สงครามยูเครนจะจบลงอย่างไร

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
สงครามยูเครนจะจบลงอย่างไร
ความจริงไม่ควรจะเรียกสงครามนี้ว่าสงครามยูเครนเลย เพราะยูเครนเป็นเพียงสนามรบที่มีการเตรียมการกันมาก่อน และมันคือสงครามระหว่างรัสเซียกับนาโต้ โดยมีจีนคอยติดตามดูอยู่ห่างๆ และตักตวงผลประโยชน์จากการเป็นตัวแทนขายน้ำมัน-ก๊าซ จากที่ตนเหลือใช้
แต่จีนเองก็ต้องพยายามประคับประคองไม่ให้รัสเซียต้องเพลี่ยงพล้ำจนพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้ เพราะถ้ารัสเซียแพ้ราบคาบ จีนก็จะเป็นเป้าหมายต่อไปจากตะวันตก และพันธมิตรอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ส่วนอินเดียก็จะรอฉกฉวยจังหวะที่จะเลือกข้างเมื่อสถานการณ์ชัดเจนกว่านี้
ดังนั้นการรบในพื้นที่ของยูเครน ระหว่างฝ่ายรัสเซีย และนาโต้ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในความเป็นความตายของรัสเซีย และอีกด้านมันคือการคงอยู่หรือการล่มสลายของระเบียบโลกเก่าที่มีขั้วอำนาจเดี่ยวอย่างสหรัฐฯ
การติดตามผลของสงครามหรือการสู้รบในยูเครนจึงเป็นประเด็นสำคัญในการมองอนาคตของโลก หากมันจะยังหลงเหลืออยู่
ในขณะนี้การสู้รบในยูเครน ฝ่ายกำลังผสมนาโต้-ยูเครน กำลังประสบกับปัญหาเพลี่ยงพล้ำในศึก โดยถูกฝ่ายรัสเซียบุกเข้ายึดพื้นที่สำคัญที่ฝ่ายยูเครนเข้ายึดเพื่อเป็นจุดสำคัญในการเข้าโจมตีลึกเข้าไปในดอนบาส โดยเฉพาะแคว้นโดเนตส์และแคว้นลูฮานสก์ ที่ประกาศตนเป็นอิสระจากยูเครน
โดยเฉพาะการสูญเสียพื้นที่ในเมืองมุกบิท และ โซลิด้า ที่เป็นประตูสำคัญเข้าสู่ดอนบาส จากรายงานของตะวันตกพบว่าทหารรัสเซียสูญเสียนับร้อย แต่รายงานของฝั่งรัสเซียพบว่าฝ่ายกำลังผสมยูเครน-นาโต้ สูญเสียที่มุกบิท 17,000 คน และที่โซลิด้า 7,000 คน

ครับนี่เป็นรายงานของคู่ขัดแย้ง ซึ่งเราต้องชั่งน้ำหนักด้วย มันเป็นส่วนหนึ่งของสงครามข่าวสาร (Information Warfare)
แต่ก็สรุปได้ว่าฝ่ายยูเครน-นาโต้ ต้องสูญเสียหนัก จึงต้องสูญเสียพื้นที่ทางยุทธศาสตร์สำคัญที่ตนยึดครอง ทว่ารัสเซียก็คงสูญเสียไม่น้อยจากการทุ่มกำลังเข้าตี โดยใช้ขีปนาวุธเข้าถล่มทำลายก่อน ตามด้วยปืนใหญ่ ก่อนส่งกำลังทหารราบและยานเกราะเข้าโจมตียึดพื้นที่
นั่นจึงเป็นที่มาของการที่นายเซเรนสกี้ ออกมาเรียกร้องขอความสนับสนุนจากนาโต้ ซึ่งโดยหลักๆแล้วนอกจากปืนใหญ่และจรวดหลายลำกล้อง รัฐบาลเคียฟต้องการรถถังหนักประจันบาน(Main Battletank)
ทั้งนี้นายเซเรนสกี้ เจาะจงลงไปว่าต้องการรถถัง Leopard 2 ที่ผลิตในเยอรมนี แต่ทางเยอรมันปฏิเสธโดยอ้างว่าจะต้องตรวจสอบคุณภาพของรถถังที่มีอยู่ในสต๊อก 80 คัน และ Leopard 1 อีก 1,000 คัน โดยจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี เพราะต้องถอดชิ้นส่วนทั้งหมดมาตรวจสอบและประกอบกลับคืน ซึ่งไม่สมเหตุสมผลเลย
ต่อมาก็มีคำอธิบายจากวงนอกว่า เยอรมนีไม่ต้องการขัดใจกับรัสเซีย ซึ่งก็ไม่สมเหตุสมผลอีก เพราะเยอรมันขัดใจกับรัสเซียมานาน และหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่การไม่ยอมเปิดใช้ท่อส่งก๊าซนอร์ทสรีม 2 เมื่อสร้างเสร็จ โดยอ้างว่าต้องให้สหรัฐฯตรวจรับเสียก่อน ซึ่งฟังแล้วก็ไม่เข้าท่า จึงปั้นเรื่องใหม่ว่ากลัวรัสเซียจะยึดรถถัง Leopard 2 ได้แล้วเอาไปตรวจสอบเทคโนโลยีของเยอรมันซึ่งก็ว่ากันไป
ทว่ายังไม่แค่นั้น เยอรมนียังสร้างเงื่อนไขว่าถ้าจะให้ส่งรถถัง Leopard 2 ให้ยูเครน-นาโต้ ก็ต้องให้สหรัฐฯ ส่งรถถังหลัก M1 Abrams ให้ยูเครนด้วย ซึ่งสหรัฐฯก็ปฏิเสธ

ล่าสุดเยอรมันก็ประกาศว่าประเทศอื่น เช่น โปแลนด์ และลิทัวเนีย ที่มีรถถัง Leopard 2 รวมกันประมาณเกือบ 30 คัน สามารถส่งให้ยูเครนได้ โดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากเยอรมนี
จากการวิเคราะห์ของนักการทหารบางท่านกล่าวว่า การที่ยูเครนเรียกร้องขอรถถังหลักประจัญบานนั้น เพราะขาดความคล่องตัวในการเคลื่อนกำลังเข้าบุกโจมตียึดคืนพื้นที่ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นยูเครนก็ยังต้องการรถลำเลียงพลหุ้มเกราะ อย่างสไตรเกอร์ของสหรัฐฯอีกจำนวนไม่ต่ำกว่า 100 คัน
ทว่าในขณะนี้ได้รับการตอบสนองจากตะวันตก คือ อังกฤษจะให้รถถังหนักประจัญบานชาเลนเจอร์จำนวนหนึ่ง ฝรั่งเศสจะมอบรถถังเบาอีกจำนวนหนึ่ง สวีเดนก็จะมอบรถถังหนักประจัญบานและปืนใหญ่อาเชอร์อีกจำนวนหนึ่งเช่นกัน เพียงแต่ยังไม่มีกำหนดเวลาส่งมอบที่แน่นอน
แต่คาดว่าภารกิจหลักของกองกำลังยูเครน-นาโต้ ในการเข้าตียึดพื้นที่คืน คือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่มีข้อสังเกตว่าในต้นฤดูใบไม้ผลินั้น หิมะละลายหลายพื้นที่ในยูเครนจะเป็นโคลน ซึ่งจะมีปัญหากับรถถังหนัก ที่อาจติดหล่มได้ เรื่องนี้เคยเกิดมาแล้วในสงครามเวียดนาม
จึงคาดว่าการส่งมอบรถถังหนักของตะวันตกคงเป็นไปในช่วง 1-2 เดือนนับจากฤดูใบไม้ผลิ คือ ประมาณเดือนเมษา-พ.ค.
ด้านสหรัฐฯนั้นสัญญาว่าจะส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต ซึ่งมีราคาแพงมาช่วยยูเครน-นาโต้ เพื่อปกป้องยูเครนและเคียฟจากการโจมตีโดยขีปนาวุธ
กลับมามองด้านรัสเซีย ได้มีการเรียกระดมพลกองหนุนและกำลังสำรองเพื่อเตรียมการบุกยูเครนครั้งใหญ่ โดยตระเตรียมรถถังจำนวนมากหลายพันคัน รวมทั้งรถถังประจัญบานหนักอย่าง T-90 ที่ทันสมัย แตกต่างจากเดิมที่ใช้รถถังรุ่นเก่าสมัยโซเวียตและนำมาปรับปรุง นอกจากรถถังรัสเซียยังตระเตรียมรถลำเลียงพลหุ้มเกราะอีกหลายพันคัน รวมทั้งปืนใหญ่และจรวดหลายลำกล้อง เพื่อต่อกรกับ HIMARS ของตะวันตก

นอกเหนือจากนั้นรัสเซียยังจะอาศัยการโจมตีจากขีปนาวุธ และโดรนราคาถูกที่นำเข้าจะอิหร่าน ซึ่งจะทำให้แพทริออตสับสน และอาจไม่คุ้มค่า เหมือนที่เกิดในสงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์ กับฮามาส
ในการเตรียมการครั้งนี้นอกจากการเพิ่มเติมกำลังพลครั้งใหญ่ รัสเซียยังมีแผนใช้ขีปนาวุธหลายหัวรบ และไฮเปอร์สปีดอีกด้วย
ส่วนเส้นเดินทัพคาดกันว่าจะเคลื่อนกำลังผ่านเบรารุสเข้าตีเมืองสำคัญอย่างคาร์คีฟ เชอร์โนฮีพ ก่อนเข้าโจมตีเคียฟ
ด้านใต้ก็คงพยายามเข้ายึดเคอซอนเพื่อเป็นฐานเข้าตีนิโคไลอีฟอันจะใช้เป็นฐานเข้าตีโอเดสซ่าต่อไป
ทั้งนี้การบัญชาการรบทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับเสนาธิการร่วม พล.อเกราซิมอฟซึ่งแสดงถึงน้ำหนักที่ปูตินให้กับการสู้รบในครั้งนี้
อย่างไรก็ตามก็มีข่าวออกมาจากรัสเซีย เช่น เมดเวเดฟรองประธานสภาความมั่นคงรัสเซียว่า ถ้ารัสเซียแพ้ในยูเครนอาจทำให้ต้องใช้นิวเคลียร์ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงเกิดสงครามนิวเคลียร์แน่นอน เพราะตะวันตกและสหรัฐฯก็มีความพร้อมในด้านนี้
ปัญหาคือถ้าเกิดสงครามนิวเคลียร์โลกก็จะพังทลายจนต้องกลับไปตั้งต้นใหม่เป็นศูนย์ แล้วพวกนายทุนใหญ่ๆอย่าง Deep State และขบวนการไซออนิสต์ จะยอมให้ระบบเศรษฐกิจการเงินของโลกต้องล่มสลายหรือ
จึงเป็นไปได้ว่าฝ่ายตะวันตกคงจะไม่ต้องการรบแตกหักในยูเครนกับมอสโคว์เพราะจะเป็นการไล่รัสเซียจนหลังชนฝา แต่นาโต้ต้องการสงครามยืดเยื้อเพื่อบ่อนทำลายเศรษฐกิจรัสเซีย ตามแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ของสหรัฐฯ ที่มองว่าโครงสร้างเศรษฐกิจของรัสเซียนั้น ยังไม่พัฒนามาก และมีช่องว่างสูงทางรายได้ ตลอดจนขาดการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีนวกรรมทางเทคโนโลยี
ด้วยประการฉะนี้ยุโรปโดยเฉพาะเยอรมนีจึงอิดออดในการส่งอาวุธให้ยูเครนเพื่อให้สงครามยืดเยื้อใช่หรือไม่







