INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

วันทำงานแปดชั่วโมง ของขวัญจากเฮนรี ฟอร์ด

IMG 4595

วันทำงานแปดชั่วโมง ของขวัญจากเฮนรี ฟอร์ด

ความสมดุลของงาน- ชีวิต จากเเนวคิดไปสู่การปฏิบัติ ชื่อของโรเบิรตโอเวน มักจะคุ้นหูกันหรือไม่เราต้องขอขอบคุณเขาที่เราในขณะนี้ทำงานวันละ 8 ชี่วโมง นักธุรกิจชาวอังกฤษคนนี้ ได้ถูกพิจารณาเป็นบิดาแห่งความสมดุลงาน- ชีวิต เขาเชื่อว่าการใช้เเรงงานเมื่อต้น ค.ศ 1800 เรียกร้องมากเกินไป และดังนั้นเขาได้เริ่มต้นสนับสนุนวันทำงานที่สมดุลของแรงงานแปดชั่วโมง พักผ่อนแปดชั่วโมง นอนหลับแปดชั่วโมง
แต่กระนั้นมันเป็นเฮนรี ฟอร์ด ที่ได้สร้างวันทำงานเก้าโมงถึงห้าโมงและเเม้ว่ามันได้กลายเป็นกระเเสหลักอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้เป็นบุคคลแรกที่คิดค้นความคิดนี้ เฮนรี ฟอร์ด ผู้ก่อตั้งฟอร์ด มอเตอร์ คอมพานีถูกยกย่องต่อการบุกเบิกสัปดาห์การทำงาน 40 ชั่วโมงเมื่อ ค.ศ 1926 และเวลานั้น สัปดาห์การทำงานของอุตสาหกรรมนานและใช้แเเรงงานส่วนใหญ่ ด้วยคนงานโดยทั่วไปทำงานสัปดาห์ละหกวัน 12 ถึง 13 ชั่วโมงต่อวัน เฮนรี ฟอร์ด เชื่อว่าการลดชั่วโมงการทำงานจะเพิ่มขวัญและประสิทธิภาพของคนงานให้สูงขึ้น เมื่อ ค.ศ 1817 โรเบิรต โอเวน ได้คิดค้นถ้อยคำ แรงงานแปดชั่วโมง พักผ่อนแปดชั่วโมง นอนหลับแปดชั่วโมง เมื่อวันทำงานเก้าโมงถึงห้าโมงได้ถูกกำหนด มันได้กลายเป็นชัดเจนว่าคนงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
วันทำงานที่สั้นลง ดังนั้นเมื่อ ค.ศ 1940 มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกฏหมายแรงงานของอเมริกา
อริสโตเติล นักปรัชญาขาวกรีก ได้สำรวจครั้งแรกความคิดของความสมดุลงานและเวลาว่างภายในผลงานของเขา Nichonachean Ethics and Politics ประมาณ 350 บีซี เขาได้เขียนว่าชีวิต ควรจะถูกแบ่งเป็นสองส่วน : ธุรกิจและเวลาว่าง เขาเชื่อว่า “ชีวิตที่ดี” สามารถจะถูกบรรลุได้โดยการค้นหาความสมดุลและความพอประมาณภายในทุกด้านของชีวิต รวมทั้งการทำงานและการพักผ่อน เขาเชื่อว่าการกระทำที่ถูกต้องได้ถูกพบภายในตรงกลางของสองขั้วหรือ กฏทอง มันหมายความว่าบุคคลไม่ควรจะทำอะไรก็ตามมากเกินไปแต่ไม่หยุดทำอะไรก็ตามด้วยแนวคิดของความสมดุลงาน-ชีวิต ได้วิวัฒนาการมาตลอดเวลา ด้วยต้นกำเนิดสามารถถูกย้อนหลังไปสู่ อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีก โรเบิรต โอเวน นักธุรกิจชาวอังกฤษ และขบวนการปลดปล่อยผู้หญิงของอังกฤษ ภายในผลงานของเขา อริสโตเติล ได้สำรวจความคิดของความสมดุลงาน และการพักผ่่อน โรเบิรต โอเวน ได้ถูกพิจารณาเป็นบิดาของความสมดุลงาน-ชีวิต เขาได้เสนอเเนะวันทำงาน 8 ชั่วโมง 8 ชั่วโมงของเวลาพักผ่อน และ 8 ชั่วโมงของเวลานอน
ถ้อยคำความสมดุลงาน-ชีวิต ได้ถูกปรากฏครั้งแรกภายในอังกฤษเมื่อ ค.ศ 1980 เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการปลดปล่อยผู้หญิง ขบวนการได้สนับสนุนตารางเวลาที่ยืดหยุ่นได้ และการลาคลอดแก่ผู้หญิง มันเป็นความพยายามร่วมกันที่จะบรรลุความเสมอภาคและปลดปล่อยผู้หญิงจากการกดขี่ และความเหนือกว่าของเพศชาย ขบวนการปลดปล่อยผู้หญิงเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นลูกที่สองของสตรีนิยม มุ่งที่ขอบเขตของประเด็นที่กว้่างกว่าคลื่นลูกเเรกของสตรีนิยมเมื่อต้นศตวรรษที่ 20ขบวนการปลดปล่อยผู้หญิงของ ค.ศ 1980 ได้นำความสมดุลงาน-ชีวิตกลับไปสู่แนวหน้า เพื่อการรวมผู้หญิงไว้ภายในกำลังงาน ตารางเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นได้และการลาคลอดถูกทำให้นิยมแพร่หลาย ตอนเรื่มแรกแนวคิดนี้เป็นเพื่อผู้หญิงเท่านั้น คาดหวังทั้งการยึดถืออาชีพและการจัดการครอบครัวและบ้าน ในไม่ช้าประโยชน์และความคิดเหลานี้ถูกขยายรวมทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีอาชีพด้วยความคิดที่บุคคลต้องการที่จะมีความสมดุลระหว่างอาชีพและชีวิตส่วนบุคคลของพวกเขา ความยืดหยุ่นมากขึ้นต่อการจัดการตารางเวลาของพวกเขา และสันนิษฐานความพอใจเพิ่มขึ้นจากความสมดุลงาน-ชีวิตได้กลายเป็นแนวคิดที่สำคัญจนทุกวันนี้ปรัชญาของอริสโตเติลบนความสมดุลงาน-ชีวิตสามารถประยุกต์ใช้ได้กับโลกสมัยใหม่ อริสโตเติลเชื่อว่าเราควรจะค้นหาความสมดุลและความพอประมาณภายในทุกด้านชองชีวิตรวมทั้งการทำงาน และความผูกพันส่วนบุคคล เขาเชื่อว่ากฏทอง เป็นพื้นที่ตรงกลางของชีวิตระหว่างมากเกินและความขาดแคลน และสิ่งทีดีที่สุดได้ถูกวางระหว่างสุดขั้วอริสโตเติลเชื่อว่าชีวิตที่ดีของเราต้องถูกบรรลุผ่านทางความสมดุล และความพอประมาณภายในทุกด้านของชีวิตรวมทั้งงานและชีวิต อริสโตเติลได้แนะนำการต่อต้านสุดขั้ว และได้เสนอแนะการค้นหาจุดพอดีที่สุดของตัวเราเอง ตรงที่คุณท้าทายแต่ไม่ท่วมท้นกฏทองของอริสโตเติล เป็นวิถีทางค้นหาความสมดุลที่เหมาะสมระหว่างอะไรที่ตรงกันข้าม เหมือนเช่นการทำงานและเวลาว่าง หรือความเอื้ออารีและความประหยัด อริสโตเติล ยืนยันว่าความมุ่งหมานของคุณได้ถูกพบ ณ จุดตัดของความฉลาด และความสามารถของคุณ และความต้องการของบุคคลอื่น อย่าบ้างาน แต่อย่าสบายด้วย และคุณควรจะมุ่งหมายเพื่อความสมดุลตรงที่คุณท้าทาย แต่ไม่ท่วมท้น
ความสมดุลงาน-ชีวิตเป็นถ้อยคำถูกใช้เพื่อความคิดที่เราต้องการเวลาทั้งการทำงานและชิวิตส่วนบุคคล ภายใน ค.ศ 1800 ระหว่างและตามมาของการปฏิวัติอุตสาหกรรม นักอุตสาหกรรมและสหภาพเห็นด้วยกันว่าคนงานต้องการวันหยุด นี่ต่อมาได้กลายเป็นสองวัน วันหยุดสุดสัปดาห์ ถ้อยคำความสมดุล ได้ถูกสร้างอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ 1970 เพื่อที่จะกล่าวถึงความสมดุลระหว่างงานของบุคคลและชีวิตส่วนบุคคล ภายใน ค.ศ 1980 บริษัทหลายบริษัทได้เริ่มต้นนำเสนอโครงการที่จะดูแลเด็กและโครงการช่วยเหลือบุคคลภายในบริษัทเมื่อ ค.ศ 1990 เป็นยุคที่สำคัญระหว่างที่โครงการความสมดุลงานและชีวิตมีการระบุที่ดีขึ้นเป็นหัวข้อสำคัญต่อผู้หญิง การแสดงออกครั้งแรกของโครงการเหล่านี้เริ่มต้นที่จะสนับสนุนผู้หญิงและเด็กผ่านทางข้อแก้ปัญหางานและชีวิต“ขบวนการปลดปล่อยผู้หญิงของ ค.ศ 1980 ได้นำความสมดุลของงานและชีวิตกลับมาแถวหน้า เพื่อที่จะรองรับผู้หญิงภายในกำลังงาน ตารางเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นได้และวันลาคลอดได้เป็นที่นิยมแพร่หลายในขณะที่ถ้อยคำเริ่มแรกถูกใช้กับผู้หญิงเท่านั้น ประโยชน์และความคิดในไม่ช้าได้ขยายที่จะรวมผู้ชายภายในโลกการทำงานด้วยถ้อยคำความสมดุลงานและชีวิตที่แท้จริงปรากฏครั้งแรกภายในอังกฤษเมื่อ ค.ศ 1980 มันเป็นการปูกระดานภายในขบวนการปลดปล่อยผู้หญิง
วันทำงานแปดชั่วโมงมีต้นกำเนิดของมันภายในศตวรรษที่ 16 แต่ขบวนการสมัยใหม่ได้ย้อนหลังกลับไปยังการปฏิวัติอุตส่หกรรมภายในอังกฤษ การผลิตของอุตสาหกรรมภายในโรงงานใหญ่ ได้ปฏิรูปชีวิตการทำงาน ณ เวลานั้น วันทำงานเป็นตั้งแต่ 10 ถึง 16 ชั่วโมง โดยทั่วไปสัปดาห์การทำงานหกวัน และการใช้แรงงานเด็กจะธรรมดา

IMG 4394 1

เมื่อค.ศ 1926 ฟอร์ด มอเตอร์ กลายเป็นบริษัทแรกภายในอเมริกาทีใช้วันทำงานห้าวัน สัปดาห์ละะ 40 ชั่วโมงแก่คนงานภายในโรงงานรถยนต์ และขยายไปยังพนักงานสำนักงานของฟอร์ดต่อมาด้วยนักประวัติศาสตร์หลายคนได้ยกย่องเฮนรี ฟอร์ดและฟอร์ด มอเตอร์เป็นผู้สร้างสัปดาห์ 40 ชั่วโมง บุคคลยืนยันว่าเฮนรี่ ฟอร์ดได้ทำการวิจัยของเขาเอง ที่ชี้การเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพด้วยสัปดาห์ทำงาน 40 ชั่วโมง
เฮนรี่ ฟอร์ด ได้เริ่มต้นสัปดาห์การทำงาน 40 ชั่วโมง ภายหล้งจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม คนงานจะเคยทำงานสูงถึง 100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตรงนี้เป็นเหตุผลที่แท้จริงทำไมเฮนรี่ ฟอร์ดเป็นบุคคลแรกที่ลดชั่วโมงการทำงานภายในฟอร์ด มอเตอร์ ณ เวลาของการปฏิวัติอุตสาหกรรม วันทำงานแปดชั่วโมงไม่เคยได้ยินกันมาก่อน เมื่อโรงงานได้โน้มเอียงทำงานตลอดวัน ดังนั้นคนงานต้องทำงาน 10 -16 ชั่วโมงต่อวัน เฮนรี ฟอร์ดทำการเปลี่ยนแปลงทางนวัตกรรมด้วยการเป็นบริษัทแรกได้เปลี่ยนแปลงการทำงานเป็นสัปดาห์ 40 ชั่วโมง ด้วยวันทำงานห้าวัน และค่าจ้างไม่เปลี่ยนแปลงภายในการสัมภาษณ์วารสารเมื่อค.ศ 1926 เฮนรี่ ฟอร์ด กล่าวว่า “ เวลาว่าจะเป็นส่วนผสมที่ขาดไม่ได้ภายในตลาดลูกค้าที่เจริญเติบโต เพราะว่าบุคคลทำงานต้องมีเวลาว่างเพียงพอไปหาการใช้ผลิตภัณฑฺ์บริโภครวมทั้งรถยนต์” เฮนรี่ ฟอร์ด กล่าวว่า “มันเป็นเวลาที่เหมาะสมสลัดตัวเราจากแนวคิดการพักผ่อนของบุคคลทำงานเป็นเวลาที่สูญเสีย หรือสิทธิพิเศษของชนชั้น”

IMG 4597

ความสมดุลงาน-ชีวิต และเพดานแก้วจะเป็นทั้งสองประเด็นที่สามารถกระทบผู้หญิงภายในสถานที่ทำงาน เเต่มันไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกัน ผู้หญิงทำงานภายนอกบ้านอาจจะเผชิญกับความไม่สมดุลงาน-ชีวิต สามารถนำไปสู่เพดานแก้ว ผู้หญิงที่ทำลายเพดานแก้วอาจจะต้อวเผชิญความกดดันทำงานหนักขึ้นและชั่วโมงนานขึ้น มันสามารถจะกระทบทางลบต่อความสมดุลงาน- ชีวิตของพวกเธอได้ถ้อยคำ ผู้หญิงไม่สามารถมีทุกสิ่ง ได้เสนอเเนะว่าความสมดุลงาน-ชีวิตโกหก ผู้หญิงภายในธุรกิจได้ถูกกระตุ้นให้หยุดพยายามมีทุกสิ่ง ผู้หญิงควรจะหยุดพยายามเพื่อความสมดุลงาน-ชืวิต หลีกเลี่ยงการมีชีวิตอยู่ภายในสภาพของความผิดอยู่เสมอผู้หญิงมักจะพูดเกี่ยวกับความสมดุลงาน-ชีวิต เป็นกุญแจทองต่อการมีทุกสิ่ง – อาชีพ ครอบครัว และเพื่อนมันเป็นความคิดที่ดูเหมือนมีเหตุผลบนผิวเผินข้อเท็จจริงคือความสมดุลที่เราจินตนาการมักจะไม่มีอยู่ภายในโลกแห่งความจริง ต่อเราหลายคนแล้ว ความต้องการของชีวิตไม่ได้เป็นกลุ่มของลำดับความสำคัญเป็นแบบแผนที่เราสามารถสมดุลได้อย่างสมบูรณ์”Why Women Still Can’t Have It All” บทความของเดอะแอตเเลนติค 2012 เขียนโดยแอนน์-มารี สลอเตอร์ อาจารย์การเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เธอได้อภิปรายความท้าทายที่ผู้หญิงได้เผชิญต่อความสมดุลอาชีพและครอบครัวของพวกเธอ สลอเตอร์ ยืนยันว่าผู้หญิง จะเผชิญดาดฟ้าซ้อนกันเมื่อได้พยายามไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพของพวกเธอ ในขณะที่ดูแลลูกหรือพ่อเเม่วัยชราด้วยเธอได้กล่าวว่าประเด็นไม่ใช่ความทะเยอทะยานของผู้หญิงแต่ค่อนข้างเป็นสังคมของอเมริกา และนโยบายธุรกิจทำให้มันยุ่งยากต่อผู้หญิงที่จะสมดุลงาน-ชีวิต เธออธิบายว่าทำไมการเปลี่ยนแปลงภายในวัฒนธรรมการทำงาน นโยบายสาธารณะ และประเพณีสังคมสามารถที่จะนำไปสู่ความเสมอภาคมากขึ้น – ต่อผู้ขาย ผู้หญิง และเราทุกคนแอนน์- มารี สลอเตอร ได้กล่าวว่า ผู้หญิงที่สามารถก้าวไปสู่จุดสูงสุดในขณะที่เป็นแม่ครอบครองคุณลักษณะต่อไปนี้อย่างหนึ่งหรือมากกว่า พวกเธอเหนือมนุษย์ ว่าจ้างตัวเอง หรือร่ำรวย เธอ ได้ขี้ว่าวัฒนธรรมการทำงานของเราในขณะนี้ทำให้มันยากอย่างมากต่อผู้หญิง ไปสู่จุดสูงสุด ในขณะที่ผู้ชายมีความสามารถเท่านั้นไปสู่จุดสูงสูด ผู้หญิงจะต้องครอบครองความสามารถอย่างมาก และมีทักษะการตัดสินใจและการบริหารเวลาเหนือมนุษย์
บทความของเธอกลายเป็นน่าอ่านมากที่สุดภายในประวัติของวารสาร และได้จุดไฟอีกครั้งต่อการโต้เถียงเกี่ยวกับความสมดุลงาน-ชีวิต เธอได้อธิบายทำไมเธอออกจากตำแหน่งของเธอเป็นผู้อำนวยการหญิงคนแรกของการวางแผนนโยบาย ณ กระทรวงต่างประเทศอเมริกาและกลับไปสู่อาชีพทำให้เธอสามารถใช้เวลาได้มากขึ้นกับครอบครัวของเธอ การเลือกที่เธอไม่เคยคาดหวังจะทำ เธอได้เขียนว่า การตัดสินใจที่จะก้าวลงจากตำแหน่งแห่งอำนาจ ให้คุณค่าครอบครัวเหนือความก้าวหน้าทางอาชีพ
เธอได้เขียนว่า “การมีทุกอย่าง” หรือ “ความวลสมดุลงาน-ชีวิต” ไม่ได้เป็นกรอบที่เป็นประโยชน์ต่อความเข้าใจ และการเปลี่ยนแปลงเลยของความท้าทายทางโครงสร้าง และวัฒนธรรมที่พ่อเเม่ทำงานได้เผชิญอยู่ โดยเฉพาะผู้หญิง เนื่องจากทำไมถ้อยคำ ความสมดุลงาน-ชีวิต เรียกชื่อผิด เริ่มแรกมันหรูหราต่อพ่อแม่ทำงานส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับความสมดุล พวกเขาจะกังวลเกี่ยวกับการแขวนอยู่ โดยปลายนิ้วของพวกเขา แม้แต่บุคคลที่มีความสามารถมีความยืดหยุ่นมากขึ้น มันไม่ได้เป็นความสมดุลมันเป็นความจริง คุณทำอาชีพและก้าวหน้าและดูแลบุคคลที่รักของคุณพร้อมกันได้อย่างไร ไมว่าบุคคลเหล่านี้จะเป็นลูกของคุณหรือพ่อเเม่ของคุณ เราชอบ ไม่ใชการคิดเกี่ยวกับความสมดุล เเต่การคิดเกี่ยวกับขอให้มันรวมเข้าด้วยกันอย่างไร และได้ขอให้เปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานทำให้สิ่งนี้เป็นไปได้ เราต้องเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมภายในสถานที่ทำงานอเมริกัน สลอเตอร์เรียกร้องต่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม ณ สถานที่ทำงานจากในขณะนี้ที่จะให้คุณค่าบุคคลทำงานหนักที่สุดและยาวนานที่สุด เธอเชื่อว่าความสมดุลงาน-ชีวิต ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของผู้หญิงแต่เป็นเรื่องของสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ต่ออเมริกาโดยส่วนรวมภายในหนังสือเล่มใหม่ของเธอ “Unfinished Business : Women, Men,Work, Family” ได้รับการยกย่องอย่างมาก หนังสือของเธอได้ปูเส้นทางแก่ผู้หญิงและผู้ชายเป็นหุ้นส่วนที่เทียมกันภายในวัฒนธรรมอเมริกันและความสำเร็จทางเศรษฐกิจ หนังสือได้มุ่งหมายที่จะบรรลุความเสมอภาคทางเพศภายในสถานที่ทำงานและเลยพ้นไปผู้เขียนยืนยีนว่า การลดค่าของการให้การดูแลของสังคมโดยเฉพาะต่อผู้หญิงเป็นปัจจัยที่สำคัญภายในความตึงเครียดระหว่างงานและครอบครัวสลอเตอร์ ได้เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงภายในจุดมุ่งจากบทบาทเพศสมัย
เดิม ไปสู่คุณค่าของงานที่ได้ทำ

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *