INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

โลกกับปัญหาเรื่องอาหารและพลังงาน : การตอบสนองของรัฐบาลไทย

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

โลกกับปัญหาเรื่องอาหารและพลังงาน : การตอบสนองของรัฐบาลไทย

ปัญหาเรื่องอาหารและพลังงานอาจเกิดจากหลายสาเหตุรวมกัน ตั้งแต่ความขัดแย้ง การสู้รบ การแซงชั่น ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาเงินเฟ้อ ปัญหาการเมือง และที่สำคัญ คือ ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงกับภูมิอากาศ และสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมทรุดหนัก

ในปีค.ศ.2050 คือ อีกประมาณ 28 ปี จากนี้ ประชากรของโลกจะเพิ่มเป็นจำนวนทั้งสิ้น 9.3 พันล้าน โดยประมาณ อาหารและพลังงานจึงกลายเป็นปัจจัยที่จะได้รับการกดดันอย่างมาก

            ความต้องการสินค้าทั้ง 2 อย่างคืออาหารและพลังงาน (ดีมานด์) จะเพิ่มเป็นประมาณ 60% ของความต้องการในปัจจุบัน แต่ความสามารถในการผลิตสินค้าดังกล่าวจะมีข้อจำกัดมาก เนื่องจากพื้นดินจะถูกนำมาเป็นที่อยู่อาศัย สร้างชุมชน สร้างเมือง การเสื่อมโทรมของดิน ขอบเขตจำกัดของทรัพยากร เช่น แหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อนึ่งขอบเขตจำกัดของเทคโนโลยีในด้านอาหารและพลังาน ตลอดจนการพัฒนาพลังงานทดแทนที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า

ดังนั้นหากกล่าวถึงเรื่องอาหาร อุปนิสัยในการบริโภค โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้วก็เป็นอุปสรรคสำคัญในการบริโภคที่เกินจำเป็น และฟุ่มเฟือย ส่วนด้านพลังงานทดแทนนอกจากจะพัฒนาอย่างเชื่องช้าแล้ว ยังปรากฏว่าวัสดุในการผลิตอุปกรณ์สำหรับพลังงานทดแทน เช่น แผ่นโซล่าร์เซลล์ ยังก่อให้เกิดมลภาวะที่มีต้นทุนสูงในการกำจัดขยะ ส่วนการถลุงแร่ Rare Earths ก็สร้างอากาศเสียมากกว่าการถลุงเหล็กหลายเท่า

ปัญหาเหล่านี้จะวนเวียนมาซ้ำเติมสภาพแวดล้อมให้เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนความโลภที่จะกอบโกยโภคทรัพย์ เช่น แร่ธาตุ นอกจากจะทำให้สภาพแวดล้อมย่ำแย่แล้ว ยังอาจนำไปสู่ความขัดแย้งจนเป็นสงครามเพื่อหวังครอบครองสินทรัพย์เหล่านั้น

            อย่างไรก็ตามความขาดแคลนเรื่องอาหาร และพลังงานเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่เริ่มทศวรรษนี้แล้ว และรุนแรงขึ้นในช่วงปี ค.ศ.2022 นี้ จากรายงานของ Hunger Hotspots ของ World Food Programme และ FAO ระบุว่าประเทศที่จะเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนอาหารอย่างสาหัส คือ โอธิโอเปีย ไนจีเรีย ซูดานใต้ และเยเมน ซึ่งประเทศเหล่านี้นอกจากจะเกิดวิกฤติด้านอาหารแล้ว ยังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาการแซงชั่น ที่สหรัฐฯใช้ในการกดดันรัสเซีย ทำให้ราคาอาหารแพงขึ้นและขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างรุนแรงมากขึ้น

นี่ยังไม่นับรวมศรีลังกาที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายรานิล วิกรมสิงเห ที่เพิ่งมารับตำแหน่งแทนนายกคนเก่า นายมหินทรา ราชปักษา พี่ชายของนายโกตาบายา ราชปักษา ประธานาธิบดี จึงประกาศว่าศรีลังกาเหลือน้ำมันใช้เพียงวันเดียว และยังขาดแคลนยาสำคัญอีก 14 ชนิด พร้อมเตือนว่าในช่วง 2 เดือนข้างหน้านี้ศรีลังกาจะเป็นช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดของศรีลังกา โดยเฉพาะหน้าอินเดียจะขายน้ำมันเบนซินและดีเซล อย่างละ 2 ลำขนมาด้วยเครดิต ที่แทบไม่เหลือของศรีลังกา

ในขณะที่ศรีลังกาต้องการเงินตราต่างประเทศ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อซื้อของจำเป็นเข้าประเทศ ส่วนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือ การพิมพ์ธนบัตรเพิ่มโดยไม่มีทุนสำรอง อันมีผลทำให้เกิดเงินเฟ้อ พร้อมกันนี้ก็ประกาศขายสายการบินแห่งชาติ

ผลกระทบที่ทำให้เกิดการเพิ่มสูงของราคาอาหารและพลังงานในปีค.ศ.2022 นี้ คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเกิดจากวิกฤตการณ์ยูเครน และสหรัฐฯกับพันธมิตรประกาศแซงชั่นการค้าและการเงินกับรัสเซียทำให้เกิดปัญหาในการขนส่งและการค้าขายกระทบไปทั่วโลก เกิดการล่มสลายของห่วงโซ่ ซัพพลาย เศรษฐกิจตกต่ำ ในขณะที่ระดับราคาสินค้าเพิ่มสูงจนในหลายประเทศระดับเงินเฟ้อเกิน 10% ประกอบกับความผันผวนของระบบการเงินอันเกิดจากการแซงชั่น

เท่านั้นยังไม่พอยังเกิดปัญหาในระบบการเงินที่ทำให้เฟดของสหรัฐฯต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายติดต่อกัน และลดปริมาณเงินเพื่อพยุงค่าของดอลลาร์ แต่ก็เท่ากับไปกระตุ้นให้ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ยังทำให้เกิดการไหลออกของเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศในหลายๆประเทศ และทำให้ค่าเงินของประเทศเหล่านี้อ่อนค่าลง ทำให้ต้องซื้อน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือ อาหารในราคาที่แพงขึ้น ซ้ำเติมระดับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นตามต้นทุนของซัพพลายที่ขึ้นไปแล้ว

ทำให้หลายประเทศเริ่มดำเนินนโยบายปกป้องตนเอง อันเป็นอุปสรรคต่อการค้าโลก ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างแรงมาแล้วในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด แม้ว่าในช่วงนั้นผลเก็บเกี่ยวจะออกมาค่อนข้างดี

แต่ในช่วงปีนี้และปีหน้าคาดกันว่าผลผลิตมันจะตกต่ำลงเพราะการปรวนแปรของภูมิอากาศที่จะเข้าสู่ช่วงลานินญา ซึ่งจะเกิดน้ำท่วมพืชผลทำให้เสียหาย เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี เมล็ดดอกทานตะวัน ซึ่งสหรัฐฯถือเป็นพืชหลัก ประกอบกับภัยการรบในยูเครนที่ทำให้การผลิตข้าวสาลีต้องเสียหาย รวมทั้งการแซงชั่นข้าวสาลี น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ทำให้หลายประเทศนอกจากขาดแคลนพลังงานแล้วยังขาดแคลนปุ๋ยที่ต้องนำเข้าจากรัสเซียอีกด้วย

ดังนั้นถ้าสถานการณ์ยังคงดำรงต่อไปในลักษณะนี้ คาดว่าสิ้นฤดูหนาวที่จะมาถึงหลายประเทศในยุโรปจะขาดแคลนอาหารและพลังงานอย่างรุนแรง ส่วนประเทศที่ยากจนในอาฟริกา ตลอดรวมไปถึงศรีลังกา คงต้องเจอกับวิกฤตหนัก แม้แต่หลายประเทศในตะวันออกกลางที่อาจไม่มีปัญหาเรื่องพลังงาน แต่ก็จะมีปัญหาเรื่องอาหาร

ลองมาพิจารณาดูว่าผลกระทบเฉพาะการแซงชั่นผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรจากรัสเซีย จะมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะหลายประเทศในยุโรปและสหรัฐฯ

รัสเซียเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรเป็นอันดับ 3 คิดเป็นปริมาณ 15% ของโลก ซึ่งหลักๆคือ ข้าวสาลี รองมาคือข้าวโพด ข้าว ข้าวบาเล่ และธัญพืชอื่นๆ นอกจากนี้ยังส่งออกเมล็ดทานตะวัน 23% ของโลก

รัสเซียเป็นผู้ส่งออกอันดับ 2 ในการส่งออกปุ๋ยของโลก ในปี ค.ศ.2019 รัสเซียส่งออกปุ๋ยเพิ่มขึ้นถึง 13.2%

          ที่สำคัญระบบการขนส่งทางเรือ มีปัญหาติดขัดอันเนื่องมาจากการแซงชั่น ทำให้ระบบทั้งระบบปรวนแปรในการจัดสินค้าและเดินเรือ

นี่ยังไม่นับกองเรือรัสเซียที่ถูกแบนจากการเทียบท่าเพื่อขนส่งสินค้า นั่นทำให้ค่าระวางเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งค่าประกันภัย ค่าประกันความเสี่ยง ก็เพิ่มสูงขึ้นด้วยการสู้รบ

ในปีนี้หลายประเทศจึงจะประสบปัญหาในการขนส่ง และการผลิตด้านการเกษตร แม้แต่ชาวนาในฝรั่งเศสก็ต้องชะลอการปลูกพืช เพราะขาดแคลนปุ๋ย และเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องจักรกล และยังไม่อาจหาแหล่งใดมาทดแทนได้

เกษตรกรไทยก็เช่นกัน จะมีปัญหาปุ๋ยราคาแพง หรือปุ๋ยปลอมมากขึ้นพร้อมๆไปกับปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิง และปัญหาการแปรปรวนของภูมิอากาศ

แม้ว่าประเทศไทยอาจจะยังอยู่ห่างจากการขาดแคลนอาหาร แต่การที่พืชผลราคาแพง เกษตรกรรายได้ตกต่ำ ภาคอุตสาหกรรม เกิดการว่างงานในระดับสูง ภาคบริกขารโดยเฉพาะ SME ล่มสลาย หนี้สาธารณะเพิ่มสูง หนี้ครัวเรือนเตะระดับ 90% ของ GDP มานานพอควร นี่ยังไม่นับหนี้นอกระบบ การค้าการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว เหมือนตัวเลขที่แสดง เพราะมันเพิ่มจากการติดลบ

ดังนั้นคำตอบของรัฐบาลที่จะมาแสดงปาฐกถาตั้งแต่วันที่ 19-20 พ.ค.ในหัวข้อ “Better Thailand Open Dialogue” “ประเทศไทยที่ดีกว่า เดิม” จึงควรเป็นคำตอบที่เป็นรูปธรรม และประเมินผลได้ไม่ใช่อะไรๆ ก็อ้างเศรษฐกิจพอเพียง ที่ไม่เคยสนับสนุนให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

ส่วนนโยบายต่างประเทศก็คงต้องยืนหยัดในความเป็นกลาง และสนับสนุนให้มีการเจรจากันระหว่าง 2 ขั้วอำนาจแทนการใช้กำลัง เพราะถ้าสถานการณ์ยังเป็นอยู่อย่างนี้ หรือเลวร้ายมากขึ้น ประเทศไทยหนีไม่พ้นความเดือดร้อน และอาจถึงขั้นจลาจลที่จะเกิดขึ้นในหลายๆประเทศโดยเฉพาะในยุโรป

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com