจิตใจของผู้รอบรู้ เรามีความเป็นไปได้ไม่กี่อย่าง
ย้อนหลังไปเมื่อ ค.ศ 2016 มาร์ค เบนิออฟ ได้อธิบายกระบวนการคิดของเขา ผมได้พยายามปล่อยมันไปของทุกสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเท่าที่ผ่านมาภายในอุตสาหกรรมของเรา จำนวนมากมาย และเพียงแค่ไป ยอมรับได้ อะไรกำลังที่จะเกิดขึ้นในขณะนี้หรือไม่ มันเป็นกรอบความคิดที่มาร์ค
เบนิออฟได้หยิบจากสตีฟ จ้อป เขาได้ยกย่องนายก่อนหน้านี้ของเขาเป็นชายเเห่งจิตวิญญาน
ด้วยสติและรู้จักคิดทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ สตีฟ จ้อป ตัวเขาเองเป็น
ผู้สนับสนุนที่สำคัญเพื่อการปลูกฝีงจิตใจของผู้เริ่มต้น ในขณะนี้มาร์ค
เบนิออฟอยู่ห่างไกลจากผู้เริ่มต้นภายในโลกของเทคแล้ว แต่เขายังคงอาศัยอยู่กับจิตใจของผู้เริ่มต้นของเขา ทำการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ ผมเปิดกว้างต่อความเป็นไปได้ทุกอย่าง
มาร์ค เบนิออฟ กล่าวว่าเรามีกรอบความคิดสองอย่างที่คุณสามารถมี
ภายในธุรกิจ คุณสามารถมีกรอบความคิดคงที่หรือกรอบความคิดเจริญ
เติบโต ด้วยวิถีทางอีกอย่างหนึ่งที่จะพูดมันคือคุณสามารถจิตใจของผู้
รอบรู้ ตรงที่คุณมีความเป็นไปได้ไม่กี่อย่าง หรือคุณสามารถมีจิตใจของ
ผู้เริ่มต้น ตรงที่คุณมีความเป็นไปได้ทุกอย่างอยู่เสมอ
มันสำคัญต่อผู้ประกอบการทุกคน ซีอีโอทุกคน ผู้นำธุรกิจทุกคน รักษา
จิตใจของผู้เริ่มต้นของคุณ เพื่อที่จะช่วยเหลือกับสิ่งเหล่านี้ มาร์ค เบนิออฟ กล่าวว่าเขาใช้เวลาที่จะมุ่งต่อการมีสติด้วยการทำผ่านการนั่งสมาธิ ผมพยายามปล่อยมันไปอะไรก็ตาม ดังนั้นผมสามารถอยู่ภายในความเป็นจริงช่วงเวลาปัจจุบันของผม นั่นเป็นผมต้องการอยู่ที่ไหน ผมต้องการอยู่ภายในช่วงเวลาปัจจุบัน และการมีจิตใจของผู้เริ่มต้น เขากล่าว
การมีจิตใจของผู้เริ่มต้นบอกแก่ผม ผมพยายามฟังอย่างลึกซึ้ง และจิต
ใจชองผู้เริ่มต้นกำลังบอกผมถอยหลัง ดังนั้นผมสามารถสร้างอะไรที่ต้อง
การเป็น ไม่ใช่อะไรที่เป็นอยู่ อนาคตไม่เท่าเทียมอดีต ผมรู้ว่าผมต้องอยู่
ที่นี่ภายในช่วงเวลานี้
วารสารไทม์ ได้ถูกขายโดยบริษัทแม่ เมเรดิธ คอรปอเรชั่น แก่มาร์ค
เบนิออฟ และภรรยาของเขา เมเรดิธ ได้ประกาศว่าพวกเขาได้ขายวารสารไทม์ 190 ล้านเหรียญเป็นเงินสดแก่มาร์ค เบนิออฟ ผู้ก่อตั้งร่วม
ของเซลส์ฟอร์ซ วารสารไทม์ อายุ 95 ปีมีสมาชิกมากกว่า 2 ล้านคน ไทม์
วอร์เนอร์ ได้แตกไทม์ อิงค์ ออกไปเมื่อ ค.ศ 2014 วารสารของไทม์ อิงค์
มีหลายตราสินค้าที่มีอิทธิพล เช่น ฟอร์จูน และสปอร์ต อิลลัสเตรท ครั้งหนึ่งพวกเขาทำกำไรสูงมาก แต่ต้องดิ้นรนเมื่ออุตสาหกรรมวารสารมองเห็นการโฆษณาของพวกเขาถูกทำลายอย่างยับเยินภายในยุคดิจิตอล
ไทม์ เป็นวารสารข่าวรายสัปดาห์ฉบับแรกภายในอเมริกา รากฐาน
และพิมพ์ภายในนิวยอรค ซิตี้ วารสารไทม์ก่่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1923 โดย
นักหนังสือพิมพ์วัยหนุ่มสองคน เฮนรี ลูซ และบริตัน แฮดเดน พวกเขา
ต้องการเริ่มต้นวารสารที่บอกกล่าวผู้อ่านที่วุ่นวายภายในวิถีทางที่
เป็นระบบ กระชับ และจัดอย่างดีเกี่ยวกับเหตุการณ์ในขณะนี้ภายในอเมริกาและทั่วโลก รูปเเบบของไทม์ได้กลายเป็นมาตรฐานต่อวารสาร
ข่าวโดยทั่วไปอื่น ประกอบด้วยบทความสั้นจำนวนหนึ่ง สรุปข้อมูลอย่างกระชับ บนเรื่องของความสำคัญและความสนใจโดยทั่วไป
บุคคลทั้งสองเคยทำงานด้วยกันเป็นบรรณาธิการบริหารของเยล เดลี
นิวส์ พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นมหาวิทยาลัยเยลมายาวนาน ได้้เขียหนังสือชี้ชวนการลงทุนแก่วารสารไทม์ และไทม์อิงค์ ได้กลายเป็นรูปบริษัทเมื่อ ค.ศ 1922
ไทม์ อิงค์ เป็นบริษัทสื่อแนวหน้าของโลก และพิมพ์มากกว่า 100 ตราสินค้าวารสาร มีทั้งชื่อของพวกเขา ไทม์ สปอรต อินลัสเตรท ฟอร์จูน พีเพิล อินสไตล์ กอล์ฟ แมกกาซีน เป็นต้น
เมื่อ ค.ศ 1990 ไทม์ อิงค์ ได้รวมกับวอร์เนอร์ คอมมูนิเคชั่น สร้างกลุ่มธุรกิจ ไทม์ วอร์เนอร์ เมื่อ ค.ศ 2018 บริษัทสื่อ เมเรดิธ คอรปอเรชัั่นได้
ซื้อไทม์ อิงค์ 2.8 พันล้านเหรียญ
มาร์ค เบนิออฟ ได้ซื้อวารสารไทม์โดยส่วนบุคคล และธุรกรรมไม่เกี่ยวพันต่อเซลส์ฟอร์ซ การประกาศโดยเมเรดิธว่ามาร์ค เบนิออฟ จะไม่ยุ่งเกี่ยวการดำเนินงานประจำวันหรือการตัดสินใจของนักข่าว ณ ไทม์ การตัดสินใจเหล่านี้จะดำเนินต่อไปโดยทีมผู้บริหารในขณะนี้ของไทม์ มาร์ค เบนิออฟ กล่าวว่าเขาไม่ได้เป็นดีโมแครทหรือรีพับลิแคน แม้ว่าเขาได้สนับสนุนทางสาธารณะแก่ฮิลลารี คลินตันไม่ใช่โดนัลด์ ทรัมป์ ภายใน
การเลือกตั้งประธานาธิบดี ค.ศ 2016
มาร์ค เบนิออฟ ได้กล่าวว่า จิตใจของผู้เริ่มต้น กระตุ้นเขาทำการซื้ออย่างไร มันไม่ได้เป็นครั้งแรกที่เขาได้อ้างแนวคิดของ จิตใจของผู้เริ่มต้น อำนาจของวารสารไทม์อยู่ที่การเล่าเรื่องไม่เหมือนใครของบุคคลและปัญหาที่กระทบเราทุกคนและเชื่อมโยงเราทุกคน ขุมทรัพย์ของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเรา เราเคารพอย่างลึกซึ้งต่อองค์การของพวกเขา และเป็นเกียรติต่อการรักษาตราสินค้าไอคอนนี้ไว้
มาร์ค เบนิออฟ มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งต่อชุมชน และค้นหาทางออก
ต่อปัญหาซับซ้อนที่สุดของสังคม ไม่ว่ามันเป็นการสร้างโรงพยาบาลของ
เด็ก หรือแก้ปัญหาการไร้บ้าน บรรณาธิการไทม์ เขียนภายในบันทึกแก่
บุคคลของพวกเขา พวกเขาผูกพันเหมือนเช่นไทม์ ต่อการร่วมและการ
โต้เถียงของความคิดที่แข่งขันกัน และต่อวารสารศาสตร์ของคุณภาพ
สูงสุด
การซื้อวารสารไทม์โดยมาร์ค เบนิออฟ เดินตามแนวโน้มของการซื้อสถาบันสื่อสายเก่าโดยยักษ์ใหญ่ที่มั่งคั่ง วอชิงตัน โพสท์ ได้ถูกซื้อโดยผู้ก่อตั้งอเมซอน เจฟฟ์ บีซอส เมื่อ ค.ศ 2013 250 ล้านเหรียญ ไทม์ทำนองเดียวกับวารสารอื่น ได้ดิ้นรนกับการลดลงของยอดขายและการโฆษณา
มาร์ค เบนิออฟ กล่าวว่า เขาไม่ได้มองความสำเร็จหรือความล้มเหลวชองการลงทุนไทม์ของเขาในแง่ของเงิน แม้ว่าเขากล่าวซ้ำผลประโยชน์ของเขากลายเป็นทำกำไร บรรลุรายได้ 1 พันล้านเหรียญและกลายเป็นตราสินค้าสื่อลำดับหนึ่งของโลก แต่เขามองความพยายามของธุรกิจ
ทุกอย่างเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง มันเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งทำไมไทม์
ได้เปิดตัวการริเริ่มความยั่งยืน การให้เนื้อหา ทางออก การประยุกต์
และเทคโนโลยี ช่วยเหลือลูกค้าของเราเข้าไปสู่โลกก้าซเรือนกระจก
เป็นศูนย์
เมื่อมาร์ค เบนิออฟ มองไปทั่ว เขามองเห็นวิกฤติของความไว้วางใจ โลกของเราวันนี้ต้องการความไว้วางใจ เขากล่าวว่าไทม์สามารถเป็นส่วนหนึ่งของข้อแก้ปัญหา ด้วยการดำเนินหน้าที่หนังสือพิมพ์ของพวกเขา

ส่วนหนึ่งของการบริหารบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกด้วยมูลค่าตลาด
มากกว่า 135 พันล้านเหรียญคือ การให้พื้นที่บุคคลของคุณวางเทคโน
โลยีของพวกเขาไว้ก่อน และใช้เวลาที่จะเงียบสงบ มาร์ค เบนิออฟ
กล่าว มากกว่าครึ่งหนึ่งของสำนักงานเซลส์ฟอร์ฟ มี “บริเวณการมีสติ”
บนแต่ละชั้น ตรงที่บุคคลพักโทรศัพท์ของพวกเขาและใช้ช่วงเวลาที่
เงียบ มันส่งเสริมการคิดที่โปร่งใสและนวัตกรรม
เซลส์ฟอร์ซ เป็นผู้บุกเบิกนับตั้งแต่การก่อตั้งของมัน ผมคิดว่าลำดับ
สูงสุดสามอย่างของเราคือ โมเดลเทคโนโลยีรู้จักกันในขณะนี้เป็น
คลาวด์ โมเดลธุรกิจการสมัครสมาชิก และโมเดล 1-1-1
นวัตกรรมเป็นค่านิยมแกนของเซลส์ฟอร์ซ มันได้ฝังตัวลึกภายในวัฒนธรรมของเรา มันเริ่มต้นภายในกรอบความคิดของบุคคลทุกคนภายในบริษัท คุณต้องปลูกฝังจิตใจของผู้เริ่มต้น จิตใจของผู้เริ่มต้น
เป็นการปฏิบัติของการมองโลกด้วยสายตาที่สดใสไม่มีภาระผูกพัน
และไม่มีความคิดเห็น
เพื่อที่จะกระตุ้นกรอบความคิดนี้ เราได้มีบริเวณความมีสติบนทุกชั้นของอาคารสำนักงานของเรา ตรงที่บุคคลทุกคนสามารถวางโทรศัพท์ของพวกเขาลงตะกร้า และทำให้จิตใจปลอดโปร่ง
มาร์ค เบนิออฟ รับเอาเเนวคิดโอฮานาของฮาวาย ด้วยการมองเป็น
วัฒนธรรมบริษัทของเขา มันถ่ายทอดความคิดข้อผูกมัดของครอบครัว กระตุ้นบุคคลรับผิดชอบระหว่างกัน เซลส์ฟอร์ซ เกี่ยวกับโอฮานา มันเป็นหลักการก่อตั้งที่มาร์ค เบนิออฟได้รับเอาไว้ ระหว่างการหยุดพักผ่อน ณ ฮาวาย บันดาลใจให้เขาเปิดตัวบริษัทซอฟท์แวร์บุกเบิกเมื่อ ค.ศ 1999
โอฮานา หมายถึงครอบครัว และครอบครัวหมายถึงไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรือถูกลืม
เมื่อมาร์ค เบนิออฟ ได้ตัดสินใจทำการหยุดพักผ่อน ดังนั้นเขาได้เช่าบ้านชายทะเลภายในฮาวาย บนเกาะเขาได้เชื่อมโยงกับชาวท้องถิ่น และเรียน
รู้เกี่ยบกับประเพณีของชาวฮาวายหลายอย่าง รวมทั้งแนวคิดของโอฮานาด้วย ภายในวัฒนธรรมของฮาวาย โอฮานา แสดงความคิดที่ครอบครัวนั้น – เกี่ยวพันทางสายเลือดและเลี้ยงเป็นลูก ถูกรวมเข้าด้วยกัน และสมาชิกของครอบครัวนั้นรับผิดชอบระหว่างกัน เมื่อเขาได้สร้างเซลส์ฟอร์ซ เขายืนยันว่าโอฮานาอยู่ภายในรากฐานของบริษัท
มาร์ค เบนิออฟและครอบครัวของเขาใช้เวลามากเท่าที่พวกเขาสามารถบนเกาะใหญ่ของฮาวาย อาคารเซลส์ฟอร์ซที่สำคัญแต่ละหลังมีชั้นโอฮานาพื้นที่ชุมชนเรียกชื่อตามถ้อยคำเพื่อครอบครัวของฮาวาย มาร์ค เบนิออฟต้องการให้บุคคลของเซลส์ฟอร์ซทุกคน ลูกค้า และหุ้นส่วน รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมัน
“จิตใจของผู้เริ่มต้น” เป็นปรัชญาที่มาจากพระพุทธศาสนานิกายเซน
ถ้อยคำจิตใจของผู้เริ่มต้นก่อน หรือ”โชชิน” อ้างถึงคำพูดที่ขัดเเย้ง
กันเอง คุณยิ่งรู้เกี่ยวกับเรื่องมากเท่าไร คุณยิ่งน่าจะปิดจิตใจของคุณ
ต่อการเรียนรู้ต่อไปมากขึ้นเท่านั้น
โชชินอ้างถึงทัศนคติของความเปิดกว้าง ความอยากรู้ และไม่มีความคิดมาก่อนเมื่อศึกษาเรื่องราว ทำนองเดียวกับผู้เริ่มต้น อาจารย์เซน ชุนริว
ซูซูกิ กล่าว ภายในหนังสือของเขา “Zen Mind Beginner’s Mind”
ครั้งหนึ่งนักวิชาการคนหนึ่งไปหาอาจารย์เซน เขาขอให้เขาอธิบายความ
หมายของเซน อาจารย์เซนได้เทลงถ้วยน้ำชาอย่่างสงบ ถ้วยเต็ม แต่เขา
ยังคงเทต่อไป นักวิชาการไม่สามารถนิ่งอยู่ได้นาน ดังนั้นเขาถามอาจารย์
เซนอย่างไม่อดทน ทำไมท่านยังคงเทอยู่เมื่อถ้วยเต็มแล้ว ข้าต้องการชี้
แก่ท่าน อาจารย์เซน พูด ท่านเหมิอนกับพยายามเข้าใจเซนในขณะที่
จิตใจเต็มแล้ว
จงทำให้จิตใจของคุณว่างเปล่าของการคิดมาก่อนก่อนที่คุณพยายามเข้าใจเซน ถ้าใจของคุณว่างเปล่า มันพร้อมอยู่้สมอต่ออะไรก็ตาม มันเปิดกว้างต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ภายในจิตใจชองผู้เริ่มต้น มีความเป็นไปได้หลายอย่าง ภายในใจของผู้รอบรู้ มีความเป็นไปได้ไม่กี่อย่าง
แนวคิดจิตใจของผู้เริ่มต้น เป็นการพัฒนาของกรอบความคิดที่เต็มใจ
มองทุกสิ่งทุกอย่างราวกับมันเป็นครั้งแรก มันราวกับเรามองโลกผ่าน
สายตาของเด็ก โดยไม่มีดุลยพินิจ ความคิดเห็น หรือความอคติจูงใจ
จงมองภาพตัวเราเองเป็นถ้วยที่ว่างเปล่า เปิดและรับที่จะเติมด้วยมุมมอง
ที่สดใส
จิตใจของผู้เริ่มต้นเป็นการทิ้งลงความคาดหวังและการคิดมาก่อนเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างของเรา และมองอะไรด้วยจิตใจที่เปิดกว้าง สายตา
ที่สดใส เหมือนกับผู้เริ่มต้น
ภายในประเพณีโยคะ ความถ่อมตัว ความอยากรู้ และความอดทน
เป็นบางอย่างของคุณธรรมโยคะหลายอย่างที่สนับสนุนนเมื่อเราเข้า
สู่เรื่องราวเหมือนกับเราเป็นผู้เริ่มต้น
สตีฟ จ้อป ไม่ได้เป็นผู้บุกเบิกภายในคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีเท่านั้น
แต่ภายในเทคโนโลยีของสมองด้วย อะไรที่เรารู้กันน้อยคือ สตีฟ จ้อป
เป็นผู้บุกเบิกภายในอะไรที่ครั้งหนึ่งค่อนข้างลึกลับ เทคโนโลยีจิตใจ
การใช้การนั่งสมาธิความมีสติของเซน ลดความเครียดของเขา การได้
ความชัดเจนมากขึ้น และยกระดับความคิดสร้างสรรค์ สตีฟ จ้อปได้กล่าวว่า เรามีถ้อยคำภายในศาสนาพุทธ จิตใจของผู้เริ่มต้น มันมหัศจรรบ์ที่จะมีจิตใจชองผู้เริ่มต้น
ภายในกรณีใดก็ตาม มันชัดเจนว่าสตีฟ จ้อป ได้นำหน้าไปไกลของเวลาภายในเทคโนโลยีของจิตใจ เหมือนที่เขาอยู่ภายในเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ การวิจัยประสาทวิทยาได้พิสูจน์ว่าวิธีการนั่งสมาธิเกิดขึ้นหลายพันปีแล้ว มันมีประโยชน์ต่อทั้งร่างกายและจิตใจของเรา
เมื่อ มาร์ค เบนิออฟ ได้ออกแบบการวางผังของอาคารใหม่ของบริษัทภายในซานฟรานซิสโก เขาได้้นำพระสงฆ์มาเพื่อความช่วยเหลือ เขาได้ความคิดจากพระสงฆ์ 30 องค์ที่อยู่กับเขา และไปเยี่ยมสำนักงานเซลส์
ฟอร์ซ และได้เสนอแนะการเปลี่ยนแปลง
มาร์ค เบนิออฟ ได้พัฒนาสำนักงานใหญ่ใหม่ของเซลส์ฟอร์ซ ตึกระฟ้าสูงที่สุดภายในซาน ฟรานซิสโก ในขณะที่อาจารย์เซนชาวเวียตนาม ติช นัท ฮันห์ อยู่ที่บ้านของเขากับผู้ติดตามของพระสงฆ์ 30 องค์ กลุ่มได้ไปเยี่ยมสำนักงานของเซลส์ฟอร์ซ และไม่ชอบอะไรที่พวกเขาได้พบ พวกเขากล่าวว่าบุคคลทุกคนพูดอยู่ตลอดเวลา และทำงานตลอดเวลา และผมกล่าวว่า นั่นเป็นอะไรที่เราทำที่นี่ มาร์ค เบนิออฟ และพระสงฆ์ได้เจรจาต่อรองกัน ผลลัพธ์คือ พื้นที่ความมีจิตสำนึกอยู่บนทุกชั้นของอาคารใหม่ของเซลส์
ฟอร์ช

โอฮานาเป็นสัญลักษณ์ต่อวัฒนธรรมของเซลส์ฟอร์ซที่แสดงภายใน
การเกี่ยวพันระหว่างกันทุกอย่างภายในครอบครัวของพวกเขา โอฮานา
เป็นภาษาฮาวายหมายถึง “ครอบครัว” และนั่นคือเรื่องทั้งหลายของเซลส์
ฟอร์ซ โอฮานา ระบบสนับสนุนที่คล้ายครอบครัว
เราอาจจะรับรู้ถ้อยคำโอฮานาจากวัฒนธรรมประชานิยมเหมือนเช่น ภาพยนตร์ “ลีโล แอนด์ สติทช์” ตัวแสดงภายในภาพยนตร์การ์ตูนเด็กนี้
พูดซ้ำถ้อยคำว่า โอฮานา หมายถึงครอบครัว และครอบครัวหมายถึง
ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรือลืม
โอฮานามาจากความหมายที่ลึกซึ้งภายในวัฒนธรรมชาวฮาวายพื้นเมืองด้วย วัฒนธรรมเกาะชาวพื้นเมืองได้ผูกแน่นกับกลุ่มโพลีนีเซียนอื่นภายในแปซิฟิค รวมทั้งเมาลีของนิว ซีแลนด์ แนวคิดของโอฮานาเกี่ยวพันกับการสร้างความสัมพันธ์ที่รักกันมากกว่าเพียงแค่สายเลือด การรับเอาโอฮานาหมายถึงการพัฒนาความรู้สึกการดูแลครอบครัว และการอุทิศตัวต่อสมาชิกทุกคนของครอบครัว
โอฮานา มาจากรากศัพท์ผูกติดกับต้นเผือก ส่วนที่สำคัญของชีวิตบนเกาะ
โอฮา อ้างถึงหน่อของต้นไม้ที่ชาวฮาวายตัด และปลูกทดแทนที่จะเจริญ
เติบโตต้นเผือกมากขึ้นกับฤดูที่ตามมา ถ้อยคำ อนา เกี่ยวพันกับการให้กำเนิดและการให้ชีวิตใหม่ ครอบครัววางแผนเพื่อรุ่นต่อไปของเด็กในขณะที่มุ่งโอฮานา ต้นเผือกได้ถูกปฏิบัติด้วยเกียรติที่ยิ่งใหญ่ภายในสังคมฮาวาย
ต้นเผือกเป็นวัตถุดิบของอาหารชาวฮาวายพื้นเมือง แต่ต้นเผือกเป็นมากกว่า มันเป็นจุดศูนยฺกลางต่อวัฒนธรรมฮาวาย ชาวฮาวายเชื่อว่าต้นเผือกหายาก ต้นเผือกเป็นส่วนที่สำคัญของเรื่องราวการสร้างชาวฮาวาย
พื้นเมือง ภายในฮาวายโบราณ ต้นเผือกอยู่ ณ จุดศูนย์กลางวิญญานของ
สังคมเกษตรของฮาวาย ต้นเผือกถูกมองเป็นความสำคัญต่อการอยู่รอด
และการเจริญเติบโตของชาวฮาวาย
เซลส์ฟอร์ซ โอฮานา เป็นระบบสนับสนุนฝังลึก ขยายตัวเลยพ้นไปจาก
บุคคลของบริษัท และออกไปสู่ชุมชน ลูกค้า หุ้นส่วน และผู้มีส่วนได้เสีย
อื่น มันเป็นวัฒนธรรมที่ให้คุณค่าความร่วมมือร่วมใจ การดูแลระหว่างกัน
การมีความสนุกสนานด้วยกัน สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานที่วัฒนธรรมโอฮานา
ได้ถูกสร้าง ณ เซลส์ฟอร์ซ เซลส์ฟอรซ์ถูกสร้างบนค่านิยมแกนสี่อย่าง : ความไว้วางใจ การเจริญเติบโต นวัตกรรม และความเสมอภาค มันบันดาลใจบุคคลภายในบริษัททำงานด้วยกันไปสู่การปรับปรุงโลก
มาร์ค เบนิออฟ ได้กล่าวถึงการประชุมบุคคลทุกคน 2 ชั่วโมงของเขา
เกี่ยวกับการปลดออกจากงานเป็นความคิดที่ไม่ดีเลย เราพยายามที่จะอธิบายความไม่สามารถอธิบายได้ เมื่อบริษัทได้ประกาศรอบที่สองของการปลดออกจากงานกระทบ 10% ของบุคคลของพวกเขาที่บริษัทชอบอ้างถึงเป็นโอฮานา หรืือครอบครัว มาร์ค เบนิออฟ ได้อธิบายการตัดสินใจของบริษัท มันไม่ได้เป็นไปด้วยดี บุคคลได้วิจารณ์มาร์ค เบนิออฟ ต่อการหลบเลี่ยงระหว่่างการประชุม และผลักดันความคิดโอฮานา ภายในการร้องขอบุคคลที่คาดหวังเกี่ยวกับการสูญเสียงาน
มาร์ค เบนิออฟ กล่าวว่า เราพยายามที่จะอธิบายความไม่สามารถอธิบายได้ มันยากที่จะมีการร้องขอทำนองนี้ด้วยกลุ่มที่ใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ
มาร์ค เบนิออฟ ได้แสดงคุณลักษณะการปลดออกจากงานเป็นส่วนหนึ่ง
ของเซลส์ฟอร์ซทำงานอย่างไร และเราจะไม่มีการเจริญเติบโต ถ้าบริษัท
อยู่ภายในสภาวะที่ไม่เปลี่ยนแปลง
ผมอยากจะนำเสนอการจ้างงานตลอดชีพ แต่ความเป็นจริงคือ เมื่อคุณ
เป็นบริษัทใหญ่ด้วยบุคคล 80,000 คน เราไปสู่เวลาที่คุณต้องทำการปรับจำนวนบุคคล ค่าชดเชยการปลดออกจากงานของเรามีน้ำใจมาก
มาร์ค เบนิออฟ ได้หลบเลี่ยงคำถามเกี่ยวกับการปลดออกจากงาน ยักษ์ใหญ่ซอฟท์แวร์ได้ลดกำลังงานลง 10% เขาได้บันทึกว่าลูกค้าใช้วิถีทางที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อการตัดสินใจซื้อของพวกเขาภายในสภาพเเวดล้อมที่ท้าทาย ภายในอีเมล ส่งไปยังบุคคลเกี่ยวกับการปลดบุคคลหลายพันคน มาร์ค เบนิออฟได้ปลุกอีกครั้งหนึ่ง โอฮานา และความคิดข้อผูกพันของครอบครัว
บุคคลที่ถูกกระทบไม่ได้เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมงาน เขาเขียน พวกเขา
เป็นเพื่อน พวกเขาเป็นครอบครัว โปรดเอื้อมมือไปสู่พวกเขา ให้ความเห็น
อกเห็นใจและรักพวกเขา และครอบครัวของพวกเขาสมควรได้รับและต้อง
การในขณะนี้มากขึ้นกว่าเดิม และเหนือสิ่งอื่นใด โปรดพึ่งพาความเป็นผู้นำ
ของคุณรวมทั้งผม เมื่อเราทำงานผ่านช่วงเวลาที่ยุ่งยากนี้ด้วยกัน
วัฒนธรรมแบบแคลน อ้างถึงวัฒนธรรมบริษัทประเภทหนึ่งที่สนับสนุน
สภาพเเวดล้อมความร่วมมือร่วมใจ คล้ายครอบครัว ด้วยการให้คุณค่า
ความผูกพัน การมีส่วนร่วม ความจงรักภักดี ถ้อยคำของ วัฒนธรรมแบบ
แคลน ได้มาจากการเปรียบเทียบของมันต่อแคลนทางสังคมของบุคคล
ที่รวมกันบนบรรพบุรุษร่วมกัน หรือเครือญาติเฉพาะ บริษัทวัฒนธรรม
แบบเเคลน มักจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก สตาร์ทอัพ หรือบริษัทครอบครัว
ด้วยการมุ่งภายใน และเน้นย้ำความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
วัฒนธรรมแบบเเคลนเป็นชื่อที่ให้กับองค์การด้วยความรู้สึกคล้ายกับ
ครอบครัว การได้มาจากภาษาอังกฤษสมัยกลาง ถ้อยคำที่ค่อนข้างยุค
ใหม่ รับเอามาจากภาษาเกลิคของชาวสก็อต “เเคลน” หมายถึงครอบครัว
หริอลูกหลาน เมื่อประยุกต์ใช้กับวัฒนธรรมบริษัท เราเรียกกันว่าวัฒน
ธรรมแบบครอบครัว บุคคลทุกคนมีอำนาจเท่าเทียมกัน และบุคคลมีความคิดคล้ายครอบครัว บริษัทด้วยวัฒนธรรมแบบเเคลนมักจะทำการตัดสินใจ
อย่างเอกฉันท์ เเละความคิดของความร่วมมือร่วมใจสูง
ตามแนวคิดของทฤษฎี Z ของวิลเลียม อูชิ บริษัททฤษฎี Z แสดงค่านิยม
ทางวัฒนธรรมที่คล้ายกับวัฒนธรรมแบบเเคลน
เรามีการแยกประเภททของวัฒนธรรมองค์การอยู่หลายอย่าง แต่การแยกประเภทของคิม คาเมรอน และโรเบิรต ควิน จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน น่าจะนิยมแพร่หลายมากที่สุด แต่กระนั้น เทอรเรนซ์ ดีล และอัลเลน เคน
เนดี้ ได้เสนอการแยกประเภทวัฒนธรรมองค์การครั้งแรกภายในหนังสือคลาสสิค 1982 ของพวกเขา Corporate Cultures : The Rites and Rituals of Corporate Life
เมื่อ ค.ศ 1983 โรเบิรต ควินน์ และคิม คาเมรอน นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย มิชิแกน ได้สร้างโมเดลวัฒนธรรมสี่กล่องแยกประเภทวัฒนธรรมองค์การได้พัฒนากรอบข่ายค่านิยมเชิงการแข่งขันขึ้นมา
เพื่อที่จะแยกวัฒนธรรมองค์การของบริษัทเป็นสี่ประเภท การชี้ให้เห็นว่าบริษัทจะบริหารอย่างไร บุคคลจะร่วมมือร่วมใจอย่างไร และอะไรคือค่านิยมที่สำคัญภายใต้รายการตัวชี้วัดสามสิบเก้าตัวของประสิทธิผลเพื่อองค์การ โรเบิร์ต ควินน์ และคิม คาเมรอน ได้ค้นพบมิติที่สำคัญสองมิติโดยการวิจัยทางสถิติที่สร้างความแตกต่างต่อประสิทธิผลขององค์การ
มิติแรกเป็นจุดมุ่งขององค์การ การมุ่งภายในจะเน้นความเป็นอยู่และการพัฒนาบุคคลภายในองค์การ การมุ่งภายนอกจะเน้นความเป็นอยู่และการพัฒนาของตัวองค์การ มิติที่สองเป็นความพอใจขององค์การต่อโครงสร้าง การเปรียบเทียบระหว่างความมั่นคงและการควบคุม และความยืดหยุ่นและการเปลี่ยนแปลง
เราไม่สามารถมีทั้งสองมิติเพื่อหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ณ เวลาเดียวกัน ดังนั้นพวกมันจะเป็นค่านิยมที่แข่งขันกัน ดังนั้นกรอบข่ายค่านิยมที่แข่งขันกันได้ชื่อของมัน เนื่องจากเกณฑ์ภายในสี่ช่องจะแสดงข้อความที่ขัดแย้งกันองค์การจะต้องปรับตัวได้และยืดหยุ่นได้ แต่เราต้องการตให้องค์การมั่นคงและควบคุมได้ในขณะเดียวกัน
พวกเขาได้ใช้สองมิติเหล่านี้สร้างเป็นตารางสี่ช่องเรียกว่ากรอบข่ายค่านิยมที่แข่งขันกัน ช่องสี่ช่องจะแสดงวัฒนธรรมองค์การสี่ประเภทที่แตกต่างกันบนพื้นฐานของสองมิติเหล่านี้พวกเขาได้พัฒนาเครื่องมือการประมินวัฒนธรรมองค์การ -โอซีเอไอ ขึ้นมา
วิธีการสำรวจที่ได้รับการรับรองที่จะประเมินวัฒนธรรมองค์การ โอซีเอไอ จะอยู่บนรากฐานของกรอบข่ายค่านิยมเชิงการแข่งขันทีไ่ด้ถูกใช้โดยบริษัทมากกว่า 12,000 บริษัทั่วโลก พวกเขาได้ค้นพบว่าองค์การที่ยืดหยุ่นจะบรรลุความสำเร็จสูงกว่าองค์การที่ตายตัว เพราะว่าองค์การที่ดีที่สุดจะสามารถบริหารการแข่งขันระหว่างวัฒนธรรมได้ ในขณะที่กระตุ้นกลุ่มของค่านิยมสี่กลุ่มแต่ละกลุ่มได้เมื่อต้องการ
1 วัฒนธรรมแบบครอบครัว : ระดับของความยืดหยุ่นและการมุ่งภายในจะสูง วัฒนธรรมนี้มีรากฐานอยู่ที่่ความร่วมมือร่วมใจ บุคคลจะร่วมความคล้ายคลึงกันและมองตัวพวกเขาเองว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวหนึ่ง
ค่านิยมที่สำคัญจะมุ่งการทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และการเห็นพ้องกัน มัทสึชิตะ อิเลคทริค จะมีวัฒนธรรมแบบครอบครัว โคโนสุเกะ มัืทสุชิตะ ผู้ก่อตั้งจะมุ่งที่การสร้างความสัมพันธ์ที่เคารพกับบุคคล ลูกค้า และสังคมของพวกเขา
2 วัฒนธรรมแบบเฉพาะกิจ : ระดับของความยืดหยุ่นและการมุ่งภายนอกจะสูง
วัฒนธรรมนี้มีรากฐานอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ บุคคลจะถูกกระตุ้นให้เสี่ยงภัย และผู้นำจะถูกมองเป็นผู้ประกอบการหรือนักนวัตกรรม ค่านิยมที่สำคัญจะอยู่บนพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลงและความคล่องตัว เฟดบุ้ค จะถูกมองเป็นต้นแบบของวัฒนธรรมแบบเฉพาะกิจ บนพื้นฐานของข้อตักเตือนที่มีชื่อเสียงของมาร์ค ซักเกอร์เบิรค “จงเดินหน้าให้เร็ว และทำสิ่งใหม่” ถ้าเราไม่ทำสิ่งใหม่แล้ว เรายังวิ่งไม่เร็วพอ
3 วัฒนธรรมแบบตลาด : ระดับของการควบคุมและการมุ่งภายนอกจะสูง
วัฒนธรรมนี้ถูกสร้างบนการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขัน และการบรรลุผลลัพธ์ที่มีตัวตน ผู้นำจะมุ่งที่เป้าหมาย ทรหด และเข้มงวด องค์การจะรวมกันด้วยเป้าหมายร่วมที่จะบรรลุความสำเร็จและชนะคู่แข่งขัน ตัวขับเคลื่อนค่านิยมที่สำคัญคือ ส่วนแบ่งตลาดและการทำกำไร เจ็นเนอรัล อีเลคทริค ภายใต้ซีอีโอ แจ็ค เวลซ์ จะเป็นตัวอย่างที่ดีของวัฒนธรรมนี้ แจ็ค เวลซ์ ยืนยันว่าหน่วยธุรกิจทุกหน่วยของจีอีจะต้องเป็นหมายเลขหนึ่งหรือสองภายในตลาดเท่านั้น หรือจะต้องถูกขายออกไป
4 วัฒนธรรมแบบลำดับชั้น : ระดับของการควบคุมและการมุ่งภายในจะสูง
วัฒนธรรมนี้มีรากฐานจากโครงสร้างและการควบคุม สภาพแวดล้อมของงานจะเป็นทางการด้วยระเบียบวิธีการปฏิบัติงานที่เข้มงวดเพื่อการนำทาง ผู้นำจะมุ่งการประสานงานและการตรวจสอบด้วยวัฒนธรรมที่เน้นประสิทธิภาพและ ค่านิยมที่สำคัญจะมีทั้งความสม่ำเสมอและความเป็นแบบอย่างเดียวกัน องค์การแบบราชการ เช่น แมคโดนัลด์ โรงพยาบาล และทหาร เป็นตัวอย่างที่ดีของวัฒนธรรมนี้
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







