ดอล์ฟ เเวน เดน บริงก์ “เป็นอูเซียรักษาชีวิตอาณาจักร”

ดอล์ฟ เเวน เดน บริงก์ “เป็นอูเซียรักษาชีวิตอาณาจักร”
เพื่อที่จะปฏิรูปบริษัทของเราเป็นธุรกิจขับเคลื่อนด้วยความมุ่งหมาย เราต้องกลายเป็นผู้นำขับเคลื่อนด้วยความมุ่งหมาย ความมุ่งหมายของบริษัทต้องแท้จริงต่อผู้นำของพวกเขา บุคคลที่จะรักษาความมุ่งหมายนั้นอย่างยั่งยืน และเเพร่กระจายมันไปทั่วทั้งองค์การ ผู้นำขับเคลื่อนด้วยความมุ่งหมายแสดงคุณลักษณะเหมือนเช่น การตระหนักตัวเอง ความยืดหยุ่น ความเชื่อมั่น และนวัตกรรม
ตามฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว ดอล์ฟ แวน เดน บริงก์ ซีอีโอของไฮเนเก้น ได้ประกาศความมุ่งหมายของเขา”เป็นอูเซียที่รักษาชีวิตอาณาจักร” เขาเป็นแฟนภาพยนตร์กังฟูที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง เขาเป็นแฟนของการกระทำภายในสถานการณ์เสี่ยงภัยสูงด้วย ถ้อยแถลงความมุ่งหมายนี้ได้เลี้ยงพลังของเรา
ที่จะทำงานหนักตามที่บทบาทของเราต้องการ
ไฮเนเก้นเป็นผู้ผลิตเบียร์รายแรกที่สร้างห้องทดลองของเขาเอง นับตั้งแต่เขาให้ความสำคัญที่สุดต่อคุณภาพของเบียร์ของเขา นักศึกษาของหลุยส์ ปาสเตอร์ ดร เอช อีเลียน ได้พัฒนา ไฮเนเก้น เอ ยีสท์ ภายในห้องทดลอง
เอ ยีสท์ยังคงถูกใช้โดยไฮเนเก้นจนวันนี้เป็นส่วนผสมที่สำคัญอย่างหนึ่งของเบียร์
เรายินดีที่จะประกาศว่า วันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ 2020 ดอล์ฟ แวน เดน
บริงก์ได้รับไม้จากจอห์น ฟรังซัวส์ แดน บอกซ์เเมร์ เป็นซีอีโอคนใหม่ของไฮเนเก้น ตามมาจากอาชีพ 22 ปี ณ ไฮเนเก้น ทำงานภายในทุกทวีป ดอล์ฟ แวน เดน บริงก์ จะสร้างบนมรดกของจอห์น ฟรังซัวส์ เเวน บอกซ์เเมร์
เมื่อ ค.ศ 2012 วารสารฟอร์จูน ได้ระบุชื่อเขาเป็นหนึ่งของ “40 ต่ำกว่า 40” ชาวพื้นเมืองเนเธอร์แลนด์ ดอล์ฟ แวน เดน บริงก์ จบจากมหาวิทยาลัย
โกรนินเจน ด้วยปริญาโทบริหารธุรกิจ และปริญญาโทปรัชญา
จงพิจารณาดอล์ฟ เเวน เดน บริงก์ ซีอีโอของไฮเนเก้น ด้วยการทำงานกับเรา เขาได้ระบุถ้อยแถลงความมุ่งหมายเฉพาะ “เป็นอูเซีย นักฆ่าเทวดาแขนเดียวที่ช่วยชีวิตอาณาจักร” สะท้อนความชอบภาพยนตร์กังฟูจีนของเขา บันดาลใจเขารับเอานักรบจีนที่ฉลาดเเละสามารถไว้ภายในพวกเขา และการรับรู้ว่าเขาหลงใหลภายในสถานการณ์เสี่ยงภัยสูง กดดันเขาให้กระทำ ด้วยแรงผลักดันนั้น เขาสามารถสร้างแผนเพื่อการฟื้นฟูธุรกิจมรดกที่ท้าทายระหว่างสภาวะทางเศรษฐกิจที่ยุ่งยากอย่างมาก เขาได้ทำการตัดสินใจที่กล้าหาญมากบางอย่าง บนพื้นฐานความต้องการของเขาที่จะรักษาชีวิตอาณาจักร ตามเส้นทางที่เขาได้รักษาชีวิตธุรกิจด้วย
ความมุ่งหมายของความเป็นผู้นำของเราเป็นเราคือใคร และอะไรทำให้เราเฉพาะ อะไรที่เราถูกขับเคลื่อนให้บรรลุ มันไม่ได้เป็นอะไรที่เราทำ มันเป็นเราทำงานของเราอย่างไรและทำไม จุดแข็งและความลุ่มหลงที่เรานำมาสู่โต๊ะไม่ว่าเราอยู่ตรงไหน เเม้ว่าเราอาจจะเเสดงความมุ่งหมายของเราภายในวิถีทางแตกต่างกันภายในบริบทแตกต่างกัน มันเป็นอะไรที่บุคคลทุกคนใกล้ชิดเรารับรู้เราโดยเฉพาะ และจะลืมส่วนใหญ่ถ้าเราจากไปแล้ว เมื่อ
ดอล์ฟ เเวน เดน บริงก์ เปิดเผยความมุ่งหมายที่ถ่ายทอดใหม่ของเขาแก่ภรรยาของเขา เธอได้รับรู้ อูเซีย ได้ง่าย นำบุคคลของเขาผ่านความ
วุ่นวายของการต่อสู้และความไม่สงบอย่างรุนเเรงภายในคองโก และในขณะนี้พร้อมที่จะต่อสู้ความท้าทาย ณ ไฮเนเก้น ยูเอสเอ อย่างซึ่งหน้า
ดอล์ฟ แวน เดน บริงก์ มาสู่ถ้อยแถลง อูเซีย ของเขา ภายหลังไม่เพียงแต่การค้นพบความชอบภาพยนตร์ของเขาเท่านั้น เเต่มันประสบการณ์เบ้าหลอมผิดธรรมดาภายในคองโกของเขาด้วย เมื่อทหารได้คุกคามโรงเบียร์ที่เขาจัดการ เขาได้ออกคำสั่งกั้นมันไว้ ป้องกันบุคคลของเขา และป้องกันการปล้นสะดม
การยอมรับตำแหน่งภายในคองโก เป็นการตัดสินใจยุ่งยากที่สุดของชีวิตของผม เเต่มันได้กลายเป็นสิ่งดีที่สุด ณ ตอนอายุวัยหนุ่ม ภายในต้นสามปีของผม ผมรับเอาความรับผิดชอบและโอกาสที่ไม่เคยมีภายในประเทศที่กำลังพัฒนา มันเป็นความท้าทายอย่างมาก การมีชีวิตอยู่เเละการทำงานภายในวัฒนธรรมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เปลี่ยนแปลงกรอบความคิดของเราอย่างแท้จริง ผมมาถึงวันนี้ได้เพราะว่าอะไรที่ผมได้เรียนรู้จากคองโก สถานที่ที่ยากลำบาก
ไฮเนเก้น ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1864 เมื่อเจอร์ราร์ด อาเดรียน ไฮเนเก้น อายุ
22 ปี ได้ซื้อโรงเบียร์ชื่อ เดอ ฮูลเบิรก ภายในอัมสเตอร์แดม เมื่อ ค.ศ 1873 ชื่อของโรงเบียร์ได้เปลี่ยนแปลงเป็นไฮเนเก้น ภายหลังจากการว่าจ้าง ดร. อีเลียน พัฒนายีสท์ไฮเนเก้น เบียร์ไฮเนเก้นเเรกได้ถูกต้ม นับแต่นั้นมาไฮเนเก้นได้กลายเป็นมีความหมายเดียวกับเบียรดัทช์ เเละกลายเป็นผลิตภัณฑ์ถูกรับรู้กันมากที่สุดของเนเธอรแลนด์ ที่จริงแล้วไฮเนเก้นเป็นเครื่องดื่มนิยมแพร่หลายมากที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา และสัญลักษณ์ของมันเป็นขวดสีเขียวประดับด้วยดาวเเดงหามาได้ ณ บาร์ทั่วโลก

เรานำอย่างไรภายในโลกที่พื้นดินกำลังเปลี่ยนแปลงภายใต้เท้าของ
เรา และกฏทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงเมื่อเราเล่นเกม โลกที่องค์การและอุตสาหกรรมกำลังดิ้นรนภายในโลกของความวุ่นวาย ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือ : วูคา เรามีสิ่งที่แน่นอนอย่างเดียวเท่านั้นที่ผู้นำทุกที่สามารถมองถอยกลับดังคำพูดของนิค เครก คือ : ความมุ่งหมาย วูคา เป็นถ้อยคำย่อใช้ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ 1987 บนพื้นฐานของทฤษฎีความเป็นผู้นำของวอร์เรน เบนนิส และเบิรต นานุส
นิค เครก ได้กล่าวว่า การสิ้นสุดของสงครามเย็นเมื่อต้น ค.ศ 1990 นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ต่อทหารอเมริกัน ถ้าสิ่งที่เราได้ถูกฝึกอบรมให้นำบุคคลอื่นได้หายไปจะเกิดอะไรขึ้น เราจะทำอะไรต่อจากนั้น นั่นคือทำไมและเพื่อนร่วมงานของผม สก็อตต์ สนูค และบุคคลอื่นภายในกองทัพอเมริกัน เผชิญ ณ เวลานั้น เพื่อที่จะเผชิญกับบริบทที่เกิดขึ้นใหม่นี้ พวกเขาได้สร้างแนวคิดของ วูคา และใช้มันรับมือความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงเผชิญโดยผู้นำภายในโลกใหม่นี้ บาวทีการตายของผู้นำที่มีบารมี ณ สิ้นสุดของศตวรรษที่ 20 เป็นการเร่งโดยโลกวูคา
ผู้เขียนอีกคนหนึ่ง ได้สร้างจากความคิดของบิลล์ จอร์จ นิค เครก ผู้เขียนร่วมกับบิลล์ จอร์จ ของหนังสือ “Defining Your True North : Personal Guide” กลายเป็นหนังสือวิชาหนึ่งต่อชั้นเรียนเอ็มบีเอของคณะบริหารธุรกิจ
ฮาร์วาร์ด – Authentic Leadership Development นิค เครก ได้กล่าวว่า
เพื่อความเข้าใจความเป็นผู้นำแบบเท้จริง เราต้องเข้าใจสภาวะภายใต้ที่
มันถูกสร้าง ค.ศ 1980 และ ค.ศ 1990 แสดงคุณลักษณะโดยภูมิปัญญา
ความกลัาหาญ วิสัยทัศน์ และผลกระทบของผู้นำที่มีบารมีหลายคน
โลกที่เรามีชีวิตอยู่วันนี้ถูกสร้างอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งโดยผู้นำที่น่าประทับใจเหล่านี้ โรนัลด์ เรแกน และมิคาอิล กอบชอฟ ยุคติสงครามเย็นภายในโลก มาร์เกต แธเชอร์ปฏิรูปอังกฤษ และพิสูจน์ผู้หญิงเทียบเท่าผู้ชาย ลูว์ เกริทเนอร์ ฟื้นฟูไอบีเอ็มให้รอดชีวิต เนลสัน มานเดลา ได้สิ้นสุดการแบ่งเเยกสีผิว เเจ็ค เวลซ์ ได้ช่วยชีวิตจีอี และกลายเป็นสัญลักษณ์ของอุตสาหกรรม นายพลชวาซ์คอปซ์ ชนะสงครามอิรัคครั้งแรก วอร์เรน บัฟเฟตต์ สร้างความร่ำรวยจากการลงทุน
ผู้นำเหล่านี้แสดงคุณลักษณะร่วมกันบางอย่าง พวกเขามีบารมีมากมาย
และความทะเยอทะยานสูง การมองตัวพวกเขาเองเป็นหัวใจความสำเร็จ
ขององค์การ แต่ทุกคนไม่ได้เป็นตามที่ดูเหมือน คุณลักษณะเหลานี้ของ
ผู้นำที่มีบารมีมีด้านมืดของความเย่อหยิ่ง การบังคับใจตัวเอง ความผยอง และการแสร้งทำ วีรบุรุษบนหนังสือพิมพ์หน้าแรกก่อนหน้านี้ เเละตัวอย่างของขบวนการผู้นำที่มีบารมี เช่น เคน เรย์ แห่งเอนรอน เบอร์นี่ เอบเบอร์ แห่งเวิรล์ด คอม ได้กลายเป็นการเปิดเผยสาธารณะของการเสแสร้งและการหลอกลวง
ความเป็นผู้นำแบบแท้จริงได้กำเนิดภายในบริบทของความไม่เเน่นอนเละ
ข้อผิดพลาดทางจริยธรรม ถ้าโลกภายนอกไม่แน่นอนมาก เราสามารถหาพื้นฐานที่เชื่อถือได้ตรงไหน สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพิ่มความต้องการผู้นำรากฐานและรวมศูนย์จากภายใน ไม่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่คลุมเครือ
เมื่อเราคิดเกี่ยวกับความเป็นผู้นำ เรามักจะสับสนระหว่างสไตล์ความเป็นผู้นำและคุณลักษณะความเป็นผู้นำ สไตล์ความเป็นผู้นำไม่ได้สำคัญที่สุด
ถ้าเรามองดูผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของโลก พวกเขาทุกคนมีสไตล์แตกต่างกัน แต่
สิ่งหนึ่งร่วมกัน พวกเขาเป็นบุคคลที่เเท้จริง ความเเท้จริงไม่ได้เกี่ยวกับการเป็นบุคคลที่มีบารมีมากที่สุด มันเกี่ยวกับเราคือใคร มันสำคัญที่จะต้องพัฒนาสไตล์ความเป็นผู้นำที่สอดคล้องกับคุณลักษณะของเรา ถ้าเราพยายามเป็นบางสิ่งบางอยางที่เราไม่ใช่ บุคคลอื่นจะรู้อย่างแน่นอน ผู้นำแบบแท้จริงสามารถเป็นตัวพวกเขาเองโดยไม่แสร้งทำ

นิก เครก ยืนยันว่า ความมุ่งหมายจะทำให้เรามุ่งอะไรที่เราต้องการทำอย่างแท้จริง แต่ถ้าเราถูกดูดลงไปที่เราทำมันอย่างไร เราจะลืมความมุ่งหมาย เช่น อีเกีย มีความมุ่งหมายที่สวยงาม ทำให้อะไรที่หามาได้ต่อบุคคลจำนวนน้อย
เป็นหามาได้ต่อบุคคลจำนวนมาก โชคไม่ดี พวกเขาลืมว่าอินเตอร์เนต ได้เกิดขึ้น ทันใดนั้น ยอดขายของพวกเขาได้ลดลง เมื่อคู่แข่งขันของพวกเขาสามารถเข้าสู่อินเตอร์เนต พวกเขาได้มุ่งประสบการณ์ร้านค้าของพวกเขา
ความมุ่งมายของพวกเขาไม่มีอะไรเลยทำกับร้านค้า ความมุ่งหมายคือ :
เราทำให้อะไรหามาได้แก่บุคคลจำนวนน้อย หามาได้แก่บุคคลจำนวนมากอย่างไร พวกเขารับรู้ว่าพวกเขาได้สูญเสียการเชื่อมโยง และต้องถอยกลับ
และนั่นอินเตอรเน็ตเป็นวิถีทางที่สวยงามนำความมุ่งหมายนั้นมาสู่ชีวิต
ในขณะที่วิสัยทัศน์ของเราบอกเราทำไมเราดำรงอยู่ ความคิดของธุรกิจ
บอกเราอะไรที่เราต้องการบรรลุ และต่อบุคคลทุกคนที่มาเยี่ยมอิเกีย ความคิดของธุรกิจชัดเจนสวยงาม นำเสนอขอบเขตที่กว้างของผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านออกแบบดี ณ ราคาที่ต่ำ จนบุคคลจำนวนมากเท่าที่เป็นไปได้สามารถรับภาระมันได้
นั่นหมายความว่าเราต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสวยงาม ใช้งานได้ดี
ยั่งยืน คุณภาพสูง และหามาได้ ณ ราคาที่ต่ำ เราเรียกมันว่า “ออกแบบเพื่อประชาธิปไตย” เนื่องจากเราเชื่อว่าการตกแต่งบ้านที่ดีเป็นของบุคคลทุกคน
ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ดึงดูดต่อบุคคลจำนวนมาก ทำให้ปริมาณการผลิต
สูงขึ้น หมายความว่าเราได้ข้อตกลงที่ดีขึ้น และสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ของเรา ณ ราคาที่ต่ำ
ออกแบบเพื่อประชาธิปไตย เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่เราใช้เมื่อเราพัฒนาและประเมินผลิตภัณฑ์ที่เราวางไว้ภายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเรา มันมีมิติห้าอย่าง
คือ การใช้งาน รูปแบบ คุณภาพ ความยั่งยืน และราคาต่ำ เมื่อเรามีความสมดุลระหว่างห้ามิติเหล่านี้ เราพิจารณาว่าออกแบบเพื่อประชาธิปไตย
อีเกียเป็นบริษัทผลิตแนวหน้าจากสวีเดน ได้ตัดสินใจพัฒนากลยุทธ์ของ
พวกเขาใช้เทคโนโลยีออนไลน์ มันจะน่าเศร้าใจถ้าผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ยิ่ง
ใหญ่ที่สุดของโลกเช่นอีเกียต้องพังทลายลง เพียงแค่เพราะว่าการขาด
ความสามารถตามการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก อิงวาร์ แคมพาร์ด ผู้ก่อตั้งของ
อีเกีย ได้ใช้นวัตกรรมสนับสนุนธุรกิจ นวัตกรรมที่รวมออฟไลน์และออนไลน์
การค้าปลีกของบริษัท
เรานำตราสินค้าอีเกียไปสู่บ้านจำนวนมาก นำเสนอคำตอบการตกแต่งบ้านที่ออกแบบสวยงาม ใช้งานได้ดี คงทน รับภาระได้ และยั่งยืน แก่บุคคลด้วยความฝันที่ยิ่งใหญ่และกระเป๋าเบา เราอยากรู้อยากเห็นโลกล้อมรอบเรา และต้องการสร้างความแตกต่างทางบวกภายในชีวิตของบุคคล สร้างชีวิตประจำวันที่ดีกว่าต่อบุคคลจำนวนมาก วิสัยทัศน์นี้เลยพ้นไปจากการตกแต่งบ้าน
เราต้องการมีผลกระทบทางบวกต่อโลก จากชุมชนที่เราเสาะหาวัตถุดิบของเราไปจนถีงวิถีทางที่ผลิตภัณฑ์ขอเราช่วยให้ลูกค้าของเรามีชีวิตอยู่อย่างยั่งยืนมากขึ้น ณ ที่บ้าน
โดยปรกติผลิตภัณฑ์คุณภาพดีและนวัตกรรมสามารถเข้าถึงลูกค้าบางกลุ่ม แนวคิดนี้ได้ถูกปฏิเสธโดยอิงวาร์ แคมพาร์ด เขาต้องการให้บุคคลมากขึ้นใช้ผลิตภัณฑ์ของเขา บนพื้นฐานของความมุ่งหมายนี้ อิเกีย ได้พยามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่แพง อิเกีย ได้นำแนวคิดของพวกเขาสู่ความเป็นจริงผ่านทางผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่าย สามารถรับภาระได้ และคุณภาพสูง


วูลคาเป็นคำย่อ ใช้ครั้งแรกภายใน ค.ศ 1987 และอยู่บนรากฐานทฤษฎี
ความเป็นผู้นำของวอร์เรน เบนนิส และเบิรต นานุส มันเป็นการตอบสนองของวิทยาลัยการทัพบกยูเอส ต่อการล่มสลายของยูเอสเอสอาร์เมื่อ ค.ศ 1990 ม้นต้องใช้วิถีทางที่สดใสต่อการบริหารและความเป็นผู้นำ รับประกันผลลัพธ์ทางบวกภายในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โลกของวูลคาได้ท้าทายเราค้นหาวิถีทางของเราเอง
ความเป็นผู้นำและการบริหารไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ผู้บริหารต้องทำหน้าที่การบริหารสี่อย่างคือ การวางแผน การจัดองค์การ การนำ และการควบคุม แม้ว่าการนำเป็นหน้าที่หนึ่งของการบริหาร แต่กระนั้นการนำได้กลายเป็นจุดอ่อน
ของผู้บริหารอยู่บ่อยครั้ง
ดังที่วอร์เรน เบนนิส และเบิรต นานุส กล่าวว่า ปัญหาของหลาองค์การ…..คือ พวกเขามักจะบริหารมากเกินไป และนำน้อยเกินไป พวกเขายืนยันว่าคณะบริหารธุรกิจควรจะสอนหลักการของความเป็นผู้นำ ไม่ใช่เพียงแค่ทักษะของการบริหาร โดยปรกติองค์การที่ล้มเหลวบริหารมากเกินไป และนำน้อยเกินไป การบริหารมากเกินไป ความเป็นผู้นำไม่เพียงพอ
แจ็คเวลซ์ ซีอีโอ ของจีอี กล่าวว่า ก่อนที่เราเป็นผู้นำ ความสำเร็จเกี่ยวกับการเจริญเติบโตตัวเราเอง เมื่อเรากลายเป็นผู้นำ ความสำเร็จเกี่ยวกับการเจริญเติบโตบุคคลอื่น
วอร์เร็น เบนนิส นักวิชาการความเป็นผู้นำ มหาวิทยาลัยเซ้าธ์เทิรน แคลิฟอร์เนีย เป็นบุคคลแรกที่ได้บุกเบิกการแยกความแตกต่างระหว่างความเป็นผู้นำและการบริหาร เขาชอบคำพูดว่า “ผู้นำทำอะไรที่ถูกต้อง ผู้บริหารทำอะไรอย่างถูกต้อง” ภายในหนังสือคลาสสิคเล่มหนึ่งของเขา On Becoming Leaders ค.ศ 1989 วอร์เร็น เบนนิส ได้กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างผู้บริหารและผู้นำ
เราต่างยอมรับว่าปีเตอร์ ดรัคเกอร์คือ บิดาของการบริหาร วอร์เร็น เบนนิสคือ บิดาของความเป็นผู้นำ เขาได้กล่าวไว้ครั้งแรกว่า ความเป็นผู้นำไม่ใช่กลุ่มของคุณสมบัติทางพันธุกรรม แต่เป็นผลจากกระบวนการตลอดชีวิตของการค้นพบตัวเอง กระบวนการนี้สามารถทำให้บุคคลกลายเป็นมนุษย์
ที่รู้จักตัวเอง และดึงสิ่งที่ดีที่สุดจากบุคคลอื่นได้
้ ครั้งหนึ่งวอร์เร็น เบนนิส ได้กล่าวว่า ความเชื่อสมัยเดิมต่อความเป็นผู้นำที่อันตรายที่สุดคือผู้นำ
เป็นโดยกำเนิด นั่นคือเรามีปัจจัยทางพันธุกรรมของความเป็นผู้นำ ความเชื่อสมัยเดิมนี้ยืนยันว่าบุคคลเพียงแต่มีคุณสมบัติเชิงบารมีบางอย่าง นั่นคือเหลวไหล ที่จริงแล้วตรงกันข้ามกับความจริง ผู้นำได้ถูกสร้างขึ้นมา ไม่ใช่เป็นโดยกำเนิด
วอร์เรน เบนนิส ได้เรียนรู้บทเรียนความเป็นผู้นำครั้งแรกของเขาบนสนามรบระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นร้อยโทกองทัพบกหนุ่มที่สุดรับใช้ภายในยุโรป ตลอดเวลาเขาได้พัฒนาทฤษฎีความเป็นผู้นำที่บันดาลใจ ไม่สนใจ “บังคับบัญชา และ ควบคุม” เป็นนักฆ่าความคิดสร้างสรรค์ และชักจูงความลุ่มหลง ความซื่อสัตย์ ความอยากรู้ และมองเลยพ้นไปจากตัวเลขรายไตรมาส เป็นตัวขับเคลื่อนความสำเร็จ
วอร์เรน เบนนิส รู้จักกันดีที่สุดเป็นบิดาของความเป็นผู้นำ เขาเป็นผู้บุกเบิกคนหนึ่งที่ยืนยันว่าการเจริญเติบโตและการพัฒนาอยู่บนรากฐานของการตระหนักตัวเอง และความสำเร็จของผู้นำขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ความมุ่งหมายที่ลุ่มหลง ความซื่อสัตย์ ความอยากรู้ ความเสี่ยงภัย และเต็มใจรับเอาความล้มเหลวเป็นโอกาสเพื่อการเรียนรู้
นักวิชาการคนแรกที่ยืนหยัดต่อความแตกต่างระหว่างผู้บริหารและผู้นำคือ
อับราฮัม เซลสนิค ด้วยบทความที่มีชื่อเสียงของเขาพิมพ์ภายในฮาร์วาร์ด
บิสซิเนส รีวิว เมื่อ ค.ศ 1977 เซลสนิค ยืนยันว่าทั้งผู้นำและผู้บริหารสร้างการมีส่วนช่วยอย่างมีคุณค่าต่อองค์การ และการมีส่วนช่วยของแต่ละคนแตกต่างกัน
ในขณะที่ผู้นำสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงและวิถีทางใหม่ ผู้บริหารสนับสนุนความมั่นคงและฐานะเดิม ยิ่งกว่านั้นในขณะที่ผู้นำมุ่งที่ความเข้าใจความเชื่อของบุคคล และการได้ความผูกพันของพวกเขา ผู้บริหารดำเนินการความรับผิดชอบ ใช้อำนาจหน้าที่ และห่วงใยกับทำงานให้บรรลุความสำเร็จอย่างไร
จอห์น คอตเตอร์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้กล่าวว่า ผมไม่สามารถบอกได้ว่ากี่ครั้งที่ผมได้ยินบุคคลใช้คำว่า ผู้บริหาร และ ผู้นำ แทนกัน ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างอย่างรวดเร็ว การทำสิ่งที่เคยทำในอดีต หรือการทำให้ดีขึ้น 15% ไม่ป็นสูตรของความสำเร็จได้ต่อไปอีกแล้ว จอห์น คอตเตอร์ ยืนยันว่า การบริหารมุ่งที่การจัดการความซับซ้อน การทำให้องค์การมีระเบียบแบบแผนและความสม่ำเสมอ ด้วยการวางแผน การจัดองค์การ และการควบคุมการดำเนินงาน ความเป็นผู้นำมุ่งที่การจัดการการเปลี่ยนแปลง การสร้างวิสัยทัศน์ การถ่ายทอดวิสัยทัศน์ และการบันดาลใจบุคคลภายในองค์การให้บรรลุวิสัยทัศน์ การบริหารและความเป็นผู้นำไม่สามารถทดแทนกันได้ บริษัทต้องการทั้งการบริหารที่เข้มแข็งและความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง
จอห์น คอตเตอร์ เชื่อว่าความเป็นผู้นำที่ดีสร้างการเปลี่ยนแปลงภายในองค์การได้ เราเห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงไครสเล่อร์โดยลี ไอเอคอคคา
ซีอีโอที่ได้ชุบชีวิตบริษัทให้อยู่รอดได้จนทุกวันนี้ และการบริหารที่ดีควบคุมความซับซ้อน และสร้างเสถียรภาพและประสิทธิภาพภายในองค์การได้ เราเห็นได้จากการบริหารเจ็นเนอรัล อีเล็คทริคที่ดีโดย เเจ็ค เวลซ์ ซีอีโอที่ยิ่งใหญ่ บริษัทที่เข้มแข็งต้องการทั้งความเป็นผู้นำที่ดีและการบริหารที่ดี
ภายในการการสำรวจผู้บริหารอเมริกันที่บรรลุความสำเร็จ ผู้บริหารเกือบสองในสามได้ตอบว่าบริษัทของพวกเขามีผู้บริหารหลายคนเข้มแข็งกับการบริหาร แต่่อ่อนแอกับความเป็นผู้นำ บริษัทหลายบริษัท ” บริหารมากเกินไปแต่นำน้อยเกินไป” จอห์น คอตเตอร์ ได้กล่าวว่าบริษัทในขณะนี้มีความเป็นผู้นำไม่เพียงพอ และขาดผู้บริหารที่มีทั้งการบริหารที่ดีและความเป็นผู้นำที่ดี บริษัทต้องการทั้งทักษะด้านแข็งของการบริหาร และทักษะด้านอ่อนของความเป็นผู้นำ
Cr : รศ สมยศ นาวีการ

