INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ฮามาส – อิสราเอล ความขัดแย้งครั้งที่ 5 (3)

ฮามาส – อิสราเอล ความขัดแย้งครั้งที่ 5 (3)

จรัญ มะลูลีม

ฉากทัศน์ของสงครามฮามาส – อิสราเอล (ต่อ)

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์และความอาดูรสูญสิ้น

ขณะที่โทรทัศน์ฉายภาพฉนวนกาซาพังทลาย  มีรายงานว่าอาคารของอพาร์ตเมนต์ในฉนวนกาซาถูกระเบิดและพังทลายลงเมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ มันเป็นหนึ่งในอาคารสูง

ผู้คนจำนวนมากยังสงสัยอยู่เสมอว่าเกิดอะไรขึ้นในฉนวนกาซา โดยเฉพาะกับประชาชนและครอบครัวที่น่ารักพร้อมกับลูกๆ ของพวกเขา

ชาวปาเลสไตน์ต่อสู้กับการยึดครองของอิสราเอลมานานหลายทศวรรษ   มติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 242 และ 338 รวบรวมหลักการของ “ดินแดนเพื่อสันติภาพ” ซึ่งในความเป็นจริงอิสราเอลควรจะถอนตัวออกจากดินแดนที่ถูกยึดครองในเขตเวสต์แบงก์ กาซา และเยรูซาเลมตะวันออกเพื่อแลกกับสันติภาพ ซึ่งเป็นความมั่นคง

การยอมรับ ความปกติ และสันติภาพสำหรับประชาชนของทั้งสองรัฐคืออิสราเอลและปาเลสไตน์ จึงเป็นความจำเป็นที่น่าสนใจ  กฎบัตรฮามาสปี 2017 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ก็ยอมรับวิธีแก้ปัญหาแบบสองรัฐโดยอิงตามพรมแดนปี 1967 เช่นกัน

สำหรับอิสราเอลแล้ว ทุกชีวิตของชาวอิสราเอลมีความสำคัญ แต่ชีวิตชาวปาเลสไตน์มีความหมายมากแค่ไหน? มันสมเหตุสมผลหรือไม่ที่การสังหารพลเรือนชาวปาเลสไตน์กว่า 8,000 คนเกิดขึ้นในเวลาเพียง 22 วัน ในขณะนี้ที่เด็กคิดเป็นร้อยละ 40 (ไม่นับหลายร้อยคนภายใต้เศษซาก)  ในขณะที่มีผู้เสียชีวิตในช่วง 20 เดือนของความขัดแย้งในยูเครนมีจำนวน 9,600 คน

การลดทอนความเป็นมนุษย์

เพื่อให้การทำลายล้างฉนวนกาซา “เป็นที่ยอมรับ” เราได้เห็นชาติตะวันตกและสื่อของพวกเขาจำนวนหนึ่งพูดถึงกลุ่มฮามาสกับชาวปาเลสไตน์ 2.3 ล้านคนในฉนวนกาซาว่าต้องเป็นผู้ที่ได้รับการตำหนิ เพื่อที่พวกเขาจะได้ถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ลง

การลดทอนความเป็นมนุษย์ช่วยให้การยอมรับการวางระเบิดตามอำเภอใจทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องโวยวาย

สำหรับสื่อเหล่านี้เป็นสื่อที่ชอบพูดถึง “มนุษยธรรม” แต่พวกเขาก็มิได้วิพากษ์อิสราเอลที่ได้ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ชาติแต่อย่างใด  พวกเขาไม่ได้รับการกล่าวถึง ตัวอย่างเช่น เมื่ออิสราเอลลงโทษชาวกาซาโดยรวมโดยการปิดล้อมให้ขาดน้ำ อาหาร ยารักษาโรค และไฟฟ้า อันเป็นโศกนาฏกรรมของมนุษย์ รวมไปถึงการสังหารชีวิตผู้บริสุทธิ์หลายพันคน และการพลัดถิ่นของชาวปาเลสไตน์ 1.2 ล้านคนโดยที่คำถามด้านมนุษยธรรมมิได้หลุดออกมาจากปากของพวกเขาเลย

พวกเขามิได้วิพากษ์นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลที่ทำให้ ‘ดินแดนเพื่อสันติภาพ’ ถูกแทนที่ด้วย ‘สันติภาพเพื่อสันติภาพ’ และมีความเห็นว่าปัญหาที่แท้จริงในเอเชียตะวันตกตอนนี้คืออิหร่าน ไม่ใช่ปาเลสไตน์

แน่นอนว่าอิสราเอลพยายามทำให้การแก้ปัญหาสองรัฐยากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลอิสราเอลชาตินิยมสุดโต่งในปัจจุบันเป็นเพียงการแสดงตัวอย่างสุดโต่งเท่านั้น เนื่องจากได้ประกาศอย่างเปิดเผยถึงการต่อต้านการแก้ปัญหาแบบสองรัฐ

นอกจากนี้เราจะอธิบายข้อเท็จจริงที่ว่าพลเรือนชาวปาเลสไตน์ 250 คนถูกสังหารในเขตเวสต์แบงก์เพียงแห่งเดียวก่อนวันที่ 7 ตุลาคม ที่ไม่มีกลุ่มฮามาสอยู่ได้อย่างไร

เราจะอธิบายการขยายตัวของการตั้งถิ่นฐานอย่างไม่มีการขัดขวางและการสร้างข้อเท็จจริงในพื้นที่ได้อย่างไร โดยที่ทุกคนเฝ้าดูการละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 334 อย่างช่วยไม่ได้มาอย่างยาวนาน

ความขัดแย้งของประวัติศาสตร์อิสราเอล-ปาเลสไตน์ก็คือ ประเด็นที่ว่าชาวปาเลสไตน์จะได้รับความสนใจก็ต่อเมื่อเกิดเพลิงไหม้รุนแรงครั้งใหญ่เท่านั้น จากนั้นก็มีข้อตกลงที่ตามมาด้วยการไม่ปฏิบัติตาม  การคลายตัวของความรุนแรงระยะสั้นๆ จากนั้นความรุนแรงก็จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้วจึงมีการตกลงกัน

กลไกต่างๆ ก็ดำเนินต่อไป สงครามยมคิปปูร์ในปี 1973 นำไปสู่ข้อตกลงแคมป์เดวิดระหว่างอิสราเอล-อียิปต์ในปี 1978 โดยในสัญญาดังกล่าวกล่าวว่าจะมีการปกครองตนเองของชาวปาเลสไตน์

เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นอินติฟาเฎาะฮ์ (Intifada) หรือการลุกฮือเพื่ออิสรภาพ ก็ตามมา

ในปี 1987 กลุ่มฮามาสก็ถือกำเนิดขึ้น อินติฟาเฎาะฮ์นำไปสู่สนธิสัญญาออสโลในปี 1993 และ 1995 โดยสัญญาว่าชาวปาเลสไตน์จะได้ปกครองตนเองมากขึ้น  แต่สิ่งที่ตามมาก็คือการถอยหลังไปสู่ความรุนแรงอีกครั้ง แม้กระทั่งการเลือกตั้งในระหว่างนั้นและการผิดสัญญา

ปัจจุบันฉนวนกาซาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นเรือนจำกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของโลก

แม้บางคนจะมองกลุ่มฮามาสว่าเป็นผู้เริ่มต้นโจมตีอิสราเอลก่อน  แต่เราก็ต้องยอมรับว่าการถูกละเลยและการก่อการในอดีตคือสาเหตุที่เลขาธิการสหประชาชาติเตือนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นใน “สุญญากาศ” แม้ว่าการตอบโต้ที่ตามมาจะรุนแรงแค่ไหนก็ตาม  รวมทั้งปฏิบัติการภาคพื้นดิน

อย่างไรก็ตาม อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เอฮุด บารัค ได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซาจะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การนำตัวประกันกลับมา การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นโดยอิสราเอล การที่พลเรือนได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้น และการพังทลายของการสนับสนุนจากนานาชาติ

ความเป็นไปได้ที่ภูมิภาคจะลุกเป็นไฟก็ย่อมเกิดขึ้นได้ และในที่สุดก็จะระบุได้ว่าใครจะส่งกระบองไปให้เมื่อปฏิบัติการเสร็จสิ้นลง  หากปฏิบัติการยืดเยื้อต่อไป และตัวชี้วัดทั้งหมดชี้ไปที่การลากยาว และพลเรือนบาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้น  ฉนวนกาซาจะมีการลดจำนวนประชากรลงเมื่อผู้ลี้ภัยหลั่งไหลออกมา มันจะเป็นหายนะของมนุษย์ที่จะลุกลามใหญ่กว่านี้ขึ้นไปอีก

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *