“Band of Brothers”

“Band of Brothers”
“Power and Glory in Turbulent Times : The History of Leadereship
From Henry V to Steve Jobs” จะเป็นวิขาระยะยาวที่นิยมเเพร่หลายสูง
สอนโดยเเนนซี โคน ณ คณะบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ด เธอใช้ประวัติศาสตร์ช่วยเหลือผู้บริหารธุรกิจสมัยใหม่และนักศึกษา นำทางเวลาที่วุ่นวายของศวรรษที่ 21 การสอนหลักของเธอมุ่งเน้นผู้นำที่ยิ่งใหญ่สร้างไม่ใช่กำเนิด โดยการติดตามผู้นำจากสนามรบยุคกลางของพระเจ้าเฮนรีที่ห้าไปสู่การปฏิรูปดิจิตอลสมัยใหม่ของสตีฟ จ้อปส์ วิชาได้ค้นพบความจริงโดยทั่วไปเกี่ยวกับการนำผ่านทางการลบล้าง
วิชาได้พิจารณาผู้นำบริหารเดิมพันของยุุคของพวกเขาอย่างไร เธอใช้
กรณีศึกษาเฉพาะพัฒนาโดยโคนตัวเธอเอง วิชาได้เชื่อมโยงตลอด 500
ปี ติดตามยทเรียนความเป็นผู้นำจากการพรรณาผู้นำทางประวัติศาสตร์
พระเจ้าเฮนรีที่ห้าของวิลเลียม เชคสเปียร์ศตวรรษที่ 15 ตลอดทางไปสู่เทคไอคอน สตีฟ จ้อปส์ โคนได้มุ่งเน้นว่าผู้นำที่ยิ่งใหญ่ต้องคิดค้นใหม่ตัวพวกเขาเองที่จะบรรลุความมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่อย่างไรเธอได้ใช้เลนส์ทางประวัติศาสตร์พิจารณาผู้นำตำนาน ตลอดยุคที่แตกต่างกัน พัฒนาความมุ่งหมายของพวกเขานำทางวิฤติที่ใหญ่โต สร้างตัวพวกเขาเองสามารถทำสิ่งที่ผิดธรรมดาอย่างไร
ทั้งพระเจ้าเฮนรี่ที่ห้า – เผชิญกับโอกาสที่แทบเป็นไปไม่ได้ ณ การสู้รย
เอจินคอร์ท – และสตีฟ จ้อปส์ – ถูกขับไล่จากบริษัทของเองกลับมาช่วย
ชีวิตแอปเปิลเกือบจดล้มละลาย – ถูกหลอมถายในช่วงเวลาทุกข์ยากที่
รุนเเรง ปรัชาหลักของโคนคือความเป็นผู้นำที่ผิดธรรมดาไม่ได้เป็นคุณ
ลักษณะพันธุกรรมโดยกำเนิด แต่ได้ถูกพัฒนาโดยการเลือกที่จะเรียนรู้
จากวิกฤติส่วนบุคคลที่ลึกซึ้ง หรือเป็นระบบ ความเป็นผู้นำที่แท้จริง ต้อง
การรวบรวมบุคคลรอบภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ต่อเฮนรีที่ห้า มันบันดาลใจกลุ่มพี่น้แงร่วมรบจำนวนน้อยกว่าของเขา ทำสงครามร้อยปีระหว่างอังกฤษ
เเละฝรั่งเศส ต่อสตีฟ จ้แปส์ มันเป็นประชาธิปไตยข้อมูล และสร้างรอย
ยุบภายในจักรวาล
พระเจ้าเฮนรีที่ห้า บันดาลใจทหารอังกฤษจำนวนน้อยกว่ามากของเขา
ก่อนการสู้รบอจีนคอร์ทด้วยคำปราศัยที่มีชื่อเสียงวันนักบุญคริสพินที่ได้
ถูกสร้าวเป็นถ้อยคำ “Band of Brothers” กลุ่มพี่น้อง กองทัพอังกฤษที่
เหนื่อยอ่อนและเต็มไปด้วยโคลน เผชิญหน้ากองทัพฝรั่งเศสจำนวนมาก
กว่าพวกเขาประมาณ 5 ต่อ 1 เมื่อ ค.ศ 1415 ฉากนี้ได้ปรากฏอยู่ภายใน Williams Shakespeare’s Henry V เฮนรีได้ปฏิเสธที่จะเรียกทหารมากขึ้นยืนยันว่าทหารจำนวนน้อยหมายถึงร่วมเกียรติยศและชัยชนะมากขึ้นต่อบุคคลที่สู้รบ เขาสัญญ่าทหารคนใดก็ตามหลั่งเลือดของเขาเคียงข้างกษัตริย์ วันนั้นจะกลายเป็นทหารของเขา โดยไม่มองลำดับชั้นทางสังคม
เฮนรี ได้บอกทหารของเขาว่าชื่อของพวกเขาและความทรงจำของวันนักบุญคริสพิน จะถูกจดจำด้วยความภูมิใจ จนกระทั่งสิ้นสุดของโลก
เฮนรีที่ห้าได้บันดาลใจทหารของเขาโดยการกล่าวว่า
“วันนี้ถูกเรียกว่างานฉลองแห่งนักบุญคริสเพน ผู้รอดชีวิตจากวันนี้ และกลับบ้านอย่างปลอดภัย ยืดตัวขึ้นมาเมื่อวันนี้ถูกเรียกชื่อ และทำให้เชาลุกขึ้นเมื่อได้ยินชื่อคริสเพน”
“เรามีจำนวนน้อย เราจำนวนน้อยที่มีความสุข เราเป็นกลุ่มพี่น้อง ต่อ
ผู้ใดก็ตามหลั่งเลือดร่วมกับข้าวันนี้ เขาผู้นั้นคือพี่น้องของข้า”
สตีฟ จ้อปส์ ได้สร้างถ้อยคำว่า “เรามาอยู่ตรงนี้ เพื่อสร้างรอบยุบบนจักรวาล มิฉะนั้นเราจะมาอยู่ไปทำไม หมายความว่าบุคคลควรจะทำงานที่กล้าหาญมีความหมายที่เปลี่ยนเเปลงโลก แทนที่จะเพียงแค่มีชีวิตอยู่อย่างธรรมดา จักรวาลใหญ่โตยากที่จะเปลี่ยนแปลง รอยยุบจะหมายถึง
ทิ้งไว้เครื่องหมายที่เเท้จริงมองเห็นได้ จ้อปส์ ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่สร้างใหม่บุคคลมีชีวิตอยู่ ทำงาน เเละสื่อสารอย่างไร เขามักจะกล่าวซ้ำความคิดนี้อธิบายภารกิจของเเอปเปิ้ล และความทะเยอทะยานของเชาเอง คำพูดอ้างอิงมากที่สุดนี้ห่อหุ้มปรัชญ่าหลักของเขา ชีวิตไม่ควรจะอยู่อย่างนิ่งเฉยและความสมหวังมาจากการสร้างสิ่งที่สร้างใหม่โลก
ถ้อยคำ “Band of Brothers” ได้วิวัฒนาการไปสู่สัญลักษณ์สากล เพื่อความเป็นเพื่อนกันอย่างเข้มข้นตลอดชีวิตหลอมระหว่างทหารภายในการสู้รบ นักประวัติศาสตร์ สตีเฟน เอ็มบรอส ได้ใช้ถ้อยคำนี้ เป็นชื่อหนังสือสงครามโลกครั้งที่สอง 1992 ของเขา Band of Brothers ต้นกำเนิดตามตัวอักษรได้ผูกพันไปสู่การสร้างภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง Saving Private Ryan และก้าวไปสู่ Band of Brothers มินิซีรี่ย์โทรทัศน์ Saving Private Ryan อยู่บนพื้นฐานเรื่องจริงของพี่น้องไนเเลนด์ ภายหลังจากพี่ชายสามคนของเขาถูกเชื่อว่าถูกฆ่าภายในการปฏิบติการดี-เดย์ ฟริทซ์ ไนแลนด์ได้ถูกดึงจากเเนวหน้าและส่งกลับบ้านภายใต้นโยบายผู้รอดชีวิตคนเดียวของกองทัพยูเอส
ผู้นำและผู้สร้างภาพยนตร์ ใช้คำปราศัยของเฮนรีที่ห้าเพิ่อขวัญกำลังใจรหว่างการสู้รบที่สำคัญ ถ้อยคำได้กลายเป็นชื่อมินิซีรี่ย์โทรทัศน์สิบตอนชนะรางวัลออกอากาศยนเอสบีโอ 2001ที่มีชื่อเสียงไม่ได้เป็นภาพยนตร์โรงภาพยนต์ แต่มันได้ถูกสร้างโดยผู้สร้างภาพยนตร์เบื้องหลังภาพยนตร์สงครามโลกครั้งที่สอง Saving Private Ryan โดยทอมเเฮงค์ และสตีเวน สปิลเบิรก ตามมาจากความร่วมมือร่วมใจของพวกเขา ภาพยนตร์รางวัลออสการ์ Saving Private Ryan 1998 สตีเวน สปิลเบิรก ผู้กำกับ และนักแสดงทอม แฮงค์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ปูเส่นทางโดยตรงไปสู Band of Brothers มินิซีรีย์เอสบีโอ 2001
พวกเขาได้รับรู้ว่าภาพยนตร์สามชั่วโมงเป็นเพียงเเค่ไม่เพียงพอทางวิ่งที่จะยึดขอบเขตที่น่าตกใจของสงครามโลกครั้งที่สองได้เต็มที่ และความผูกพันที่ลึกซึ้งสร้างระหว่างทหาร ขับเคลื่อนโดยความลุ่มหลงร่วมกันของพวกเขาต่อประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สอง พวกเขาได้กลับมารวมตัวกันเป็นผู้สร้างบริหาร ปรับหนังสือของอ็มบรอสไปสู่ มินิซีริย์โทรทัศน์สิบตอนเพื่อเอสบีโอ
“Saving Privat Ryan” ได้ใช้เรื่องราวชีวิตจริงของสิบเอกเฟรดเดอริค
“ฟริทซ์” ไนเเลนด์และครอบครัวของเขาวางรากฐานเรื่องราวภายในเดิม
พันโลกแห่งความเป็นจริง สำรวจต้นทุนมนุษย์ที่สูงมากของสงคราม และหน้าที่การทหารที่จะป้องกันครอยครัวที่เศร้าโศรกเรื่องราวได้เเสดงกฏที่ไม่ได้เขียนของการทหาร ต่อมากลายเป็นนโยบายเป็นทางการ ชาติควรจะไม่ปล่อยให้ครอบครัวเดียวแบกการทำลายรวมของการสูญเสียลูกทุกคนจากสงคราม ความหมายหลักจะมุ่งเน้นที่มนุษยธรรมท่ามกลางการฆา
สัตว์ด้วยเครื้องจักร แม้แต่ภายในสงครามโลกที่ใหญ่โต การทหารหยุดลง
ตรงที่จะรับรู้ความโศร้าโศรกของครอบครัว
ภายในทั้งประวัติเเละภาพยนตร์ “ฟริทซ์” ได้ต่อต้านเริ่มแรกออกไปจาก
แนวหน้าของเขา ที่รู้สึกผิดเกี่ยวกับการละทิ้งทหารเพื่อนของเขา สตีเฟน
สปิลเบิรกใช้รากฐานนี้พลิกผันจุดมุ่งเน้นจากกลยุทธ์ทางทหารหลักไปสู่
คุณค่าส่วนบุคคลของชีวิตมนุษย์คนเดียว ถามว่าการเสียสละทีมทั้งหมด
สมเหตุผลที่จะช่วยชีวิตทหาาคนเดียวหรือไม่ และทหารคนเดียวสามารถ
มีชีวิตอยู่คุ้มค่าเลือดที่หลั่งไหลเพื่อเขาหรือไม่
นักเขียนบท โรเบิรต โรดาท ได้ความคิดบทภาพยนตร์ภาย หลังได้อ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์จากหนังสือขายดีที่สุด D-Day June 6 1944 The
Climatic Battle of World War Ii โดยสตีเฟน เอ็มบรอสเขาถูกบันดาลใจโดยดี-เดย์ วันที่ 6 มิถุนายน 1964 จุดสุดยอดการสู้รบสงครามโลกครั้งที่สอง จากหนังสือไม่ใช่นิยายขายดีที่สุดโดยสตีเฟน เอ็มบรอส ให้รายละ
