การเคลื่อนย้ายมูลค่าของสตาร์บัคส์

การเคลื่อนย้ายมูลค่าของสตาร์บัคส์
เอเดรียน สไลวอทซ์กี ได้แนะนำ การเคลื่อย้ายมูลค่าภายในหนังสือ 1995 ของเขา “Value Migration : How to Think Several Moves
Ahead of the Competition” จัดพิมพ์โดยฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว เพรส การเคลื่อนย้ายมูลค่าหมายถึงการเปลี่ยนปลงมูลค่าเศรษฐกิจและผู้ถือหุ้น ออกไปจากโมเดลธุรกิจสมัยเดิมล้าสมัยไปสูการออกแบบธุรกิจใหม่
ที่เหนือกว่า ตอบสนองลำดับความสำคัญของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า สไลวอทซ์กี ได้ใช้กรอบข่ายของเขาอธิบายทำไมยักษ์ใหญ่บริษัทได้สูญเสียทันทีหลายพันเหรีญส่วนเเบ่งตลาดแก่อัพสตาร์ทคล่องแคล่วไม่จำเป็นเนื่องจากผลิตภัณฑ์ไม่ดี แต่เนื่องจากการออกเเบบธุรกิจที่ล้าสมัย
การเคลื่อนย้ายมูลค่าทำหน้าที่เป็นตีวชี้วัดของนักลงทุน และความตื่นเต้นของลูกค้า เมื่อความชอบของลูกค้าเปลี่ยนแปลง มูลค่าออกไปจาก
บริษัทที่ปรับตัวช้า ไปสู่บริษัทอื่นที่นำเสนอประโยชน์ ความสะดวก หรือ
โครงสร้างต้นทุนที่เหนือกว่า ปรากฏการณ์ถูกตรวจพบผ่านทางสัญญาน
ตัวชี้วัดความก้าวหน้าสามอย่างคือ มูลค่าตลาด ราคาหุ้น และความรู้สึก
ของนักลงทุนเปลี่ยนแแปลงก่อน ส่งสัญญานการเปลี่ยนแปลงก่อนที่งบ
การเงินทำ ยอดขาย รายได้จะเริ่มต้นเพิ่มขึ้นต่่อผู้เข้ามาใหม่ ในขณะที่
หยุดชะงักต่อผู้ยึดครอง และกำไร ตัวชี้ในที่สุดตรงที่การออกแบบธุรกิจใหม่มั่นคงไปสู่การดำเนินงานกำไรสูง
การเคลื่อนย้ายมูลค่าเป็นถ้อยคำธุรกิจอธิอธิบายอำนาจการสร้างกำไรได้เปลี่ยนแปลงจากโมเดลธุรกิจล้าสมัยไปสู่โมเดลธุรกิจนวัตกรรมอย่าง
ไร การมีข้อเปรียบการเคลื่อนย้ายมูลค่าวางตำเเหน่งได้สมบูรณ์แบยยึดกำไรที่เปลี่ยแปลงนี้ได้ การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่คู่เเข่งขันสูญเสียส่วนแบ่งตลาดและมูลค่า
คุณค่าเศรษฐกิจเคลื่อนย้ายอย่างต่อเนื่องข้ามบริษัทหรืออุตสาหกรรมตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงมูลค่าเกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่เพราะว่าเทคใหม่แต่เป็นเพราะว่าการออกแบบธุรกิจใหม่สอดคล้องได้ดีกว่ากับคุณค่าของลูกค้ามากที่สุด เช่่น ต้นทุนต่ำ ความสะดวกดีขึ้น การเคลื่อนย้ายมูลค่า
ถูกตรวจสอบในที่สุดโดยมูลค่าตลาด
เอเดรียน สไลวอทซ์กี ใช้สตาร์บัคส์ เป็นตัวอย่างที่สำคัญของการหลบ
หนีจาก “บริเวณไม่มีกำไร” แสดงการเคลื่อนย้ายมูลค่า การเคลื่อนย้ายมูลค่าเศรษฐกิจจากยักษ์ใหญกาแฟสินค้าทั่วไปสมัยเดิมเช่นเจ็นเนอรัล ฟูดส์หรือเนสท์เล่ไปสู่การออกแแบธุรกิจประสบการณ์ ขับเคลื่อนเหนือ
กว่า บริษัทสมัยเดิมปฏิบัติต่อกาแฟ เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป ราคาถูก
ขายภายในทางเดินร้านขายของชำลูกค้าเริ่มต้นสนใจเกี่ยวกับคุณถาพพรีเมียมมากขึ้น บรรยากาศการทำตามควมต้องการ และประสบการณ์ “สถานที่ที่สาม” สตาร์บัคส์ได้ยึดการเคลื่อนย้ายมูลค่านี้ ไม่ได้ผ่านทางเทคโนโลการคิดค้นใหม่ แต่โดยการออกแบบธุรกิจใหม่ ลูกค้าคัดเลือก ประสบการณ์ และจ่ายค่ากาแฟ อย่างไร
โมเดลธุรกิจเก่า เช่น เจ็นเนอรัล ฟูดส์ มุ่งเน้นบนการผลิตเเบบจำนวนมากต้นทุนค่ำการจัดจำหน่ายร้านขายของชำสมัยเดิมการบริโภคไม่่ระบุตัว ตราสินค้าสมัยเดิมแข่งขัน บนราคา ปริมาณ และประสิทธิภาพลูกโซ่อุปทานอย่างเข้มงวด ตราสินค้ากาแฟยักษ์ใหญ่จะขึ้นอยู่กีบเครือข่ายค้าปลีกร้านขายของชำ ฝ่ายที่สาม ห่างไกลตัวพวกเขาเองจากการเกี่ยวพัน
ระหว่างกันของลูกค้าจริง ยักษ์ใหญ่อาหารสมัยเดิมต่อสู้กันอย่างรุนแรงภายในร้านขานของชำมักจะนำไปสู่กำไรต่ำหรือจุดคุ้มทุนสไลวอทซ์กีชี้ว่าแทนการเเข่งขันภายในสภาพเเวดล้อมค้าปลีกกำไรต่ำ สตาร์บัคส์ ได้สร้างการออกแบบธุรกิจใหม่ทั้งหมดรวมศูนย์อยู่ที่ร้านกาแฟ และคีออส
ภายในหนังสือของเขา”The Art of Profitability”เอเดรียน สไสวอทซ์กี
ได้แนะนำโมเดลกำไรความเป็นผู้นำท้องที่ ใช้สตาร์บัคส์ เป็นตัวอย่างที่ดี
มากแสดงการครอบงำท้องที่กระจุกตัวแทนการกระจายขนาดทั่วประเทศ
ขับเคลื่อนกำไรธุรกิจที่เหนือกว่าอย่างไร เมื่อความใกล้ชิดทางกายภาพ
ลูกค้าสำคัญ บริษัทสามารถทำกำไรสูงสุดของมัน ด้วยการเต็มรอยเท้าภูมิศาสตร์เฉพาะให้เต็ม เเนวคิด “ทำให้วงกลมอิ่มตัว” คือ แทนการเปิด
ร้านค้าหนึ่งแห่งภายในเมืองที่แตกต่างกันสิบเมืองสตาร์บัคส์เปิดร้านค้า
สิบแห่งภายในเพื่อนชุมชนรอบข้างแน่นหนา
กลยุทธ์นี้ขึ้นอยู่กับความหนาแน่่นท้องที่ แทนการเป็นเพียงแกระจัดกระจายส่วนแบ่งตลาดของประเทศแพร่กระจายร้านค้าเบาบางตลอดแผนที่กว้างใหญ่โมเดลธุรกิจจะเหนือส่วนแบ่งตลาด การทำกำไรมาจากการออกแบบประสบการณ์ลูกค้าไม่เหมือนใคร แทนการเพียงแค่ไล่ล่าปริม่าณขายเดิม ผลกระทบของป้ายประกาศจะเกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มหลายพื้นที่หนาแน่นภายในช่วงตึกหรือชุมชนรอบข้างเดียวหน้าร้านทุกแห่งกระทำเป็นป้ายประกาศกายภาพเพื่อตราสินค้า
โมเดลธุรกิจใหม่ – สตาร์บัคส์ – มุ่งเน้นบรรยากาศตราสินค้าการค้าปลีก การกำหนดราคาพรีเมี่ยม การควบคุมตามแนวดิ่ง และการเชื่อมโยงความรู้สึกกับลูกค้า สตาร์บัคส์รับรู้ลำดับความสำคัญของลูกค้าได้วิวัฒนาการไปสู่คุณภาพ ความหลากหลาย การปล่อยตัวตามสบาย พวกเขาได้ปฏิรูปกาแฟไปสู่ความหรูหราพรีเมียมรับภาระได้ ทำให้พวกเขาควบคุมกำไรที่สูงบนต้นทุนส่วนเพิ่มที่ต่ำ สตาร์บัคส์ ได้สร้างรอยเท้าค้าปลีกของมันเอง การสร้างความสัมพันธ์โดยตรงต่อลูกค้า มันทำให้พวกเขาเข้าใจที่ลึกซึ้งทันทีต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าและควบคุมประสบการณ์ตราสินค้าค้าปลีก
เอเดียน สไลวอทซ์กี เนันย้ำว่าสตาร์บัคส์ ไม่ได้ชนะผ่านทางการคิดค้นเทคโนโลยีที่ซับซ้อน พวกเขาชนะผ่านทางนวัตกรรมการออกแบบธุรกิจ เขายืนยันว่ามูลค่าตลาดได้เคลื่อนย้าย เพราะว่าลำดับความสำคัญของลูกค้าเปลี่ยนแปลงภายในอุตสาหกรรมกาแฟสมัยเดิม กลุ่มธุรกิจสินค้าบริโภคบรรจุหีบห่อที่มีชื่อเสียง มองว่ากาแฟแท้จริงเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ตลาดมวลชน ต้นทุนต่ำ บรรจุกระป๋อง และขายบนชั้น ร้านขายของชำ สตาร์บัคส์ ได้กระตุ้นการไหลมูลค่าอย่างมากมาย โดยการระบุใหม่พื้นที่โอกาสอย่างสิ้นเชิง ผ่านทางการอแกแบบธุรกิจที่เหนือกว่า
ภายในหนังสือกลยุทธ์ธุรกิจที่มีชื่อเสียงของเขา The Profit Zone และ
The Art of Profitability เอเดรียน สไลวอทซ์กี ได้พิจารณว่าสตาร์บัคส์
สามารถหลบหนี “ส่วนแบ่งตลาดที่ไร้กำไร” และเคลื่อนย้ายโมเดลธุรกิจของพวกเขาไปสู่ “บริเวณกำไร” ที่งดงามสูงได้อย่างไร เขาได้อธิบายว่า
สตาร์บัคส์ ได้ยึดครอง “บริเวนกำไร” ของมัน โดยการยึดกลุ่มภูมิศาสตร์ท้องที่ ไม่ใช่เพียงแค่ไล่ล่าส่วนแบ่งตลาดโดยทั่วไป สตาร์บัคส์ มุ่งหมายเปิดร้านค้าหลายแห่งใกล้ชิดกันภายในเมืองหรือเพื่อนบ้านเดียว หน้าร้านทุกแห่งกระทำเป็นป้ายโฆษณาที่มองเห็นฟรี
การกระจุกตัวทางท้องที่อย่างมากมายไมปล่อยทิ้งอ็อกซิเจนการตลาด หรือพื้นที่ทำเลทองแก่คู่เเข่งขันเลย ด้วยการรวมกลุ่มภายร้านค้า 40 แห่งภายในพื้นที่ ตรงที่คู่เเข่งขันมีร้านค้า 10 เท่านั้น สตาร์บัคส์จะได้มาข้อได้
เปรียบเศรษฐกิจสุทธิ 10% ถึง 11% การกระจุกตัวนี้จะเฉือนต้นทุนการจัดซื้อ การโฆษณา และการสรรหาบุคคลทางท้องที่ ในขณะที่บรรลุจราจรค้าปลีกสูงสุด โดยสรุป สไลวอทซ์กี ใช้สตาร์บัคส์ พิสูจน์ว่า บริเวณกำไร เข้าถึงตรงที่ธุรกิจเคลื่อนย้ายจุดมุ่งเน้นของมันจาก “เราสามารถจะขายผลิตภัณฑ์มากขึ้นอย่างไร ไปสู่ เราสามาถจะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และแก้ปัญหาความต้องการวิถีชีวิตลูกค้าของเราอย่างไร”
โฮวาร์ด ชูลท์ ผู้ก่แตั้งสตาร์บัคส์ ได้สอดคล้องแนวคิดบริเวณกำไรของ
สไลวอทซ์กี ด้วยการสร้างประสบการณ์สถานที่ที่สามกำไรสูงตามท้อง
ที่ สมดุลกำไรกับสวัสดิการของบุคคลของสตาร์บัคส์ ลำดับความสำคัญ
ประสบการณ์ความรู่สึกและวัฒนธรรมของตราสินค้าเหนือการขยายตัวสินค้าโภคภัณฑ์ราคาถูก สมดุลสุขภาพทางการเงินด้วยการลงทุนอย่างหนักต่อการดูแลสุขภาพของบุคคลและชุมชน การปฏิบัติต่อบุคคลของ
สตาร์บัคส์เป็นผู้มีส่วนได้เสียสำคัญที่สุด และได้เชื่อมโยงความมุ่งหมาย
ทางสังคมต่อการทำกำไรระยะยาว
การสร้างสถานที่ระหว่างบ้านและงานมุ่งเน้นการเชื่อมโยงชุมชนไม่ใช่จะเป็นเพียงแค่ธุรกรรมกาแฟ การลงทุนกับบุคคลด้วยการให้การประกันสุขภาพครอบคลุมและสิทธิซื้อขายหุ้น – หุ้นเมล็ดกาแฟ – แม้แต่บุคคลจะ
ทำงานไม่เต็มเวลา ขับเคลื่อนความจงรักภักดีและการดำเนิงานที่เป็นเลิศ ความมุ่งหมายจะเหนือกำไร การสนับสนุนความรับผิดชอบทางสังคมและสวัสดิการผู้มีส่วนได้เสียเป็นแรงขับเคลื่อนของมูลค่าผู้ถือหุ้นในที่สุด

สตาร์บัคส์เชื่อว่าหัวใจของความสำเร็จของบริษัทคือ”พนักงาน”ของ
สตาร์บัคส์ พวกเขาจะถูกเรียกด้วยคำว่าหุ้นส่วนทุกคน บุคคลมีทัศนคติและความสามารถของการทักทาย และการบริการลูกค้าได้อย่างดีที่สุด การให้คุณค่าและการปฏิบัติต่อบุคคลอย่างด เป็นวัฒนธรรมองค์การที่เข้มแข็งของสตาร์บัคสผู้บริหารทรัพยากรมนุษย์ของสตาร์บัคส์กล่าวว่า บริษัทต้องสร้างสภาพแสดล้อมการทำงานที่ดีและปฏิบัติต่อบุคคลทุกคน
ด้วยความเคารพและการยกย่อง สตาร์บัคส์เชื่อว่าการบรรลุความสำเร็จทางการเงินเกิดขึ้นจากวิธีการทรัพยากรมนุษย์ไม่ใช่วิธีการอย่างอื่นเลย
บุคคลของสตาร์บัคส์จะได้เงินเดือนที่สูงกว่าระดับต่ ค่ารักษาพยาบาล
ที่ดี การลาป่วยที่มีรายได้อยู่ การได้โบนัส ความเป็นเจ้าของหุ้นการดูแลสุขภาพอย่างกว้างขวางแก่บุคคลที่มีทั้งการเจ็บป่วย การทำฟัน การดูแลสายตา การพักผ่อน เงินค่าเล่าเรียน และกาแฟหนึ่งปอนด์ฟรีทุกสัปดาห์ สตาร์บัคส์ได้ทำให้บุคคลกลายเป็นหุ้นส่วน ด้วยการให้สิทธิการซื้อขายหุ้น เรียกว่า “Bean Stock Plan” สิทธิการซื้อขายหุ้นทำให้บุคคลทำงานด้วยวิถีทางที่เพิ่มรายได้และกำไรแก่สตาร์บัคส์ บุคคล ค้นหาวิถีทางใหม่อยู่เสมอ เพื่อที่จะลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ บุคคลสามารถเปลี่ยนแปลงสิทธิการซี้อขายหุ้นเป็นเงินสดได้ภายหลังรักษาไว้ครบห้าปี
สตาร์บัคส์ได้ถูกยกย่องจากการเปลี่ยนแปลงวิถีทางการมองกาแฟของชาวอเมริกัน ก่อนหน้านี้ชาวอเมริกันพยายามซื้อเมล็ดกาแฟราคาถูกที่สุดเท่าที่จะหาได้ กาแฟบรรจุกระป๋องส่วนใหญ่ บนชั้นของซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นเมล็ดกาแฟคุณภาพต่ำคาเฟอินสูง ชาวเยอรมัน ชาวอิตาลี ชาวญี่ปุ่นจะซื้อเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงคืออาราบีก้าตามมุมมองของสตาร์บัคส์แล้ว ซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็นความท้าทายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ของตลาดกาแฟ ผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ เช่น เนสท์เล่ คราฟท์ เจ็นเนอรัล ฟูดส์ และพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล กำลังขายกาแฟพรีเมี่ยม ณ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และทดแทนกาแฟสตาร์บัคส์ได้ แต่ยักษ์ใหญ่สามรายยอมรับกาแฟสตาร์บัคกระต่อทบต่อยอดขายของพวกเขา ผู้ยิ่งใหญ่สามรายจะมุ่งที่การสร้างตราสินค้ามากกว่าการสร้างกาแฟที่ดี
โฮวาร์ด ชูลท์ ผู้ก่อตั้งสตาร์บัคส์ได้กล่าวว่า เราสร้างตราสินค้าแก่บึคคล
ของเราก่อนไม่ใช่ลูกค้าของเรา เนื่องจากเราเชื่อว่าวิถีทางที่ดีที่สุด เพื่อที่จะตอบสนองและเลยพ้นความคาดหวังของลูกค้าของเราได้คือการว่าจ้างและการฝึกอบรมบุคคล เราจะลงทุนกับบุคคล การว่าจ้างบุคคลเป็นศิลปไม่ใช่วิทยาศาสตร์ และประวัติไม่สามารถบอกเราว่าบุคคลสอดคล้องกับวัฒนธรรมของสตาร์บัคส์หรือไม่ บริษัทสามารถเจริญเติบโตใหญ่ขึ้นได้โดยไม่สูญเสียความลุ่มหลงและบุคลิกภาพที่สร้างบริษัทขึ้นมา ถ้าตราบใดที่บริษัทยังถูกขับเคลื่อนด้วยค่านิยม และบุคคล ไม่ใช่กำไร
โฮวาร์ด ชูลท์ ได้กล่าวแก่ซีเอ็นเอ็นว่า เราสามารถมองเห็นอนาคตที่ร้านกาแฟลูกโซ่ภายในอเมริกาได้กลายเป็นร้านค้าปลีกที่ไร้เงินสด แต่กระนั้นเทคโนโลยีต้องไม่ทดแทน “ความเป็นมนุษย์” ภายในการปฎิบัติต่อลูกค้า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ไม่ขัดขวางความสัมสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและบาริสต้า เราคือบริษัทบุคคล ผมมองไม่เห็นวันที่ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์กำลังเข้ามาทดแทนความเป็นมนุษย์ของสตาร์บัคส์ทุนตราสินค้าอยู่บนรากฐานอยู่ที่ความใกล้ชิดระหว่างลูกค้าและบุคคลของเรา นั่นคือทำไมเราต้องลงทุนอย่างมากกับบุคคลของเรา
ภายใต้ความยุ่งยากของสภาพแวดล้อมการค้าปลีกแบบตึกรามบ้านช่อง ถ้าเราไม่ได้ให้บุคคลของเรามาก่อน และลงทุนภายในบุคคลของเราแล้ว เราไม่สามารถสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้า เพื่อที่จะดึงดูดและลูกค้าที่จง
รักภักดี
โฮวาร์ด ชูลท์ ได้ซื้อสตาร์บัคส์เมื่อ ค.ศ 1987 เนื่องจากเขาได้รับรู้ข้อเท็จจริงว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ ไม่ได้มีสถานที่ เพื่อการดื่มกาแฟอย่างสบายและสงบ การมองเห็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่จะตอบความต้องการของลูกค้า เขาว่าจ้างทีมผู้บริหารที่เชี่ยวชาญสร้างร้านกาแฟระดับโลก ด้วยเมล็ดกาแฟพรีเมียม และสรรหาผู้เชี่ยวชาญระบบข้อมูลการบริหารจากแมคโดนัลด์ออกแบบระบบจุดขาย ที่จะติดตามการซื้อกาแฟของลูกค้า ณ ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ทุกแห่ง
ร้านกาแฟสตาร์บัคส์แห่งแรกถูกเปิดขึ้นมาเมื่อ ค.ศ 1971 ณ ซีแอตเติ้ล วอชิงตัน โดยเจอร์รี่ย์ บอลวินขายเมล็ดกาแฟและเครื่องต้มกาแฟเท่านั้น ภายหลังประมาณสิบปี โฮวาร์ด ชูลท์ ได้ถูกว่าจ้างเข้ามาทำงาน พยายาม
ชักจูงให้ขายเครื่องดื่มกาแฟด้วย แต่ไม่บรรลุความสำเร็จ ดังนั้นเขาได้ลาออก และเปิดร้านกาแฟของเขาเองขึ้นมาชื่อ จิล จิออร์เนล และได้เปลี่ยนชื่อเป็นสตาร์บัคส์ หลังจากที่เจอร์รี่ย์ บอลวิน ขายสตาร์บัคส์แก่โฮวาร์ด ชูลท์ ในที่สุด โอวาร์ด ชูลท์ได้ก่อตั้งสตาร์บัคส์ขึ้นมาจากวิสัยทัศน์ที่เขาได้เดินทางไปมิลาน อิตาลี เมืองแห่งเครื่องดื่มเอสเพรสโซ

ดังนั้นเขามองว่าสตาร์บัคส์ควรจะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันของลูกค้า ชื่อสตาร์บัคส์ ไดัมาจากชื่อตัวละครคนหนึ่งของนวนิยายล่าปลาวาฬคลาสสิคชื่อ “Moby Dick” ผู้เขียนชื่อ เฮอร์แมน เมอร์วิลล์ สัญลักษณ์ของสตาร์บัคส์ เป็นนางเงือกที่มีสองหาง ชื่อเทพธิดาไซเรน จากนวนินายปรัมปราการผจญภัยของเรือเดินทะเล
สตาร์บัคส์ได้เปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์ของบริษัทหลายครั้ง การออกแบบเริ่มแรกจะเป็นนางเงือกเปลือยอก ต่อมาได้กลายเป็นนางเงือกที่มีผมคลุมร่างกาย ล่าสุดลบคำว่าสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ออกไป มุ่งเน้นที่นางเงือกและลบวงกลมออก เพื่อที่จะไม่จำกัดกรอบอยู่ที่ธุรกิจกาแฟอย่างเดียว แต่ทว่า
ธุรกิจแกนของสตาร์บัคยังคงเป็นกาแฟอยู่แต่บริษัทกำลังใช้การกระจายธุรกิจอยู่อย่างระมัดระวัง ไปสู่อาหารบางอย่างเหมือนเช่นไอสครีมและเบเกอรี่ และได้พยายามแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่อยู่เสมอ
โฮวาร์ด ชูลท์ ได้กล่าวว่า เมื่อห้าปีที่แล้วความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์ของเราคือ การสร้าตราสินค้าแนวหน้าของกาแฟพรีเมียมภายในอเมริกาห้าปีต่อมาเราได้บรรลุความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์นี้ต่อมา เรามีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของการรักษาฐานะความเป็นผู้นำของเราภายในอเมริกา และการสร้างตราสินค้าระดับโลกด้วย
ร้านกาแฟสตาร์บัคมีทำเลที่ตั้งภายในเมื่องที่มีประชาชนหนาแน่น และตามศูนย์การค้าร้านกาแฟดั้งเดิมมีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ถึง 4,000 ตารางฟุต บริษัทได้ว่าจ้างบุคคลมากกว่า 200 คน วางแผน ออกแบบ และตกแต่งภายในที่พิเศษ ภาพศิลปสวยงายแขวนอยู่ตามกำแพง บุคคลทำกาแฟ
ถูกเรียกว่าบารีสต้า ภาษาอิตาลีหมายถึงบาร์เทนเดอร์ เสียงดนตรีแจ้สและโอเปร่าที่นุ่มนวลภายในร้านกาแฟ นอกจากการให้ความสำคัญต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพของกาแฟแล้ว สตาร์บัคส์ได้มุ่งการสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าด้วยเครื่องดื่มอิตาเลียนและกาแฟพรีเมี่ยม
การบรรจุภัณฑ์ของสตาร์บัคส์มีลักษณะเฉพาะ นอกจากการขายเครื่องดื่มอิตาเลียน เช่น ลาเต้ มอคค่า และคาปูชิโนแล้ว สตาร์บัคส์ ขายเมล็ดกาแฟบรรจุกล่อง ถ้วยกาแฟ เหยือกกาแฟ และเครื่องทำกาแฟบ้านด้วย
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







