INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สามอัจฉริยะในต้นราชวงศ์ฮั่น:หันซิ่น

5873735245232352

สามอัจฉริยะในต้นราชวงศ์ฮั่น:หันซิ่น

โดย รศ.ดร สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย

การสู้รบระหว่างหลิวปังกับเซี่ยงหวี่

ขณะที่หันซิ่นยึดเขตกวนจงได้ เซี่ยงหวี่ได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่เผิงเฉิง หันซิ่นได้ส่งข่าวให้หลิวปังยกทัพมาบุกเมืองเผิงเฉิง ในขณะนั้น เซี่ยงหวี่ กำลังนำทัพปราบรัฐที่ยังไม่ยอมสวามิภักดิ์ทางตะวันออก (รัฐต่างๆ เมื่อถูกราชวงศ์ฉินโค่นล้มแล้ว เซี่ยงหวี่ได้แต่งตั้งหัวหน้ากองกำลัที่ยอมสวามิภักดิต่อเขาให้เป็นผู้ครองรัฐหรืออ๋อง(王)ในบ้านเกิดของตน และเซี่ยงหวี่ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ฉู่ผู้ทรงพลัง(楚霸王) เมื่อได้ข่าวว่า กองกำลังของหลิวปังมาบุกเมืองเผิงเฉิง เซี่ยงหวี่จึงรีบยกทัพกลับไปต่อสู้ ฝ่ายหลิวปังที่กำลังฉลองชัยชนะ ไม่ทันได้ระวังตัว จึงถูกเซี่ยงหวี่โจมตีจนพ่ายแพ้ยับเยิน หลิวปังหนีออกจากเมืองเผิงเฉิง ไปอยู่เขตกวนจง ที่หันซิ่นยึดครองอยู่ หลังจากนั้น กองกำลังต่างๆที่เคยคิดว่าจะมาร่วมกับหลิวปัง พอเห็นหลิวปังแพ้ ก็กลับไปสวามิภักดิ์กับเซี่ยงหวี่เหมือนเดิม หลิวปังคิดว่า จะตั้งตัวเป็นอ๋องที่เขตกวนจง ใช้เสียนหยางเป็นเมืองหลวงไปก่อน แต่หันซิ่นมีความเห็นว่า ควรยกทัพออกไปโจมตีเขตปกครองของเซี่ยงหวี่ จากทางเหนือ ตัดกำลังของเซี่ยงหวี่ในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศก่อน แล้วค่อยกลับมาตีเมืองเผิงเฉิง ในระหว่างนั้น ให้หลิวปังเฝ้าอยู่ที่เมืองเสียนหยาง เมื่อยึดพื้นที่ทางเหนือได้ พร้อมที่จะโจมตีเมืองเผิงเฉินแล้ว จึงนำทัพไปตีขนาบ และเพื่อให้กองกำลังฝ่ายต่างๆยอมเข้ามาร่วมต่อสู้กับเซี่ยงหวี่ หลิวปังควรรับปากกับกองกำลังเหล่านั้นว่า เมื่อยึดพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งได้แล้ว จะยอมให้กองกำลังที่ร่วมกันต่อสู้ มีสิทธิ์ครอบครองพื้นที่นั้นๆตามเดิม

 

การสู้รบระหว่างฝ่ายหลิวปังกับฝ่ายของเซี่ยงหวี่ ที่กินเวลานานกว่าสี่ปี จึงเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

ข้ามแม่นํ้าฮวงโหเพื่อโจมตีรัฐวุ่ย

 

จุดแรกที่หันซิ่นเข้าโจมตีคือ รัฐวุ่ย(魏) เมื่อผู้ครองรัฐวุ่ยรู้ว่ากองกำลังของหันซินกำลังจะข้ามแม่นํ้าฮวงโห(黄河)เข้าโจมตีรัฐวุ่ย ผู้ครองรัฐวุ่ยจึงได้ตรึงกำลังไว้ที่ริมแม่นํ้าเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้การโจมตี หันซิ่นได้ใช้กลอุบายแสร้งให้กองกำลังเร่งสร้างเรือ เพื่อให้รัฐวุ่ยคิดว่าเขาให้กองกำลังข้ามแม่นํ้าเข้าโจมตี ขณะเดียวกันเขาได้นำกองกำลังส่วนหนึ่งเคลื่อนขึ้นไปทางเหนือ และสร้างแพไม้ไผ่เพื่อใช้บรรทุกทหาร หลบอยู่ที่ริมฝั่งแม่นํ้าฮวงโห เมื่อเข้าโจมตีเขาให้ทหารข้ามแม่นํ้าฮวงโห มาต่อสู้กับกองกำลังรัฐวุ่ย ในขณะเดียวกันกองกำลังของหันซิ่นที่อยู่ทางเหนือก็บุกเข้าตีขนาบทางด้านหลัง ทำให้หันซิ่นเอาชนะรัฐวุ่ยได้อย่างง่ายดาย

 

บุกยึดพื้นที่รัฐเจ้าเดิม

 

หลังจากยึดพื้นที่รัฐวุ่ยได้แล้ว หันซิ่นก็นำทัพไปบุกรัฐเจ้า((赵)ที่อยู่ใกล้กัน รัฐเจ้าเป็นรัฐใหญ่ มีกำลังพลมาก เสนาธิการผู้ครองรัฐเจ้าเสนอกลยุทธในการต่อสู้ โดยให้ตรึงกำลังป้องกันเมืองไว้เพื่อถ่วงเวลา เพราหันซิ่นเพิ่งยึดพื้นที่รัฐวุ่ยได้ กว่าจะเดินทัพมาถึง ต้องใช้เวลามากพอสมควร จึงอาจมีปัญหาเรื่องเสบียงอาหาร นอกจากนั้น กำแพงเมืองรัฐเจ้าก็แน่นหนามั่นคงสามารถป้องกันเมือง ได้นานพอควร เราควรรอให้กำลังของฝ่ายหันซิ่นเพลี่ยงพลํ้าก่อนแล้วค่อยออกไปสู้รบกับเขา แต่ผู้ครองรัฐเจ้าเห็นว่า ฝ่ายตนมีกำลังทหารมากกว่า ควรออกไปสู้รบทันที เมืองหลวงรัฐเจ้มีภูเขาและแม่นํ้าขนาบอยู่ ถ้ายกกองทัพออกโจมตี น่าจะได้ชัยชนะ ฝ่ายหันซิ่นจะหนีรอดได้ยาก

 

หันซิ่นก็รู้ว่า การเอาชนะรัฐเจ้าเป็นเรื่องยาก ถ้าบุกยึดเมืองไม่ได้ จะถอยทัพ จะต้องหนีไปทางภูเขาหรือทางแม่นํ้า ซึ่งหลบหนีได้ยากทั้งคู่ ในที่สุด หันซิ่นจึงสั่งให้กองกำลังให้ตั้งทัพไว้ที่ใกล้แม่นํ้า นายทหาร ที่เป็นลูกน้องของหันซิ่นคนหนึ่ง เตือนว่าถ้าฝ่ายรัฐเจ้าบุกเข้ามา เราจะหนีได้ยาก เพราะมีแม่นํ้าขวางอยู่ แต่หันซิ่นกลับคิดว่า ถ้ากองกำลังของเราเสียที ถูกไล่ล่า เมื่อถูกไล่มาถึงแม่นํ้าแล้ว เห็นว่า หนีต่อไปไม่ได้อีก ก็จะต้องพยายามสู้รบอย่างเต็มที่ แม้กองกำลังฝ่ายหันซิ่นจะมีน้อย แต่รู้เมื่อว่าหนีต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ก็จะต้องสู้รบเต็มที่ ตามตำราพิชัยสงคราม ที่กล่าวว่า การไล่ตีข้าศึก เมื่อเห็นข้าศึกจนตรอก ไม่ควรไล่ล่าต่ออีก ควรปล่อยให้หนีไป มิฉะนั้นเขาจะสู้ตาย การรบครั้งนี้ ถ้าฝ่ายตนบุกเข้าไปแล้วสู้ไม่ได้ ก็จะหนีมาทางแม่นํ้า และเมื่อทหารฝ่ายตนถูกรุกไล่ จนไม่มีทางหนี ก็จะต้องสู้เต็มที่ ซึ่งอาจจะเอาชนะกองกำลังของรัฐเจ้าได้

 

ในที่สุด เหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่หันซิ่นคาด คือ ทหารฝ่ายหันซิ่น ไม่สามารถบุกเข้ารัฐเจ้า จำต้องถอยมาทางแม่น้ำ เมื่อถึงใกล้แม่นํ้าแล้ว หันซิ่นตะโกนว่า ถ้าไม่สู้ตาย พวกเรา ก็จะต้องถูกฆ่าตายทั้งหมด ทหารทุกคนจึงต้องต่อสู้เต็มที่ ในที่สุดฝ่ายของหันซิ่นเอาชนะฝ่ายรัฐเจ้าได้

 

การจัดกองทัพไว้ที่ริมแม่นํ้าของหันซิ่นนี้ เป็นการวางตัวในที่อันตราย แต่ในที่สุด กลับเอาชนะฝ่ายรัฐเจ้าได้เป็นเหตุการณ์ที่กล่าวขวัญกันมากในเวลาต่อมา ดังที่ตำราพิชัยสงครามที่กล่าวว่าการวางตัวไว้ที่อันตราย อาจทำให้เราอยู่รอดได้(置于死地而后生) แม้ต้องเสี่ยงอันตราย แต่ก็มีความจำเป็น

 

การยึดครองรัฐฉี

 

ฉีเป็นรัฐใหญ่ในฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เมื่อหันซิ่นยึดครองรัฐเจ้าได้แล้ว ก็ยกทัพไปตีรัฐฉี เซี่ยงหวี่ให้แม่ทัพหลงเฉี่ย(龙且) นำทหาร สองแสนคนมาที่รัฐฉี เพื่อร่วมกันต่อสู้กับหันซิ่น หลงเฉี่ยคิดว่าฝ่ายตนมีกำลัง มาก จึงนำกำลังพลข้ามแม่นํ้าหวุยสุ่ย(潍水) มารอรับ แต่หันซิ่นรู้ว่า ต้นนํ้าของแม่นํ้าหวุยสุ่ย ไหลมาจากภูเขาทางเหนือก่อนถึงรัฐฉี ก่อนที่มาตีรัฐฉี หันซิ่นสั่งให้ทหารทำกระสอบทรายหมื่นใบ ไปปิดกั้นทางนํ้าไว้เรียบร้อยแล้ว จึงมาสู้รบกับหลงเฉี่ยแกล้งทำเป็นแพ้และถอยทัพกลับ หลงเฉี่ยหลงกล คิดว่าตนเป็นฝ่ายชนะ ดีใจมาก จึงสั่งให้ทหารติดตามไล่ตีกองกำลังของหันซิ่น เมื่อมาถึงจุดหนึ่งแล้ว หันซิ่นสั่งให้ทหารฝ่ายตนเอากระสอบทรายออก น้ำที่ถูกกักไว้ ปล่อยไหลลงมาอย่างแรง ท่วมกองกำลังของฝ่ายหลงเฉี่ย ทหารของหลงเฉี่ย ถูกกระแสน้ำพัดสูญหาย จมน้ำเสียชีวิตจำนวนมาก แม่ทัพหลงเฉี่ยก็ถูกฆ่าตาย

 

หลังจากนั้น หันซิ่นจึงนำกำลังฝ่ายตนบุกเข้าไปรัฐฉี แต่เถียนกว่าง(田广) ผู้ครองรัฐฉี ยังมีกองกำลัง ที่พร้อมสู้รบอยู่มาก ทั้งสองฝ่ายสู้รบกันอย่างดุเดือดเป็นนานเวลาหลายเดือน จนฝ่ายของหันซิ่นสามารถบุกยึดพื้นที่ของรัฐฉีได้เกือบทั้งหมด เถียนกว่างเห็นว่า คงไม่สามารถโต้กลับได้แล้ว จึงเตรียมที่จะยอมแพ้

 

ในระหว่างนั้น หลี่สือฉี(郦食其) เสนาธิการคนหนึ่งของหลิวปังให้คำแนะนำแก่หลิวปังว่า ถ้าปล่อยให้หันซิ่นยึดพื้นที่รัฐฉีได้ทั้งหมด เขาอาจจะตั้งตัวเป็นใหญ่ แต่ถ้าเราไปเจรจากับเถียนกว่างให้เขายอมแพ้ แล้วมาสวามิภักดิ์กับฝ่ายเรา เราจะให้เขาเป็นผู้ครองรัฐต่อไป หลิวปังจึงส่ง ลี่สือฉี ไปเจรจากับเถียนกว่างให้ยอมแพ้ เถียนกว่างตกลงทันที เพราะคิดจะยอมแพ้อยู่แล้ว ยอมยกพื้นที่รัฐฉีทั้งหมดให้เป็นของหลิวปัง หลิวปังสั่งให้หันซิ่นหยุดโจมตีรัฐฉีและยกทัพกลับ แต่ไขว่ทง(蒯通) ลูกน้องของหันซิ่นมีความเห็นว่า หันซิ่นใช้เวลานานหลายเดือนรบกับรัฐฉี ยังไม่สามารถยึดพื้นที่รัฐฉีได้หมด แต่หลี่สือฉีใช้คำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้เถียนกว่างยอมจำนนได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ หลี่สือฉี จะมีความดีความชอบมากกว่า ทางที่ดี เราควรสู้รบกับรัฐฉีต่อไป หันซิ่นจึงตอบหลิวปังว่า คนรัฐฉีอุปมีนิสัยปลิ้นปล้อน คำพูดของเถียนกว่างเชื่อถือไม่ได้ ตอนนี้ บอกว่ายอมสวามิภักดิ์กับเรา ต่อไป เขอาจจะกลับไปสวามิภักดิ์กับเซี่ยงหวี่ก็ได้ ถ้าเรายึดพื้นที่ของรัฐฉี ได้ทั้งหมด แล้วฆ่าเถียนกว่างทิ้งเสีย ฝ่ายเราก็จะได้ครอบครองรัฐฉีอย่างถาวร

 

Advertisement

 

เมื่อเถียนกว่างเห็นว่า กองทัพของหันซิ่นยังไม่ยอมหยุดโจมตี เขาจึงสั่งฆ่าหลี่สือฉี เพราะคิดว่ามาหลอกลวง

 

เมื่อหันซิ่นยึดพื้นที่รัฐฉีได้เบ็ดเสร็จแล้ว ก็ส่งหนังสือให้หลิวปัง บอกว่า เวลานี้รัฐฉีตกเป็นของฝ่ายเราแล้ว ขอให้หลิวปังแต่งตั้งเขาเป็นผู้ครองรัฐฉี ชั่วคราว(假齐王) ไปก่อน เมื่อควบคุมสถานการณ์เป็นปกติได้แล้ว เขาจะส่งกองกำลังมาช่วยหลิวปังสู้รบ

 

เมื่อหลิวปังได้รับหนังสือจากหันซิ่นแล้ว รู้สึกโกรธมาก บอกว่า เวลานี้แทนที่จะส่งทหารมาร่วมรบ กลับเรียกร้องให้แต่งตั้งเป็นอ๋อง เสนาธิการของหลิวปัง ทั้งจางเหลียง(张良)และเฉินผิง(陈平)เตือนหลิวปังว่า เวลานี้ เรายังต้องพึ่งหันซิ่นอยู่ เมื่อเขาได้รับชัยขนะแล้ว ถ้าหลิวปังยังไม่ยอมแต่งตั้งให้เขาเป็นใหญ่ ต่อไป อาจใช้งานหันซิ่นไม่ได้ หลิวปังจึงเปลี่ยนท่าที บอกว่า แต่เดิมรับปากว่าจะแต่งตั้งหันซิ่นเป็นอ๋อง เมื่อยึดพื้นที่รัฐฉีได้แล้ว ก็แต่งตั้งให้หันซิ่นเป็นอ๋องของรัฐฉีตัวจริงได้เลย แต่ขอให้รีบส่งกำลังมาร่วมรบกับเซี่ยงหวี่ทันที

 

บุกรุกเซี่ยงหวี่จนมุม

 

เซี่ยงหวี่รู้ว่าหันซิ่นมีกลยุทธ์การสู้รบที่ดี หากเขามาช่วยหลิวปัง ตนจะเอาชนะได้ยาก จึงส่งคนมาเจรจากับหันซิ่นว่าถ้าหันซิ่นไม่ไปช่วยหลิวปัง รบ เราสามคน(เซี่ยงหวี่ หลิวปัง หันซิ่น) แบ่งเขตครอบครองแผ่นดิน กันฝ่ายละหนึ่งในสาม จะได้ไม่ต้องรบกันอีก แต่ในเวลานั้นหันซิ่นเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋องผู้ครองรัฐฉี จึงตัดสินใจอยู่กับหลิวปังไปก่อน

 

ในเวลา 202 ปีก่อนคริสตกาล กองกำลังของหลิวปังร่วมกับกลุ่มอื่น ที่มีหันซิ่นเป็นแม่ทัพใหญ่ รวมพลหลายแสนนาย เข้าโจมตีเซี่ยงหวี่ ทำให้เซี่ยงหวี่ต้องถูกตีแตกพ่าย เหลือกำลังพลอยู่น้อยลงมากและถูกปิดล้อมอยู่ที่เมืองไกเซี่ย (垓下) เซี่ยงหวี่พยายามตีฝ่าวงล้อ

 

แต่ก็ถูกรุกไล่จนถึงฝั่งแม่นํ้าอูเจียง(烏江) แล้วตัดสินใจฆ่าตัวตาย การสู้รบระหว่างหลิวปังกับเซี่ยงหวี่ ที่ใช้เวลารวมกว่าสี่ปี จึงปิดฉากลง ด้วยชัยชนะของฝ่ายหลิวปัง

 

กลอุบายย้ายเสือออกจากภูเขา(调虎离山)

 

การสู้รบระหว่างฝ่ายหลิวปังและเซี่ยงหวี หันซิ่นเป็นแม่ทัพที่มีผลงานมาก เมื่อหลิวปังได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ ก็เริ่มหวาดระแวงขุนนางที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับตน โดยหลิวปังไม่ไว้ใจหันซิ่นมากที่สุด เพราะหันซิ่นเป็นอ๋องรัฐฉี ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ มีกำลังทหารมาก และหันซิ่นก็เก่งกาจในการสู้รบมาก ถ้าหันซิ่นคิดก่อกบฏ จะไม่สามารถต้านทานได้ เฉินผิง(陈平)จึงเสนอกลอุบาย“ย้ายเสือออกจากภูเขา”(调虎离山) เพื่อลดทอนอำนาจของหันซิ่น และถอดถอนหันซิ่นออกจากการครอบครองรัฐฉีแล้วย้ายเขามารับราชการที่ไม่มีอำนาจคุมทหารที่เมืองหลวง

 

เฉินผิงกล่าว่า ถ้าหลิวปังส่งกองกำลังไปปราบหันซิ่น คงสู้เขาไม่ได้ เขาเสนอให้หลิวปังในฐานะที่เป็นกษัตริย์ทำเป็นเสด็จไปตรวจราชการที่เมืองหวินเมิ่ง(云梦)ที่อยู่ใกล้รัฐฉี แล้วสั่งการให้ขุนนางข้าราชการ ที่อยู่ใกล้เคียงแถบนั้นรวมทั้งหันซิ่นมาเข้าเฝ้า หันซิ่นคงต้องมา โดยไม่มีผู้ติดตามมากนัก ถึงเวลานั้น เราก็จะจับกุมเขาได้โดยง่ายดาย

 

หันซิ่นเมื่อรู้ว่าหลิวปังจะมาตรวจราชการที่เมืองหวินเมิ่งและสั่งการให้ขุนนางและข้าราชการที่อยู่ละแวกนั้นมาเข้าเฝ้า จึงเดินทางเข้าเฝ้า โดยมีผู้ติดตามเพียงไม่กี่คน เมื่อเขามาถึง หลิวปังได้สั่งให้ทหารจับกุมและปลดเขาออกจากตำแหน่งผู้ครองรัฐฉี หันซิ่นเมื่อถูกจับกุม ได้กล่าวกับหลิวปังว่า ฉันได้ช่วยท่านสู้รบจนได้รับชัยชนะ ทำไมจึงมาลงโทษ หลิวปังตอบว่า ตนไม่ได้ลงโทษหันซิ่น เพียงแต่จะปลดเขา ออกจากตำแหน่งผู้ครองรัฐฉี แล้วแต่งตั้งเขาเป็นฉว๋วยอินโหว(淮阴侯) ซึ่งเป็นตำแหน่งสูง ที่มีผลตอบแทนมาก แต่ต้องมารับราชการที่เมืองหลวงเพื่อเขาจะได้ไม่ต้องเหนื่อยยากกับการบริหารราชการมากนัก

 

หันซิ่น แม้จะยังมีตำแหน่งใหญ่ แต่ไม่มีอำนาจใด รู้สีกไม่พอใจมาก คิดว่า เขามีส่วนสำคัญที่ทำให้หลิวปังได้รับชัยชนะแต่ไม่ได้รับการปูนบำเหน็จที่เหมาะสมกับผลงาน ต่อมาลูกน้องเก่าของหันซิ่นก่อการกบฎต่อหลิวปัง แต่มียุทธวิธีการสู้รบที่ผิดพลาด หันซิ่นจึงส่งจดหมายแนะนำให้เปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์การรบ แต่จดหมายนี้ถูกลูกน้องของหลิวปังจับได้ ในที่สุด หันซิ่นจึงถูกหวี่โฮ่ว พระมเหสีหลอกฆ่า ทั้งยังถูกลงโทษฆ่าสามชั่วโคตรอีกด้วย

 

ตอนต่อไป จะเล่าถึงจุดจบของหันซิ่นและข้อคิดจากประสบการณ์ของเขา

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *