กีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาวที่ปักกิ่ง : กีฬาหรือการเมือง

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
กีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาวที่ปักกิ่ง : กีฬาหรือการเมือง
ขณะนี้จีนกำลังตึงเครียดต่อการกดดันของฝ่ายตะวันตกในการประกาศไม่เข้าร่วมงานหรือไม่ ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน หรืออย่างน้อยที่สุดส่งแข่งแต่มิได้ทำในนามประเทศหรืออย่างเป็นทางการ หรือไม่ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปร่วมพิธีเปิด โดยจีนกล่าวว่าการ Boycott โดยการนำของสหรัฐฯเป็นการวางยาพิษในบรรยากาศของโลก
ทั้งนี้เวลาก็กระชั้นเข้ามาทุกที โดยกำหนดการจะเริ่มในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ แต่หลายประเทศในยุโรป อเมริกา รวมทั้งญี่ปุ่นได้ประกาศท่าทีบอยคอทไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ทั้งนี้สหรัฐฯได้ประกาศเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า สหรัฐฯจะไม่ส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไปร่วมงาน และมีหลายประเทศดำเนินรอยตามเช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ และแคนนาดา
ในขณะที่กีฬาโอลิมปิกนั้นได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพและการรวมตัวกันของประชาคมโลก
แต่บทเรียนของกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปีค.ศ.2022 นี้นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการแบ่งแยกโลกออกเป็น 2 ขั้วที่เติบโตขึ้นทุกขณะ
ปัญหาของการบอยคอตทางการทูตนี้มันหมายถึงอะไรและจะมีผลอย่างไรต่อกีฬาโอลิมปิก
ในประเด็นนี้การบอยคอตทางการทูต มีความหมายอย่างง่ายๆว่าประเทศหลายประเทศจะส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลไปร่วมงาน หมายความว่าหลายประเทศ ไม่ยอมรับกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่งนี้ อย่างเป็นทางการ ซึ่งโดยปกติ ณ สถานที่จัดงานกีฬาโอลิมปิก จะมีผู้นำหรือบุคคลชั้นนำในสังคมของโลกไปร่วมงาน โดยเฉพาะพิธีเปิดเพื่อเป็นสักขีพยานให้กับการแข่งขันด้วยสปิริตของการกีฬา
ในอีกด้านเพื่อการเปรียบเทียบกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่โตเกียว แม้จะไม่เปิดให้ผู้ชมทั่วไปได้เข้าไปร่วมงานเพราะปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19

แต่ก็มีสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ Jill Biden และประธานาธิบดีอิมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสไปร่วมงานวันเปิด ส่วนจีนก็ส่งกรรมการการกีฬาของจีนและประธานกรรมการโอลิมปิกจีน Gou Zhongwen มาร่วมในพิธีด้วย
ในปีใหม่นี้ผู้มีเกียรติหลายประเทศมีแนวโน้มที่จะไม่มาร่วมงาน วันเปิดอย่างชัดเจน ซึ่งทางการจีนได้ตอบโต้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ขัดต่อปฏิญญาของโอลิมปิก โดยเฉพาะการส่งเสริมสันติภาพของประชาคมโลก อันถือเป็นเกียรติต่อมนุษยชาติ
อย่างไรก็ตามหลายประเทศได้ประกาศว่า บรรดานักกีฬาของประเทศตนจะเข้าร่วมในการแข่งขัน ซึ่งถือว่าจะมีผลกระทบต่อกีฬาโอลิมปิก ที่ว่าด้วยการแข่งขันน้อยมาก
มีประเทศอะไรบ้างที่เข้าร่วมการบอยคอตทางการทูตและทำไมกรณีนี้ติดตามได้จากข่าว

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และโคโซโว ได้ประกาศบอยคอตทางการทูตกับกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่ง จัดด้วยเหตุผลที่ว่าจีนได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนและหลักกการประชาธิปไตยของฮ่องกง และชินเกียง
โฆษกทำเนียบขาวได้แถลงว่าเรายึดมั่นในหลักการที่จะส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และยืนหยัดอย่างหนักแน่นในจุดยืนนี้ และเราจะดำเนินการต่อไปเพื่อให้เกิดความคืบหน้าในเรื่องสิทธิมนุษยชนในจีนและที่อื่นๆ
แม้แต่นิวซีแลนด์ ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีกับจีน ก็ประกาศว่าจะไม่มีบุคคลระดับรัฐมนตรีเป็นผู้แทนไปร่วมงานเปิด แต่อ้างว่าเหตุผลหลักคือการระบาดของโควิด
อนึ่งก็มิได้หมายความว่าในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม 7 ประเทศ จะมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกัน แหล่งข่าวในอิตาลี ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี ค.ศ.2026 กล่าวกับรอยเตอร์ว่า อิตาลีจะไม่ร่วมในการบอยคอต และจะไม่ทำอะไรเลยแม้แต่จะพูดว่าการบอยคอตไม่มีความสำคัญ ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลอิตาลีจะส่งตัวแทนเข้าร่วมงานในพิธีเปิด
ส่วนด้านมาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ถ้าจะบอยคอตก็ทำให้มันครบถ้วนไปเลย คือไม่ส่งนักกีฬาไปร่วมแข่งขัน หรือไม่ก็พยายามดำเนินการที่มันมีประโยชน์ในการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ด้านสิทธิมนุษยชนในจีน ตรงนี้ถ้าอ่านระหว่างบรรทัด คำพูดของมาครง ตีความว่ารัฐบาลฝรั่งเศสคงจะเข้าร่วมงานพิธีเปิด

ขณะที่เยอรมันนี รัฐมนตรีต่างประเทศ Annalena Baerbock กล่าวเมื่อวันพฤหัสในสัปดาห์ก่อนว่ายุโรปจะต้องมาตกลงกันในความชัดเจนถึงการดำเนินการในเรื่องนี้ให้เป็นแบบเดียวกัน
สำหรับญี่ปุ่นแม้จะมีเสียงเรียกร้องจาก ส.ส.พรรครัฐบาล LDP ต้องการให้เข้าร่วมบอยคอตทางการทูต แต่นายกรัฐมนตรีคิชิดะ ได้กล่าวว่าเขาจะพิจารณาอีกครั้ง โดยทบทวนถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก และยังยืนยันว่านายโจไบเดนมิได้ขอให้ญี่ปุ่นเข้าร่วมการบอยคอตแต่อย่างใด
แต่ทว่าส.ส.พรรค LDP Hiroshige Seko บอกกับผู้สื่อข่าวว่าญี่ปุ่นคงจะไม่ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปร่วมงานพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก
ส่วนประธานกรรมการโอลิมปิกสากลกล่าวว่าเขาเป็นกลาง ส่วนการจะไปร่วมงานหรือไม่ของตัวแทนรัฐบาลในแต่ละประเทศเป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ
รัฐบาลจีนตอบโต้อย่างไรและจะทำอย่างไรต่อไป
รัฐบาลจีนกล่าวประณามการกระทำของสหรัฐฯว่าเป็นการแพร่พิษในบรรยากาศ
โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนแถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อวันอังคารว่า มันเป็นความคิดความหวังและเป็นจุดยืนที่ชัดเจนว่ามีเป้าหมายในการครอบงำทางการเมือง
“นับว่าการกระทำดังกล่าวคือการขุดหลุมฝังปฏิณญาโอลิมปิก และนับว่าเป็นการดำเนินการที่โจ่งแจ้งทางการเมือง และเป็นการดูหมิ่นอย่างร้ายแรงต่อประชาชนชาวจีน 1.4 พันล้านคน” นั่นย่อมหมายความว่าจะต้องมีมาตรการตอบโต้
แม้ว่าปักกิ่งยังไม่ได้ประกาศว่ามาตรการตอบโต้คืออะไร แต่แหล่งข่าวของกลุ่มประเทศยูเรเซีย เชื่อว่ารัฐบาลปักกิ่งคงจะดำเนินการตอบโต้แน่นอน
เชื่อกันว่าน่าจะเป็นการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์อย่างเช่นให้ประชาชนชาวจีนบอยคอตสินค้าแบรนด์ดังๆของสหรัฐฯ และการบอยคอตนี้ก็จะไม่มีผลใดๆต่อท่าทีของจีนในเรื่องสิทธิมนุษยชน
ด้านประธานาธิบดีปูตินได้ตอบรับคำเชิญเข้าร่วมพิธีเปิดไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ปูตินเป็นผู้นำคนแรกที่จะได้พบกับ สี จิ้นผิง ภายหลังการระบาดโควิดจีน

นายอันโตนิโอ กูตาเลส เลขาธิการUNก็ตอบรับคำเชิญไปแล้ว แต่บรรดาชาติเอเชียยังระมัดระวังท่าทีในการตอบรับหรือไม่อยู่ และมีท่าทีแตกต่างกันไป เช่นเกาหลีใต้นาย Choi Jong-kun กล่าวว่าเกาหลีใต้มีแผนจะเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในอนาคตเวียดนาม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงว่าโอลิมปิกเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างมนุษยชาติและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งเราควรเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์
พิลิปปินส์หนังสือพิมพ์มนิลาไทม์ ในบทบรรณาธิการเขียนว่า ฟิลิปปินส์ จะส่งนักกีฬาเข้าร่วมเพียงคนเดียวและจะไม่ส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าร่วม แต่ก็กล่าวว่าเราควรจะแยกการเมืองออกจากกีฬาโอลิมปิก อย่างไรก็ตามรัฐบาลฟิลิปปินส์ยังเงียบเฉยอยู่
มีการคาดคะเนว่าประเทศไทยคงจะมีรัฐมนตรีการท่องเที่ยวและการกีฬาไปร่วมงาน ด้วยเหตุผลนานาประการ แต่ที่สำคัญอาจเป็นเพราะท่านรัฐมนตรีอยากพาคณะไปเที่ยวปักกิ่ง
หากมองย้อนไปในอดีต เคยมีการบอยคอตกีฬาโอลิมปิกมาแล้วหลายครั้งเช่น
ในปี 1976 ประเทศในอาฟริกาส่วนใหญ่ไม่เข้าร่วมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่มองทรีอัล แคนนาดา เพราะแคนนาดาไม่ยอมแบนด์นิวซีแลนด์ ที่ยังคงมีสัมพันธ์ทางการกีฬา กับแอฟริกาใต้ที่มีนโยบายแบ่งแยกสีผิว
ปี 1980 โอลิมปิกฤดูร้อนที่มอสโค สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เยอรมนีตะวันตกและอีกหลายประเทศไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วม เพราะสหภาพโซเวียตบุกยึดอาฟกานิสถานในปี 1979
ปี 1984 โอลิมปิกฤดูร้อนที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ สหภาพโซเวียตตอบโต้ด้วยการชวนพันธมิตรบอยคอต
ปี 1988 เกาหลีเหนือและบางประเทศจำนวนน้อยบอยคอตโอลิมปิก
อนึ่งในปี 1936 มีความพยายามจะบอยคอตกีฬาโอลิมปิกที่จัดโดยนาซีและล้มเหลว ส่วนการบอยคอตปี 2022 นี้ คงมีลักษณะเป็นสัญลักษณ์มากกว่า เพราะนักกีฬาคงไปกันคับคั่ง และสปอนเซอร์ ก็พร้อมเข้าร่วมอย่าง P&G หรือโคลาโคล่า คอกีฬาก็คงไม่ผิดหวังแน่นอน







