INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

บางปู กับเพื่อนๆ วปรอ. ๔๑-๑๑

images 20

บางปู กับเพื่อนๆ วปรอ. ๔๑-๑๑

สมัยเมื่อยังเด็กๆ และเติบโตขึ้นมาเป็นวัยรุ่น พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ จะพากันไปเที่ยวทะเลตอนฤดูร้อน ซึ่งเป็นเวลาหยุดเทอมใหญ่ สมัยนั้น ถ้าไม่ได้ไปหัวหิน ก็จะไปบางแสน และถ้าเป็นบางแสน ก็จะผ่านบางปู จำได้ว่าเป็นสถานพักฟื้น หรือตากอากาศของกองทัพบก มักจะหยุดรถพักผ่อน ชมทัศนียภาพที่บางปูหลายๆครั้ง จนกระทั่งโตเป็นหนุ่ม ทำงานแล้ว ก็ยังไปเที่ยวบางปูอีก ไปรับประทานอาหารเที่ยงที่นั่น ตรงกลางห้องโถงเป็นฟลอร์เต้นรำ ซึ่งจะมีการเต้นรำกันในวันอาทิตย์ตอนกลางวัน บรรยากาศรื่นรมย์ สนุกสนาน หากเป็นตอนเย็นถึงค่ำ เวลาแดดร่มลมตก บรรยากาศเหมาะกับการดื่มสุราสนุกสนานกัน ถ้าติดลม ก็เปิดห้องพัก ค้างที่นั่นเลย

ตรวจสอบข้อมูลจากกูเกิ้ล สถานตากอากาศบางปู ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ๒๔๘๐ ตามดำริของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม นากรัฐมนตรีในเวลานั้น พื้นที่ทั้งหมด ๖๓๙ ไร่ ต่อมาสร้างสะพานขึ้นมา ชื่อสะพานสุขตา ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญ ต่อมาได้มีการสร้างอาคารขึ้นมาในปลายสะพาน ชื่อ ศาลาสุขใจ เป็นร้านอาหาร ที่นัดพบของผู้สูงอายุ และกิจกรรมลีลาศ ทุกวันเสาร์ เวลา ๑๖.๐๐ น. (ลอกตามกูเกิ้ล)

สถานตากอากาศบางปู อยู่ที่ถนนสุขุมวิท กิโลเมตรที่ ๓๗ บางปูเป็นแหล่งที่นกนางนวลอพยพหนีหนาวจากไซบีเรีย ในช่วงต้นฤดูหนาวมีอยู่ไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ ตัว และมีนกอื่นๆไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ชนิดอยู่ที่นี่ สำหรับนกนางนวลนี้ เคยเห็นนักท่องเที่ยวโยนอาหารขึ้นไปบนอากาศ นกสามารถบินมากินอาหารได้ทันที

บางปูสมัยนี้ มีถนน และอาคารคอนกรีตดูแข็งแรง จำได้ว่าสมัยตอนเด็กๆเป็นสะพานไม้ และอาคารไม้ มีอาคารเป็นห้องโถง (สถานที่เต้นรำ) และห้องต่างๆ อยู่ตรงกลาง ริมอาคารทั้ง ๒ ข้างมีสะพานต่อทอดไปกลางทะเล คิดว่าไกลจากฝั่งประมาณ ๒๐-๓๐ เมตร แล้วทั้ง ๒ สะพานจะเชื่อมต่อกับระเบียงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างๆไว้ เดินหรือยืนชมทะเล ทั้งนี้มีราวสะพานริมฝั่งยาวทอดไปรอบระเบียง พิงได้อย่างสบายๆ สำหรับด้านริมนอกของสะพาน ๒ ข้างจะเป็นห้องพักค้างข้างละ ๒-๓ ห้อง จะเช่าพักค้าง ก็ทำได้ ปัจจุบันเป็นอาคารคอนกรีตทั้งหมด และไม่มีห้องพักริมทะเลตามที่กล่าวถึงอีกแล้ว

เมื่อวันที่ ๑๘ มิถนายน ที่ผ่านมานี้ คณะศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น ๔๑-๑๑ ( วปรอ. ๔๑-๑๑ พศ. ๒๕๔๑ ) ได้จัดไปบางปู รับประทานอาหารเที่ยงกัน จำนวนที่ไป ประมาณ ๗๐ คน สำหรับ วปอ. นี้ จะรวมสามีหรือภรรยา (และบุตร ถ้าสะดวก)ในการสังสรรค์ ทัคนศึกษา และทำบุญ สรุปคือ เป็นสมาชิก วปรอ. ทั้งครอบครัว

สำหรับการศึกษาที่ วปรอ.นี้ สำหรับนักศึกษาที่ มีอายุไม่เกิน ๕๓ ปี จะมาจากวงการทหาร ตำรวจ ส่วนราชการ อาจารย์ และภาคเอกชน ซึ่งส่วนใหญ่จะผ่านงานระดับปฏิบัติมาแล้ว และหลายๆคนเป็นผู้บริหารขององค์กรมาเป็นเวลาพอสมควร สำหรับเนื้อหาของการศึกษา จะมีผู้บรรยายในระดับอาวุโส เพื่อให้ทราบถึงงานพัฒนาประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคม และวิชาการบางอย่าง นอกจากนั้น ยังมีการออกศึกษาภูมิประเทศ และงานของจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ข้อมูลที่นักศึกษาได้จากการบรรยาย และศึกษาภูมิประเทศนี้ จะนำมาจัดทำเป็นแผนพัฒนาประเทศประจำปี ที่ทุกคนร่วมกันทำ เมื่อเสร็จแล้ว จะเชิญผู้บริหารระดับสูง มารับฟังแผนที่จัดทำขึ้น เพื่อเป็นแนวคิดนำไปปฏิบัติต่อไป หลักสูตรในแต่ละรุ่น นั้น ใช้เวลาประมาณ ๑ ปี

สำหรับการเดินทางไปบางปูนั้น เพื่อนหลายๆคนเดินทางไปเองที่สถานตากอากาศบางปูเลย เพราะไม่ไกลมาก เดินทางสะดวก แต่หลายๆคนเอารถไปจอดที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ถนนวิภาวดี แล้วเดินทางต่อด้วยรถตู้ที่ประธาน และกรรมการรุ่นได้จัดไว้ให้ ซึ่งเป็นบริการที่น่าชมเชยอย่างยิ่ง สำหรับเส้นทางการเดินทางนั้น ทางคณะอาจจะคิดว่า เส้นทางถนนสุขุมวิท หรือ ศรีนครินทร์คงจะรถเยอะ จึงใช้ถนนกาญจนาภิเษก โดยไปเข้าที่ทางตัดมอเตอร์เวย์ แล้วผ่านถนนศรีนครินทร์ และสุขุมวิทเพียงระยะสั้นๆ จนเข้าสถานตากอากาศบางปูเลย

สำหรับอาหารที่เลี้ยงนั้น ที่นั่น ถนัดด้านอาหารทะเลอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่นิสสัย ซึ่งอยู่สมุทรปราการได้เลี้ยงปูทะเล พร้อมน้ำจิ้มเลิศรส นับว่าเป็นอาหารที่น่ารับประทานที่สุด โดยเฉพาะคนที่อยู่แต่บนที่ดอน ป่าเขาลำเนาไพรมาตลอดเวลาคงจะชอบเป็นพิเศษ ระหว่างรับประทาน ยังมีเสียงเพลงจากคณะที่ไปด้วยกัน เพราะมีเพื่อนที่ร้องเพลงเก่งๆหลายคน การร้องเพลงสามารถเพิ่มรสชาติของอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น สำหรับผม ร้องเพลงไม่เป็น ได้แต่กินเพียงอย่างเดียว ก็สนุกแล้ว เมื่ออิ่มกันแล้ว ก็ต้องมีการถ่ายรูปเป็นที่ระลึก และในสังคมแบบไทยๆเรา ถือว่าการถ่ายรูปเป็นสิ่งจำเป็นมาก มีเพื่อน (พี่แดง ) บริการถ่ายรูปที่ระเบียงริมทะเลให้ เอาไว้อวดเพื่อนๆ และลูกหลานได้หลายรูป

นับเป็นเวลาได้ ๒๗ ปีแล้ว หลังจากที่เราได้ร่วมเรียน ทำกิจกรรม ออกต่างจังหวัดเพื่อศึกษา สถานการณ์ ของประเทศเรา และสังสรรค์กันเมื่อมีเวลาว่าง จนสามารถรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และแนวความคิดเสนอต่อผู้บริหาร แล้วจบการศึกษา ทั้งนี้ สำหรับพวกเรา ความรักที่มีต่อกัน จากหลายๆสถาบันมารวมเป็นหนึ่งเดียว มีสัญญลักษณ์ เข็มที่ระลึก ของใช้ต่างๆ ก็ยังเก็บไว้จนทุกวันนี้ มิตรภาพยังแน่นแฟ้น มีการพบปะ และทัศนศึกษาร่วมกันมาตลอดเวลา ซึ่งคิดว่า ถ้ามีกิจกรรมแบบนี้อีก คงจะได้ร่วม ไม่หายไปไหน เพราะตอนไม่ได้พบกัน ก็คิดถึงเพื่อนๆทุกๆคน และขอขอบคุณท่านประธานรุ่น ที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพลิดเพลินและประทับใจมากครับ

บู๊ คนเคยหนุ่ม
เขียนที่กรุงเทพฯ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *