INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ปูตินเยือนอิหร่านกับนัยยะการเมืองตะวันออกกลางและการเมืองโลก

ปูตินเยือนอิหร่านกับนัยยะการเมืองตะวันออกกลางและการเมืองโลก

 

ประเสริฐ  สุขศาสน์กวิน

คณะรัฐประศาสนศาสตร์  วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

 

 

การเยือนเตหะรานของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซีย เมื่อวันที่20 ก.ค.ที่ผ่านมาได้เป็นกระแสไปทั่วโลก จนทำให้ นักวิเคราะห์ต่างกล่าวว่าการมาของปูตินครั้งนี้มีนัยยะสำคัญยิ่งต่อการเมืองในภูมิภาคตะวันออกกลางและการเมืองโลก โดยเฉพาะวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งได้ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ห้าไปแล้ว  และที่น่าจับตาคือการที่ประธานาธิปดี ปูติน ได้การพบปะหารือกับอายาตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คามาเนอี ผู้นำสูงสุดของประเทศอิหร่านในหลายประเด็น และยังนับเป็นการเดินทางเยือนประเทศนอกอดีตสหภาพโซเวียตครั้งแรกหลังจากเกิดวิกฤติสงครามรัสเซีย-ยูเครนอีกด้วย จนทำให้ท่าทีของสหรัฐฯและสื่อกระแสหลักต่างวิพากษ์วิจารณ์การเยือนของปูตินครั้งนี้ว่า เพื่อกระชับมิตรทางการเมืองอย่างอิหร่านในการต้านสหรัฐฯ อีกทั้งมีแผนจะสั่งซื้อโดรนของอิหร่านเพื่อใช้ในการทำสงครามกับยูเครนและบางสำนักข่าวได้วิเคราะห์ว่าการเยือนปูตินครั้งนี้แสดงถึงภาวะความอ่อนแอของรัสเซียหลังจากที่ได้บุกยูเครนต้องพึ่งพาพันธมิตรอย่างอิหร่าน หรือพูดในภาษาการเมืองว่า”ศัตรูของศัตรู คือมิตร”

นักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศมองว่าหมุดหมายสำคัญนอกเหนือกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอิหร่านให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นแล้วยังได้พูดถึงการร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงในระดับที่กว้างขึ้น หรือไปไกลที่ว่าเป็นการร่วมพันธมิตรของ”ระเบียบโลกใหม่”กันเลยทีเดียว  ถึงแม้ว่าข่าวทั่วไปพยายามจะสื่อว่าเป็นการเยือนเพื่อประชุมหารือไตรภาคีสามฝ่ายระหว่างประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอาน แห่งตุรเคียร์ และประธานาธิบดีอิบราฮิม รออีซี แห่งอิหร่าน เกี่ยวกับประเด็นต่อภูมิภาคเกี่ยวกับความขัดแย้งในซีเรียค ในนาม”Astana Summit”  และยังมีประเด็นกรณีสหประชาชาติสนับสนุนข้อเสนอ รัสเซียคุยกับตุรเคียร์ เพื่อให้ยูเครนหวนกลับมาส่งธัญพืช ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญผ่านทะเลดำ เพื่อคลี่คลายวิกฤติอาหารโลกจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ด้านรัฐบาลมอสโกได้กล่าวถึงการเยือนปูตินครั้งนี้น่าสนใจว่าเรายังคงรักษาความเป็นอิสระจากสหรัฐ และเสนอแนวคิดเกี่ยวกับ “การลดบทบาทอย่างค่อยเป็นค่อยไป” ของการยกเลิกใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ ในการทำธุรกรรมระดับทวิภาคี และรัสเซียกับอิหร่านได้ลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจ มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ว่าด้วยการสำรวจและพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในอิหร่าน

 

 

ท่าทีสหรัฐฯต่อการเยือนอิหร่านของปูติน

เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมาเผยเพื่อสร้างกระแสทางการเมืองทันทีว่ารัฐบาลอิหร่านเตรียมจะขายโดรนหลายร้อยลำให้กับรัสเซียเพื่อใช้ในสงครามยูเครน ซึ่งนั่นหมายถึงอิหร่านและรัสเซียกระหายสงครามและประกาศจะอยู่ตรงกันข้ามฝั่งประชาธิปไตย  มีรายงานจากแหล่งข่าวว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า อิหร่านเตรียมขายโดรนให้รัสเซียนำไปใช้ในสงครามยูเครน  เป็นความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯเกิดขึ้นในจังหวะที่ “โจ ไบเดน” ได้เดินทางเยือนตะวันออกกลางได้เยือนอิสราเอลและซาอุดิอาระเบีย โดยมียุทธศาสตร์หนึ่งคือการสกัดขั้นอิหร่านในการขยายอิทธิพลและให้กลุ่มประเทศอาหรับหันมาต่อต้านอิหร่านอิหร่าน แต่ดูเหมือนว่าไม่ประสบความสำเร็จ

มุสตาฟา บาครี นักข่าวชาวอียิปต์กล่าวว่าการประชุมสุดยอดเจดดาห์เป็นการประชุมที่สำคัญ และชาติอาหรับได้สอนบทเรียนที่ยากจะลืมเลือนให้กับชาวอเมริกัน และเขากล่าวว่าประธานาธิบดีอียิปต์ อับดุลฟาตาห์ อัลซีซี เน้นย้ำในการประชุมครั้งนี้ว่าการแก้ปัญหาอย่างสันติมักเป็นทางเลือกของชาวอาหรับในเยเมน ปาเลสไตน์ หรือดินแดนอาหรับอื่นๆ ที่ถูกยึดครอง

มุสตาฟา บาครี กล่าวเสริมว่าด้วยคำกล่าวของอับดุลฟาตาห์ อัลซีซี และจุดยืนของชาติอาหรับ ทำให้ทุกคนมีความโล่งใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะก่อนการประชุมนี้มีข่าวลือว่าเป้าหมายสำหรับการประชุมครั้งนี้ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจไบเดน คือการรวมอิสราเอลเข้ากับภูมิภาคอาหรับ และการจัดตั้งนาโต้แห่งอาหรับเพื่อตอบโต้กับอิหร่าน

ส่วนทางษัตริย์อับดุลเลาะห์ที่ 2 แห่งจอร์แดนประกาศในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Jordanian Al-Rai: “จอร์แดนเป็นผู้สนับสนุนประชาชาติอิสลามและประเด็นต่างๆ มาโดยตลอด เราใกล้ชิดกับชาวปาเลสไตน์มากที่สุด และเราจะไม่ยอมรับการทำให้พวกเขาอยู่ชายขอบ เราต้องสร้างโอกาสระดับภูมิภาคเพื่อมุ่งเน้นไปที่อนาคตของปาเลสไตน์”

กษัตริย์แห่งจอร์แดนเน้นย้ำว่า: “เราไม่ต้องการความตึงเครียดในภูมิภาค ทุกประเทศต้องการความสัมพันธ์ที่ดีกับเตหะรานบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ความเป็นมิตรที่ดี การเคารพอธิปไตยของประเทศต่างๆ และการไม่แทรกแซง เราเห็นว่าการเจรจาเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ไขข้อพิพาทและความตึงเครียดในภูมิภาค”

“ประเทศของเขาพยายามที่จะเสริมสร้างการทำงานร่วมกันของชาติอาหรับเพื่อรับใช้ประเด็นนี้เสมอมาและจะอยู่กับพันธมิตรของประเทศอาหรับตลอดจนผลประโยชน์และประเด็นต่างๆ และอัมมานอยู่ในอันดับต้น ๆ ของฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการก่อการร้ายและภัยคุกคามด้านความปลอดภัยของประเทศอาหรับ”

อัลจาซีราห์รายงานว่า สหรัฐฯย้ำอีกครั้งว่าอิหร่านกำลังวางแผนที่จะขายโดรนหลายร้อยลำให้กับรัสเซีย เพื่อให้รัสเซียนำไปใช้ในสงครามยูเครน โดยคำกล่าวอ้างของสหรัฐฯครั้งนี้ เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างชัดเจน

“เจค ซัลลิแวน” ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ กล่าวย้ำในถ้อยแถลงของเขาว่า อิหร่านต้องการขายอากาศยานไร้คนขับที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ให้กับรัสเซีย

จุดยืนอิหร่านต่อสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม กล่าวถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครนว่า “สงคราม เป็นคำพูดที่มีความรุนแรงและมีความยากลำบาก ขณะที่สาธารณรัฐอิสลามนั้น ไม่รู้สึกยินดีต่อการที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากสงคราม แต่ทว่าในกรณียูเครน ท้ายที่สุดแล้ว หากพวกท่านทั้งหลายไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้นในการก่อสงคราม ฝ่ายตรงข้ามก็จะเป็นผู้เริ่มต้นในการก่อสงครามเสียเอง”

อายาตุลเลาะฮ์ ซัยยิด อะลี คามาเนอี ยังได้เน้นย้ำให้เห็นว่า พวกตะวันตกได้ต่อต้านอย่างแข็งขันต่อรัสเซียที่แข็งแกร่งและเป็นเอกราช ขณะที่นาโต้ เป็นองค์กรที่มีความเป็นอันตราย โดยท่านกล่าวเสริมว่า “หากว่ามีการเปิดทางให้กับนาโต้ พวกเหล่านี้ก็จะไม่รู้จักขอบเขตและขีดข้อจำกัด และหากว่าไม่มีการยับยั้งพวกเหล่านี้ในยูเครน หลังจากนั้น อีกไม่นาน ด้วยกับข้ออ้างของแหลมไครเมียร์ พวกเหล่านี้ก็จะเริ่มต้นในการก่อสงครามนี้

จากการกล่าวของผู้นำสูงสุดอิหร่านกับปูติน  กรณีสงครามในยูเครนทำให้ข่าวสื่อกระแสหลักพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า อิหร่านนั้นได้สนับสนุนสงครามในยูเครนและอิหร่านพร้อมที่จะขายอาวุธและโดรนให้กับรัสเซีย จนทำให้รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน นายฮุสเซน อะมีร-อับดุลลอฮียอน  ออกมาโต้ตอบสหรัฐฯและได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ในระหว่างการโทรศัพท์พูดคุยกับ “ดมิโทร คูเลบา” รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน เขายังกล่าวด้วยว่า อิหร่านจะไม่ดำเนินการใด ๆ เพื่อทำให้สงครามยืดเยื้อออกไปอีก และอิหร่านสนับสนุนให้มีการเจรจาแต่ปฏิเสธที่จะประณามรัสเซีย โดยกล่าวโทษสหรัฐฯและการแผ่ขยายอิทธิพลของนาโตในยุโรปคือต้นเหตุหลักของวิกฤติปัญหารัสเซีย-ยูเครน

นักวิเคราะห์มองว่า ข้อกล่าวอ้างสหรัฐฯนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้เป้าหมายทางการเมืองของสหรัฐฯก้าวหน้าและต้องการจะดิสเครดิตรัสเซียและอิหร่าน เพราะมันเกิดขึ้นก่อนที่ “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯจะเริ่มการเดินทางเยือนตะวันออกกลาง โดยท่าทีต่อต้านอิหร่านของสหรัฐฯเป็นวาระสำคัญของการเดินทางครั้งด้วย

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า จุดยืนที่เป็นพื้นฐานและชัดเจนของอิหร่านในการต่อต้านสงครามและสนับสนุนการยุติสงคราม มิได้อยู่บนพื้นฐานสองมาตรฐานเหมือนกับชาติตะวันตก อิหร่านยังต่อต้านการต่อสู้ในอัฟกานิสถาน เยเมน และปาเลสไตน์ อีกด้วย

และถ้าย้อนดูก่อนหน้านี้ ได้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯยังอ้างว่า รัสเซียได้หันไปขอความช่วยเหลือจีนให้สนับสนุนการทำสงครามในยูเครน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ามีการใช้อาวุธของจีนในยูเครนเลย

อายาตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คามาเนอีได้กล่าวกับประธานาธิปดี ปูตินหลายประเด็นน่าสนใจว่า

ความร่วมมือในระยะยาวระหว่างอิหร่านกับรัสเซียนั้นมีความจริงจังและเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ โดยท่านผู้นำกล่าวถึง พณฯ ปูติน “พณฯท่านและประธานาธิบดีของเรา ทั้งสองคนนั้นเป็นนักการปฏิบัติและมีการติดตาม ฉะนั้น ด้วยเหตุนี้เอง ความร่วมมือกันระหว่างทั้งสองประเทศในยุคนี้ จะต้องเข้าถึงจุดสูงสุดของมัน”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ได้เน้นย้ำถึงถ้อยคำของประธานาธิบดีรัสเซียที่เกี่ยวกับความจำเป็นในการก่อตั้งเส้นทางเดินรถไฟ ระหว่างเมืองรัชต์ – เมืองอัสตาร่า ถือว่า การกระทำนี้ เป็นสาเหตุที่จะทำให้เส้นทางคมนาคมทางตอนเหนือ-ตอนใต้ มีความสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังได้เน้นย้ำให้เห็นถึง นโยบายที่จะแทนที่สกุลเงินของชาติในระหว่างทั้งสองประเทศ และการใช้สกุลเงินอื่นแทนที่เงินดอลลาร์สหรัฐ โดยท่านกล่าวว่า “จะต้องค่อยๆถอนดอลลาร์ออกจากเส้นทางในการประกอบธุรกรรมของโลก และการกระทำนี้ เป็นไปได้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป”

ประธานาธิบดีรัสเซีย ยังถือว่ามีปัจจัยและรากฐานของการสร้างความแตกแยกระหว่างรัสเซียและยูเครนโดยเฉพาะการดำเนินการของชาติตะวันตกและอเมริกาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่น การก่อรัฐประหารในยูเครน และเช่นเดียวกัน นโยบายการขยายวงกว้างขององค์กรนาโต้ แม้ว่าจะมีพันธสัญญาเดิมก็ตาม บนพื้นฐานที่ว่า จะต้องไม่มีการรุกคืบมายังรัสเซียเป็นอันขาด โดยเขากล่าวว่า “บางประเทศแถบยุโรปบอกว่า พวกเรานั้นต่อต้านการเข้ามาเป็นสมาชิกของยูเครนในนาโต้ แต่ทว่าด้วยกับความกดดันของสหรัฐฯ เราก็ยอมตกลง ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า พวกเขาเหล่านั้นปราศจากซึ่งอำนาจอนาธิปไตยและความเป็นเอกราช”

ขณะที่ประธานาธิบดี ปูติน ถือว่า การลอบสังหารนายพลสุไลมานี เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความชั่วร้ายของพวกสหรัฐฯ และเขายังได้ชี้ถึงมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกที่มีต่อรัสเซีย โดยเขากล่าวว่า “การคว่ำบาตรเหล่านี้ รังแต่จะสร้างความเสียหายให้กับตะวันตก และผลลัพธ์ก็คือ การเกิดปัญหาต่างๆ เช่น การเพิ่มราคาน้ำมันและวิกฤตทางด้านแหล่งอาหาร เป็นต้น”

ประธานาธิบดีรัสเซียยังชี้ให้เห็นว่า การฉวยโอกาสของพวกสหรัฐจากการใช้ดอลลาร์เพื่อออกมาตรการคว่ำบาตรและการยึดครองประเทศอื่นๆ  ซึ่งการกระทำเหล่านี้ถือว่า เป็นการสร้างความเสียหายให้กับพวกเขาและยังเป็นเหตุที่จะทำให้เกิดความอ่อนแอจากความเชื่อมั่นของโลกต่อสกุลเงินนี้อีกด้วย และการขับเคลื่อนของประเทศต่างๆด้วยกับการใช้สกุลเงินอื่นแทนที่สกุลเงินของสหรัฐ โดยเขากล่าวว่า “รัสเซียและอิหร่าน” (https://www.leader.ir/th)

นี่คือนัยยะสำคัญของการเยือนประธานาธิบดี ปูตินต่ออิหร่าน ซึ่งจะได้เห็นการขยับของทั้งสองต่อการเมืองระหว่างประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com