เอียดโชคชะตาที่เศร้าโศรกของครอบครัว ไนเเลนด์ เอ็มบรอส ได้เขียนเกี่ยวกับฟริทซ์ไนเเลนด์ภายในหนังสือของเขาด้วย ” Band of Brothers” เพราะว่าฟริทซ์เป็นเพื่อนสนิทกับสมาชิกของกองร้อยอีซี่
กองร้อยอีซีเป็นหน่วยทหารพลร่ม กองทัพยูเอส ที่มีขื่อเสียง ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองรู้จกกันอย่างมีชื่อเสียงเป็น “Band of Brothers” การเดินทางยามสงครามที่ผิดธรรมดาของหน่วยจากการฝึกอบรม ไปสู่การพังทลายขิวนาซี เยอรมันถูกทำให้เป็นอมตะโดยหนังสือของสตีเฟน เอ็มบรอส และมินีซีรี่ย์เอสบีโอ Band of Brothers สร้างโดยทอม แฮงค์และสตีเฟน สปิลเบิรก
สตีเวน สปิลเบิรก ผู้กำกับ Saving Private Ryan ถูกดึงอย่างลึกซึ้งอยู่เสมอไปสู่เรื่องราวเกี่ยวกับ พลวัตรของครอบครัว การเเยกจากกัน และ
บาดเเผลอารมณ์ ภายในเรื่องราวชีวิตจริงครอบครัวไนเเลนด์ นิวยอร์ค
ได้รับโศรกนาฏกรรมรับหนังสือแจ้งแยกจากกันสามฉบัยภายในหน้าต่างบานเล็กระบุว่าบูกชายสามคนจากสี่คนของพวกเขาถูกฆ่าหรือสูญหายไปภายในการปฏิวัติการ สปิลเบิรก ใช้สิ่งนี้เเสดงน้ำหนักของการทำสงคราม
โลกบังคับการเสียสละที่จินตนาการไม่ได้ นำไปสู่ครอบครัวเดียวธรรมดาอย่างไร โดยการสร้างกรอบรอบเรื่องราวของฟริทซ์ สปิลเบิรก สามารถเปรียบเทียบ การทำลายล้างของสงครามกับในที่สุดการกระทำความเป็น
พี่น้อง มันทำให้นักเขียนบทและสปิลเบริกสร้างเรื่องราวถามคำถามที่ลึกซึ้งว่า “มันคุุ้มค่าที่จะเสี่ยงภัยชีวิตบุคคลแปดคนช่ายชีวิต เพียงแค่บุคคลเดียวหรือไม่”
แม้ว่า Saving Private Ryan จะเป็นนวนิยาย ถูกบันดาลใจโดยเรื่องราวชีวิตจริงของเฟดเดอริค ไนเเลนด์แต่เรื่องราวชีวิตจริงและภาพยนตร์จะมี
ความแตกต่างที่สำคัญเขาได้ถูกพบอย่างไร และมันหมายถึงอะไร ภายใน
ชีวิตจริง ไม่มีทีมช่วยชีวิตน่าทึ่ง ที่อยู่ของฟริทซ์ โนเเลนด์ได้ถูกรู้อยู่เเล้ว
บาทหลวงชื่อฟรานซิส เเซมป์สันเพียงแค่พบเขาภายในนอร์มังดี และได้
บอกเขา เขากำลังกลับบ้านภาพยนตร์จบลงด้วยการสู้รบที่รุนเเรงป้องกัน
สะพาน ฟริทซฺไม่ได้มีส่วนการต่อสู้จนตัวตายเหมือนไพรเวทไรอัน ฟริทซ์
ได้คัดค้านเริ่มแรกคำสั่ง เพราะว่าเขาต้องการอยู่กัยหน่วยของเขา เขาได้
บอกอย่างมีชือเสียงผู้บัญาชาการของเขาว่าผมยู่กับพี่น้องผมมีในขณะนี้ แต่ในที่สุดเชาเชื่อฟังและถูกส่งกลับไปอเมริการับใช้เป็นตำรวจทหาร
ความแท้จริงเรื่องราวของฟริทซ์แสดงพันธะที่ลึกซึ้งสร้างโดยทหารมองกองหารของพวกเขาเป็นครอบครัวที่สองฟริทซ์ ไนแลนด์ มีพี่ชายอยู่สาม
คนจากโทนาวันดา นิวยอร์ค รับใช้เป็นทหารอเมริกันระหว่างสงครามโลก
ครั้งที่สอง ระหว่างเวลาของการบุกดี-เดย์เมื่อ 1944 ลำดับของความเศร้า
โศรกที่รวดเร็ว ได้จู่โจมครอบครัว ฟริทซ์ ได้ถูกส่งกลับอเมริการระหว่าง
สงครามโลกครั้งที่สองภายใต้ “นโยบายผู้รอดชีวิตคนเดียว” เพราะว่าการ
ทหารเชื่อว่าพี่ชายสามคนของเขาได้ถูกฆ่าภายในการสู้รบ


เฟรดเดริค “ฟริทซ์” ไนเเลนด์ เป็นทหารชีวิตจริง ไดัถูกบันดาลใจโดยนักแสดงไพรเวทเจมส์ ไรอัน – แสดงโดยแมตต์ ดามอน เป็นทหารพลร่มภายในกองพลทหารพลร่ม 10 ฟริทซ์ เป็นหนึ่งคนของพี่น้องสี่คน จาก
โทนาวานดา นิวยอร์ค รับใช้ภายในสงครามโลกครั้งที่สอง ครอบครัวของเขาได้รับข่าวว่าพี่ชายสามคนเสียชีวิตหรือสูญหายไป ความเชื่อว่า
ฟริทซ์เป็นลูกชายรอดชีวิตคนเดียว กระทรวงสงครามยูเอสได้เรียกใช้นโยบายผู้รอดชีวิตคนเดียว และสั่งการเขาให้ออกมาจากแนวหน้า และกลับบ้าน
ร้อยเอกจอห์น มิลเลอร์ แสดงโดยทอม แฮงค์ จาก Saviing Private
Ryan ได้ช่วยชีวิตพลทหารเจมส์ ไรอัน มิลเลอร์และทหารของเขาเดินทางผ่านอาณาเขตศัตรูที่อันตรายภายในนอร์มังดี สูญเสียสมาชิกของทีมหลายคนตามเส้นทาง พวกเขาได้พบไรอัน ป้องกันสะพานที่สำคัญภายในเมืองราเมลแต่ไรอันได้ปฏิเสธที่จะออกไปจากหน้าทีของเขาและละทิ้งเพื่อนทหารของเขาเมื่อมิลเลอร์ได้พบเขา มิลเลอร์ได้ตัดสินใจที่จะอยู่และช่วยเหลือหน่วยของไรอันยึดสะพานต่อสูรถถังเยอรมันกำลังเข้ามาและโจมตีทหารราบ
ระหว่างการสู้รบอย่างรุนเเรง มิลเลอร์บาดเจ็บจนตายด้วยการยิงของข้าศึก คำพูดสุดท้ายก่อนเขาตาย มิลเลอร์ได้บอกไรอัน “เจมส์ สมควรได้
รับสื่งนี่….สมควรได้รับมัน” บันดาลใจ ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความหมายที่สมเหตุผลการเสียสละในที่สุดทำโดยบุคคลอื่น สมควรได้รับมัน ไม่ได้เกี่ยวกับเงิน หรือสถานภาพ มันจะเป็นความท้าทายตลอดชีวิตเพื่อไรอัน – และผู้ชม – มีชีวิตอยู่กับความซื่อสัตย์ ความมุ่งหมาย และความกตัญญู มีชีวิตอยู่กับมัน หมายถึงทำให้วันนี้ของคุณมีคุณค่าปฏิบัติต่อชีวิตเป็นของขวัญล้ำค่า และมั่นใจว่าเลือดที่หลั่งไหล เพื่ออิสรภาพของคุณ ไม่ได้สูญเปล่า
เมื่อร้อยเอกมิลเลอร์ดึงไรอันเข้ามาใกล้ที่จะกระซิบค เขาได้ให้คำสั่งที่ลึกซึ้งตลอดชีวิต บุุคคลหกคนภายในทีมของเขาเสียชีวิตเพียงแค่มั่นใจว่าทหารคนหนึ่งนี้สามารถกลับบ้านอย่างมีชีวิต หนี้สินของการช่วยชีวิตของพวกเขาถูกจ่ายด้วยเลือด คุ้มค่าหมายความว่าไรอันจะต้องมีชีวิตอยู่
อย่างดีงามและความมุ่งหมายเต็มที่ การเสียสละของบุคคลเหล่านี้ไม่ไร้ประโยชน์ ณ ตอนจบของภาพยนตร์ เราได้มองห็นไรอันสูงอายุยืนอยู่ที่หลุมฝังศพของมิลเลอร์ ณ สุสานอเมริกันนอร์มังดี ได้ร้องให้เมื่อเขาถามภรรยาของเขาด้วยคำถามที่ลุกใหม้กำหนดการมีชีวิตอยู่ทั้งหมดของเขา บอกผมมีชีวิตอยู่ที่ดี บอกผมผมเป็นชายที่ดี มรดกทางประวัติศาสตร์และภาพยนตร์นี้ใช้เป็นพิมพ์เขียวที่มีพลังเพื่อการบันดาลใจส่วนบุคคลวันนี้
Saving Private Ryan ได้เเสดงการอ่านที่มีชื่อเสียงของจดหมาบิกซ์บี้
ของอับราฮัม ลินคล์น ข้อความมักจะศึกษาและอภิปรายโดยแนนซี โคน
อาจารย์คณะบริหารธุรกิจฮาวาร์ดเกี่ยวกับความเป็นผู้นำและการปลอบ
ใจชาต ภายในภาพยนตร์เรื่องนี้ นักเเสดงนายพลจอร์จ มาร์เเชล อ่านจดหมายจริงของอับราฮัม บินคอล์น ไปสู่ลีเดีย บิกซ์บี แม่ที่ได้สูญเสียลูกชายห้าคนภายในสงครามกลางเมืองอเมริกัน เเสดงเหตุผลภารกิจ
เดิมพันสูงที่จะช่วยชีวิตทหารคนเดียวคือไพรเวท ไรอัน แนนซี โคนมักจะเเสดงบทบาทของลินคอล์น เป็นนักสื่อสารที่เชี่ยวชาญ และผู้ปลอบประโลมสูงสุดระหว่างความโศร้าโศรกของชาตืที่ลึกซึ้ง
ภายใน Saving Private Ryan จดหมายบิกซ์บีและนโยบายผู้รอดชีวิตคนเดียว ได้ใช้เป็นตัวกระตุ้นทางอารมณ์และประวัติศาสตร์เพื่อภารกิจช่วยชีวิต นายพลจอร์จ มาร์แชล อ่านจดหมายเสียงดังภายในห้องทำงานให้เหตุผลการส่งทีมแปดคนไปสู่อันตรายที่ร้ายแรงที่จะพบไพรเวท ไรอัน
มาร์แชล ได้ใช้ถ้อยคำของลินคอล์น การอ้างความภูมิใจที่เคร่งขึมของ
การเสียสละอย่างหนัก ตัดสินใจประหยัดนางไรอันจากการสูญเสียลูก
ชายทุกคนของเธอเป็นมุมมองทางศีลธรรมที่จำเป็นสาบานจะไม่ยอมให้เธอกลายเป็นนางบิกซ์บีคนต่อไป
แนนซี โคน มักจะใช้ Saving Private Ryan เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของความเป็นผู้นำวิกฤติและการตัดสินใจทางศีลธรรม หลักการของ
โคนคือผู้นำที่ยิ่งใหญ่ถูกจุดไฟด้วยภารกิจข้ามผ่านความทะเยอทะยาน
ส่วนบุคคลไ ภายในภาพยนตร์ ร้อยเอกมิลเลอร์เผชิญกัยวิกฤติที่รุนแรง
ของความมุ่งหมาย บุคคลของเขาโกรธเคืองและสงสัย ทำไมแปดชีวิต
ควรจะเสียงภัยที่จะช่วยชีวิตเพียงบุคคลเดียว โคนได้อ้างเหตุการณ์นี้
แสดงผู้นำต้องวางรากฐานตัวพวกเขาเอง และทีมของพวกเขาภายใน
ภารกิจที่มีคุณค่า อดทนความทุกข์ยากที่รุนแรง และรักษาทีมจากการ
แตกหักอย่างไร
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







