INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

พี่หลักชัย และ Farmer Field School

เจ้าชายนิทรา

พี่หลักชัย และ Farmer Field School
โควิด 19 ได้พรากชีวิตรุ่นพี่รุ่นน้องของผมไป ๒-๓ คน แล้ว คนหนึ่งที่กล่าวถึงเพิ่งจากไปเมื่อวานนี้เอง เป็นรุ่นพี่เกษตร ที่ผมเข้ามาทำงานด้วย แต่เริ่มต้นที่คนละสาขา จนในช่วงปลายๆ ก็ได้ทำงานใกล้เคียงและประสานงานกัน ถ้าใครได้คุย จะประทับใจพี่เขามาก ได้ข้อมูลความรู้ และแนวคิดที่ดีๆ ผมขอเรียก พี่เขาว่า พี่หลักชัย มีนะกนิษฐ์

เท่าที่ผมรู้จัก พี่หลักชัย มีพื้นเพอยู่แถวราชวัตรนี้เอง จบชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ และเข้าเรียนเกษตร majorในสาขาวิชากีฏวิทยาและโรคพืช (โรคแมลง) เป็นเกษตร รุ่นที่ ๒๒ คือระหว่างปี ๒๕๐๕ – ๒๕๑๐ ซึ่งสมัยนั้น เกษตรมีหลักสูตร ๕ ปี เสร็จแล้ว ก็มารับราชการที่กรมการข้าว ในสาขาป้องกันกำจัดศัตรูพืช และต่อมามีการปรับปรุงหน่วยงาน จัดตั้งกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้มาสังกัดที่กรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งย้ายข้าราชการมาทำงาน เมื่อประมาณ ปี ๒๕๑๒ และได้อยู่ กรมส่งเสริมการเกษตรมาเรื่อยๆจนถึงปลายชีวิตการทำงาน สำหรับการศึกษาต่อ ฝึกอบรม และประชุมดูงานในต่างประเทศ กับนักวิชาการในสมัยนั้น ก็ได้ผ่าน กิจกรรมต่างๆเหล่านี้มาโดยตลอด
ในช่วงที่ทำงาน ใครๆก็รู้จัก Farmer Field School โครงการนี้ ผมไม่ได้ใกล้ชิด แต่โครงสร้างเนื้อหาสนับสนุนส่วนงานที่ผมรับผิดชอบอยู่ คือผมสังกัดงานที่ส่งเสริมเป็นรายพืช สำหรับFarmer Field School เป็นโครงการที่ประสานและสนับสนุนโดย FAO มีดำเนินการ อยู่หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียน หลักการคือ จัดรวมกลุ่มเกษตรกรโดยเฉพาะรายย่อยๆให้เป็นกลุ่มๆ แล้วทำการอบรมให้รู้จักศัตรูพืชหลายๆชนิด โดยเฉพาะที่จะมีในแต่ละท้องที่ รวมถึงชีพจักร ลักษณะการเข้าทำลาย หรือเป็นตัวห้ำตัวเบียฬ ต่อจากนั้น กลุ่มเกษตรกรจะรับผิดชอบในการดูแลพืชผลของตน เมื่อมีแมลง หรือศัตรูพืชระบาด ก็ให้ร่วมมือกันวินิจฉัย ว่าเป็นอะไร จะช่วยกันดำเนินการอย่างไรได้บ้าง โดยลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย หรือใช้เฉพาะที่จำเป็น และนำจุลินทรีย์บางชนิดมาใช้ประโยชน์ ทำให้ ไม่เป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมมากนัก หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เกษตรกรทั้งกลุ่ม หรือทั้งหมู่บ้าน ทำหน้าที่ดูแลพืชผลของตนเอง ภายใต้การสนับสนุนด้านข้อมูล และช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่วิชาการในท้องถิ่น

สำหรับประเทศไทยในช่วงที่ผมทำงานอยู่นั้น พี่หลักชัยเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ Farmer Field School นี้ และได้ประสานให้มีการดำเนินงานทั้งประเทศ เป็นที่รู้จักในวงการเกษตรกร และได้ติดต่อร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านต่างๆด้วย มีอยู่ปีหนึ่งที่ผม ไปประชุมงานด้านส่งเสริมการเกษตรของประเทศต่างๆในกลุ่มอาเซียนที่ประเทศเวียตนาม ซึ่งได้พบพี่หลักชัยที่นั่น และได้ชวนไปดูงาน Farmer Field School ของเวียตนามด้วย ซึ่งน่าสนใจมาก เพราะเกษตรกรทั้งกลุ่ม จะตกลงกันว่าจะมีวิธีจัดการศัตรูพืชได้อย่างไร ภายใต้ความปลอดภัยของเกษตรกร สังคม และสิ่งแวดล้อม

พี่หลักชัยได้แนะนำให้ผู้ประสานงานที่เวียตนามพาผมไปดูงาน ในท้องที่ เป็นกลุ่มเกษตรกร นำเอาแมลงและศัตรูพืชที่เก็บมาได้ มาประชุมวินิจฉัยกันทีละตัว บนแปลงปลูกพืชที่นัดแนะกัน เกษตรกรทุกคนมีส่วนร่วมในการออกความเห็น และได้ หลักที่จะนำไปปฏิบัติ สำหรับแมลงและศัตรูพืช แต่ละตัวที่นำมาถกกันในวันนั้น ทำให้ผมเริ่มมีความรู้เรื่องนี้ เห็นด้วย ที่ให้เกษตรกรร่วมกันทำงานเป็นกลุ่ม แล้วยึดข้อสรุปที่เกิดขึ้นไปปฏิบัติร่วมกัน เป็นแนวทางหนึ่งของโครงการส่งเสริมเกษตรกรแบบมีส่วนร่วม ( farmer’s participation) จึงคิดว่า ต้องขอเขียนเรื่องนี้เป็นอนุสรณ์ให้พี่หลักชัย

เมื่อประมาณ ๕ ปีที่แล้ว ผมมีโอกาสชวนพี่หลักชัย และภรรยา ให้นั่งรถไปเชียงใหม่ และกลับด้วยกัน ผมมีโอกาสได้คุยกับพี่หลักชัยอย่างเต็มที่ และรู้ความคิดข้อมูลดีๆมาก ทำให้ประทับใจกับการเดินทางครั้งนั้น โดยเฉพาะภรรยาของพี่หลักชัย เป็นเพื่อนสนิท เกษตร (เคยู ๒๔ ) รุ่นเดียวกับผมเอง

พี่หลักชัย มีความุ่งมั่นในการทำงานวิชาการให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าของตัวเองมากนัก อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในวงนักบริหาร แต่เจ้าหน้าที่ในองค์การระหว่างประเทศ และบุคคลที่อยู่ในสาขาเดียวกันในต่างประเทศรู้จักดี ทราบว่าพี่หลักชัย สนใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ชอบไปอยู่เงียบๆตามวัดวาอารามต่างๆ ในขณะที่จากไปนั้น มีสุขภาพดี และแข็งแรง เพียงแต่ไม่รู้ตัวเลยว่า โควิด 19 มันเข้ามาถึงตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ กว่าจะรู้ตัว ก็อาการหนักแล้ว ถึงต้องจากไปในที่สุด และเป็นที่อาลัย จากพวกเรา ชาวเกษตรที่คุ้นเคยและชาวส่งเสริมการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง
บู๊ คนเคยหนุ่ม

เชียงใหม่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *