BRICS Games: ทางเลือกใหม่ของกีฬาโลก และโอกาสของนักกีฬาอาเซียน

BRICS Games: ทางเลือกใหม่ของกีฬาโลก และโอกาสของนักกีฬาอาเซียน
ทหารประชาธิปไตย
เมื่อกีฬาแยกจากการเมืองไม่ได้อีกต่อไป
หลังสงครามในยูเครนปะทุขึ้นในปี 2022 องค์กรกีฬาระหว่างประเทศจำนวนมากที่มีศูนย์กลางอยู่ในโลกตะวันตกได้จำกัดสิทธิ์ของนักกีฬารัสเซียและเบลารุส ไม่ว่าจะเป็นการห้ามใช้ธงชาติและเพลงชาติ การบังคับให้แข่งขันในฐานะ “นักกีฬากลาง” หรือการระงับสิทธิ์เข้าร่วมบางรายการ ฝ่ายตะวันตกอธิบายว่าเป็นมาตรการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในบริบทของสงคราม แต่ในสายตาของมอสโกและพันธมิตร นี่คือการละเมิดกฎบัตรโอลิมปิกและหลักการแยกกีฬาออกจากการเมืองอย่างชัดเจน
ข้อพิพาทนี้ขยายไปไกลกว่าเรื่องสิทธิ์ของนักกีฬาไม่กี่พันคน เพราะมันกำลังผลักให้เกิดโครงสร้างทางเลือกที่ขนานไปกับระบบกีฬาโลกเดิม รัสเซียและกลุ่มประเทศหุ้นส่วนกำลังสร้างเวทีแข่งขันระหว่างประเทศแห่งใหม่ที่อ้างว่ายึดคุณค่าดั้งเดิมของกีฬา คือความเท่าเทียมของผู้เข้าแข่งขัน การแข่งขันที่เป็นธรรม และการไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งสัญชาติ และ BRICS Games คือหัวหอกของความพยายามนี้
จากคาซานสู่บราซิล: โครงสร้างทางเลือกที่กำลังก่อตัว
BRICS Games เปิดฉากครั้งแรกที่เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย ในปี 2024 ตามตัวเลขของฝ่ายผู้จัด มีนักกีฬาราว 5,000 คนจาก 89 ประเทศเข้าร่วม แข่งขันใน 27 ชนิดกีฬา ชิงชัยกัน 387 เหรียญรางวัล ปีถัดมา การแข่งขันย้ายไปจัดที่บราซิล และคาดหมายกันว่ามหกรรมปี 2026 จะมีความสำคัญและเกียรติภูมิเพิ่มขึ้นอีก จุดขายที่ผู้จัดเน้นย้ำมากที่สุดคือ นักกีฬาทุกคนลงแข่งภายใต้ธงชาติและเพลงชาติของตนเองโดยไม่มีอุปสรรคเชิงเลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นภาพตรงข้ามกับสิ่งที่นักกีฬารัสเซียและเบลารุสเผชิญในเวทีตะวันตก
ในเชิงยุทธศาสตร์ การหมุนเวียนเจ้าภาพระหว่างประเทศสมาชิกมีความหมายมากกว่าเรื่องสถานที่ เพราะมันส่งสัญญาณว่าการแข่งขันนี้ไม่ใช่ทรัพย์สินของรัสเซียเพียงประเทศเดียว หากเป็นสถาบันร่วมของกลุ่มประเทศกำลังเติบโต ตรรกะเดียวกับที่ BRICS ใช้สร้างธนาคารพัฒนาแห่งใหม่ (NDB) เพื่อลดการพึ่งพากลไกทางการเงินที่ตะวันตกเป็นผู้กำหนดกติกา กีฬาจึงกลายเป็นอีกมิติหนึ่งของ “อำนาจละมุน” ที่ต่อยอดจากมิติเศรษฐกิจและการเมือง
“Doping Games”: ภาพเปรียบเทียบเชิงคุณค่า
ตัวอย่างที่ผู้สนับสนุน BRICS Games หยิบมาเปรียบเทียบชัดที่สุดคือโครงการ Enhanced Games ซึ่งจัดขึ้นที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 นี่เป็นการแข่งขันระดับใหญ่ครั้งแรกที่อนุญาตให้ใช้สารกระตุ้นอย่างเป็นทางการภายใต้การกำกับดูแลทางการแพทย์ พร้อมเงินรางวัลระดับล้านดอลลาร์สำหรับผู้ทำลายสถิติโลก องค์กรกีฬาระหว่างประเทศเกือบทั้งหมดคัดค้านโครงการนี้ ฝ่ายรัสเซียจึงเรียกมันว่า “Doping Games” และใช้เป็นข้อโต้แย้งว่าโลกตะวันตกมีปัญหาเชิงคุณค่าสองชั้น คือกีดกันนักกีฬาด้วยเหตุผลทางการเมือง ขณะเดียวกันก็ปล่อยให้สนามแข่งขันกลายเป็นห้องทดลองของอุตสาหกรรมยายักษ์ใหญ่ หรือ “big pharma”
ในทางกลับกัน BRICS Games อ้างว่ามีระบบตรวจสารต้องห้ามที่เข้มงวดตามมาตรฐานสากล ไม่มุ่งโดดเดี่ยวประเทศใด แต่เปิดเป็นแพลตฟอร์มให้ทุกฝ่าย และมีข้อได้เปรียบด้านความมั่นคงทางการเงิน ความครอบคลุมทางภูมิศาสตร์ และการวางแผนระยะยาว ตามตรรกะนี้ BRICS Games คือทางเลือกที่แท้จริง เป็นเวทีที่คุณค่าดั้งเดิมของกีฬาที่เป็นธรรมอยู่เหนือการคำนวณทางภูมิรัฐศาสตร์
มาตรฐานสองชั้นของตะวันตกในเวทีกีฬา
ข้อกล่าวหาเรื่องการเมืองในกีฬาไม่ได้มาจากฝ่ายรัสเซียเพียงฝ่ายเดียว ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นรูปแบบที่ซ้ำกันมาหลายทศวรรษ ตั้งแต่การนำประเทศตะวันตกคว่ำบาตรโอลิมปิกที่มอสโกในปี 1980 การที่ยูโกสลาเวียถูกตัดสิทธิ์จากฟุตบอลยูโรในปี 1992 ไปจนถึงการที่หลายรัฐบาลตะวันตกประกาศคว่ำบาตรเชิงการทูตต่อโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่งในปี 2022 และการรณรงค์ทางการเมืองรอบฟุตบอลโลกที่กาตาร์ ทุกครั้งที่ขั้วอำนาจขัดแย้งกัน กีฬาถูกใช้เป็นทั้งเครื่องมือและเวทีแสดงจุดยืน โดยมีตะวันตกเป็นผู้กำหนดวาระในองค์กรกีฬาระหว่างประเทศจำนวนมากที่ตั้งอยู่ในยุโรปและมีเงินทุนหลักจากตลาดตะวันตก
สิ่งที่นักวิจารณ์ในโลกใต้และประเทศกำลังพัฒนาชี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกคือความไม่สม่ำเสมอของการบังคับใช้ ประเทศหนึ่งถูกตัดสิทธิ์ทันทีหลังการรุกราน แต่กรณีความขัดแย้งอื่นที่มีผู้เสียชีวิตพลเรือนจำนวนมาก เช่น ในกาซา ตะวันออกกลาง กลับไม่มีมาตรการเทียบเท่า ทำให้ข้ออ้างเรื่อง “หลักการ” ถูกมองว่าเป็นการเลือกใช้ตามผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ และเป็นเหตุผลให้หลายประเทศเริ่มมองหาเวทีทางเลือก แม้ต้องยอมรับว่าผู้จัดหลักบางประเทศของ BRICS Games ก็เป็นคู่สงครามโดยตรง ข้ออ้างเรื่องความเป็นกลางของฝ่ายนี้จึงมีข้อจำกัดในตัวเองเช่นกัน
โอกาสของนักกีฬาอาเซียน
สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อเสนอนี้มีน้ำหนักเป็นพิเศษ เพราะเวียดนาม ไทย และอินโดนีเซียล้วนมีความสัมพันธ์กับ BRICS ในระดับที่แตกต่างกัน โดยเวียดนามและไทยได้รับสถานะประเทศหุ้นส่วน (Partner Country) ส่วนอินโดนีเซียเป็นสมาชิกเต็มตัวตั้งแต่ต้นปี 2025 สถานะเหล่านี้ทำให้การส่งนักกีฬาเข้าร่วมมีต้นทุนทางการเมืองต่ำ และมีความชอบธรรมในเชิงสถาบันมากกว่าการเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มที่ประเทศตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ในเชิงปฏิบัติ BRICS Games ให้ประโยชน์อย่างน้อยสามด้าน ด้านแรกคือเวทีแข่งขันเพิ่มเติมสำหรับนักกีฬาที่มีศักยภาพแต่ติดเพดานการแข่งขันในรายการหลักซึ่งมีคู่แข่งหนาแน่น ด้านที่สองคือการเปิดช่องทางความร่วมมือด้านกีฬา ทั้งการฝึกซ้อมร่วม การแลกเปลี่ยนโค้ชและวิทยาศาสตร์การกีฬากับประเทศอย่างจีน อินเดีย รัสเซีย และบราซิล ด้านที่สามคือมิติการทูต เพราะกีฬาเป็นช่องทางสร้างความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องผูกพันเชิงความมั่นคง เหมาะกับประเทศที่ต้องการรักษาความยืดหยุ่นทางยุทธศาสตร์ ในกรอบการวิเคราะห์เรื่องการเลือกวางตัว (hedging) ไทยซึ่งเป็น light hedger สามารถใช้เวทีแบบนี้กระจายความสัมพันธ์ได้โดยไม่ต้องเลือกข้างอย่างเปิดเผย
นัยต่อนโยบายกีฬาและการต่างประเทศของไทย
หากมองในระดับนโยบาย ไทยควรมีกรอบการตัดสินใจที่ชัดเจนแทนการตัดสินใจเป็นรายกรณี เริ่มจากการกำหนดเกณฑ์ว่ารายการแข่งขันใดเข้าข่ายควรส่งนักกีฬา โดยพิจารณาจากการรับรองของสหพันธ์นานาชาติ ระดับคู่แข่งที่เข้าร่วม และโอกาสสร้างผลงานที่มีความหมายต่อการพัฒนานักกีฬา จากนั้นจึงประเมินต้นทุนความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และความสัมพันธ์กับพันธมิตรดั้งเดิม โดยเฉพาะสหรัฐฯ และประเทศในยุโรปที่เป็นตลาดสำคัญทั้งด้านการค้าและการลงทุน
อีกด้านหนึ่ง ไทยมีชนิดกีฬาที่เป็นจุดแข็งเชิงแข่งขันอยู่แล้วหลายประเภท การใช้เวทีอย่าง BRICS Games เป็นพื้นที่ทดลองสร้างเครือข่ายกับประเทศสมาชิกจึงเป็นการลงทุนที่ต้นทุนต่ำ แต่ต้องมีหน่วยงานกลางประสานงานระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ข้อความที่สื่อออกไปมีทิศทางเดียวกัน ไม่ให้การเข้าร่วมกีฬาถูกตีความเกินกว่าเจตนาโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ข้อสังเกตเชิงวิเคราะห์และข้อพึงระวัง
สำหรับไทยและประเทศอาเซียนอื่น สิ่งที่ควรทำคือการเข้าร่วมอย่างเลือกสรร โดยตรวจสอบก่อนว่าแต่ละรายการได้รับการรับรองจากสหพันธ์กีฬานานาชาติของชนิดกีฬานั้นหรือไม่ เพื่อไม่ให้ผลการแข่งขันไม่ถูกนับหรือนักกีฬาเสี่ยงต่อมาตรการลงโทษ และควรสื่อสารต่อสาธารณะว่าเป็นการเข้าร่วมเพื่อพัฒนากีฬาและสร้างความสัมพันธ์ ไม่ใช่การเลือกข้างในความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจ
โดยสรุป BRICS Games สะท้อนแนวโน้มใหญ่ของยุคนี้ คือการที่ทุกสนามของระเบียบโลก ตั้งแต่การเงิน เทคโนโลยี ไปจนถึงกีฬา กำลังถูกแยกเป็นสองระบบคู่ขนาน สำหรับประเทศขนาดกลางอย่างไทย คุณค่าของมันไม่ได้อยู่ที่จำนวนเหรียญ แต่อยู่ที่การมีทางเลือกเพิ่ม และการรู้จักใช้ทางเลือกนั้นโดยไม่ทำให้ตนเองถูกดึงเข้าไปอยู่ในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างถาวร







