INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ความเชื่อที่ผิดของฝันให้ใหญ่

13r54653788643624

ความเชื่อที่ผิดของฝันให้ใหญ่

ความเชื่อที่ผิด “ฝันให้ใหญ่” ภายในซิลิคอน แวลลี่ย์ อธิบายวัฒนธรรม
สตาร์ทอัพเป็นพิษ ตรงที่ค่านิยมของความทะเยอทะยานที่รุนแรง การเล่าเรื่องวิสัยทัศน์ และเเสร้งทำ จนคุุณทำมันได้ ข้ามเส้นไปสู่อันตราย และ
การหลงผิดทางอาชญากรรม อลิซาเบธ โฮล์มส์ และเธรานอส ได้ห่อหุ้ม
อย่างสมบูรณ์กรอบความคิดนี้สามารถติดอาวุธที่จะขายวิทยาศสาตร์ที่
เป็นไปไม่ได้อย่างไร ความเชื่อที่ผิด ฝันให้ใหญ่ ได้ถูกยืนยันว่าอลิซาเบธ
โฮล์มเพียงแค่พยายามผลักดันพรมแดนของเทคโนโลยีและสัญญาเกินจริง ก่อนที่วิทยาศาสตร์ตามทัน แต่กระนั้นความเป็นจริงได้เปิดเผยโดยวอลล์ สตรีท เจอร์นัล 2015 เป็นการฉ้อโกงอย่างชัดเจน
ความเชื่อที่ผิด ฝันให้ใหญ่ ส่งเสริมความคิดว่าคุณถูกจำกัดเท่านั้นโดย
ความกล้าหาญของความฝันของคุณ และใครก็ตามสามารถทำมันได้ถ้า
พวกเขาเพียงแคอดทน ต่่อโฮล์มส์แล้ว ค่านิยมที่ส่องแสงได้ใส่หน้ากาก
ปัญหารากฐานที่รุนแรง เทคโนโลยีลิขสิทธ์ของบริษีทใช้งานไม่ได้ ทำ
ให้เกิดการฉ้อโกงทางอาชญากรรม โฮล์มส์ ได้ติดอาวุธความเชื่อที่ผิด
ฝันให้ใหญ่ ด้วยลัทธิการบูชาตัวบุคคล สร้างบุคลิกภาพทางสาธารณะอย่างเจตนา ที่เลียนแบบสตีฟ จ้อปส์ ใส่เสื้อคอเต่าสีดำ และปลอมแปลงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นเกราะของความสำเร็จ
เเนวคิดของลัทธิการบูชาตัวบุคคล อธิยายการยกระดับของผู้นำ ไปสู่บุคคลอุดมคติ บูชาดั่งเทพเจ้า ต้องการความจงรักภักดีและความเคารพอย่างไม่มีข้อสงสัย ในบริบทของอลิซาเบธ โฮล์มส์ ถ้อยคำ ถูกใช้อย่างกว้างขวางที่จะวิจารณ์สื่อสังคมและสภาพเเวดล้อมบริษัททำให้เธอเป็นไอคอนแห่งซิลิคอนแวลลี่ยฺ์ เธอพยายามขายฝันให้ใหญ่ของเธออย่าง
มีประสิทธิภาพ โดยการเลือกสรรอย่างรอบคอบภาพพจน์ที่เป็นอัฉริยะบุคคลแห่งซิลิคอน แวลล์ย์ เลียนแบบสตีฟ จ้อปส์ ฝันให้ใหญ่ของเธอคือ
ไอพอด ของการดูแลสุขภาพ โฮล์มส์ ได้เรียกสตาร์ทอัพทดสอบเลือด
ของเธอ เธรานอส ไอพอดของการดูแลสุขภาพ เธอได้สัญญาเครื่องมือ
การปฏิรูปที่ทดแทนเข็มฉีดยาเจ็บปวด ด้วยการเจาะเลือดที่ปลายนิ้วมืออย่างเรียบง่าย เธอได้จินตนาการการลบล้างอุตสาหรรมการดูแลสุขภาพ
รวม
ในขณะที่ปรากฏการณ์ย้อนหลังไปสู่สมัยโบราณ ถ้อยคำ “ลัทธิการบูชาตัวบุคคล” เชื่อมโยงใกล้ชิดกับกฏเผด็การเบ็ดเสร็จของโจเซฟ สตาลิน
ภายในรัสเซีย ภายใต้การปกครองของโจเซฟสตาลินรัฐบาลใช้สื่อสารมวลชน กาโฆษณาชวนเชื่ออย่างกว้างขวาง การจำกัดข้อมูลและการหล่อ
หลอมภาพพจน์ของผู้นำรู้ทุกอย่าง ไม่ผิดพลาด และวีรบุรุษ เป้าหมายคือต้องการความเชื่อฟังเด็ดขาดไม่มีเงื่อนไขจากประชาชน ถ้อยคำได้รับความหมายทางทางการเมืองที่เป็นทางการ ภายหลังนายกรัฐมนตรีนิกิตา ครุสเชฟ ได้ให้ 1956 “Secret Speech” ของเขา ภายหลังการเสียชีวิตของโจเซฟ สตาลิน ครุสเชฟ ได้ตำหนิทางสาธารณะความจงรักดีอย่าง
รุนแรงและการข่มเหงสิทธิมนุษยชนรอบตัวเขา การตักเตือนความจงรักภักดีอย่างตาบอดต่อมนุษย์คนเดียวใครก็ตาม
ลัทธิการบูชาตัวบุคคลเป็นแนวคิดทางสังคมวิทยา และการเมืองอ้างถึงการอุทิศตัวขับเคลื่อนโดยสื่อสารมวลชน และการทำให้เป็นอุดมการณ์อย่างไม่มีข้อสงสัยของผู้นำเชิงบารมีคนเดียว มันบังคับความจงรักภักดีอย่างไม่มีเงื่อนไข การเปลี่ยนแปลงบุคคลไปสู่สัญลักษณ์ที่หาได้ยากที่สามารถทำอะไรไม่เคยผิด โฮล์มส์ ได้ติดอาวุธอย่างมีระบบ ภาษา และจิตวิทยาของศาสนาสร้างลัทธิบูชาตัวบุคคลของบริษัทรอบตัวเธอ และบริษัทของเธอ ภายในเธรานอส ลัทธิบ๔ชาตัวบุคคลเริ่มตึงเครียดมาก
ขึ้น โฮล์มส์ ได้สร้างสภาพแวดล้อมของความลับ ความหวาดระเเวง และ
ข้อตกลงที่ไม่เปิดเผย ป้องกันบุคคลที่จะสงสัยประสิทธิภาพของเทคโน
โลยี และการสื่อสารระหว่างกัน
ด้านมืดของควาทเป็นผู้นำเชิงบารมี เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์โดยอลิซาเบธ โฮล์มส์ แสดงความดึงดูดทางบารมีสามารถติดอาวุธไปสู่วัฒนธรรม
เป็นพิษอย่างไร เสน่ห์ของเธอได้สร้างห้องแห่งเสียงสะท้อนอย่างไม่มีข้อสงสัย ตรงที่การคิดคล้อยตามกลุ่มได้เจริญเติบโตวิสัยทัศน์ที่ดึงดูดนี้ทำ
ให้การฉัอโกงอย่ามีระบบอ้อมผ่านพรมแดนจริยธรรม ละเลยการไม่เห็นด้วยของผู้เชี่ยวชาญ และการวางชีวิตผู้ป่วยอยู่บนความเสี่ยงภัย โฮล์มส์
ได้ติดอาวุธวิสัยทัศน์ของเธอของการเปลี่ยนแปลงการดูแลสุขภาพ ที่จะเรียกร้องการทุ่มเทเต็มที่ เมื่อบุคคลลาออกหรือรู้สึกห่วงใยเธอได้รวมตัวบุคคลประกาศว่าเธอกำลังสร้าง “ศาสนา” เทียบเท่าความไม่เขื่อกับความไม่จงรักภักดี

201226 201754

โฮล์มส์ มักจะใช้คำพูดอ้างอิงการจูงใที่นิยมเเพร่หลาย ที่จะหันเหการวิจารณ์เกี่ยวกับบริษัททดสอบเลือดของเธอ เธรานอส การเปลี่ยนแปลงของคำพูดอ้างอิงที่มีชื่อเสียงมักจะกล่าวอ้างผิดต่อมหาตมะ คานธี
“ครั้งแรกพวกเขาไม่สนใจคุณ แล้วพวกเขาหัวเราะใส่คุณ แล้วพวกเขาต่อสู้คุณ แล้วคุณชนะ” ในขณะที่ป้องกันเธรานอสภายในการสัมภาษณ์ซีเอ็นบีซี ค.ศ 2015 ต่อสู้รายงานของวอลล์ สตรีท เจอร์นัล กล่าวหาว่า
เทคโนโลยีตรวจสอบเลือดของเธอกำลังล้มเหลว โฮล์มส์ ได้กล่าวว่า :
“ครั้งเเรกพวกคิดว่าคุณบ้า แล้วพวกเขาต่อสู้คุณ เเล้วคุณเปลี่ยนเเปลงโลก” และ”ถ้าคุณสามารถจินตนาการมัน คุณสามารถบรรลุมัน” แนุวคิด
รากฐานของคำพูดอ้างอิงเหล่านี้หมายความว่า ความทะเยอทะยานที่ไร้
ข้อจำกัด รวมกับความอุตสาหะที่ไม่ลดละ สามารถเปลั่ยนความคิดที่ดู
เหมือนไปไม่ได้ กลายเป็นความจริงได้ แต่กระนั้น การดูการจูงใจระดับ
ผิวเผินที่ผ่านมา ความคิดดหล่านี้ได้เปิดเผยความมืด ปรัชญาที่โต้เถียง
กันมาก แนวคิดความเขื่อที่ผิดของฝันให้ใหญ่ ได้กระตุ้นผู้ประกอบการ
ท้าทายสถานภาพเดิมและเเสวงหาการปฏิรูปเป้าหมายเปลี่ยนแปลงโลก
ไม่ใช่การปรับปรุงเล็กน้อยที่ค่อยเป็นค่อยไป ปรัชญาของโฮล์มส์เสนอแนะว่าที่จะบรรลุความฝันที่เป็นไปไม่ได้คุณต้องประกาศคุุณสามารถทำบางสิ่งบางอย่าง ก่อนที่เทคโนโลยี หรือความสามารถมีอยู่อย่างแท้จริงแล้ว
ความคิดคือพลังของความเชื่อและความมุ่งมั่นที่แท้จริงข้ามช่องว่าง
ระหว่างจินตนาการเเละความเป็นจริง เธอไม่ยอมรับความลัมเหลว ด้วย
การกล่าวว่า “ทันที่ที่คุณมีแผนสำรอง คุณยอมรับคุณไม่ได้ไปสู่ความ
สำเร็จ” แนวคิดนี้ต้องการความผูกพันเด็ดขาดไม่เปลียนแปลงยืนยันว่า
การตระเตรียมความล้มเหลวจะเป็นเหมือนกับการต้อนรับมัน ในขณะที่
ทัศนคติฝันใหญ่อย่ายอมแพ้นี้เป็นกลวิธีที่โด่งดังภายในซิลิคอน แวลลี่ย์
ภายในกรณีของโฮล์มมันข้ามเส้นจากความทะเยอทะยานของวิสัยทัศน์ไปสู่การฉ้อโกงอาชญากรรม เพราะว่าเทคโนโลยีที่เธอจินตนาการไม่ได้
มีอยู่ เธอได้ใช้การหลอกลวงยั่งยืนภาพลวงตาของความสำเร็จ ในที่สุดทำให้เกิดการตัดสินคดีว่าผืดต่อการฉ้อโกงนักลงทุนและความเสี่ยงภัยของผู้ป่วย
นักวิจารณ์ยืนยันว่า เรื่องราวฝันให้ใหญ่ ขายการโกหกที่อันตรายโดย
การกระตุ้นผู้ก่อตั้งที่จะอ้อมผ่านความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์และการ
ปฏิบัติทางธุรกิจที่มีจริยธรรม ภายในการแสวงหาความทะเยอทะยานที่
ยิ่งใหญ่เกินตัว ความเชื่อที่ผิด ฝันให้ใหญ่ เป็นกับดักทางการจูงใจเลนอ
เเนะว่า ถ้าคุณไม่มุ่งหมายเป้าหมายเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ยิ่งใหญ่อย่างเช่น
กลายเป็นมหาเศรษฐี หรือเปลี่ยนแปลงโลกคุณยินยอมรับความธรรมดา ภายในความเป็นจริงความหลงใหลอุดมคติที่ไม่เป็นจริงไกลเกินไปมักจะนำพาไปสู่ความเป็นอัมพาต ความไม่พอใจเรื้อรัง และภาวะจิตสลาย
ปรีชญา ฝันให้ใหญ่ ไม่ได้เป็นความเชื่อที่ผิดโบราณเท่านั้นเเต่เป็นเรื่องราวทางการจูงใจ และวัฒนธรรมสมัยใหม่ด้วย สมมุติฐานพื้นฐานของฝัน
ให้ใหญ่ เป็นสุภาษิตการจูงใจ “ถ้าคุณสามารถฝันมัน คุณสามารถทำมัน”
มันเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดความคิดว่าความสำเร็จจะถูกผูกพันเท่านั้นโดยข้อกัดของจินตนาการของคุณ และความล้มเหลวนั้นเป็นผลลัพธ์พื้นฐานของการคิดเล็กเกินไป
ต้นกำเนิดของมันจะย้อนหลังไปสู่ ขบวนการข่วยเหลือตัวเองอเมริกันศตวรรษที่ 20 บุกเบิกอย่างมีชื่อเสียงโดนโปเลียน ฮิลล์ ภายในหนังสือคลาสสิค 1937 ของเขา ” Think and Grow Rich” ฮิลล์ ได้แนะนำความ
คิดว่าอะไรก็ตามที่ใจสามารถคิดและเชื่อ มันสามารถบรรลุการเปลี่ยน
แปลงความสำเร็จจากเรื่องสถานการณ์ไปสู่เรื่องกรอบความคิดได้ และ
ต่อมานิยมเเพร่หลายโดย ดร.เดวิด ชวาร์ทซ์ภายในหนังสือ 1959 ของเขา “The Magic of Thinking” ฝันให้ใหญ่สมัยใหม่ได้ถูกประมวลด้วยการพิมพ์ภายในหนังสือคลาสสิคช่วยเหลือตัวเองเล่มนี้ของเขาชวาร์ทซ์ ยืนยันว่าขนาดของบัญชีธนาคาร ความสุข และความพอใจของบุคคลจะ
เป็นสัดส่านโดยตรงต่อขนาดของการคิดของบุคคล
ในขณะที่ถ้อยคำถูกใช้อย่างกว้างขวางเป็นสโลแกนสากล ถ้อยคำว่า “Big Dream” เป็นรูปแบบเฉพาะรากฐานของ “American Dream” ความ
ฝันอเมริกันเป็นค่านิยมแห่งชาติที่ใครก็ตามไม่มองถึงประวัติสามารถที่จะ
บรรลุการเลื่อนฐานะทางสังคม ผ่านทางงานหนักและความมุ่งมั่น ถ้อยคำ
ได้ถูกสร้างโดยนักประวัติศาสตร์ เจมส์ อดามส์ภายในหนังสือ 1931 ของ
เขา วอลเตอร์ ลิปป์แมนน์ ได้กล่าวถึงแนวคิดอย่างสังเขป แต่ทว่า เจมส์
อดามส์ นิยมแพร่หลายถ้อยคำที่แน่นอน “American Dream” การเขียน
ระหว่างการตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เขาได้ระบุมันเป็นความฝันของ
แผ่นดินที่ชีวิตควรจะดีขึ้น และร่ำรวยขึ้น และสมบูรณ์ขึ้น เพื่อบุคคลทุก
คน
ฝันให้ใหญ่ เป็นถ้อยคำที่กว้างและทั่วไปมีนไม่ใช่แนวคิดประวัติศาสตร์
มันเป็นเพียงแค่อ้างอิงเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน ขนาดใหญ่ ส่วนบุคคล หรืออาชีพ ในขณะที่มันมักจะถูกเชื่อมโยงที่จะบรรลุความฝันอเมริกัน
ความฝันอเมริกันมักจะถูกใช้อธิบาย – และวิจารณ์ – เรื่องราวอลิซาเบธ โฮล์มส์ ความฝันอเมริกันของอลิซาเบธ โฮล์มส์ คือ ปฏิรูปอุตสาหกรรม
การดูแลสุขภาพ เป็นเป็นเรื่องราวคลาสสิคของซิลิคอน แวลลี่ย์ความฝันอเมริกันของเธอแสดงการแสวงหาเต็มที่ของความสำเร็จของมหาเศรษฐีสร้างตัวเอง และการลบล้างทางเทคโนโลยีเรื่องราวของเธอเป็นตัวตนทั้งอุดมคติบันดาลใจของการพุ่งขึ้นจากการลาออกแสตนฟอร์ดของเด็กสาวไปสู่วิสัยทัศน์ซิลิคอน แวลลี่ย์ และความเป็นจริงด้านมืดของ แสร้งทำ จนคุณทำมันได้ ผ่านการฉ้อโกง
ื การพุ่งขึ้นและการตกลงมาของเธอได้แสดงความเชื่อที่ผิดของซิลิคอนเเวลลี่ย์ การลาออกจากแสตนฟอร์ด ที่สร้างตัวเองของมหาเศรษฐีหญิงสาวที่สุดบรรลุความสำเร็จอย่างมาก ในที่สุดตกต่าไปสู่เรื่องอื้อฉาวการฉ้อโกงใหญ่ที่สุดของบริษัทอเมริกัน อลิซาเบธ โฮล์มส์ เป็นสัญลักษณ์แห่งความทะเยอทะยาน นักลงทุนมองความทะเยอทะยานและวิสัยทัศน์
ที่ดึงดูดของเธอเป็นการแสดงจิตวิญญานของผู้ประกอบการอเมริกันและ การวิจารณ์ต่อกรณีของเธอเป็นคำฟ้องวัฒนธรรมซิลอคอน แวลลี่ย์การ แสดงความลุ่มหลงเป็นพิษด้วยความมั่งคั่ง และความสำเร็จสามารถจูงใจการฉ้อโกงและการหลอกลวง ภายใต้หน้ากากความฝันอเมริกันอย่างไรความฝันอเมริกันด้านมืด อ้างอิงการแสวงหาความสำเร็จและความมั่งคั่งนำไปสู่การพุ่งขึ้นและการตกลงมาของอลิซาเบธ โฮล์มส์

200271 1 201227

เมื่อเราก้าวเลยพ้นไปจากบริบทธุรกิจ เเนวคิดได้รับขวัญและกำลังใจอย่างลึกซึ้งและน้ำหนักทางสังคมระหว่างขบวนการสิทธิมนุษยชน และ
การรับรู้ทั่วโลกของคำปราศัยว่า “ผมมีความฝัน” ของ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง พิสูจน์ว่าวิสัยทัศน์ราคาแพงแค่ไหนสามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมร่วมกัน ฝันให้ใหญ่ของเขารวมศูนย์อยู่ที่การบรรลุสังคมเป็นอิสระ
จากการแบ่งแยกและการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาต วิสัยทัศน์ของเขามุ่งที่
ความเสมอภาคทางเชื้อชาติ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และโลกตรงที่
บุุคคลถูกพิจารณาโดยตัวตนไม่ใช่สีผิว ตรงที่การกดขี่อย่างมีระบบถูกทดแทนด้วยความเป็นพี่น้องที่แท้จริง
บรรทัดที่มีชื่อเสียงของเขา “ผมมีความฝันว่าลูกเล็กสื่คนของผมจะวันหนึ่งมีชีวิตอยู่ภายในชาติตรงที่พวกเขาไม่ถูกพิจารณาโดยสีของผิวของพวกเขา แต่โดยเนื้อแท้แห่งตัวตนของพวกเขา” หมายถึงการกำจัดอคติทางเชื่อชาติอ่างสิ้นเชิง มันจินตนาการสังคมตรงที่ศักยภาพของบุคคลและคุณค่าทางศีลธรรมระบุสถานที่ของพวกเขาภายในโลก แทนที่จะเป็นเชื้อชาติของพวกเขา ฝันให้ใหญ่ของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง แสดงความ
เป็นจริงที่ลึกซั้งในแง่ผลกระทบทางประวัติศาสตร์ของพวกเขา และคำปราศัย “ผมมีความฝัน” เป็นความเป็นจริงที่แท้จริงเตรียมการอย่างพิถี
พิถัน ไม่ใช่ความเชื่อที่ผิด มันเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
ความเชื่อที่ผิดมักจะลดข้อความของเขาเป็นความต้องการที่เรียบง่ายเพื่อสังคมตาบอดสีแสร้งทำเชื้อชาติไม่ได้มีอยู่นักประวัติศาสตร์ยืนยันว่าวิสัยทัศน์แท้จริงของมาร์ติน ลูเธอร์ คิงไม่ได้ละเลยเชื่อชาติแต่ต้องการให้สังคมยอมรับความไม่ยุติธรรมทางเชื้อชาติ ดังนั้นมันสามารทดแทนโดยความเสมอภาคอย่างแท้จริง การให้อำนาจทางเศรษฐกิจ และความเป็นพี่น้องที่ผสมผสาน
การเดินขบวนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ภายในประวัติศาสตร์อเมริกันคือ การเดินขบวนของชาวอเมริกันทั้งผิวขาวและผิวดำไปยังกรุงวอชิงตัน เพื่อที่จะเรียกร้องเรื่องงานและเสรีภาพ ผู้นำขบวนคือ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง นักต่อสู้สิทธิมนุษยชนที่จะเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเหยียดสีผิวของอเมริกา เขาได้ยืนให้คำปราศัยบนขั้นบันไดของอนุสาวรีย์ อับราฮัม ลินคอล์น วอชิงตัน ท่ามกลางชาวอเมริกันประมาณ 250,000 คน การถ่ายทอดโทรทัศน์ไปทั่วโลก การปราศัยครั้งนี้มาร์ติน ลูเธอร์ คิง แสดงวิสัยทัศน์ด้วยการใช้ถ้อยคำที่สร้างแรงบันดาลใจและกระทบต่อความรู้สึกของชาวอเมริกันมากที่สุด “ผมมีความฝัน” กลายเป็นถ้อยคำที่เป็นอมตะตราบเท่าทุกวันนี้ จนกระทั่ง จอห์น เคนเนดี้ ประธานาธิบดีได้เชิญเข้าพบ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ได้ถูกลอบยิงเสียชีวิตในที่สุด

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *