เบื้องหลังการทูตลับเจรจาหยุดยิง

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
เบื้องหลังการทูตลับเจรจาหยุดยิ ง
หนังสือพิมพ์”สเตรตส์ ไทมส์”ของสิงคโปร์วันนี้(๖สค. ๖๘)ลงตีพิมพ์ทัศนะของ ดร.เกา กิมฮวน เลขาธิการอาเซียน( สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวั นออกเฉียงใต้) คนปัจจุบัน
ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งพรมแดน” ไทย-กัมพูชา”เอาไว้ครับ
ผมเห็นว่าน่าตั้งข้อสั งเกตเพราะที่ผ่านมานั้น ท่านผู้นี้ไม่เคยแสดงความเห็ นหรือท่าทีอะไรเลย ต่อการปะทะอย่างรุนแรงระหว่ างไทยกับกัมพูชา
ดูจะผิดปกติไป ต่อการประทะที่เกิดขึ้นระหว่ างชาติสมาชิกอาเซียน
ถึงแม้จะยังไม่เข้าข่ ายการทำสงครามตามกฎหมายก็ตาม
แต่ในข้อเท็จจริงก็คือ การปะทะครั้งนี้ เป็นการทำสงครามที่ไม่ ประกาศระหว่างทั้งสองฝ่ ายเพราะมีการสูญเสียชีวิ ตทหารจริง(ทั้งสองฝ่าย)พลเรื อนล้มตายและบาดเจ็บจริง
โดยเฉพาะในฝั่งไทยและมี การอพยพหนีการสู้รบของชาวบ้านนั บแสนจริง อาคารบ้านเรือนเสียหายจริง
เหล่านี้ก็เป็นข้อมูลที่ สามารถยืนยันด้วยหลักฐานชั ดเจนของฝ่ายไทย
ในขณะที่ทางฝ่ายกัมพูชายังคลุ มเครือไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการเสียชีวิ ตและบาดเจ็บของทหารและพลเรือน หรือความเสียหายทรัพย์สิน
เป็นที่น่าสงสัย ว่าทำไมจงใจปกปิด
ทีนี้ เรามาดูกันว่าเลขาธิการอาเซี ยนคนปัจจุบันให้สัมภาษณ์” สเตรตส์ ไทมส์”เอาไว้อย่างไรบ้าง
๑ เขาบอกว่ากลุ่มอาเซียน(ซึ่งมี ไทยและกัมพูชาเป็นสมาชิก) มุ่งจัดการปัญหาความขัดแย้ง มากกว่าช่วยแก้ไขสาเหตุปัญหาขั ดแย้งทางการเมืองที่มีมาแล้วอย่ างลึกซึ้ง
๒ เตือนว่าจะเกิดการแสดงความเป็ นชาตินิยมเพิ่มมากขึ้นระหว่างทั้ งสองฝ่ายโดยเฉพาะผ่านทางสื่อสั งคมออนไลน์และอีกอย่างก็คื อการบิดเบือนข้อมูล ทำให้ยากต่อการไกล่เกลี่ย
๓ แม้อาเซียนจะใส่ใจในบทบาทช่ วยหยุดความขัดแย้ง แต่ก็ถูกจำกัดอย่างยิ่ง ต้องปล่อยให้รากเหง้าของปั ญหาความขัดแย้งดิ่งจมลึกลงไปกั บพลวัตหรือแรงขับเคลื่อนของทั้ งสองฝ่าย
๔ สิ่งที่กลุ่มอาเซียนจะทำได้ก็คื อพยายามควบคุมการสู้รบเอาไว้ให้ ได้ ลดอุณหภูมิแห่งความร้อนรุ่มลง เปิดพื้นที่ให้มีการเจรจา
๕ อาเซียนก็ได้ทำหน้าที่เชิงสร้ างสรรค์ไปแล้ว ด้วยการคุมสถานการณ์ และพยายามลดระดับการเผชิญหน้า
ท่าทีของเลขาธิการอาเซียน เท่ากับยอมรับว่ากลุ่มอาเซี ยนโดยรวม คือ”ตัวหลัก”ในการเจรจาหยุดยิง
ด้วยหวังว่าจะนำไปสู่ผลอันเป็ นความสำเร็จ
การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวนี้มีขึ้ น เมื่อ ๕ สค.๖๗ หลังจากที่การเปิดเจรจา GBC ระดับเจ้าหน้าที่ในมาเลเซียแล้ วหนึ่งวัน เป็นที่น่าสังเกต
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้ างจะแปลก ที่เลขาธิการอาเซียนไม่ แสดงบทบาทอะไรชัดเจน
ปล่อยให้ประธานอาเซียนคนปัจจุบั น คือนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย(อั นวาร์ อิบรอฮีม) เป็นตั วกลางอำนวยความสะดวกในการเจรจาโ ดยไม่เข้าแทรกแซงโดยตรง
หรือว่านั่นเป็นเอกสิทธิ์ของผู้ ที่เป็นประธานอาเซียน
หรือเป็นเพราะเป็นความต้ องการของคู่กรณี
เขียนมาถึงตรงนี้ ทำให้ผมฉุกใจคิดขึ้นมาทันทีว่า เป็นไปได้หรือไม่
ที่ก่อนจะเปิดเจรจาตกลงหยุดยิ งระหว่างรักษาการณ์นายกรัฐมนตรี ”ภูมิธรรม เวชยชัย”กับ”นายกรัฐมนตรีกัมพู ชา”ฮุน มาเนต”นั้น
ได้มีการหารือกันมาแล้วสามฝ่ ายระหว่าง”ดร.เกา กิมฮวน-อันวาร์ อิบรอฮีม-ทักษิณ ชินวัตร”ว่าจะเอาอย่างนั้น อย่างนี้
เพราะเลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบั นคือ” ดร.เกา กิมฮวน”ผู้นี้เป็นชาวกัมพูชาครั บ
ก่อนหน้านี้ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยสำนั กนายกรัฐมนตรีกัมพูชาสองวาระ (ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๖๕)และเลขานุการรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงต่ างประเทศและความร่วมมือระหว่ างประเทศสองวาระ (ในปี พ.ศ.๒๕๔๖-๒๕๕๖)
สรุปได้ว่า แม้เขาจะเป็นชาวกัมพูชา แต่ก็สามารถรักษาความเป็ นกลางไว้ได้อย่างเคร่งครัด
ขณะเดียวกันก็ได้ชื่อว่า”ช่ วยชาติ”ด้วย
ทีนี้ก็พอจะเข้าใจละว่าจึงมีตั วแทนสหรัฐและจีนเข้าสังเกตการณ์ การตกลงหยุดยิงด้วย
ถ้าเลขาธิการอาเซียนไม่เชิญ คงจะไม่กล้ามา
ดังนั้น หากสมมติฐานข้างต้นเป็นความจริง ก็เท่ากับว่า ทั้งสามคนนี้ มีแต่ Win Win Win ครับ
เอาเป็นว่า เราจะต้องรอดู(ขณะที่เขียนเรื่ องนี้ ๖ สค.๖๘)ว่าผลการเจรจา GBC หรือคณะกรรมการพรมแดนทั่ วไปของไทยและกัมพู ชาจะประสบความสำเร็จลุล่วงหรื อไม่ในวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๘
และที่สำคัญ จะก่อให้เกิดการสู้รบขึ้นมาทั นที อีกหรือไม่
ถ้าไม่เกิดการสู้รบก็จะ Win Win Win ดังเช่นที่ว่า
ผมก็ได้แต่ลุ้นด้วยใจระทึกละครั บ
Facebook Comments Box







