กลยุทธ์การกระจายธุรกิจ

กลยุทธ์การกระจายธุรกิจ
บริษัทที่ใช้กลยุทธ์การกระจายธุรกิจจะมีระดับของการกระจายธุรกิจและการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจของพวกเขาแตกต่างกันไปริชาร์ดรูเมลท์
นักวิชาการมหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ ได้แยกประเภทเริ่มแรกระดับการกระจายธุรกิจที่สำคัญเป็นสี่ระดับ – ธุรกิจอย่างเดียว ธุรกิจโดดเด่น ธุรกิจที่เกี่ยวพันกัน และธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพันกัน – โดยใช้อัตราส่วนการวัดสามอย่าง
*อัตราส่วนความเชี่ยวชาญ ส่วนแบ่งของรายได้รวมมาจากธุรกิจใหญ่
ที่สดอย่างเดียว
*อัตราส่วนเกี่ยวพันกัน ส่วนแบ่งของได้รายรวมมาจากกลุ่มของธุรกิจ
ที่ร่วมทรัพยากร ทักหะ หรือตลาด
*อัตราส่วนแนวดิ่ง ส่วนเเบ่งของรายได้รวมเกิดขึ้นจากขั้นตอนที่ต่อเนื่องกันตามลำดับภายในลูกโซ่กระบวนการแนวดิ่งเดียวกัน
ต่อมาริชาร์ด รูเมลท์ ได้ปรับปรุงการแยกประเภทนี้ไปสู่กลยุทธ์การกระจายธุรกิจแตกต่างกันเก้าอย่าง
*ธุรกิจอย่างเดียว
1 ธุรกิจอย่างเดียว บริษัทที่สร้างความผูกพันทั้งหมดต่อผลิตภัณฑ์หรืออุตสาหกรรมเดียว ตัวชี้วัดคืออัตราส่วนความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน – SR => 0.95 – รายได้ทั้งหมดเท่ากับหรือมากกว่า 95% มาจากธุรกิจอย่างเดียวมากกว่า 95% บริษัทเหล่านี้ไม่ยอมรับการกระจายธุรกิจเห็นด้วยกับ
ความเชี่ยวชาญฉพาะด้าน และจุดมุ่งเน้น บริษัทเหล่านี้เชี่ยวชาญเฉพาะ
ด้านสูง มุ่งเน้นทรัพยากร ทักษะ การดำเนินงานเกือบทั้งหมดของพวกเขาบนผลิตภัณฑ์แกนอย่างเดียว แทนกระจายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมอื่น
ตลอดหลายทศวรรษ ริกลี่ย์ คอมพานี สร้างรายได้เกือบทั้งหมดของ
มันจากผลิตภัณฑ์อย่างเดียว หมากฝรั่ง บริษัทมุ่งเน้นทรัพยากร อาร์ แอนด์ ดี และการตลาดทั้งหมดบนตลาดเดียว แทนการซื้อธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพันกัน ริกลี่ย์ ก่อตั้งโดยวิลเลียม ริกลี่ย์ เขาได้เริ่มต้นธุรกิจของเขาขายสบู่ เขาได้ให้ฟรีผงฟูที่จะส่งเสริมการขายสบู่ แล้วเขาได้เริ่มต่นให้ฟรีหมากฝรั่งที่จะส่งเสริมการขายผงฟู ลูกค้าจะชอบหมากฝรั่งมากกว่าผลิตภัณฑ์อื่น หมากฝรั่งได้กลายเป็นที่นิยมแพร่หลายที่ริกลี่ย์ได้เปลี่ยน
แปลงบริษัททั้งหมดของเขาผลิตหมากฝรั่งเท่านั้น ริกลี่ย์ได้เปิตตัวอย่างเป็นทางการธุรกิจหมากฝรั่งเมื่อ ค.ศ 1893
ริกลี่ย์ ได้กลายเป็นหนึ่งของบริษัทแรกที่ใช้การรณรงค์การโฆษณาอย่างมาก เขามีชื่อเสียงการส่งไปรษณีย์หมากฝรั่งฟรีแก่บุคคลทุกคน
ภายในสมุดโทรศัพท์อเมริกัน ตลอดหนึ่งศตวรรษตามมาการก่อตั้งของมัน ริกลี่ย์ ได้ทุ่มเทเกือบทั่งหมดทรัพยากร การตลาด อาร์ แอนด์ ดี ของมันอย่างเข้มงวดต่อธุรกิจหมากฝรั่ง ริกลี่ย์ – ในขณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
มาร์ สเเนคกิ้ง – เป็นบริษัทธุรกิจอย่างเดียว มุ่งเน้นทั้งหมดบนการผลิตและการขายผลิตภัณฑ์ลูกอม ส่วนใหญ่จะเป็นหมากฝรั่ง ลูกอมรสมินท์ และลูกอมแข็ง ริกลี่ย์ เป็นผู้ผลิตหมากฝรั่งใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อ ค.ศ 2008 มาร์ได้ซื้อริกลี่ย์ 23 พันล้านเหรียญ
*ธุรกิจหลัก
บริษัทมีธุรกิจแกนที่ใหญ่โต แต่ได้กระจายธุรกิจไปสู่ธุรกิจรองเล็ก
น้อย ตัวชี่วัดคือ อัตราความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน 0.70 <= SR < 0.95
70% ถึง 95% ของรายได้ของพวกเขามาจากธุรกิจแกนอย่างเดียวแต่มันสร้างรายได้ส่วนเล็กน้อยจากธุกิจไม่กี่อย่างด้วย บริษัทจะมีรายได้จากธุรกิจอย่างเดียวระหว่าง 70% และ 95% ของรายได้รวม ในขณะ
่ที่กระจายธุรกิจส่วนที่ดหลืออยู่ของมัน 5% ถึง 30 % ไปสู่พื้นที่อื่น ไม่
เหมือนกับบรอษัทธุรกิจอย่างเดียวที่ขึ้นอยู่ทั้งหมดบนผลิตภัณฑ์อย่าง
เดียว ธุรกิจหลักได้เริ่มต้นที่จะกระจายธุรกิจ แต่ยังคงทอดสมอลึกต่อ
การดำเนินงานแกนของมัน ริชาร์ด รูเมลท์ได้แตกธุรกิจหลีกไปสู่เส้น
ทางที่แตกต่างกันสี่เส้นอยู่บนพื้นฐานธุรกิจรองเกี่ยวพันกับแกนอย่าง
ไร
2 ธุรกิจหลัก -แนวดิ่ง
บริษัทได้ขยายตัวด้วยการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งไปทางหลังหรือทางหน้าตามลูกโซ่อุปทานของมันเอง เช่น การผลิตวัตถุดิบของมันเอง หรือดำเนินการจัดจำหน่ายค้าปลีกของมันเอง การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งสูง การลงทุนทรัพย์สินเฉพาะ และการมุ่งเน้นการจัดหาว้ตุดิบหรือการเข้าสู่ตลาด
เอ็กซ์ซอนโมบิล เป็นบริษัทหลัก-เเนวดิ่งคลาสสิค หมายความว่ามันได้
รายได้ส่วนใหญ่จากธุรกิจแกนอย่างเดียว ในขณะที่เป็นเจ้าของลูกโซ่
อุปทาน ธุรกิจหลักของพวกเขาคือการกลั่นและการสำรวจน้ำมัน – ต้นน้ำ – ส่วนใหญ่รายได้ที่ท่วมท้นจะมาจากธุรกิจเหล่านี้ แต่ได้รวมธุรกิจตามแนวดิ่งต้นน้ำด้วยการเป็นเจ้าของโรงกลั่นนน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน ทรัพย์สินขนส่ง และบริษัทลูกเคมีของพวกเขาเองด้วย ลูกโซ่ตามแนวดิ่งของบริษัทเเปรรูปผลิตภัณฑ์ระหว่างกลางของพวกเขา บริษัทควบุคุมขั้นตอน
ที่จะผลิตน้ำมัน มันได้สำรวจบ่อน้ำมัน สูบน้ำมันจากพื้นดิน กลั่นน้ำมันไป
สู่เชื้อเพลิง และขายมัน ณ สถานีบริการน้ำมัน ด้วยการใช้กลยุทธ์นี้เอ็กซ์
ซอนโมบิลไม่ต้องจ่ายเงินแก่บริษัทภายนอกเพื่อขั้นตอนเหล่านี้ นี่มักจะ
ประหยัดต้นทุนและรักษาคุณภาพไว้สูง
3 ธุรกิจหลัก – จำกัด
บริษัทกระจายธุรกิจเล็กน้อยที่ผูกมัดอย่างแน่นหนา – จำกัด – ต่อ
ธุรกิจแกน หมายความว่าการแตกแขนงอย่างที่สองทุกอย่างถูกสร้างร่วมทรัพยากร เทคโนโลยี หรือทักษะของธุรกิจแกน
อเมซอนโดยพื้นฐานสร้างรายได้ผ่านทางแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ชของมัน นานหลายปีบริษัทเป็นธุรกิจหลักเพราะว่ารายได้เกือบทั่งหมดของมัน
มาจากการค้าปลีกออนไลน์ แต่กระนั้นธุรกิจรองเช่นอเมซอน เว็บ เซอร์วิชหรืออเมซอน โลจิสติกส์ ร่วมความสามารถแกน ภายในโครงสร้างพื้นฐานไอที การบริหารช้อมูลขนาดใหญ่และเครือข่ายดำเนินการคำสั่งซื้อของลูกค้า กลยุทธ์หลัก – จำกัดของอเมซอนเป็นนัยว่าอเมซอนสร้าง 70% – 95% ของรายได้จากตลาดอี-คอมเมิร์ชแกนของมันนขณะที่รักษาธุรกิจ
ใหม่ทุกอย่างเชื่อมโยงอย่างเข้มงวดต่อแกนนั้น อเมซอน มาร์เก็ตเพลส
บริษัทแม่จะกระทำเป็นธุรกิจหลัก ธุรกิจใหม่ต้องร่วมเทคโนโลยี ช่องทาง
การจัดจำหน่าย เเละฐานการตลาดอย่างเดียวกันแน่นอน

4 ธุรกิจหลัก – เชื่อมโยง
บริษัทสว้างส่วนใหญ่ของรายได้ของมันจากธุรกิจแกน ในขณะที่ส่วนที่เหลืออยู่ของรายได้มาจากธุรกิจรองถูกเชื่อมโยงอย่างหลวมผ่านลูกโซ่ความสัมพันธ์ที่ผ่านไป – เชื่อมโยง – แทนที่จะเป็นแกนหลักอย่างเข้มงวด บริษัทหลัก – เชื่อมโยงขยายตัวที่ละน้อย ด้วยการเชื่ิอมโยงธุรกิจ A ต่อธุรกิจ B และธุรกิจ B เชื่อมโยงต่อธุรกิจ C หมายความว่าธุรกิจไกลที่สุดอาจจะไม่ร่วมความเหมือนกันธุรกิจถูกเชื่อมโยงภายในลำดับคล้ายลูกโซ่
วอลท์ ดิสนี่ย์ ได้ถูกมองเป็นบริษัทหลัก – เชื่อมโยง หมายความว่าธุรกิจแกนของมัน เช่น สตูดิโอ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และมีเดีย เน็ตเวิร์ก สร้าง
รายได้ส่วนใหญ่ของมัน โรงถ่ายภาพยนตร์สร้างภาพยนตร์แอนนิเมชั่น
ชั่นโฟรเซน ธุรกิจรองของมัน เช่น สวนสนุกสร้างเครื่องเล่นธีมโฟรเซน
ผลิตภัณฑ์ผู้บริโภคขายของเล่นโฟรเซน สตรีมมิ่ง แพลตฟอร์ม บริการ
ซีรี่ย์ภาคแยกโฟรเซน ทรัพย์สินแกนของดิสนี่ย์คือทรัพย์สินทางปัญญา
– ไอพี – เช่น มิคกี้ เม้าส์ หรือมาร์เวล “การเชื่อมโยง” คือไอพีแกนนี้เชื่อมโยงไปสู่ภาพยนตร์ เชื่อมโยงไปสู่สวนสนุก เชื่อมโยงไปสูสินค้า เชื่อมโยงไปสู่สตรีมมิ่ง เเพลตฟอร์ม และส่วนใหญ่ของมูลค่าและการสร้างรายได้ของดิสนี่ย์ถูกทอดสมออยู่ที่ไอพีและการสร้างเนื้อหาความบันเทิง ถ้าไม่มีภาพยนตร์และโรงถ่ายภาพยนตร์แอนนิเมชั่นสร้างนักเเสดง ส่วนที่เหลืออยู่ของบริษัทไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามกลยุทธ์หลัก -จำกัดธุรกิจทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับทรัพยากรหรือเทคโนโลยีอย่างเดียวกันแน่นอนแต่ตามกลยุทธ์หลัก – เชื่อมโยง ธุรกิจถูกเชื่อมโยงภายในลำดับคล้ายลูกโซ่
5 ธุรกิจหลัก – ไม่เกี่ยวพันกัน
บริษัทรักษาการดำเนินงานแกนหลักไว้ แต่ลงทุนส่วนหนึ่งเล็กน้อย
ของเงินของมันไปสู่ธุรกิจอื่นทั้งหมดที่ไม่เชื่อมโยงกัน พวกเขาขึ้นอยู่กับธุรกิจแกนอย่างเดียวต่อส่วนใหญ่ของรายได้ของมัน แต่กระนั้นรายได้
ส่วนที่เหลืออยู่มาจากการดำเนินงานที่ไม่เชื่อมโยงอย่างสิ้นเชิงต่อแกน
นั้น
อาร์ เจ เรโนลด์ เริ่มแรกมุ่งเน้นอย่างเเท้จริงต่่อธุรกิจยาสูบ แต่ได้ซื้อ
ตราสินค้าอาหารและเครื่องดื่มภายในระยะการกระจายธุรกิจเริ่มแรกของมันนานหลายทศวรรษบริษัทสร้างมากกว่า 70% ของรายได้ของพวกเขาจากผลิตภัณฑ์บุหรี่และยาสูบแกน เเต่กระนั้นที่จะอัตราการสูบบุหรี่ที่ลดลงและข้อบังคับของรัฐบาล พวกเขาได้ซื้อธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพันกันอย่างเช่นตราสินค้าฟ้าสท์ฟูดและอาหาร อาร์ เจ เรโนลด์ได้ซื้อนาบิสโก สร้างบริษัทยาสูบหลักด้วยกลุ่มธุรกิจอาหารที่ไม่เกี่ยวพันกัน ส่วนใหญ่
ของศตวรรษที่ 20 พวกเขาเป็นบริษัทธุรกิจหลัก รายได้ส่วนใหญและ
กลุมธุรกิจของัมันมาจากอย่างเข้มงวดผลิตภัณฑ์ยาสูบเช่นบุหรี่คาเมล
และวินสตัน แต่กระนั้นพวกเขาได้ซื้อและดำเนินงานธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพัน
กันทั้งหมด เช่น บริษัทเป็นเจ้าของอาหารและร้านอาหารตราสินค้าเช่น
เดล มองเต้ เคเอฟซี และฮิวเบียน เนื่องจากธุรกิจเล็กน้อยไม่มีการเชื่อม
โยงทางการดำเนินงานต่อธุรกิจยาสูบหลัก มันได้กลายเป็นกลยุททธ์
หลัก – ไม่เกี่ยวพันกันอย่างสมบูรณ์แบบ ต่อมาอาร์เจอารได้ขายธุรกิจ
ที่ไม่เกี่ยวพันกันเหล่านี้ที่จะมุ่งเน้นธุรกิจยาสูบอีกครั้งหนึ่ง
*ธุรกิจที่เกี่ยวพันกัน
บริษัทขยายตัวไปสู่ธุรกิจใหม่ แต่พื้นที่ใหม่เหล่านี้จุะร่วมทรัพยากร เทคโนโลยี หรือช่องทางการจัดจำหน่ายกับธุรกิจเเกน ตัวชี้วัดคือ SR
< 0.70 น้อยกว่า 70% ของรายได้รวมจะมาจากธุรกิจแกนและธุรกิจทุกอย่างมีการเชื่อมโยงระหว่างกันด้วยวิถีทางบางอย่าง
6 ธุรกิจที่เกี่ยวพันกัน – จำกัด
บริษัทเชื่อมโยอย่างเข้มงวดธุรกิจใหม่ทุกอย่างของมันด้วยการร่วม
ความสามารถแกนอย่างเดียวกัน เข่น เทคโนโลยี การดำเนินงาน เครือข่ายการจัดหน่าย กลยุทธ์ที่เกี่ยวพันกัน – จำกัด หมายความว่่าบริษัทจะ
จำกัดการกระจายธุรกิจของมันไปสู่อุตสาหกรรม ตรงที่บริษัทสามารถ
ใช้ซ้ำความสามารถแกนของมันตลอดการดำเนินงานทุกอย่าง “จำกัด” คือ บริษัทจะบังคับกฏพรมแดนอย่างเข้มงวด “เราจะไม่เข้าไปสู่ตลาด
ใหม่ ถ้ามันไม่ใช้ประโยชน์เทคโนโลยี เครือข่ายการจัจำหน่าย กระบวน
การดำเนินงานที่มีอยู่ของเรา
นานหลายทศวรรษ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ดำเนินงานหน่วยธุรกิจที่ใหญ่โตสามหน่วยคือ ฟามาซูติคอลส์ เมดิคอลดีไวซ์ และคอนซูมเมอร์
เฮลท์ บริษัทได้ ใช้ประโยชน์ความเชี่ยวชาญทางการเเพทย์ของพวกเขากระจายธุรกิจทั่วทั้งเครื่องมือเพทย์ เวชภัณฑ์ สุขภาพผู้บริโภค ธุรกิจทุกอย่างเหล่านี้ืได้ร่วมความสามารถแกนเจ แอนด์ เจ ภายในการทสอบทางคลีนิค การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสุขภาพ พวกเขาได้ใช้
ประโยชน์ความรู้วิทยาศาสตร์รากฐานเดียวกันตลอดผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายสร้างความประหยัดจากขนาด ด้วยการประหยัดต้นทุนจากการใช้ทรัพยากรอย่างหนึ่งแก่ผลิตภัณฑ์หลายอย่าง
เนื่องจากเจ แอนด์ เจ ได้จำกัดตัวมันเองอย่างเข้มงวดต่อสุขภาพของมนุษย์และความเป็นอยู่ที่ดี บริษัทได้หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดจากคอมโก
เมอเรตที่ไม่เกี่ยวพันกัน พวกเขาจะไม่ซื้อธุรกิจประกันภัย ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หรือธุรกิจซอฟท์แวร์ เพราะว่าธุรกิจเหล่านี้ไม่ได้ร่วมความสามารถแกนของพวกเขา
7 ธุรกิจที่เกี่ยวพันกัน – เชื่อมโยง
บริษัทกระจายธุรกิจเป็นกลุ่่มของธุรกิจที่เชื่อมโยงกันและกัน คล้าย
ลูกโซ่แต่มันอาจจะไม่ทุกอย่างร่วมความสามารถแกนอย่างเดียวกัน ธุรกิจ
ถูกเชื่อมโยงกันผ่านลูกโซ่ความสัมพันธ์แต่สุดท้ายลูกโซ่การเชื่อมโยงคือ ธุรกิจสุดท้ายอาจจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ธุรกิจ A เชื่อมโยงธุรกิจ B ธุรกิจ B เชื่อมโยงธุรกิจ C แต่กระนั้นธุรกิจ A และธุรกิจ C ไมมีอะไรร่วมกีนเลย
โซนี่ กรุุ้ป เริ่มต้นภายในฮาร์ดแวร์ อีเล็คโทรนิค เชื่อมโยงความสามารถ
แกนนั้นไปสู่วีดีโอ เกม คอนโซลส์ ใช้การเล่นเกมขยายตัวไปสู่ความบัน
เทิงเเละดนตรีดิจิตอล แทนการร่วมทรัพยากรแกนอย่างเดียวตลอดธุรกิจ
ทุกอย่าง – ซึ่งเป็นเชื่อมโยง – จำกัด – โซนีถ่ายทอดเทคโนโลยีเฉพาะและ
ความสามารถสร้างสรรค์ทีละขั้นตอนไปสูลูกโซ่เชื่อมต่อกันเข้าไปตลาด
ใหม่แตกต่างกัน เมื่อ ค.ศ 1980 โซนี่รับรู้ว่าลูกค้าซื้อฮาร์ด แวร์ อีเล็คโทร
นิคของมัน เช่น โทรทัศน์ เล่นดนตรีและวีดีโอ เพื่อที่จะยึดกำไรมากขึ้น
และรับประกันเนื้อหาเพื่ออุปกรณ์ของมัน โซนีได้ซื้อซีบีเอส เรคอร์ด ใน
ขณะนี้คือโซนี่ มิวสิคส์ และโคลัมเบียร์ พิคเจอร์ ในขณะนี้คือ โซนี พิค
เจอร์ การเชื่อมโยงคือ ฮาร๋ดเเวร์ต่อเนื้อหา
*ธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพันกัน
บริษัททำหน้าที่พื้นฐานเป็นกลุ่มการลงทุน การเข้าไปสู่อุตสากรรมเพื่อผลตอบเเทนทางการเงินตัวชี้วัดคือ SR < 0.70 น้อยกว่า 70% ของรายได้รวมมาจากธุรกิจอย่างเดียว การเชื่อมโยงโดยทั่วไปมีน้อยหรือไม่
มีระหว่างหน่วยธุกิจ
8 คอนโกเมอเรตไม่เกี่ยวพันกัน
บริษัทเป็นเจ้าของธุรกิจที่ไม่เชื่อมโยงกันทั้งหมดกระทำเป็นกลุ่ม
การลงทุน บริษัทรวมศูนย์อยู่ที่บทบาทอย่างเดียวเท่านั้นคือการจัดสรร
การเงิน และการบริหารความเสี่ยงภัย สำนักงานใหญ่กระทำเป็นบริษัท
ผู้ถือหุ้นทางการเงินอยู่เฉย บริษัทผู้ถือหุ้นทางการเงินไม่ยุ่งเกี่ยว สำนัก
งานใหญ่ดำเนินงานเป็นนักลงทุนอยู่เฉย ซี้อธุรกิจที่ไม่กี่ยวพันกันอย่าง
เข้มงวดที่จะบริหารความเสี่ยงภัยและจัดสรรเงินทุน คุณค่าถูกสร้างผ่านทางการจัดสรรเงินทุนและการควบคุมทางการเงินเท่านั้น
เบิรคไชน์ ฮาทธาเวย์ เป็นเจ้าของธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพันทั้งหมด เช่น การ
ประกันภัย ไกโค การค้าปลีก ซีส์ เเคนดี้ รถไฟ บีเอ็นเอสเอฟ ไอสครีม เเดรี่ ควีน ภายใต้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เบิรคไชน์กระทำเหมือนบริษัทผู้ถือ
หุ้นไม่เกี่ยวพันกัน – อยู่เฉย ที่บรรลุความสำเร็จสูงมาก สำนักงานให้เงิน
และสนับสนุน สำนักงานใหญ่มคล่องตัวและดำเนินงานเหมือนธนาคาร
ยักษ์ใหญ่ พวกเขาซื้อบริษัท แต่รักษาทีมผู้บริหารเดิมไว้ภายในบริษัท
มันย้ายเงินสดส่วนเกินจากธุรกิจที่เจริญเติบโตช้าที่จะลงทุนธุรกิจใหม่
บริษัทเป็นเจ้าของการรรวมกันของธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพันกันอย่างสิ้นเชิง
กระทำอย่างเข้มงวดเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นทางการเงิน สำนักงานใหญ่จะไม่
ซื้อบริษัทใหม่อย่างรุนแรง หรือบังคับการรวมกันทางการดำเนินงาน
9 คอนโกลเมอเรตซื้อบริษัท
บริษัทซื้อธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพันกันอย่างสม่ำเสมอ ด้วยกลยุทธ์หลักของการซื้อทรัพย์สินราคาต่ำเกินไป ปรับปรุงโครงสร้างมัน และบรรลุผลการดำเนินงานทางการเงินสูงสุด บริษัทเจริญเติบโตอย่างเข้มแข็ง ผ่าน
ทางการรวมและการซื้อบริ๋ัษัท – เอ็มแอนด์เอ – สำนักงานใหญ่ขับเคลื่อน
คุณค่าผ่านทางวิศวกรรมการเงิน การเพิ่มประสิทธิภาพกลุ่มการลงทุน
และการควบคุมอย่างเข้มงวด
ในอดีตที่ผ่านมา คอนโกเมอเรตเช่นเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค เจริญเติบโตโดยการซื้อธุรกิจภายในอุตสาหกรรมที่ไม่เกี่ยวพันกัน เช่น การบิน การ
ดูเเลสุขภาพ และการเงิน ตลอดหลายทศวรรษ จีอี ขยายตัวไปไกลเลยพันรากฐานอุปกรณ์ไฟฟ้าต้นกำเนิดของมีน กลุ่มธุรกิจของจีอีครอบคลุเครื่องยนต์ไอพ่น อุปกรณ์การเเพทย์ เครี่องใช้ครัวเรือน เครือข่ายโทรทัศน์เอ็นบีซี และการเงิน
ริชาร์ด รูเมลท์ เป็นนักวิชาการทางกลยุทธ์คนแรกที่ได้ค้นพบการเชื่อมโยงทางสถิติระหว่างการกระจายธุรกิจและการทำกำไร

การวิจัยรากฐานของริชาร์ด รูเมลท์ ยืนยันว่าการกระจายธุรกิจที่เกี่ยวพันกันปานกลางมีประสิทธิภาพสูงกว่าอย่างสำคัญการกระจายธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพันกันสูง – คอนโกลเมอเรต – ภายในทั้งการทำกำไรและมูลค่าของบริษัทโดยส่วนรวม เขาได้อ้างเหตุผลหลายอย่างทำไมการกระจายธุรกิจที่เกี่ยวพันกันปานกลางมีประสิทธิภาพมากกว่า
*ความประหยัดจากขอบเขต
การกระจายธุรกิจที่เกี่ยวพันกันสามารถร่วมเทคโนโลยี ความสามารถการดำเนินงาน และช่องทางการตลาด ได้บรรลุความสำเร็จ สร้างคุณค่าที่ลบล้างต้นทุนการดำเนินงาน
*การหลีกเลี่ยงกับดักความซับซ้อน
การกระจายธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพันกันสูงเพิ่มความซับซ้อนทางการบริหารอย่างรุนเเรง และเบี่ยงเบนความสนใจผู้นำบริษัทจากความสามารถแกนของพวกเขา
*การมุ่งเน้นทางกลยุทธ์ที่เหนือกว่า
กรอบข่ายต่อมาของริชาร์ด รูเมลท์ให้รายละเอียดภายในหนังสือของเขา Good Strstegy/ Bad Strstegy มุ่งเน้นว่ากลยุทธ์แท้จริงต้องการการมุ่งเน้นที่ชัดเจนและทางเลือกที่ยาก คอนโกลเมอเรตที่ขาดการมุ่งเน้นนี้มักจะเจ็บปวดจากการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่ดี ริชาร์ด รูเมลท์ ได้ค้นพบว่าบริษัทที่เกี่ยวพันกัน-จำกัด ด้วยการเชื่อมโยงที่มุ่งมั่นเข้มงวดระหว่างธุรกิจทุกอย่างของพวกเขาบรรลุการทำกำไรสูงสุด

ริชาร์ด รูเมลท์ ผู้เขียนหนังสือ Good Strategy Bad Strategy ได้ถูกยกย่องจากแมคคินซี่ย์ควอเตอร์ลี่ ว่าเป็นยักษ์ใหญ่ภายในสาขาวิชากลยุทธ์ และนักกลยุทธ์ของกลยุทธ์ เขาได้อธิบายแนวคิดของกลยุทธ์ที่คลุมเครือได้อย่างเป็นรูปธรรม เขาได้กล่าวถึงอะไรสร้างกลยุทธ์ที่ดี และอะไรสร้างกลยุทธ์ที่ไม่ดี การสร้างความชัดเจนแก่กลยุทธ์ได้มากขึ้น หนังสือเล่มนี้ได้ถูกพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ 2011 ไม่เหมือนกับผู้เขียนหนังสือทางธุรกิจหลายคนที่ใช้ถ้อยคำซับซ้อนและคำศัพท์ใหม่ ริชาร์ด รูเมลท์ เขียนตรงไปตรงมาและเรียบง่าย
การเริ่มต้นด้วยหัวเรื่อง ดุค เอลลิงตัน ครั้งหนึ่งได้ถูกขอให้อธิบายดนตรีแจ๊ส และคำตอบที่มีชื่อเสียงของเขาคือ เรามีดนตรีอยู่สองชนิดเท่านั้น ดนตรีที่ดีและดนตรีชนิดอื่น เขารู้สึกไม่ต้องการจะทำให้เรื่องสับสนด้วยทฤษฎีและแนวคิดที่เป็นนามธรรมจำนวนมาก และริชาร์ด รูเมลท์ จะรู้สึกชัดเจนต่อวิถีทางเดียวกับกลยุทธ์ของบริษัท เขามุ่งการแบ่งแยก ที่เรียบง่ายที่สุดคือ กลยุทธ์ที่ดี และกลยุทธ์ที่ไม่ดี
นักกลยุทธ์ที่เป็นตำนานได้ถูกเปรียบเทียบมายาว
นานกับนักเล่นหมากรุกนักเล่นหมากรุกจะรู้ตำแหน่ง และความสามารถของหมากแต่ละตัวบนกระดานและความสามารถของการคิดหลายการ
รุกไปข้างหน้า มันถึงเวลาที่จะยกเลิกการเปรียบเทียบนี้แล้ว กลยุทธ์จะไม่ใช่เกมของหมากรุกต่อไปอีกแล้ว เพราะว่ากระดานจะไม่เดินตามช่องตามลำดับต่อไปอีกแล้ว อุตสาหกรรมกลายเป็นไร้พรมแดน การคุกคามทางการแข่งขันและโอกาสของการปฏิรูปสามารถมาได้จากทุกที่ ดังนั้นกลยุทธ์ไม่เป็นลำดับที่เว้นจังหวะของการรุกคืบต่อไปอีกแล้ว
กลยุทธ์คือ การวางแผนวิถึทางที่จะจัดการความท้าทาย ดังนั้นกลยุทธ์ที่ดีจะต้องระบุความท้าทายและวางแผนเอาชนะความท้าทายนั้น ดังนั้น
ริชาร์ด รูเมลท์ ได้เสนอแนะแกนของกลยุทธที่ดีไว้สามข้อ การวิเคราะห์ แนวนโยบาย และการกระทำที่สอดคล้องกัน แนวนโยบายระบุวิถีทางที่
จะจัดการกับอุปสรรคเรียกร้องจากการวิเคราะห์ มันคล้ายกับป้ายบอกทาง การชี้ทิศทางไปข้างหน้าแต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดของการเดินทาง การกระทำที่สอดคล้องเป็นความผูกพันทางทรัพยากร และการกระทำ
ออกแบบที่จะดำเนินการแนวนโยบาย
Cr : รศ สมยศ นาวีการ


