INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เรื่องน่าเศร้าของชาวยูเครน

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

เรื่องน่าเศร้าของชาวยูเครน

ก่อนอื่น ต้องขอแสดงความเสียใจกับชาวยูเครนที่ต้องเผชิญกับภัยสงคราม จนผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องอพยพลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ แม้ว่าการโจมตีของรัสเซียจะทำให้มีประชาชนสูญเสียชีวิตจำนวนหลักร้อย ทั้งจากรายงานของ UNHCR หรือแม้แต่ฝ่ายของยูเครนเองก็มีเพียง 300กว่า คน แต่ทุกชีวิตย่อมมีความหมาย และโลกก็ไม่ควรจะแก้ปัญหาโดยใช้สงครามเป็นเครื่องมือ อำนาจและอธิปไตยตลอดจนอิสระภาพของชาติต้องได้รับการปกป้อง ตามหลักกฎหมายสากลและกฎบัตรสหประชาชาติ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมอันพึงยึดถืออีกด้วย

อย่างไรก็ตามก็ต้องเข้าใจถึงบริบทของความขัดแย้งในแต่ละกรณี เพื่อหาทางยุติความขัดแย้งด้วยหลักยุติธรรม

กรณีความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน-ชาติตะวันตกนี้ คงต้องมองย้อนหลับไปสู่อดีต ตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต อันทำให้เกิดการแตกออกเป็นประเทศอิสระหลายประเทศ แม้ในระยะต้นยังคงร่วมมือกันอยู่ในลักษณะที่หลวมๆในชื่อรวมๆว่า CIS (Comon wealth of Indedendence States)

          ครั้งนั้นมีการประชุมสุดยอดระหว่าง กอร์บาชอฟ กับจอร์จ บุช และหลังจากนั้นนายเจมส์ เบเกอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์เพื่อให้ความมั่นใจกับรัสเซียว่า การคงกำลังนาโต้ในเยอรมันเพียงเป็นไปตามพันธะในสนธิสัญญานาโตเท่านั้น และจะไม่มีการขยายเขตอำนาจเข้าไปทางตะวันออก แม้แต่เพียงนิ้วเดียว ขณะที่นายจอห์น เมเจอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ก็ให้คำมั่นว่าจะไม่มีการเสริมความเข้มแข็งให้กับนาโต้มากขึ้น

            นับจากนั้นมา 30 ปี นาโต้กลับขยายสมาชิกเพิ่มขึ้นรวม 14 ประเทศ ทั้งในยุโรปเหนือ ยุโรปกลาง และยุโรปแถบแหลมบอลข่าน อันเป็นการประชิดพรมแดนของรัสเซียชนิดจ่อคอหอย

ในเวลาที่ผ่านมารัสเซียไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะยังไม่เข้มแข็งพอที่จะต่อต้านการรุกรานของตะวันตก

ครั้นโลกมาสู่ยุคที่เริ่มมีการปรับขั้วทางอำนาจใหม่ แทนที่จะให้สหรัฐฯเป็นผู้นำเดี่ยว ตั้งแต่หลังสิ้นสุดสงครามเย็น ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มประเทศตะวันตก ขั้วอำนาจใหม่ที่เริ่มท้าทายอำนาจเก่าก็คือ กลุ่มประเทศที่ประกอบไปด้วยแกนนำอย่างรัสเซีย จีน อิหร่าน และอีกหลายประเทศ ในเอเชียกลางกับอเมริกาใต้ ที่เคยถูกสหรัฐฯ บีบคั้นเอารัดเอาเปรียบมาก่อน

            รัสเซียภายใต้การนำของปูติน จึงเริ่มแสดงบทบาทต่อต้านการรุกรานของนาโต้ โดยเฉพาะจุดตายมาอยู่ที่ยูเครน ซึ่งถือว่าเข้าใกล้ศูนย์อำนาจของรัสเซียมากที่สุด คือ มอสโก และความกลัวของรัสเซียนั้นแม้จะเป็นประเทศใหญ่ แต่ถ้าถูกรุมกินโต๊ะจากยุโรป ที่มีสหรัฐฯเป็นแบ็ค ก็ยากต้านทาน หากปล่อยให้รุกต่อไปอีกที่ยูเครน และที่ยูเครนนี้ก็ใช่ว่ารัสเซียจะมโนไปเอง แต่ยูเครนเคยประกาศจะเข้าร่วมกับสหภาพยุโรปอันจะเป็นบันไดไปสู่การเข้าเป็นสมาชิกนาโต้มาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่อดีตประธานาธิบดียานโควิช เคยระงับกฎหมายที่จะเข้าร่วมกับสหภาพยุโรป จนเกิดการประท้วงใหญ่และถูกขับออกจากอำนาจ

ครั้นมาถึงสมัยประธานาธิบดีเซเรสกี้ ก็มีแนวโน้มที่จะเข้าเป็นสมาชิกนาโต้ จนถึงขั้นปัจจุบันก็ประกาศสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปแล้ว

อย่างไรก็ตามความกลัวของรัสเซีย ก็มิใช่เหตุที่จะอ้างเอาได้ เพื่อที่จะทำลายกฎหมายระหว่างประเทศ หรือกฎบัตรของสหประชาชาติ การส่งทหารและหรือการยิงจรวดถล่มยูเครนจึงเป็นความไม่ชอบธรรม แม้รัสเซียจะประกาศว่ามุ่งทำลาย แต่ที่ตั้งทางทหาร และกำลังทางอากาศของยูเครน แต่อาวุธไม่มีตาจึงอาจเกิดผลกระทบต่อความสูญเสียของพลเรือนได้บ้าง ยอดผู้เสียชีวิตจึงอยู่ในระดับต่ำตามรายงานของ UNHCR มีเพียง 100 กว่าคน ผู้อพยพหลักหมื่น ภายใต้คำสั่งของรัฐบาลยูเครน ที่ห้ามผู้ชายอายุตั้งแต่ 15 ปี ถึง 60 ปี อพยพออกนอกประเทศ ซึ่งคงมีวัตถุประสงค์ที่จะนำมาเป็นกองกำลังต่อต้านรัสเซีย

            การเริ่มเปิดการเจรจาระหว่างผู้แทนรัสเซีย และผู้แทนยูเครน ที่ดำเนินไปแล้ว ณ ชายแดนยูเครน-เบรารุส แม้จะยังไม่อาจตกลงกันได้ แต่ก็ยังมีความหวังที่มีการนัดแนะกันประชุมใหม่ ณ ชายแดนโปแลนด์-เบรารุส ซึ่งก็ยังเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ที่อาจจะยุติปัญหาด้วยการเจรจา ไม่ใช่การใช้กำลังที่นิยมทำกันอยู่ โดยประเทศที่มีความเข้มแข็งทางทหาร เพราะเหตุการณ์อย่างนี้ได้เคยเกิดมาแล้วในปลายยุคของสันนิบาตชาติ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายสหประชาชาติ ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

ขณะที่รัสเซียแม้จะถูกกดดันหนักทางด้านเศรษบกิจ ตั้งแต่การแซงชั่น การค้า จนถึงการตัดรัสเซียออกจากระบบ SWIFT ซึ่งเป็นช่องทางการติดต่อประสานงานในการโอนเงินระหว่างประเทศก็ทำให้เกิดผลกระทบไม่น้อยต่อการค้าของรัสเซีย และถ้ามองย้อนไปเมื่อปีค.ศ.2014 ครั้งนั้น รัสเซียได้ผนวกดินแดนไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ตะวันตก ก็เคยขู่ว่าจะตัดรัสเซียออกจาก SWIFT ซึ่งรัสเซียก็ประกาศว่าหากยุโรป (สำนักงานใหญ่อยู่ที่เบลเยี่ยม)กระทำการดังกล่าวก็เท่ากับว่าเป็นการประกาศสงครามกับรัสเซีย

ทว่าครั้งนี้ตะวันตกเห็นพ้องต้องกันในการตัดรัสเซียออกจากระบบ SWIFT โดยที่รัสเซียก็ได้มีการเตรียมการแก้ไขมาก่อนบ้างแล้ว นั่นคือ สร้างระบบเครือข่ายการโอนเงินของตนกับมิตรประเทศบางประเทศ เช่น จีน หรือเทขายดอลลาร์ ใช้ทองคำสำรอง ใช้เงินตราของตนแลกโดยตรงกับเงินสกุลอื่นแทนใช้ดอลลาร์ แต่การเตรียมการดังกล่าวย่อมไม่อาจทดแทนระบบ SWIFT ที่ถูกตัดไปได้

อย่างไรก็ตามความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของรัสเซียนั้นมิได้เกิดเพียงฝ่ายเดียว แต่ก็เกิดกับคู่ค้าในประเทศต่างๆโดยเฉพาะในยุโรปหรือเยอรมันที่ในระยะหลัง มีความสัมพันธ์ทางการค้าใกล้ชิดกับรัสเซียมากขึ้นอย่างเป็นนัยสำคัญ โดยเฉพาะการต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย โดยกลุ่มประเทศ OECD ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป ต้องพึ่งพาถึง 70% ของก๊าซธรรมชาติที่นำเข้า

นอกจากนี้การจะนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นมาชดเชย ก็เป็นการยาก เพราะแหล่งผลิตใหญ่ๆของโลกก็ผลิตจนเต็มความสามารถแล้ว แม้สหรัฐฯจะพอส่งให้ได้บ้าง แต่ราคาแพงกว่าหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับก๊าซจากรัสเซีย

ดังนั้นหากรัสเซียจะตอบโต้ด้วยการตัดการส่งก๊าซธรรมชาติให้ยุโรป ก็จะมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษบกิจและความเป็นอยู่ของชาวยุโรปเช่นกัน

ที่น่าจะพิจารณาเพื่อให้เกิดมาตรฐานโลกก็คือ เมื่อสหรัฐฯหรือโซเวียต บุกอาฟกานิสถาน ไม่ว่าจะอ้างเหตุอย่างไรก็เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ สื่อตะวันตกเงียบ เมื่อสหรัฐฯและพันธมิตรบุกอิรักหรือลิเบีย สื่อตะวันตกนอกจากไม่เงียบ แต่เชียร์ และยังอ้างข่าวเท็จว่าอิรักมีอาวุธมหาประลัย

            ที่เลวร้ายยิ่งไปกว่านั้นคือ การที่อิสราเอลที่มีความเข้มแข็งทางทหารเหนือกว่ามากมาย และมีการหนุนหลังจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และอังกฤษ บุกยึดดินแดนปาเลสไตน์ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มีผู้คนล้มตายมากมาย โดยเฉพาะเด็กและผู้หญิงจำนวนมาก บ้านเรือนถูกทำลายและยังมีแผนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระยะยาว คือการปิดกั้นสาธาณูปโภค น้ำดื่มสะอาด ยารักษาโรค อาหารเลี้ยงทารกและการศึกษา แต่ทั่วโลกนิ่งเฉย สื่อตะวันตกบิดเบือนข่าว จนทำให้อาชญากรรมสงครามของอิสราเอลกลายเป็นความถูกต้อง นั่นคือการปกป้องตนเอง

ผู้เขียนมิได้ประณามชนชาติอิสราเอล แต่ประณามผู้อยู่เบื้องหลังที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมทั้งหลายในโลก รวมทั้งยูเครนนั่นคือ กลุ่มทุนยิวไซออนิสต์ ที่กอบโกยผลประโยชน์จากการสู้รบและสงคราม

ผู้เขียนเรียกร้องให้เกิดสันติภาพ บนพื้นฐานของความยุติธรรม ไม่ใช่สันติภาพ แบบมัดมือชก เหมือนที่ชาวปาเลสไตน์ โดนอยู่ในขณะนี้

และผู้เขียนหวังว่าในสายตาสื่อหรือนักการเมืองตะวันตกจะเห็นว่าชีวิตและเสรีภาพของคนทั้งโลกจะมีค่าที่ต้องปกป้องโดยเท่าเทียมกัน การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และการทำลายหลักการมนุษยธรรม ของประเทศใดๆจะต้องได้รับการประณามและต่อต้านโดยเท่าเทียมกัน

ขอสันติภาพจงบังเกิดทั่วโลก เพราะมนุษย์ทั้งผองคือพี่น้องกัน ขอให้ภัยสงครามได้ผ่านพ้นชาวยูเครนไปโดยเร็ว

สุดท้ายขออย่าได้เกิดสงครามโลกครั้งที่3เลย เพราะมันคือหายนะของโลก

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com