วันที่รอคอย

วันที่รอคอย
ชีวิต ผู้อาวุโสแบบผม ไม่มีอะไรจะเล่าให้ตื่นเต้นหรือเพิ่มเติมความรู้มากนัก เพราะวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันที่ว่างเปล่า มีแต่จะเดินทาง จากบ้าน ไปซื้ออาหารของใช้ ไปเดินออกกำลังแถวบ้าน แล้วมานั่งดูทีวี เป็นแบบนี้เกือบทุกๆวัน
อ่านตามข่าวว่า คนที่อายุมาก ไม่ควรเลิกขับรถ หรือ การขับรถ เป็นการยับยั้งความเสื่อมโทรมของสมองให้ช้าลง และ ไม่สามารถที่จะหาผู้ใดมาช่วยขับรถให้ได้เพราะตอนวัยทำงาน ไม่ได้เตรียมทุนทรัพย์เพื่อการนี้ ก็เลยขับรถเองอยู่ทุกวัน แต่การขับรถของผม ทำให้ต้องเจอใบสั่งจราจรเป็นประจำทุกๆเดือนไม่ค่อยได้เว้น ยกตัวอย่างที่ได้เขียนลงบทความไปแล้วเมื่อครั้งก่อน ว่าเจอใบสั่งในที่ห้ามจอดในเวลาเร่งด่วน ๑๖.๓๐ น.ที่ ริมถนนที่ตลาดรวมโชค เชียงใหม่ ซึ่งผมก็ได้ไปจ่ายเงินค่าปรับแล้ว ก็ไม่ได้เห็นป้ายห้ามจอด เพราะไปติดอยู่กับรั้วเหล็กกั้นรถ ซึ่งเคลื่อนที่ไปวางอยู่จุดไหนก็ได้
เมื่อเดือนที่แล้ว โดนใบสั่งฝ่าไฟแดงที่สี่แยกข่วงสิงห์ เชียงใหม่อีกเหมือนกัน ตอนที่ขับรถมาจากถนนโชตนาถึงสี่แยก กำลังไฟเขียว จึงเร่งรถ ขับเลี้ยวขวาเข้าถนน High way ขณะที่พ้นเส้นขาวรอไฟจราจร ไฟก็เหลืองแดงทันที ซึ่งเบรกไม่ทันแล้ว และมีรถวิ่งตามๆกันมาอีก ๒-๓ คันเบรกไม่ทันเช่นกัน จึงโดนใบสั่งอีกฉบับหนึ่ง คิดว่าคันอื่น ก็คงโดนเหมือนกัน ต่อมาเมื่อประมาณ ๒ สัปดาห์ก่อน ตรงแยกแคราย ผมกำลังขับรถจากถนนงามวงศ์วานข้ามสะพานลอยคร่อมถนนติวานนท์ ซึ่งก่อนขึ้นสะพาน มีการปิดถนนบางส่วนเพื่อทำรถไฟฟ้า ดังนั้น เมื่อพ้นทางขึ้นแล้ว เห็นเลนทางซ้ายว่าง จึงเปลี่ยนเลนทันที มัวแต่ดูรถทางเลนซ้ายที่อาจจะแซงมา ว่ามีหรือไม่ ลืมดูพื้นถนน กลายเป็นคร่อมเส้นทึบบนสะพานและเงยขึ้นไป เห็นมีกล้อง ๒ ตัวเล็งอยู่ จึงเกิดความเครียดขึ้นมาทันที และจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ เครียดเรื่องใบสั่งจราจรมากๆ และมันต้องเกิดขึ้นกับผมตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนขับรถผ่านสี่แยก ที่กำลังไฟเขียว พอขับผ่านเส้นขาวทุกครั้ง เหลืองแดงทันที ดวงมันจะต้องเสียค่าปรับ ขณะนี้ ยอดที่เสียไปแล้วเป็นเงินหลายพันบาท ซึ่งพยายามอย่างที่สุดแล้วว่าจะขับรถให้ถูกตามกฎทุกอย่าง แต่ด้วยสถานการณ์รถมากๆแบบกรุงเทพฯหรือเชียงใหม่ ไม่สามารถรักษาความปลอดภัยเรื่องใบสั่งได้สมบูรณ์
ผมมีลูก ๓ คน คนกลางเป็น ลูกสาวอยู่ที่อเมริกา ซึ่งลูกพาครอบครัวกลับมาบ้านที่เมืองไทย ทำให้บ้านมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อหลานๆมาเยี่ยม เป็นหลานผู้ชาย ๓ คน คนโต อายุ ๙ ขวบ ชอบอ่านหนังสือ และสนใจสถานการณ์รอบด้าน รวมทั้งเล่นเกมต่างๆ คนที่ ๒ อายุ ๗ ขวบ เป็นคนน่ารัก ชอบเป็นนักสู้ ดราก้อนบอล ชอบมาก และ คนเล็ก อายุ ๓ ขวบ มาเจอกระสอบทรายและนวม เป็นของโปรดทันที่ ตอนอยู่ใกล้กระสอบทราย ต้องจรดมวยต่อยกระสอบทราย และท้าพี่ชายคนกลางต่อย ทั้งต่อยทั้งเตะ ท่าทีแบบนักมวยในจอทีวี
สถานที่แรกที่พาหลานไปเที่ยว คือ พิพิธภัณฑ์เด็ก ซึ่งมีกิจกรรมให้เด็กทั้งภายนอกภายในอาคาร ภายนอกเป็นสนามเด็กเล่นให้โหนและปีนป่าย แต่ภายในเป็นกิจกรรม ซึ่งแยกตามวัยต่างๆ ทั้งนี้ กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการฝึกการใช้สมอง และหลักการทางวิทยาศาสตร์ ข้อที่ดี คือ ไม่เก็บค่าผ่านประตู นำอาหารไปนั่งกินได้ และ ไปในวันธรรมดา รถไม่ค่อยติด สถานที่นั้นมีที่จอดรถอย่างเพียงพอ เด็กๆได้รับความเพลิดเพลินมาก
ชีวิตประจำวันของผม ต้องไปที่ ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวหรือรามอินทรา แต่สาขารามอินทราใกล้บ้าน จอดรถง่าย ลูกหลานได้พากันไปที่ร้าน Auntie Anne’s หน้าซุปเปอร์มาร์เก็ต Tops ที่เซ็นทรัล รามอินทรา ร้านนี้ขายขนมเหมือนกับขนมปังเป็นแท่งยาวๆบิดเป็นเกลียว รสเค็มหวานปะแล่มปะแล่ม ขณะที่กินขนมอยู่ ผมตามไปทีหลังและได้ทำขนมตกไปที่พื้นโต๊ะ ๑ ชิ้น ด้วยความปรารถนาดีกับทางร้าน จึงเก็บขนมทิ้งลงบนถ้วยกาแฟที่วางอยู่ใกล้ๆไม่เห็นมีเจ้าของ เพราะเพิ่งตามไป เมื่อทิ้งลงไปแล้ว เพิ่งจะเห็นว่าในถ้วยนั้นมีน้ำร้อนอยู่ สักพักใหญ่ เจ้าของถ้วยกาแฟเดินกลับมา บ่นใหญ่ว่าใครเอาเศษขนมทิ้งลงไปในถ้วยของเขา ทางร้านเพิ่งเอาน้ำร้อนมาวางเสริฟให้ เฮ้อ! ต้องขอโทษเขาเป็นการใหญ่
สำหรับเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งต้องไปอยู่เป็นประจำ เพราะเป็นจุดนัดพบกับเพื่อนๆของลูกสาวที่มีหลากหลายกลุ่ม ลูกผมก็คุ้นเคยกับสถานที่นี้เป็นอย่างดี เพราะเรียนชั้นมัธยมต้นและปลาย ที่โรงเรียนหอวัง ซึ่งมักจะบอกเพื่อนๆเล่นๆว่าลูกจบที่ “สาธิตเซ็นทรัล” เป็นคำพูดตลกๆสนุกๆ
ตามที่ได้ขับรถไป-กลับเชียงใหม่เป็นประจำแทบทุกเดือน และได้แวะซื้อกาแฟที่ปั๊ม ปตท. ที่สิงห์บุรี ซึ่งมีร้านข้าวแกง ชื่อ “ทองพันชั่ง” ร้านนี้ ขายดีมีลูกค้าหลายๆคน แต่วันนั้นไปซื้อกาแฟ ซึ่งผ่านมาหลายสิบครั้ง ไม่เคยสังเกตป้ายที่ติดอยู่ที่ฝากระจกข้างร้านสักที แต่ หลานคนโต ที่อายุ ๙ ขวบ คงจะชอบอ่านป้ายต่างๆ แบบเด็กช่างรู้ช่างคุย เห็นโปสเตอร์ติดไว้ Smoking in this area is prohibited. Fine 2,000 bath และมีภาษาไทยกำกับ ถามว่า สูบบุหรี่ที่นี่ ต้องโทษถึงอาบน้ำ ตั้ง ๒,๐๐๐ ครั้ง เชียวหรือ นับว่าหนักมากๆ เราก็เลยพลอยสังเกตเห็น คำว่าบาทที่เป็นสกุลเงินตรานั้น เขียนว่า baht หลานเราเป็นนักสังเกตที่ดี
ที่เชียงใหม่ ได้พาเขาไปเที่ยวสวนสัตว์ ซึ่งเขาชอบมาก ไม่ค่อยได้เห็นสัตว์จริงๆในเมืองใหญ่ๆ สัตว์ชนิดแรกที่ไปดู คือ ฮิบโปโปเตมัส ซึ่งหลานเรียกชื่อเร็วมาก ฟังไม่ทัน ยังไงเรามีอีกหลายอย่างที่เรียกแบบไทยๆ แต่เรียกไปฝรั่งก็เข้าใจเหมือนกัน ต่อจากนั้น เราก็ได้ไปดูสัตว์อื่นๆรอบๆสวนสัตว์ รวมทั้งหมีแพนด้า ที่ต้องซื้อบัตรผ่านประตูเพิ่มเติม เข้าไปดูเห็นหมี ๒ ตัวหลับคุดคู้อยู่ น่าจะมีคำเตือนก่อนซื้อตั๋วเข้าชมว่า หมีกำลังหลับ จึงจะไม่เห็นอะไรมากนัก ในที่สุด การเที่ยวสวนสัตว์ ก็ไปจบที่สวนนก ซึ่งเดินขึ้นลงบันใดในสวนนกเหนื่อยมาก เพราะตรงนั้นเป็นหุบเขาเล็กๆ ทำให้คืนนั้น หลานๆ นอนหลับสบาย การเที่ยวสวนสัตว์ครั้งนี้ ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยว จึงใช้รถของเราเอง ขับไปจอดตามจุดต่างๆ ซึ่งสมัยก่อนรู้สึกว่า เราต้องจอดรถตามที่จัดไว้ให้ แล้วใช้บริการรถของสวนสัตว์ แต่ครั้งนี้ ขับไป แวะไป ขึ้นลงรถหลายๆเที่ยว สนุกดี
ที่บ้านพักของเราที่เชียงใหม่ มีบ่อเล็กๆตื้นๆเลี้ยงปลาหางนกยูงไว้ กันยุงมาวางไข่ หลานๆก็ชอบเอาสวิงไปกวาดตะไคร่ สิ่งสกปรกที่บ่อนั้น จนหลานคนกลางพลัดตกลงไปในบ่อ ซึ่งก็ไม่มีอะไร ถ้าตรงที่ตกลงไปนั้น คุณยายของเขาได้เคยตกลงไปครั้งหนึ่งแล้ว จึงน่าขำที่เขามีเหตุเหมือนคุณยาย นอกจากหน้าตาที่เหมือนกันยังกับฝาแฝด ยายหลาน ยังตกบ่อที่เดียวกันอีก
กลับจากเชียงใหม่ เขาก็ไปภูเก็ตกัน เที่ยวนั้น เครื่องบินขากลับ ภูเก็ต-กรุงเทพ ตอนดึก เป็นเที่ยวพิเศษ แถมบริการกลิ่นให้กับผู้โดยสารทั่วทั้งลำด้วย เป็นกลิ่นขี้ ที่หลานคนเล็กของผมขี้ราดล้นผ้าอ้อม pampers บนเครื่อง แถมเข้าห้องน้ำ น้ำก็ไม่มี พนักงานต้องเข้ามาช่วยหลายคน ที่เป็นเช่นนี้ เพราะลูกพาครอบครัวไปเยี่ยมเพื่อนรักของเขาที่ภูเก็ต ซึ่งได้ข่าวว่าสนุกกันมาก มาจบอย่างทุลักทุเลบนเครื่องนี่เอง
ลูกสาวพาครอบครัวมาอยู่กับผมได้ไม่กี่วัน เขาก็ต้องกลับเพราะภารกิจที่จากมานานไม่ได้ ตอนที่กำลังมา เราตื่นเต้นมากๆ ไปหาซื้อของที่คิดว่าหลานๆจะชอบไว้ต้อนรับ แล้วก็ซื้อเพิ่มเติมประจำทุกวัน บางอย่างซื้อมาหลานไม่กิน ตาก็กินเอง เรามีอารมณ์ดี แม้จะยุ่งมากถึงกับไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่เป็นความยุ่งที่สนุกสนาน อบอุ่น และมีความสุขมากๆที่หลานมาโอบกอด มานั่งชิด หลานดื้อ ก็ไม่ถือสา บอกให้นอนก็ไม่นอน มัวแต่เล่นกัน พอปลุกให้ตื่น ก็ไม่ตื่น นอนกันอุตุ เมื่อหลานๆกลับกันหมด ที่บ้านรู้สึกเงียบเหงาไปถนัด ตา ยาย ก็คิดถึงสิ่งที่ผ่านมา ว่าใครทำอะไรบ้าง เป็นความสุขย้อนหลังที่จะพึงมีได้ ขนมของใช้ที่มีให้หลานๆเหลืออยู่ ไม่มีใครกินใครใช้ ตาก็รับไว้เองทั้งหมด เบาหวานไว้คุยกันภายหลัง
รอวันที่หลานๆจะมาครั้งต่อไป
บู๊ คนเคยหนุ่ม







