อำเภอหลังสวน ก่อนสงกรานต์ ๒๕๖๗

อำเภอหลังสวน ก่อนสงกรานต์ ๒๕๖๗
เมื่ออายุมากแล้ว ก็คิดถึงความตายบ่อยครั้งขึ้น เห็นอะไร ที่กำลังทำ และยังไม่เสร็จ เราก็คิดว่า จะอยู่ทันเห็นตอนมันเสร็จแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ เนื่องจากไปถนนพระราม ๒ ( ดาวคะนอง- ปากท่อ ) เห็นกำลังก่อสร้าง ซึ่งทำมาแล้วหลายปี หรืออาจจะหลายสิบปีก็จำไม่ได้ ตอนนี้ ก็ยังไม่เสร็จ แล้วไม่ทราบว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ ก็คิดไปเล่นๆ ว่าชีวิตเรานี้ จะทันเห็นถนนเสร็จสมบูรณ์ไหม

ที่ไปถนนสายนี้ เริ่มเมื่อตอนบ่ายๆของวันพฤหัสที่ ๔ เมษายน มุ่งตรงไป อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร แต่ไปแวะพักค้างที่ชะอำก่อน พักผ่อนจนถึงตี ๒ ของวันศุกร์ จึงหากินอาหารตอนเช้า ซึ่งเตรียมการไว้ตั้งแต่วันเดินทางมาแล้ว ที่เคร่งครัดเรื่องอาหารเช้า เพื่อจะได้กินยาหลังอาหาร ที่นำติดตัวไป หลังจากนั้น เวลา ตี ๔ จึงเริ่มออกเดินทางต่อ ขับไปเรื่อยๆ ตอนเช้ามืด รถว่างดี จะมีรถบรรทุก และรถต่างๆเพิ่มมากขึ้นเมื่อถึงเวลาสายๆ จนไปถึงหลังสวน ประมาณ ๙.๐๐ น. ระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปหลังสวน ประมาณ ๕๐๐ กว่ากิโลเมตร ไปชะอำ ก็ระยะทางเกือบ ๒๐๐ กม. จึงเหลืออีก ๓๐๐ กิโลเมตรเศษ สำหรับการเดินทาง ๕ ชั่วโมงกว่า เช้าวันนั้น
หลังจากทำธุระเสร็จแล้ว ได้ไปซื้อขนมที่ร้านขายขนมอยู่แถวตลาดสดในเมือง ลองไปดูว่ามีทุเรียนกวนหรือไม่ ปรากฎว่า ต้องรอหน้าทุเรียนที่นี่ ประมาณเดือน กรกฎาคม- สิงหาคม จึงได้ไปกินขนมจีนหาดยาง เลื่องชื่อ จนเสร็จ ประมาณ เที่ยงกว่าๆ ก็เดินทางกลับชะอำ สำหรับร้านขนมจีนที่นี่ แต่ละโต๊ะที่ให้ลูกค้านั่ง วางจานผักสดที่กินกับขนมจีน แน่นเต็มทุกโต๊ะ เหลือที่ว่างให้วางจานขนมจีน เพียงนิดเดียว ต่างจากร้านขนมจีนบุฟเฟ่ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ตั้งโต๊ะ ขนมจีน แกงต่างๆ ผักหลายๆอย่าง และอื่นๆไว้บนโต๊ะกลาง เพื่อให้ลูกค้าเดินไปตัก และหยิบ ตามอัธยาศัย แล้วไปนั่งกินโต๊ะใครโต๊ะมัน
สำหรับการขับรถไปกลับ เพื่อเร่งเวลา ได้ขับเร็ว พอสมควร รักษาระดับ ๑๑๐ กม/ ชม ซึ่งคิดว่าเขาอนุญาตให้วิ่งได้ตามนั้น บางครั้งทางลงเนิน หรือ แซงรถอื่น ก็อาจจะเลย ๑๑๐ แต่จะไม่เกิน ๑๒๐ เพราะรถวิ่งได้แค่นั้น สำหรับการแซงรถ มีรถหลายคันที่วิ่งไม่เร็ว แต่ชิดทางขวา ทำให้ต้องแซง ทางซ้าย แล้วไปปาดหน้ารถขวา เพราะแซงแล้ว มีรถทางซ้ายวิ่งอยู่ ดูแล้วอันตรายมาก แต่ก็ต้องทำบ่อยๆ

ถ้าเป็นเรา ก็ชอบที่จะขับรถชิดเลนขวา เพราะเลนซ้ายขรุขระ เป็นหลุมบางแห่ง เนื่องจากมีรถบรรทุกหนักวิ่งตลอดเวลา และถนนไม่แข็งแรงเพียงพอ ต้องเข้าใจว่า ทำไมรถทุกคันจึงชอบชิดขวา แม้กระทั่งรถทัวร์โดยสาร หรือบางครั้งรถบรรทุกหนักก็ยังชิดขวาด้วย ทางสายใต้นี้ รถบรรทุกพ่วงที่บรรทุกของอยู่บางคัน ท่าทางบรรทุกหนักแต่วิ่งเร็วมาก ถึงขนาดแซงเรา ซึ่งขับเร็วอยู่แล้ว มีความเห็นเกี่ยวกับการใช้ถนน เนื่องจากวินัยเรื่องการควบคุมน้ำหนักรถบรรทุกสินค้าคงไม่เข้มข้น ทำให้ต้องมีศูนย์ให้รถบรรทุกเข้าชั่งตามถนนสายต่างๆ ต้องจ่ายทั้งค่าพื้นที่ ค่าก่อสร้างและอุปกรณ์ ตลอดจนค่าจ้างเจ้าหน้าที่ เป็นค่าใช้จ่ายของรัฐ ที่เก็บภาษีมาจากประชาชน ถ้าการขนส่งรถบรรทุกมีการรักษาระเบียบวินัยดี รัฐก็ไม่ต้องจ่ายตรงนี้
ในที่สุด ก็ได้ขับรถกลับถึงหัวหิน ในเมือง รถติดพอสมควร เป็นการติดไฟแดง เพราะเป็นวันศุกร์ก่อนเริ่มต้นวันหยุดยาว (ฉัตรมงคล) แต่ก็ไปถึงที่พักที่ชะอำประมาณ ๕ โมงเศษ ยังมีเวลาเดินไปรับลมชายทะเล ซึ่งลมแรงมาก ขนาดยืนยังไม่ค่อยอยู่ จากชายทะเล ได้ไปดูร้านอาหารสุดสัปดาห์ ที่จัดบริการริมถนนใหญ่ ใกล้ๆที่พัก แต่ไม่ได้ใช้บริการ เพราะซื้อห่อหมกมาจากหลังสวนแล้ว พักค้างชะอำอีก ๑ คืน
สำหรับการเดินทางกลับบ้านในวันเสาร์ ก็ไปสบายๆ ไม่เร่งร้อน แต่ถนนขาออกจากกรุงเทพฯ สวนทางกับเรา รถแน่นมาก เพราะเป็นวันแรกของ long week end คิดว่า คนกรุงเทพฯ ที่ไปมีที่พักสุดสัปดาห์ ที่ชะอำ หัวหิน และปราณบุรี มีจำนวนมาก เมื่อถึงกรุงเทพฯแล้ว ก็เป็นการเสร็จภาระกิจ กรุงเทพฯ หลังสวน โดยพักค้างที่ชะอำ เป็นเวลา ๒ คืน
สงกรานต์ปีนี้ อยู่ที่บ้านกรุงเทพ ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ถนนค่อนข้างว่าง เพราะคนกลับบ้านต่างจังหวัดกันหมด ถึงไม่มีโอกาสถูกสาดน้ำ แต่ก็ได้ดูทีวี ข่าวตามแหล่งต่างๆ ที่เขาเล่นน้ำกัน ทำให้คิดถึงสมัยเด็กๆ จนถึงหนุ่มแน่น ที่สมองแจ่มใส ยังสนุกสนานกับการเล่นน้ำสงกรานต์อยู่
ตอนที่ยังเรียนหนังสือชั้นประถม- มัธยม ช่วงสงกรานต์เป็นช่วงปิดเทอมที่ ไปอยู่บ้านเดิมของพ่อ ที่ปราจีนบุรี ได้เล่นสาดน้ำ และกิจกรรมต่างๆของวันสงกรานต์ ตามประเพณีพื้นบ้าน เช่นสรงน้ำพระ ก่อพระทราย รดน้ำผู้ใหญ่ คือย่าของผมเอง กิจกรรมตอนกลางคืน มีการทรงเจ้า รำศรีนวล ฯลฯ ตอนนั้น การรดน้ำ ก็คือการรดทั้งตัว เหมือนกับอาบน้ำสระผมไปเลย นอกจากนั้น เป็นการแน่นอนที่เด็กๆกำลังเริ่มจะโตเป็นหนุ่ม มีเป้าหมายว่าจะรดน้ำใคร สาวๆคนไหน ต้องรอเขาให้ได้ เมื่อได้ทำแล้ว ก็รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจ แต่ตอนนี้ ไปเห็นสาวๆที่รดน้ำตอนนั้น รู้สึกโล่งใจ ที่ตอนนั้น ได้แค่รดน้ำอย่างเดียว
พอถึงเวลาเป็นหนุ่มวัยรุ่น เข้าเรียนที่เกษตร ซึ่งผลการเรียนไม่ค่อยประทับใจ จึงต้องเรียน summer ทุกปี เพื่อเป็นการชดเชยวิชาที่ตก หรือคะแนนอ่อนไป ฉะนั้น ช่วงสงกรานต์ ก็เป็นเวลาอยู่หอ ได้สนุกสนานกับเพื่อนๆ จำได้ว่า ไปเล่นน้ำแถวห้วยขวาง (ประมาณ ปี ๒๕๐๘หรือ ๒๕๐๙ ปีใดปีหนึ่ง ) นั่งรถยนต์สาดน้ำเป็นครั้งแรก แต่จำไม่ได้ว่ารถของใคร และรายละเอียดอย่างไรบ้าง ประทับใจที่รู้สึกสนุกสนาน ตามประสาหนุ่มๆ เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา
เมื่อเกษียณอายุราชการแล้ว และได้ไปอยู่ที่เชียงใหม่เป็นครั้งคราว ได้มีประสบการณ์วันสงกรานต์หลายครั้ง เพราะ เป็นประเพณีสำคัญคู่บ้านคู่เมืองที่นั่นมานาน อาจจะเป็นร้อยๆปี สมัยก่อน เคยเห็นในรูปภาพที่หนุ่มสาวลงไปเล่นรดน้ำกันกลางแม่น้ำปิง บริเวณสะพาน นวรัฐ ซึ่งน้ำน้อย ลงไปเดินได้ แต่ต่อมามีการสร้างเขื่อนเป็นระยะๆ และมีอ่างเก็บน้ำ ที่อำเภอดอยเต่าไปสุดที่เขื่อนภูมิพล ทำให้น้ำปิงไม่แห้ง ดูภาพเหล่านั้น นึกถึงความน่ารักของคนเชียงใหม่ และเหตุผลที่เชียงใหม่กลายเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวของคนภูมิภาคอื่น

ในฐานะที่เป็นคนต่างถิ่น ก็เคยนั่งรถไปเล่นน้ำกันที่รอบๆคูเมืองในเมืองเชียงใหม่ เมื่อสมัยที่ยังแข็งแรงอยู่ รู้สึกสนุกสนานดี แต่รถติด เขยื้อนไม่ได้เป็นเวลานาน ถลำเข้าไปแล้ว กว่าจะออกมาได้ต้องใช้เวลา และทำใจสนุกไปกับพวกหนุ่มๆสาวๆด้วย หลังจากนั้น ก็ไม่อยากที่จะไปเล่นน้ำแถวนั้นอีก เพียงแค่ขับรถผ่านไปที่แห่งอื่นๆ ก็มีหนุ่มสาวและเด็กๆ คอยฉีดน้ำผู้คนที่ผ่าน สาวๆที่ขี่จักรยานยนต์ จะถูกกั้นให้หยุด แล้วก็ถูกรดน้ำ ประแป้ง เป็นประเพณี ที่ต่างก็ยอมรับกัน
การเล่นน้ำสงกรานต์ เป็นสิ่งแสดงน้ำใจคนไทย ประเพณีที่สวยงาม และสนุกสนาน สมัยก่อนไปทั่วทุกแห่งมีเล่นน้ำกันหมด และเป็นที่ยอมรับ กำลังร้อนๆ ขอน้ำสักขัน เป็นการดับร้อนที่ดี
วันสงกรานต์ ขอกินข้าวแช่- ทองม้วน (จากอำเภอท่ายาง ) และข้าวเหนียวมะม่วงอกร่อง ( จากตลาด ถนนลาดปลาเค้า-รามอินทรา) ให้อิ่มท้องก่อนนะครับ
บู๊ คนเคยหนุ่ม
๑๓ เมษายน ๒๕๖๗ เขียนที่บ้านกรุงเทพฯ







