ซีเรีย-ปาเลสไตน์ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก (49)

ซีเรีย-ปาเลสไตน์ : จากแผ่นดินโบราณสู่สัญญาณแห่งวันสิ้นโลก (49)
โดย อดุลย์ มานะจิตต์
ที่ทรงคุณธรรมผู้นี้จะมีความโกรธเคือง(ต่อบรรดาผู้ที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อโลก) เพื่อเห็นแก่ข้า เขาเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตนอย่างที่สุด และมีจิตใจเมตตากรุณาเป็นอย่างยิ่ง โดยแท้จริงแล้ว เขาเป็นความเมตตาแก่โลกทั้งผอง และปราศจากข้อสงสัยใดๆ ในวันตัดสินพิพากษานั้นในทัศนะของข้าแล้ว เขาจะเป็นผู้สืบตระกูลของอาดัมที่มีความเลอเลิศประเสริฐสุด ในทัศนะของข้านั้นตำแหน่งของเขาจะสูงส่งที่สุดและเขาจะอยู่ใกล้ชิดสนิทแนบกับข้าอย่างที่สุดจากในมวลหมู่ของบรรดาศาสดาที่เก่าก่อนทั้งหมด เขาจะถือกำเนิดขึ้น ณ แผ่นดินอาหรับ และโดยไม่ต้องเรียนรู้ในการอ่านและเขียนจากผู้ใด เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสดาด้วยกับความรู้ของศาสตร์ต่างๆ ของอดีตและอนาคตด้วยกันทั้งหมด เขาจะประกาศศาสนาของข้าต่อผู้คนของโลกนี้และอดทนต่อความยุ่งยากลำบากในทุกชนิด เพื่อให้ได้มาซึ่งความพึงพอพระทัยของข้า และจะสู้รบกับบรรดาผู้ตั้งภาคีในการกราบไหว้พระเจ้าหลายองค์ เพื่อเป็นการปกป้องศาสนาของข้า(แนวทางแห่งการดำเนินชีวิต)อันศักดิ์สิทธิ์
โอ้ อีซา ข้ามีบัญชามายังเจ้าให้แจ้งกับชาวอิสราเอลเกี่ยวกับการมาของเขา และมีคำสั่งว่าทั้งหมดของพวกเขานั้นจะต้องให้คำปฏิญาณต่อเขา ศรัทธาในการเป็นศาสนทูตของเขา ปฏิบัติตามเขาและช่วยเหลือเขา นามของเขาคือ มุฮัมมัด เขาจะเป็นศาสนทูตของข้าสำหรับมวลมหาประชาชนของโลก ตำแหน่งของเขาในสายตาของข้านั้นจะสูงที่สุด และจะถือเป็นภาระของข้า ที่จะยินยอมให้กับการขอไถ่โทษของเขามากกว่าผู้อื่นทั้งหมด ช่างเป็นความโชคดีของศาสดาองค์นี้ และช่างเป็นความสูงส่งในตำแหน่งของบรรดาผู้คนที่ยึดมั่นอยู่กับการศรัทธาในตัวเขาอย่างดีงาม จนลู่สู่เวลาแห่งความตายของพวกเขาเสียนี่กระไร
บรรดาพลโลกทั้งมวลจะยกย่องสรรเสริญศาสดาผู้นี้ และบรรดาผู้ปฏิบัติตามเขา และชาวสวรรค์ทั้งมวลจะวิงวอนเพื่อการขออภัยโทษให้กับเขา เขาเป็นผู้ที่ไว้วางใจได้อย่างซื่อสัตย์ที่จะ(พิทักษ์)บรรดาคัมภีร์(สาส์น)ของข้า และเขาได้รับการสรรเสริญ เขาเป็นผู้สะอาดหมดจดจากนิสัยต่างๆ ที่ไม่ดีงาม และความต้องการต่างๆ ที่เลวทรามทั้งมวล และเป็นผู้ปลอดพ้นจากบาปทั้งมวล เขาเป็นผู้ที่เลิศที่สุดในมวลหมู่ศาสดาของข้า ทั้งที่มาก่อนและหลัง เขาจะได้รับการแต่งตั้งในยุคสุดท้าย เมื่อเขามายังโลกนี้ สวรรค์ชั้นฟ้าจะหลั่งฝนแห่งความเมตตามาสู่โลก และแผ่นดินก็จะงอกเงยความไพบูลย์ และความรักใคร่ประดามี ข้าจะประทานความมหาอุดมให้กับทุกสิ่งที่เขากระทำ เขาจะสมรสกับสตรีจำนวนหนึ่ง เขาจะพำนักอยู่ ณ นครมักกะฮ์ ที่ซึ่งอิบรอฮีมเป็นผู้ยกฐานรากของกะอ์บะฮ์
โอ้ อีซา ศาสนาของเขานั้นง่ายต่อการปฏิบัติตาม ทิศทางแห่งกิบละฮ์ของเขานั้นจะอยู่ที่กะอ์บะฮ์ เขาเป็นผู้หนึ่งแห่งข้าทาสผู้ได้รับการเลือกสรรของข้า ข้าอยู่กับเขา ข้าจะพูดอย่างไรเกี่ยวกับเขาสำหรับเขานั้น เป็นธารน้ำพุแห่งสวรรค์อัลเกาซัร และเป็นอาภรณ์อันยอดเยี่ยมของสวนสวรรค์แห่งเอเดน เขาจะมีชีวิตอยู่ในแบบฉบับที่ดีเยี่ยม และจากโลกนี้ไปด้วยกับการพลีอุทิศชีวิตเพื่อศาสนา ในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ สำหรับเขาจะมีน้ำพุที่มีน้ำดื่มที่บริสุทธิ์ ทอดตัวยาวจากนครมักกะฮ์ไปยังจุดที่ดวงอาทิตย์ขึ้น รอบๆ น้ำพุนั้นจะมีแก้วจำนวนมากมายราวกับดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่ในฟากฟ้า และมากมายประดุจเหยือกใส่น้ำ อันเป็นสิ่งของที่ใช้กันบนโลกนี้ และน้ำของเฮาซ์แห่งเกาซัรนี้จะมีรสชาติที่เยี่ยมยอดที่สุด ในมวลหมู่ของผลไม้สวรรค์นี้ และเครื่องดื่มทั้งหมด ผู้หนึ่งที่เขาดื่มกินเข้าไปแล้ว แม้เพียงหยดเดียวจากน้ำนี้ จะไม่มีวันกระหายอีกเลย ข้าจะแต่งตั้งเขาภายหลังจากเจ้า และจะมีช่วงระยะเวลาหนึ่งที่เหมาะสมระหว่างเวลาของเจ้ากับเวลาของเขา ทั้งด้านนอกและด้านในของเขาเหมือนกัน กิจกรรมต่างๆ ของเขา จะเป็นเช่นเดียวกันกับคำพูดของเขา เขาจะไม่ร้องขอใครให้ทำอะไรสักอย่างหนึ่ง นอกจากว่าเขาจะทำมันด้วยตัวเขาเอง ศาสนาของเขานั้นจำเป็นจะต้องดิ้นรนต่อสู้ทั้งในยามสะดวก และในยามยากลำบาก บรรดาชาวเมืองต่างๆ จะเชื่อฟังเขาและกษัตริย์แห่งโรม(ไบเซนไทน์) จะก้มศีรษะให้กับเขาและศาสนาของอิบรอฮีมผู้เป็นบิดาของเขา เขาจะเอ่ยพระนามของอัลลอฮ์ก่อนการบริโภคอาหาร และจะกล่าวให้สลามก่อนที่จะพบปะกับผู้ใด เขาจะทำการละหมาดในเวลาที่เมื่อผู้อื่นกำลังหลับ(ยามกลางคืน) สำหรับเขาแล้ว เขาจะทำการละหมาดภาคบังคับจำนวนห้าครั้งในระหว่างกลางวันและกลางคืน การละหมาดของเขาจะเริ่มต้นด้วยกับ อัลลอฮูอักบัร (อัลลอฮ์ผู้ทรงเกรียงไกร) และจบลงด้วยกับการให้สลาม(สันติ) ณ ทุกเวลาของการละหมาด พวกเขาจะทำการอะซาน(ประกาศเรียกเพื่อการละหมาด)เพื่อให้ทุกคนมารวมกันและผู้คนจะมารวมกันละหมาด โดยยืนเป็นแถวประดุจดังทวยเทพ วิญญาณของศาสดาองค์นี้จะอ่อนน้อมและเต็มไปด้วยความยำเกรงในอัลลอฮ์ จะมีแสงสว่างอยู่ในหัวใจของเขา และสัจธรรมอยู่ที่ลิ้นของเขา เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างซื่อสัตย์สุจริตไม่ว่าเขาจะอยู่ ณ ที่ใดก็ตาม เขาจะเป็นลูกกำพร้าและจะมีจุดเด่นให้จำแนกจากมวลสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เขาจะพำนักอยู่ร่วมกับชุมชนของเขาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ผู้คนจะไม่รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของเขาและจะไม่เห็นคุณค่าถึงตำแหน่งของเขา หัวใจของเขาจะคงตื่นอยู่ในขณะที่ดวงตาของเขาจะหลับลง อาภรณ์ของชะฟาอะฮ์(การไถ่แทนโทษ)เหมาะสมสำหรับเขาเท่านั้น ยุคสมัยของผู้คนของเขาจะอยู่ใกล้ๆ กับวันตัดสินพิพากษา เมื่อผู้คนของเขาจะได้ประกาศสัตยาบันให้กับเขา ความเมตตาของข้าจะอยู่เหนือมือของเขา ผู้ใดก็ตามที่เป็นผู้ละเมิดต่อความจงรักภักดีนั้นจะเป็นผู้กดขี่ต่อตนเอง ข้าจะรักษาสัญญาของข้าให้สมบูรณ์ที่จะมอบสวนสวรรค์ให้กับผู้ที่ดำรงความจงรักภักดีต่อเขา ดังนั้นจงออกคำสั่งไปยังพวกอิสราเอลที่ก่อกบฏเถิดว่า พวกเขาไม่บังควรที่จะลบชื่อของเขาออกไปจากบรรดาคัมภีร์ของพวกเขา และจะต้องไม่ไปเปลี่ยนคุณลักษณะต่างๆ ของเขาที่ข้าได้กล่าวไว้ในคัมภีร์ต่างๆ(อันศักดิ์สิทธิ์)ของพวกเขา และจงนำสลามของข้าไปยังเขาด้วย เพราะตำแหน่งของเขาจะมีความสูงส่งเป็นอย่างมากในปรภพ
โอ้ อีซา ข้าได้มีบัญชามายังเจ้าด้วยกับกุศลกรรมเหล่านั้นซึ่งจะนำเจ้ามาสู่ความใกล้ชิดกับข้าและข้าได้ขอให้เจ้าอยู่ห่างจากกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นที่ต้องห้ามสำหรับเจ้า เพราะมันจะทำให้เจ้าห่างไกลออกไปจากข้า ดังนั้น ณ บัดนี้เจ้าจงทำไปตามที่เจ้าสนใจเถิด
โอ้ อีซา ตามที่ปรากฏนั้นโลกนี้ดูหวานชื่นดี ข้าได้กำหนดให้กับเจ้าซึ่งหน้าที่ที่จะต้องเชื่อฟังข้าในโลกนี้และงดเว้นจากอันใด ก็ตามที่ข้าปฏิเสธต่อเจ้า จงรับไปจากโลกนี้อันใดก็ตามที่ข้าให้กับเจ้า จากความเมตตาของข้า จงระมัดระวังจากกิจกรรมต่างๆ ของเจ้าเสมือนหนึ่งคนบาปและจงอย่าไปมองดูถึงกิจกรรมต่างๆ ของผู้อื่น เสมือนดังพระผู้อภิบาลของเจ้า จงดำเนินชีวิตในโลกนี้เสมือนบุคคลที่ถ่อมตนและหลีกเลี่ยงความสนุกสนานรื่นเริงต่างๆ ในทางโลก จงอย่าได้เอนเอียงเข้าไปหาพวกเขา เพราะพวกเขาจะทำลายล้างเจ้า
โอ้ อีซา จงเพ่งพิจารณาและสังเกตดูให้ทั่วโลก และจงใคร่ครวญถึงจุดอวสานของบรรดาผู้กดขี่ โอ้ อีซา อันใดก็ตามที่ข้าแนะนำให้กับเจ้าก็เป็นเพียงผลประโยชน์ของเจ้าเอง และพจนารถ์ทั้งหมดของข้าล้วนเป็นความสัตย์จริง ข้าเป็นผู้อภิบาลผู้ทรงวิวรณ์สัจธรรมและบอกกับเจ้าอย่างเที่ยงตรง ดังว่าหากเจ้าฝ่าฝืนข้า โดยไม่นำพาต่อคำเตือน ฉะนั้นจะไม่มีผู้ใดเลยที่จะมาช่วยเหลือเจ้าจากการลงโทษของข้าได้
โอ้ อีซา จงรักษาหัวใจของเจ้าไว้ด้วยจิตอาสาและชีวิตในโลกนี้จงมองไปยังคนที่เขาต่ำต้อยกว่าเจ้า และจงขอบคุณข้า ในโลกนี้จงอย่าไปมองคนที่เขาสูงส่งกว่าเจ้าในเรื่องต่างๆ ของทางโลก และจงรำลึกอยู่ในใจเสมอว่า หัวหน้าของความผิดและบาปทั้งหลายนั้นก็คือการชื่นชมยินดีกับสิ่งต่างๆ ที่เป็นวัตถุธาตุ เพราะฉะนั้นจงอย่าได้เป็นมิตรสหายกับโลก เพราะว่าข้านั้นไม่รักโลกนี้
โอ้ อีซา จงรักษาหัวใจของเจ้าให้มีความสุขด้วยการรำลึกถึงข้า และจงรำลึกถึงข้าในยามอยู่ตามลำพัง และจงจดจำไว้ว่า ข้าเห็นคุณค่าของการร้องให้อย่างมากมาย และการขออภัยโทษเช่นกันดังที่เจ้ากระทำต่อพระพักตร์ของข้า ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ว่า ขณะที่เจ้าทำการเคารพภักดีต่อข้า เจ้าควรจะมีชีวิตชีวา และไม่ใช่แบบไร้จิตวิญญาณ
โอ้ อีซา เจ้าจงอย่าได้นำเอาผู้ใดอื่น(หรือสิ่งใด)มาเป็นภาคีกับข้า ขณะที่ทำการเคารพภักดีต่อข้า และจงเกรงกลัวต่อการพิโรธของข้า จงอย่าได้หยิ่งผยองกับพลังทางร่างกายและสุขภาพและความแข็งแรงของเจ้า และจงอย่าได้ทำตัวของเจ้าให้เป็นศูนย์กลางของความสนใจในโลกนี้ เพราะโลกนี้เป็นเพียงร่มเงาหนึ่งที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วและ(ร่มเงา)ที่จะตามมานั้นเป็นประดุจดังผู้หนึ่งที่เขาหายตัวไปโดยไร้ร่องรอยเช่นกัน หากระยะอันสั้นของมันนั้นจะมีเหลืออยู่บ้าง มันก็จะไม่มีอะไรมากไปกว่าเพียงวูบเดียวเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น จงพยายามอย่างเต็มกำลังในการทำความดี และจงอยู่กับความสัตย์จริงให้ดีที่สุดเท่าที่เจ้าจะสามารถกระทำได้ ถึงแม้ผู้คนจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ หรือเผาเจ้าทั้งเป็น สรุปก็คือ ภายหลังจากที่ได้สำเหนียกถึงข้าแล้วก็จงอย่าได้หันกลับไปสู่การเป็นผู้ปฏิเสธ และเป็นผู้โง่เขลางมงาย
โอ้ อีซา จงร่ำไห้ต่อไปอย่างจริงจังต่อหน้าพระพักตร์ของข้าและจงรักษาหัวใจของเจ้าให้เต็มไปด้วยความยำเกรงต่อข้า โอ้ อีซาจงวิงวอนร้องขอต่อข้าและเพียงข้าเท่านั้นในเวลาที่เจ้ามีความยุ่งยากลำบาก เพราะข้าคือผู้ได้ยินเสียงเรียกนั้น ผู้ซึ่งยอมรับและตอบรับการวิงวอน ขอพร และข้าเป็นผู้ทรงเมตตาที่เยี่ยมยอด
ดังที่ได้มีการบันทึกกันไว้อันเป็นของจริงแท้ว่า อิมาม อัรริฎอ กล่าวว่า อีซาบอกกับบรรดาฮะวารีย์ของเขาว่า โอ้ผู้คนแห่งอิสราเอลจงอย่าได้เสียอกเสียใจอะไรกับสิ่งที่พวกท่านต้องสูญเสียไปในทางโลก



