INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เบื้องหลังการทูตลับเจรจาหยุดยิง

images 32
สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
เบื้องหลังการทูตลับเจรจาหยุดยิ
หนังสือพิมพ์”สเตรตส์ ไทมส์”ของสิงคโปร์วันนี้(๖สค.๖๘)ลงตีพิมพ์ทัศนะของ ดร.เกา กิมฮวน เลขาธิการอาเซียน(สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) คนปัจจุบัน
ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งพรมแดน”ไทย-กัมพูชา”เอาไว้ครับ
ผมเห็นว่าน่าตั้งข้อสังเกตเพราะที่ผ่านมานั้น ท่านผู้นี้ไม่เคยแสดงความเห็นหรือท่าทีอะไรเลย ต่อการปะทะอย่างรุนแรงระหว่างไทยกับกัมพูชา
ดูจะผิดปกติไป ต่อการประทะที่เกิดขึ้นระหว่างชาติสมาชิกอาเซียน
ถึงแม้จะยังไม่เข้าข่ายการทำสงครามตามกฎหมายก็ตาม
แต่ในข้อเท็จจริงก็คือ การปะทะครั้งนี้ เป็นการทำสงครามที่ไม่ประกาศระหว่างทั้งสองฝ่ายเพราะมีการสูญเสียชีวิตทหารจริง(ทั้งสองฝ่าย)พลเรือนล้มตายและบาดเจ็บจริง
โดยเฉพาะในฝั่งไทยและมีการอพยพหนีการสู้รบของชาวบ้านนับแสนจริง อาคารบ้านเรือนเสียหายจริง
เหล่านี้ก็เป็นข้อมูลที่สามารถยืนยันด้วยหลักฐานชัดเจนของฝ่ายไทย
ในขณะที่ทางฝ่ายกัมพูชายังคลุมเครือไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการเสียชีวิตและบาดเจ็บของทหารและพลเรือน หรือความเสียหายทรัพย์สิน
เป็นที่น่าสงสัย ว่าทำไมจงใจปกปิด
ทีนี้ เรามาดูกันว่าเลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบันให้สัมภาษณ์”สเตรตส์ ไทมส์”เอาไว้อย่างไรบ้าง
๑ เขาบอกว่ากลุ่มอาเซียน(ซึ่งมีไทยและกัมพูชาเป็นสมาชิก) มุ่งจัดการปัญหาความขัดแย้ง มากกว่าช่วยแก้ไขสาเหตุปัญหาขัดแย้งทางการเมืองที่มีมาแล้วอย่างลึกซึ้ง
๒ เตือนว่าจะเกิดการแสดงความเป็นชาตินิยมเพิ่มมากขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์และอีกอย่างก็คือการบิดเบือนข้อมูล ทำให้ยากต่อการไกล่เกลี่ย
๓ แม้อาเซียนจะใส่ใจในบทบาทช่วยหยุดความขัดแย้ง แต่ก็ถูกจำกัดอย่างยิ่ง ต้องปล่อยให้รากเหง้าของปัญหาความขัดแย้งดิ่งจมลึกลงไปกับพลวัตหรือแรงขับเคลื่อนของทั้งสองฝ่าย
๔ สิ่งที่กลุ่มอาเซียนจะทำได้ก็คือพยายามควบคุมการสู้รบเอาไว้ให้ได้ ลดอุณหภูมิแห่งความร้อนรุ่มลง เปิดพื้นที่ให้มีการเจรจา
๕ อาเซียนก็ได้ทำหน้าที่เชิงสร้างสรรค์ไปแล้ว ด้วยการคุมสถานการณ์และพยายามลดระดับการเผชิญหน้า
ท่าทีของเลขาธิการอาเซียน เท่ากับยอมรับว่ากลุ่มอาเซียนโดยรวม คือ”ตัวหลัก”ในการเจรจาหยุดยิง
ด้วยหวังว่าจะนำไปสู่ผลอันเป็นความสำเร็จ
การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวนี้มีขึ้น เมื่อ ๕ สค.๖๗ หลังจากที่การเปิดเจรจา GBC ระดับเจ้าหน้าที่ในมาเลเซียแล้วหนึ่งวัน เป็นที่น่าสังเกต
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะแปลก ที่เลขาธิการอาเซียนไม่แสดงบทบาทอะไรชัดเจน
ปล่อยให้ประธานอาเซียนคนปัจจุบัน คือนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย(อันวาร์ อิบรอฮีม) เป็นตัวกลางอำนวยความสะดวกในการเจรจาโดยไม่เข้าแทรกแซงโดยตรง
หรือว่านั่นเป็นเอกสิทธิ์ของผู้ที่เป็นประธานอาเซียน
หรือเป็นเพราะเป็นความต้องการของคู่กรณี
เขียนมาถึงตรงนี้ ทำให้ผมฉุกใจคิดขึ้นมาทันทีว่า เป็นไปได้หรือไม่
ที่ก่อนจะเปิดเจรจาตกลงหยุดยิงระหว่างรักษาการณ์นายกรัฐมนตรี”ภูมิธรรม เวชยชัย”กับ”นายกรัฐมนตรีกัมพูชา”ฮุน มาเนต”นั้น
ได้มีการหารือกันมาแล้วสามฝ่ายระหว่าง”ดร.เกา กิมฮวน-อันวาร์ อิบรอฮีม-ทักษิณ ชินวัตร”ว่าจะเอาอย่างนั้น อย่างนี้
เพราะเลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบันคือ” ดร.เกา กิมฮวน”ผู้นี้เป็นชาวกัมพูชาครั
ก่อนหน้านี้ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาสองวาระ (ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๖๕)และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศสองวาระ (ในปี พ.ศ.๒๕๔๖-๒๕๕๖)
สรุปได้ว่า แม้เขาจะเป็นชาวกัมพูชา แต่ก็สามารถรักษาความเป็นกลางไว้ได้อย่างเคร่งครัด
ขณะเดียวกันก็ได้ชื่อว่า”ช่วยชาติ”ด้วย
ทีนี้ก็พอจะเข้าใจละว่าจึงมีตัวแทนสหรัฐและจีนเข้าสังเกตการณ์การตกลงหยุดยิงด้วย
ถ้าเลขาธิการอาเซียนไม่เชิญ คงจะไม่กล้ามา
ดังนั้น หากสมมติฐานข้างต้นเป็นความจริง ก็เท่ากับว่า ทั้งสามคนนี้ มีแต่ Win Win Win ครับ
เอาเป็นว่า เราจะต้องรอดู(ขณะที่เขียนเรื่องนี้ ๖ สค.๖๘)ว่าผลการเจรจา GBC หรือคณะกรรมการพรมแดนทั่วไปของไทยและกัมพูชาจะประสบความสำเร็จลุล่วงหรือไม่ในวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๘
และที่สำคัญ จะก่อให้เกิดการสู้รบขึ้นมาทันที อีกหรือไม่
ถ้าไม่เกิดการสู้รบก็จะ Win Win Win ดังเช่นที่ว่า
ผมก็ได้แต่ลุ้นด้วยใจระทึกละครั
Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *