INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ขยะ ขยะ ขยะ

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

ขยะ ขยะ ขยะ

วันนี้จะไม่เขียนถึงเรื่องการเมือง หรือขยะการเมือง แต่จะเขียนถึงขยะจริงๆ ที่จะเกี่ยวพันกับชีวิตและความเป็นอยู่ของคนที่อยู่ในประเทศไทย

ทั้งนี้กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) รายงานว่าไทยมีขยะชุมชนเกิดขึ้นประมาณ 28.7 ล้านตัน ในปี 2562 เพิ่มขึ้น 3% จากปีที่แล้ว และในจำนวนนี้เป็นขยะพลาสติกถึง 2 ล้านตัน/ปี ในจำนวนขยะทั้งหมดจากชุมชน มีขยะจากอาหารคิดเป็น 64%

            และแม้ว่าขยะจะมีแนวโน้มที่น้อยลงในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะกิจกรรมท่องเที่ยวต้องมีอันหยุดชะงักลง จากการระบาดของโควิด แต่ปัญหาที่ยังไม่มีการจัดการอย่างจริงจังก็คือ ขยะติดเชื้อ ที่เพิ่มมากขึ้นจำนวนมาก และก็ยังไม่รู้ว่าจะมีการบริหารจัดการอย่างไร

ที่สำคัญบุคลากรที่จะดูแลจัดการขยะติดเชื้อเหล่านี้ ไม่ได้ถูกนับเข้าไปในกลุ่มเสี่ยงแนวหน้า ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์หรืออย่างน้อยแอสตราเซเนก้า นั่นคือไม่ถูกระบุอยู่ในบัญชีใดๆ ที่จะได้รับสิทธิในการฉีดวัคซีนก่อน

อย่างไรก็ตามตัวเลขของคพ. ขยะมีอัตราเฉลี่ย 1.1 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน นี่เอาเฉพาะขยะชุมชนเท่านั้น ยังไม่นับขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมที่เหมือนกับแดนสนธยา ทั้งๆที่มีอันตรายมากกว่าขยะชุมชนด้วยซ้ำ

อนึ่งบทความนี้จะกล่าวเฉพาะขยะชุมชนเท่านั้น และจะเขียนแบบบ้านๆไม่เน้นเรื่องเทคนิคกลไก เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และปลุกจิตสำนึกให้ตื่นตัวช่วยกันดูแลจัดการเรื่องขยะชุมชน ที่เราทุกคนต่างมีส่วนร่วมในการผลิตขยะด้วยกัน ไม่ว่าจะมีฐานะทางเศรษฐกิจอย่างไร ระดับไหน แต่มันมีผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ต่อทุกคนไม่มากก็น้อย

            ในจำนวนขยะทั้งหมด มีการคัดแยกและนำไปรีไซเคิล และทำปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 44% ที่กำจัดและเชื่อว่าถูกต้อง 34% นั่นคือการกลบฝัง แต่พื้นที่กลบฝังก็น้อยลงไปทุกที

ขยะที่เหลือ 22% นั้นถูกทิ้งกระจัดกระจาย และไม่มีการกำจัดอย่างถูกต้อง ที่สำคัญคือ ขยะพลาสติก ซึ่งไม่ย่อยสลายและเป็นตัวการทำให้น้ำเน่าเสีย เพราะไปอุดตันทางระบายน้ำ บางส่วนก็ไหลลงสู่ทะเลซึ่งมีการตรวจพบขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลลอยเป็นแพ ในอ่าวไทยและกระจายไปยังทะเลเปิดตามกระแสน้ำ นับเป็นการทำลายระบบนิเวศน์อย่างหนัก

แม้ว่าภาคธุรกิจค้าปลีกจะพยายามแก้ปัญหาด้วยการงดบรรจุสินค้าในถุงพลาสติก ซึ่งร้านค้าก็ได้ลดต้นทุน แต่การลดจำนวนยังไม่เพียงพอ ส่วนปัญหาขวดแก้วและขาดพลาสติกก็ยังไม่มีระบบแรงจูงใจให้มีส่วนลดหรือได้เงินคืน แม้เล็กน้อยหากนำมาคืนร้านค้าเหมือนหลายประเทศที่เจริญ

ในปี 2555 ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปัญหาขยะพลาสติกอันดับ 6 ของโลก พอปี 2562 ขยับขึ้นเป็นอันดับ 4 แสดงถึงการบริการจัดการที่ย่ำแย่ และไม่ให้ความสำคัญต่อปัญหาเหล่านี้

แนวทางหนึ่งที่มีการรณรงค์และผลักดัน ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อให้จัดการกับขยะด้วยการจัดสร้างโรงไฟฟ้าขยะ นั่นคือยิงนก 2 ตัว ด้วยกระสุนนัดเดียว คือได้ใช้ทั้งไฟฟ้าและกำจัดขยะไปในตัวด้วย

            ฟังดูก็ดีแต่ปรากฏว่าพอมีข่าวจะไปสร้างที่ไหนก็จะถูกชาวบ้านชุมนุมคัดค้าน ทั้งนี้เพราะชาวบ้านต่างวิตกกังวลถึงผลกระทบกับสภาพของผู้คนในพื้นที่ ตั้งแต่ก๊าซพิษไดออกซิน กลิ่นและน้ำเสียจากโรงงาน ตลอดจนกากขยะ

อย่างไรก็ตามทางราชการร่วมกับเอกชนก็พยายามผลักดันและกดดัน จนมีการก่อสร้างไปแล้วตามแผนที่กำหนดตั้งแต่ปี 58-60 แต่มีการปรับปรุงขยายออกไป โดยจะผลิตโรงไฟฟ้าชุมชน 900 เมกะวัตต์ภายในปี 2580

อย่างไรก็ตามมติครม.เมื่อวันที่ 20 ต.ค.63 ครม.ได้มีมติให้ขยายจำนวนการจัดตั้งโรงไฟฟ้าขยะชุมชน จากโควตาเดิม 500 เมกกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้จัดสร้างไปแล้ว และกำลังดำเนินการจัดสร้างมีกำลังผลิตรวม 450 เมกกะวัตต์แล้ว โดยอนุมัติให้เพิ่มอีก 400 เมกกะวัตต์

ข้อน่าสังเกตคือ แผนเดิมนั้นตั้งเป้าที่จะให้เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนเป็นลักษณะ PPP (Public Private Partnership) แต่ให้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นอปท. หรือภาคประชาสังคม เช่น วิสาหกิจชุมชน โดยเฉพาะให้มีคณะกรรมการกำกับดูแล 3 ฝ่าย คือภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน แต่ผลที่ออกมาปรากฏว่าบริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัทสามารถชนะการประมูลได้ทั้งหมด เพราะต้นทุนการจัดสร้างและการผลิตนั้นมันขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ ยิ่งมีหน่วยธุรกิจในการบริหารจัดการมากก็จะมีส่วนลดในต้นทุนคงที่รวม และสามารถขยายเครือข่ายออกไปได้มาก ตลอดจนมีประโยชน์จากการบริหารจัดการกากขยะเพื่อไปแปรรูป หรือทำเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้

ข้อสังเกตอีกประการคือ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโรงงานกำจัดขยะจะสูงกว่าราคารับซื้อของกฟผ. ดังนั้นรัฐบาลอาจจะต้องจัดงบอุดหนุนเพื่อให้เกิดแรงจูงใจ และควรนำเอาต้นทุนการกำจัดขยะที่ต้องจ่ายอยู่แล้วมาคิดคำนวณด้วย

อนึ่งการจัดตั้งโรงงานไฟฟ้าจากการกำจัดขยะนั้นต้องมีการสำรวจปริมาณขยะ และความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ในการคัดแยกขยะ หรือมิฉะนั้นก็ต้องเปิดให้มีการประมูลให้ภาคเอกชนมาทำการคัดแยกขยะแล้วแต่กรณี

ตัวอย่างของโรงไฟฟ้าจากขยะของญี่ปุ่น คือ เขาดำเนินการเผาขยะตลอด 24 ชม. เพราะมันประหยัดพลังงานในการเผา แต่เขาสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีกลิ่น หรือมลภาวะใดๆออกมาจากโรงงานเลย ทั้งที่อยู่ในแหล่งชุมชน แถมยังมีการจัดสร้างสวนสาธารณะให้ประชาชนมาพักผ่อนหย่อนใจได้ ด้านการบำบัดน้ำเสียก็จัดการได้เป็นอย่างดี จนกลายเป็นแหล่งน้ำสำหรับชุมชนให้เพาะปลูกได้ สวนถังพักขยะก็จัดเก็บมิดชิด ปราศจากกลิ่น เพราะบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

            ในการเผาขยะเขาใช้ความร้อน 850-950 องศาเซลเซียส เพื่อให้เกิดการเผาที่สมบูรณ์และป้องกันการเกิดก๊าซพิษ “ไดออกซิน” จากนั้นก็นำขี้เถ้ามาเผาอีกครั้งด้วยความร้อน 1,200 องศาเซลเซียส จนได้ Slag ซึ่งใช้ทำวัสดุก่อสร้างได้ หรือ ถมที่ริมทะเลที่น้ำกัดเซาะ ถมพื้นถนนก่อนเทคอนกรีต หรือ แอสฟิลติกคอนกรีต แทนลูกรังได้ดีกว่า เพราะแน่นไม่ทรุดตัว

นอกจากนี้ยังขายไฟฟ้าให้หน่วยงานรัฐที่ผลิตไฟฟ้าได้ อีกส่วนก็ใช้ในโครงการ อนึ่งต้องเข้าใจว่าการผลิตกระแสไฟฟ้านั้นเป็นผลพลอยได้ ประเด็นอยู่ที่การกำจัดขยะรักษาสิ่งแวดล้อม

ผู้เขียนเคยไปเยี่ยมเยียนโรงไฟฟ้าภูเก็ต ซึ่งในตอนนั้นค่าก่อสร้างเพียง 200 ล้านบาทเท่านั้น และกำจัดขยะได้ 250ตัน/วัน ทำการผลิตไฟฟ้าได้ 12 เมกกะวัตต์ ใช้ภายใน 2 เมกกะวัตต์ขายให้กฟผ. 10 เมกกะวัตต์ แต่ปัจจุบันได้ขยายกำลังผลิตออกไปเป็น700ตัน/วัน ในขณะที่จำนวนขยะอาจเพิ่มถึง750ตัน/วันและค่าก่อสร้างก็คงเพิ่มอีกหลายเท่าตัว

ประเด็นสำคัญของโรงงานไฟฟ้าจากขยะ คือ การคัดแยกขยะซึ่งต้องได้รับความร่วมมือกับภาคประชาชน หรือไม่ก็จัดประมูลให้เอกชนเข้ามาทำการคัดแยก เอาขยะไปขายหรือรีไซเคิล และต้องมีขยะป้อนโรงงานขยะได้ตลอด 24 ชม.

แต่เท่าที่ได้สอบถามดูในขณะที่ไปเยี่ยม ท่านผู้จัดการแจ้งว่าไม่มีปัญหากับขยะเปียก เพราะใช้วิธีฉีดน้ำมันเข้าไปในการเผา พอความร้อนสูงมากๆ ขยะก็แห้งและเผาตัวเองได้ ส่วนเรื่องกลิ่นน้ำเสียกากขยะและก๊าซพิษเท่าที่ได้สำรวจดู ยังไม่มีการร้องเรียนจากชาวบ้านก็ค่อยเบาใจแต่อย่าวางใจ

มองมาอีกที่ คือสมุยมีขยะชุมชนประมาณ 100 ตัน – 150 ตัน ต่อวัน ทำไมจึงทำโรงไฟฟ้ากำจัดขยะไม่ได้ นี่ยังไม่ต้องพูดถึงกทม. ซึ่งมีขยะจำนวนมหาศาล หรือมันมีผลประโยชน์บังไว้

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com