INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ที่หลังสวน เตือน ความหลัง

customLogo

ที่หลังสวน เตือน ความหลัง

สถานการณ์โควิดนับวันไป รุนแรงมากขึ้น เห็นตัวเลขประจำวันแล้วรู้สึกกลัวว่า สักวันหนึ่งอาจจะมาถึงตัว หรือครอบครัวของเรา ซึ่งเราก็ต้องมีส่วนร่วมอยู่ด้วย ที่ทางการแนะนำให้อยู่กับบ้าน คงไม่ได้อยู่บ้านตลอดเวลา ก็ต้องออกไปซื้อหาอาหาร หรือของใช้ในชีวิตประจำวัน ทุกๆวัน ข้อดีสำหรับช่วงนี้ คือ รถไม่ติด และที่จอดรถที่ตลาด หรือ supermarket มีให้เลือกจอดได้สบาย ช่วงโควิดนี้ ใช้รถส่วนตัวน่าจะปลอดภัยกว่ารถสาธารณะ

เมื่อคืนนี้ ประมาณทุ่มกว่าๆ ผมต้องออกไปซื้อยาและ yogurt ซึ่งใช้ประจำทุกๆวัน ด้วยใจที่รีบร้อนต้องออกจากบ้านและกลับให้ทัน curfew ซึ่งเริ่มในเวลา ๓ ทุ่ม พอจะขับรถ ที่ไม่ได้ขับมาหลายวัน มัวแต่ตั้งกระจกส่องหลัง และปรับระดับเก้าอี้ เมื่อเริ่มเข้าเกียร์ถอยหลัง ปรากฏว่ารถไหลเล็กน้อย แต่ไม่เคลื่อนที่ พวงมาลัยหนัก หมุนไม่ไป คันเร่งเหยียบไป เครื่องก็ไม่ดัง จึงเรียกภรรยามาช่วยดู ปรากฎว่า ลืม start เครื่องยนต์ บ้าชะมัด เหตุการณ์ลืม start เครื่องยนต์นี้ เกิดเป็นครั้งที่ ๒ แล้วสำหรับผม ไม่ทราบว่าความจำจะอยู่ได้อีกนานเท่าใด

เมื่อ ๒-๓ วันก่อน ผมได้ไปอำเภอหลังสวน ชุมพร เพื่อทำธุระเกี่ยวกับครอบครัว แวะพักที่หลังสวน ๑ คืน แล้วกลับมาพักที่ชะอำอีก ๑ คืน ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ สะดวกมาก รถไม่ติดตลอดทาง เหมือนกับในช่วงระยะเวลาที่โควิดระบาดตลอดมา แต่อาจจะไม่สะดวกเรื่องการกินอาหาร หลายร้านปิดเลย แต่ร้านสะดวกซื้อ และ fast food ยังเปิดอยู่ ร้านอาหารบางแห่งที่เปิดนั้น เขาไม่ให้นั่งกินในร้าน ต้องหอบเอามาข้างนอก นั่งกินในรถตัวเอง สำหรับที่ชะอำ เพียงแค่แวะพักค้างคืน เพราะเข้ากรุงเทพฯ ไม่ทัน curfew ซึ่งสถานที่พักนั้น เงียบเหงามาก เพราะสถานการณ์โควิดนั่นเอง

หลังสวนเป็นแดนผลไม้ที่มีชื่อเสียงมานานมาก ในช่วงหลัง ที่มีปาล์มน้ำมันเข้ามาในประเทศ ชาวสวนผลไม้ ได้เปลี่ยนมาปลูกปาล์มน้ำมัน ขณะนี้ ทุเรียนราคาดีมาหลายปีแล้ว ชาวสวนก็ล้มสวนปาล์ม มาปลูกทุเรียน จากตัวอำเภอเข้าไปด้านภูเขาสุดลูกหูลูกตา เป็นสวนทุเรียนเต็มไปหมด สำหรับสวนมังคุด ที่เป็นสวนเดิม ก็ยังอยู่ แม้มังคุด จะมีราคาถูกมาก เกือบไม่คุ้มค่าเก็บ แต่มังคุดเป็นพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมที่มีมานาน มีต้นทุนในการดูแลสวนน้อยกว่าทุเรียนและ ผลไม้อื่นๆ

รถวิ่งจาก อำเภอทุ่งตะโก ก่อนที่จะเข้าหลังสวน จะเห็นล้งรับซื้อผลไม้ ของคนจีน เป็นสิบๆล้ง บางล้ง เข้าไปอยู่ในซอยที่เข้าหมู่บ้าน หรือเข้าสวน ที่ล้งจะเห็นรถห้องเย็น เหมือน กับรถบรรทุกพ่วง container จำนวนหลายคันอยู่หน้าล้งแต่ละล้ง เข้าใจว่าน่าจะเกินร้อยคัน รถห้องเย็นพวกนี้ คงจะมาจากเมืองจีน เห็นมีภาษาจีนอยู่ที่ตู้ container ได้ทราบว่า เขาบรรทุกทุเรียน และอาจมีผลไม้อื่นไปนครพนม ข้ามฝั่งไปลาวและเวียตนาม เดินทางเข้าประเทศจีนทางชายแดนเวียตนาม เราเห็นรถ container วิ่งตามถนนหลวง ไม่เคยสังเกตเลยว่า มาบรรทุกผลไม้ที่หลังสวน ไปประเทศจีน นับหลายร้อยเที่ยว

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ เกรงว่า อีกไม่นาน คนจีนมาซื้อสวนทุเรียน เพื่อส่งขายไปเมืองจีน ที่เมืองไทยอาจจะมีคนจีนมาอาศัยอยู่อีกมาก ถ้าเราไม่คาดการณ์ล่วงหน้าแล้วสงวนอาชีพเกษตรกรรมนี้ไว้ อย่าลืมว่าตามกฎหมาย คนจีนสามารถแปลงสัญชาติเป็นไทยได้ง่ายๆ โดยแต่งงานกับผู้หญิงไทย ซึ่งหญิงไทยเชื้อสายจีน ก็หาได้ไม่ยากนัก คนจีนทยอยอพยพมาตั้งหลักแหล่งที่เมืองไทยหลายร้อยปีแล้ว และก็คงเข้ามาอีกเรื่อยๆ อย่าลืมว่าทำสวนทุเรียน ถ้าทำดีๆหลายๆไร่ ลงทุนหน่อย ตอนนี้ขายผลผลิตได้เงินเป็น ล้านๆบาท ชาวสวนทุเรียนบางคนซื้อรถยนต์แจกลูกหลานเป็นว่าเล่น ที่บอกว่าเมืองไทยเศรษฐกิจตกต่ำมากๆตอนนี้ คงเป็นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรม แต่คงไม่ใช่ที่หลังสวนแห่งนี้

สภาพภายนอกของหลังสวนจะเปลี่ยนเฉพาะ ๒ ฟากฝั่งถนนเพชรเกษม ที่มีการสร้างตึกแถว ธุรกิจ ห้องอาหาร ศูนย์การค้า และที่อยู่อาศัย ซึ่งก็เหมือนจังหวัดหรืออำเภออื่นๆ ภายในตัวอำเภอ และตลาดในเมืองหลังสวนไม่เปลี่ยนไปมากนัก ห้องแถว ตลาดสดที่มีทั้งอาหารทะเล ผลไม้ ผักสด ฯลฯ ก็ยังอยุ่อย่างเดิม ร้านกาแฟที่ตลาด ซึ่งเป็นศูนย์รวมคอกาแฟแถวนั้น ร้านขายผลไม้แปรรูป ชื่อร้านสมจิตรซึ่งมีทุเรียนกวนที่มีชื่อเสียง ร้านขายข้าวแกงตอนเช้า ร้านข้าวต้มปลาตอนเย็น ประกอบธุรกิจกันมาหลายสิบปี ยังอยู่ครบ ผมคิดถึงสมัยที่ทำงาน และเดินทางไปจังหวัดในภาคใต้ อาหารโปรดมื้อเช้า คือขนมจีน ที่เปิดขายให้คนเมืองไปกินกัน เป็นการใช้ชีวิตแบบชาวเมืองไปในตัว

ปากน้ำหลังสวน หลังจากที่ไม่ได้มาเยือนเกือบ ๑๐ ปี ก็เปลี่ยนไป ช่วงก่อนมี resort ให้เช่าพัก และร้านอาหารริมทะเล ตอนนี้ เป็นถนนลานกว้างๆ ให้รถวิ่งมาเที่ยวพักผ่อน และมีอาคารสร้างเหมือนเรือจักรีนฤเบศร แลเห็นป้ายเขียนว่าเป็นศาล กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ช่วงนี้ แม้จะเงียบเหงาไปบ้าง แต่ชาวบ้านแถวนั้น ก็ยังมีอัธยาศัยดี แบบคนไทยชนบททั่วๆไป

ผมต้องมาหลังสวนนานๆครั้ง เนื่องจากลูกๆผมมีแม่เป็นคนหลังสวน หรือหลานๆ มียายเป็นคนหลังสวน ซึ่งหลานๆรักยาย และยายก็รักพวกเขามาก ขนาดพ่อของเขาลงโทษลูกทำความผิด ยังต้องมาอธิบายให้ยายไม่โกรธด้วย ตอนนี้ หลาน ๓ คน ที่อยู่แอล เอ ย้ายไปอยู่ที่เมืองเล็กๆในรัฐ Texas หลานคนโตคุยเก่งมาก เริ่มไปโรงเรียนใหม่ ที่นี่ ซึ่งอยู่ เกรด ๖ เพียงวันแรก ครูที่โรงเรียนรู้จักทั้งครอบครัวหมดว่า เป็นใครมาจากไหน คิดว่าคนโตเล่าให้ฟัง สำหรับหลานคนเล็กสุด ตอนเข้าหลักสูตรก่อนอนุบาลนั้น เรียนที่บ้านเนื่องจากโควิด ตอนนี้ อายุ ๕ ขวบ เริ่มไปโรงเรียนครั้งแรก ก็เกเรพอสมควรใน ๑ หรือ ๒ วัน พอวันที่ ๓ ก็เป็นปกติดี มีเรื่องเล่าว่า เมื่อไม่นานมานี้ แม่เขาออกไปทำธุระ เอาไปด้วย นั่งเก้าอี้คอยด้วยกัน นั่งไปนั่งมาเลื่อนลงไปนั่งบนพื้น แม่เห็นก็บอกลูก ว่า come, sit down หมายถึงให้มานั่งที่เดิม หลานเขาบอกว่า I’m sitting down, Mom. ซึ่งฟังแล้ว ก็ถูกของเขา นั่งกับพื้น ยัง down กว่านั่งเก้าอี้อีก นี่ขนาด ๕ ขวบ เองนะ

ตอนเช้าที่หลังสวน หลังจากที่ไปนั่งร้านข้าวแกง กินขนมจีนแล้ว ก็มานั่งร้านกาแฟ ปาท่องโก๋ กาแฟถ้วยเล็กๆ มีนมข้นนอนอยู่ก้นถ้วย แบบสมัยก่อน ทำให้ผมคิดถึงสมัยหนุ่มๆ อยู่ ต่างจังหวัด ดื่มเหล้าตอนเย็น เมาสุดๆไม่ได้กินข้าว ตอนเช้า ประมาณก่อน ตี ๕ นอนไม่หลับท้องหิวต้องออกมา ร้านกาแฟ (ที่ชัยนาท ) และ รถเข็นขายกาแฟ (ใต้สะพานข้ามแม่น้ำที่ฉะเชิงเทรา) รวม ๒ ครั้ง สั่งไข่ลวก ๓ แก้ว ( ๖ ฟอง) กาแฟ ๓ แก้ว ปาท่องโก๋ กินจนอิ่ม แล้วกลับไปนอน hang over ต่อ ระหว่างที่หิวโหยนี้ เห็นนักวิ่งตอนเช้าๆ ทะยอยๆ ออกมาวิ่ง รู้สึกอิจฉาที่เขามีสุขภาพดี ชีวิตสดใส ต่อมา เมื่ออายุมากขึ้น ผมก็เริ่มออกวิ่งเช้าๆ จนติดเป็นนิสัยหลายสิบปี สมัยที่สายตาไม่ค่อยดี เคยวิ่งชนพระที่เดินออกบิณฑบาต และวิ่งชนจักรยานยนต์รับจ้างล้ม ต้องจ่ายเงินค่าเสียหายให้เขา ก็เคยมาแล้ว เขียนมาแค่นี้ก่อน ขอให้ปลอดภัยจากโควิดนะครับ สวัสดี

บู๊ (คนเคยหนุ่ม)
๑๕ สค. ๖๔ เขียนที่ บ้านแถวบางเขน

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *