INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ชีอะฮ์ปากีสถานกับเหยื่อของการก่อการร้ายกลุ่มไอเอส(รัฐอิสลาม)

ชีอะฮ์ปากีสถานกับเหยื่อของการก่อการร้ายกลุ่มไอเอส(รัฐอิสลาม)

ประเสริฐ สุขศาสน์กวิน

 

ถือว่าเป็นโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่สำหรับชาวชีอะฮ์ในปีนี้2022ก็ว่าได้ ด้วยกับการระเบิดพลีชีพของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า”กลุ่มรัฐอิสลาม(ไอเอส)”ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับโลกอีกครั้ง นั่นคือการระเบิดฆ่าตัวตายถล่มมัสยิดมุสลิมชีอะห์ในเมืองเปชอร์วารทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 56 ราย และบาดเจ็บถึง200 คนทีเดียว เป็นการสูญเสียครั้งรุนแรงที่สุดอีกครั้งหนึ่งจากเหยื่อของความสุดโต่งและความเกลียดชังระหว่างนิกายในประเทศปากีสถาน

ต่อมากลุ่มก่อการร้ายไอเอส (กลุ่มรัฐอิสลาม)โดยได้กล่าวผ่านทวิตเตอร์ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีดังกล่าวแล้ว กลุ่มไอเอสเชื่อว่าชีอะฮ์คือพวกนอกรีตแต่พวกเขาคือผู้ธำรงรักษาอิสลามแท้  ดังนั้นกลุ่มก่อการร้ายไอเอสถือว่าชีอะคือกลุ่มที่อันตรายในศาสนาอิสลามที่ต้องทำลาย  พวกเขาได้กล่าวเตือนอีกว่า เราจะเร่งการยึดครองจากนครแบกแดดจนถึงอัฟกานิสถานอีกครั้ง และยังได้มีรายงานจากสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มไอเอสอีกว่าพวกเขาจะปฎิบัติการทำลายและสังหารชาวชีอะฮ์ต่อไป แต่ไม่ได้กล่าวถึงว่าจะปฎิบัติการนั้นในประเทศใด  จนเกิดการระเบิดพลีชีพขึ้นในวันศุกร์ที่ผ่านมาในเมืองปีชอร์วาร ประเทศปากีสถาน

การโจมตีมัสยิดชีอะฮ์มักจะเกิดขึ้นในวันเวลาสำคัญทางศาสนาหรือการทำพิธีทางศาสนา ซึ่งเราได้เห็นการโจมตีมัสยิดชีอะฮ์ในอัฟกานิสถานโดยกลุ่มไอเอส-เค (กลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม โคราซาน)ในอัฟกานิสถานปีที่แล้ว  ดั่งเหตุการณ์ระเบิดพลีชีพของกลุ่มไอเอส-เคเมื่อวันวันที่8 ตุลาคม 2021ได้ระเบิดโจมตีมัสยิดของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในเมืองคุนดุซ (Kunduz)  ซึ่งคร่าชีวิตชีอะฮ์ไปมากกว่า 60 คนและบาดเจ็บมากกว่า300คนระหว่างพิธีละหมาดวันศุกร์ และต่อมาในเดือนเดียวกันนั้นก็ได้ระเบิดพลีชีพของกลุ่มไอเอส-เคอีกครั้งวันที่15 ตุลาคม 2021 ได้ระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีมัสยิดนิกายชีอะห์ในเมืองกันดาฮาร์ (Kandahar) ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถานระหว่างพิธีละหมาดวันศุกร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 41 คน บาดเจ็บจำนวนมาก กลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลามโคราซาน (IS-K) ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการสังหารหมู่ที่พุ่งเป้าเล่นงานชุมชนมุสลิมชีอะห์ต่อเนื่องทั้งสองครั้งในอัฟกานิสถาน

แต่ครั้งนี้ได้เกิดขึ้นในเมืองปีชอร์วาร ปากีสถาน ดั่งมีรายงานจากแผนกประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลเลดี้รีดดิง (Lady Reading Hospital) แห่งเมืองเปชอวาร์ระบุว่า ผู้บาดเจ็บจำนวนมากอยู่ในอาการสาหัส เหยื่อจำนวนมากถูกเศษกระสุนเต็มไปหมด หลายคนถูกตัดแขนขา และคนอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บจากเศษสะเก็ดระเบิด

ผู้บัญชาการตำรวจเมืองเปชอวาร์ กล่าวว่า ความรุนแรงเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้โจมตีติดอาวุธเปิดฉากยิงใส่ตำรวจนอกมัสยิด ตำรวจคนหนึ่งเสียชีวิตในการดวลปืน และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ผู้โจมตีจึงวิ่งเข้าไปในมัสยิดและจุดชนวนระเบิดเสื้อพลีชีพของเขา

ตำรวจระดับสูงอีกคนบอกว่า ภายในไม่กี่วินาที ก็เกิดการระเบิดอันรุนแรง เสื้อพลีชีพนั้นบรรจุด้วยตลับลูกปืน ซึ่งเป็นวิธีการสร้างระเบิดที่ร้ายแรงเพื่อสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ขนาดใหญ่ ตลับลูกปืนทำให้มีผู้เสียชีวิตในจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่กล่าวว่า การระเบิดเกิดขึ้นขณะที่ผู้มาละหมาดมารวมตัวกันที่มัสยิดกูชา ริซัลดาร์ เพื่อละหมาดวันศุกร์ เขาเสริมว่า มีความกลัวว่ายอดผู้เสียชีวิตจะยังคงเพิ่มขึ้นอีก

นายกรัฐมนตรีปากีสถาน อิมราน ข่าน ได้ออกมาประณามเหตุระเบิดนี้ ขณะที่ มูอีด ยูซุฟ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของเขากล่าวว่า การวางระเบิดดังกล่าวเป็น การโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่ชั่วร้ายและสัญญาว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสังหารครั้งนี้จะต้องถูกนำตัวขึ้นศาลพิจารณาโทษ

กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านประณามการโจมตีดังกล่าว โดยกล่าวว่าผู้กระทำความผิดมีเจตนาที่จะ “สร้างความไม่ลงรอยกันในหมู่ชาวมุสลิม” ในคำแถลงบนเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศ นายซาอีด คาติซาเดห์ โฆษกกระทรวงแสดงความหวังว่ารัฐบาลปากีสถานจะยุติการโจมตีดังกล่าวด้วย “การดำเนินการอย่างแข็งขัน”

ในอิรักได้มีแถลงการณ์สำนักงานท่านอยาตุลลอฮ์อัลอุซมา ซัยยิด อะลี ซิซตานี กรณีเหตุระเบิดโจมตีมัสยิดกูชา ริซัลดาร์  เมืองเปชาวาร์ ประเทศปากีสถานเช่นกันโดยได้กล่าวประณามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างรุนแรงว่าโศกนาฏกรรมอันปวดร้าวที่เกิดขึ้นในวันนี้ระหว่างการละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดกูชา ริซัลดาร์ (Kucha Risaldar) ส่งผลให้ผู้บริสุทธิ์ที่กำลังละหมาดเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก นำมาซึ่งความเศร้าโศกอย่างหาที่สุดมิได้ และเราขอแสดงความเสียใจกับท่านผู้เป็นที่รักและแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกท่าน พร้อมกันนี้เราขอให้ทุกคนจงอดทนและรีบทำการรักษาผู้บาดเจ็บโดยด่วน และสำหรับผู้พลีชีพในเหตุการณ์อันน่าสลดใจในครั้งนี้ขอให้พวกเขาเหล่านั้นได้อยู่ในตำแหน่งที่สูงส่งด้วยเทอญ

ในนามของสถาบันศึกษาศาสนาแห่งเมืองนะญัฟอัชรอฟและมัรเญียะอ์ผู้นำทางศาสนาสูงสุดของชีอะห์ ประเทศอิรัก ได้ประณามอาชญากรรมอันน่าสยดสยองนี้ที่มีจุดมุ่งหมายบ่อนทำลายความสามัคคีของชาวมุสลิม ทั้งขอเรียกร้องให้รัฐบาลปากีสถานดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อชนกลุ่มน้อยจากการกดขี่และอาชญากรรมของกลุ่มก่อการร้าย และใช้มาตรการป้องกันที่จำเป็นและอย่าปล่อยให้ชุมชนของพวกเขาถูกโจมตีอย่างรุนแรงและโหดเหี้ยมจากกลุ่มสุดโต่งและหัวรุนแรงต่างๆ

ซาอุดิอาระเบียได้ออกกล่าวประณามการสังหารหมู่และการระเบิดพลีชีพในมัสยิดชีอะฮ์ เมืองปีชอร์วาร ปากีสถาน มื่อวันศุกร์ โดยซาอุดีอาระเบียประณามอย่างรุนแรงและประณามการวางระเบิดของผู้ก่อการร้ายที่มุ่งเป้าไปที่มัสยิดในเมือง Peshawar ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบคน

กระทรวงการต่างประเทศซาอุฯเน้นย้ำจุดยืนของราชอาณาจักรต่อ “การกำหนดเป้าหมายสถานที่สักการะ การคุกคามพลเรือน และการหลั่งเลือดผู้บริสุทธิ์” และเสริมว่าสนับสนุนปากีสถานในการต่อต้านความรุนแรง ลัทธิหัวรุนแรง และการก่อการร้ายทุกรูปแบบ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ UAE ได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีดังกล่าว และกล่าวว่า พวกเราปฏิเสธความรุนแรงและประณามการก่อการร้ายทุกรูปแบบ โดยการมุ่งเป้าไปในสถานที่สำคัญและทำให้เกิดสั่นคลอนความมั่นคง และถือว่าการก่อการร้ายนั้นไม่สอดคล้องกับค่านิยมและหลักการด้านมนุษยธรรมเอาเสียเลย  ส่วนกลุ่มตอลิบานในอัฟกานิสถานก็ได้ออกประณามการก่อการร้ายในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

คูเวตถือว่าอีกประเทศได้ยืนยันต่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับปากีสถานและสนับสนุนทุกมาตรการเพื่อรักษาความมั่นคงของประชาชน ขณะที่อียิปต์และจอร์แดนได้ออกแถลงการณ์ที่คล้ายคลึงกันประณามการโจมตีดังกล่าวด้วยเช่นกัน และองค์การความร่วมมืออิสลาม OIC กล่าวว่า ขอสนับสนุนรัฐบาลปากีสถานในการเผชิญหน้ากับการก่อการร้าย

มุสลิมนิกายซุนนีเป็นประชากรส่วนใหญ่ในปากีสถาน ส่วนชาวชีอะห์มีอยู่ประมาณ 20%  แต่ชาวชีอะฮ์ได้ถูกโจมตีและการลอบฆ่านตลอดมาในอดีต  และในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาประเทศปากีสถานได้ประสบกับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญและเจ้าหน้าที่ทหารหลายสิบนายถูกสังหารในการโจมตีหลายครั้งในด่านหน้าของกองทัพตามแนวพรมแดนติดกับอัฟกานิสถาน นักวิเคราะห์มองว่าอาจจะเป็นผลมาจากการที่ปากีสถานให้การสนับสนุนกลุ่มตอลิบาน2.0ในการบริหารประเทศอัฟกานิสถานโดยกลุ่มตอลิบันวันนี้มีนโยบายและกระบวนการคิดที่แตกต่างกับตอลิบันเดิมและกลุ่มตอลิบันปัจจุบันไม่เห็นด้วยกับความสุดโต่งของกลุ่มไอเอสที่มีความเกลียดแค้นต่อกลุ่มชีอะฮ์  ต่อมากลุ่มไอเอสและกลุ่มติดอาวุธตะรีกตอลิบันปากีสถานได้เคยออกมาอ้างการโจมตีชีอะฮ์ในปากีสถานอยู่หลายครั้ง ไม่ว่าในปี 2015 ได้เกิดระเบิดพลีชีพในมัสยิดชีอะฮ์ ซึ่งครั้งนั้นกลุ่มตะรีกตอลิบานปากีสถานได้อ้างว่ากลุ่มของตนได้ปฏิบัติโจมตีศาสนสถานชีอะฮ์

นักวิชาการด้านชีอะฮ์ศึกษาของอิหร่าน  ดร.อะบุลกอซิม กอซิมซาเดะได้กล่าวถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้น่าสนใจว่า สาเหตุของการก่อการร้ายและการระเบิดพลีชีพของกลุ่มไอเอสในมัสยิดปีชอร์วาร เป็นการปฎิบัติการของแผนต่อเนื่องจากการโจมตีมัสยิดชีอะฮ์ในอัฟกานิสถานในปี2021ที่ผ่านมา  โดยที่กลุ่มไอเอสต้องการจะประกาศให้โลกรู้ว่าพวกเขายังมีตัวตนไม่ได้หายไปไหน และต้องการจะบอกว่าเป้าหมายหลักของพวกเขายังคงมั่นคงเหมือนเดิม นั่นคือการทำลายสถานที่ละหมาดมัสยิดของชีอะฮ์ เพราะชีอะฮ์คือกลุ่มนอกรีตและถือว่าเป็นศัตรูของพวกเขา

ดร.อะบุลกอซิม กอซิมซอเดะได้กล่าวเพิ่มอีกว่า การปฎิบัติการของกลุ่มไอเอสครั้งนี้นั้น ต้องการสร้างความแตกแยกในนิกายระหว่างซุนนีและชีอะฮ์ให้เข้มข้นอีกครั้งหลังจากที่กระแสได้เงียบลง และนายกอซิมซอเดะได้วิเคราะห์อีกว่า นั่นคือนโยบายของมหาอำนาจในยุคหลังสงครามเย็น โดยมีสหรัฐฯและอิสราเอลเป็นผู้วางนโยบายที่จะให้เกิดความขัดแย้งระหว่างนิกาย  แล้วได้สนับสนุนกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสที่มีความสุดโต่งและโหดเหี้ยมนั้น เป้าหมายเพื่อมิให้ประชาคมมุสลิมมีเอกภาพ

หลังจากการกลับมาของกลุ่มตอลิบานในการบริหารประเทศอัฟกานิสถานปี2021 นักวิเคราะห์ได้มีข้อสังเกตว่าเกิดการระเบิดพลีชีพและการสังหารหมู่ในศาสนสถานของชีอะฮ์ทั้งในอัฟกานิสถานและชายแดนปากีสถานได้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และทุกการปฎิบัติการก่อการร้ายเหล่านั้นจะมีกลุ่มรัฐอิสลาม(ไอเอส)หรือกลุ่มตะรีกตอลิบานปากีสถานหรือกลุ่มออกมารับความผิดชอบและแสดงว่าพวกเขาเป็นผู้กระทำ

ในปี2020 ได้เกิดการโจมตีคล้ายๆกับครั้งนี้ นั่นคือการโจมตีโรงเรียนสอนอัลกุรอานในเมืองปีชอร์วาร ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและบาดเจ็บมากกว่า๑๐๐คน  และเหตุการณ์ครั้งนั้นกลุ่มไอเอสรัฐอิสลามได้ออกมาอ้างว่าพวกเขาได้ลงมือปฎิบัติการ และในปี2014 ได้เกิดการโจมตีและการระเบิดพลีชีพในโรงเรียนแห่งหนึ่งของเมืองปีชอร์วาร ได้มีฆ่าชีวิตคนไปมากถึง150คนและในจำนวนนั้นมีเด็กและผู้หญิงรวมอยู่ด้วยและกลุ่มตอลิบานปากีสถานออกมายอมรับว่าพวกเขาได้ลงมือปฎิบัติการ

แม้ว่าหลายๆคนได้พยายามจะสร้างกระแสว่ากลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลามอ่อนแอลงหลังจากที่อะบูบักร์ แบกแดดีได้ถูกสังหาร และที่เป็นกล่าวใหญ่เมื่อเดือนที่แล้วคือการปิดฉากการตายระเบิดฆ่าตัวตายผู้นำไอเอสของนายอาบู อิบราฮิม อัล-ฮาชีมี อัล-กูรัยชี และชาวโลกต่างส่งเสียงว่าขบวนการก่อการร้ายของกลุ่มไอเอสคงจะจบไปสักที  แต่เมื่อเหตุการณ์การระเบิดฆ่าตัวตายในมัสยิดชาวชีอะฮ์ เมืองปีชอร์วาร ปากีสถานวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ทำให้นักวิชาการด้านการก่อการร้ายศึกษาได้วิเคราะห์ว่ากลุ่มก่อการร้ายไอเอสยังคงไม่จบเสียทีเดียว

ถ้าย้อนดูวันที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศว่า อาบู บัคร์ อัล-บักดาดี หัวหน้ากลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) เสียชีวิตจากการปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐในซีเรีย พร้อมทั้งประกาศชัยชนะในเรื่องนี้นั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านก่อการร้ายศึกษามองว่าการต่อสู้กับกลุ่มการร้ายนั้นยังอีกยาวไกล

นายฮัสซัน ฮัสซัน ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางจากศูนย์กลางนโยบายระดับโลก แสดงความคิดเห็นและคาดการณ์ว่ากลุ่มไอเอสจะยังรักษาพันธมิตรในต่างประเทศ และกลุ่มไอเอสในอิรักและซีเรียอาจจะกลับมาใหม่และจะได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง

ถ้าย้อนดูช่วงปี ค.ศ.2014-2015    กลุ่มไอเอสต้องการขยายอิทธิพลสู่อัฟกานิสถานเฉกเช่นพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลกในฐานะ “วิลายะห์”  ส่วนกลุ่มตาลิบันแห่งปากีสถานถือว่าอีกกลุ่มที่มีความสุดโต่งและนิยมความรุนแรงไม่น้อยกว่ากลุ่มไอเอส  และหลังจากที่พวกเขาได้สูญเสียผู้นำ นายฮากีมุลลอฮ์ มะห์ซูดไป ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งภายในกลุ่ม มติส่วนใหญ่เลือกมุลลา ฟัดลุลลอฮ์ ขึ้นเป็นหัวหน้ากลุ่ม ทว่ามีแกนนำบางคนที่ไม่พอใจเนื่องจากผู้นำคนใหม่มิได้เป็นสมาชิกตระกูล “มะห์ซูด” จึงแยกตัวออกมาเพื่อสวามิภักดิ์ต่อกลุ่ม IS และได้ก่อตั้งกลุ่ม IS-K อันย่อมาจากชื่อเต็มคือ Islamic State – Khorasan ( โคราซานเป็นชื่อโบราณของดินแดนที่ครอบคลุมภาคตะวันออกของอิหร่าน ภาคตะวันตกของอัฟกานิสถานและปากีสถาน รวมไปถึงเครือรัฐเอกราชในเอเซียกลาง ) โดยแต่งตั้งให้ ฮาฟิซ สะอีด คาน เป็นผู้นำคนแรกอย่างเป็นทางการ ( Institute for East Strategic Studies. 2021) เขาเคยเป็นแกนนำกลุ่มตาลิบันแห่งปากีสถานในพื้นที่โอรักซัย จึงใช้ความสัมพันธ์ที่เคยมีต่อกลุ่มตาลิบันปากีสถานและอัฟกานิสถานชักชวนสมาชิกของสองกลุ่มดังกล่าวรวมถึงอดีตนายทหารกองทัพอัฟกานิสถานมาเป็นสมาชิก IS-K ได้จำนวนมาก และกลุ่มไอเอส-เคนี้ได้ปฎิบัติการก่อการร้ายในอัฟกานิสถานตลอดมาและถือว่าเป็นภัยคุกคามในวันนี้เลยทีเดียว (IS-K : วิกฤติหรือโอกาสสำหรับรัฐบาลตาลิบัน โดยอนุชา เกียรติธารัย)

กลุ่มไอเอส(กลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม)ถือว่าเป็นเป็นกลุ่มนิยมความรุนแรงและมีความคิดสุดโต่ง โดยได้ตีความตัวบทศาสนา ( คัมภีร์อัลกุรอานและวจนะศาสดา ) เน้นใช้อำนาจและความรุนแรงเป็นหลักและสร้างความเกลียดชังระหว่างนิกาย โดยเฉพาะการประกาศการเป็นศัตรูกับชีอะฮ์ตลอดมา

ส่วนในแง่รัฐศาสตร์นั้น กลุ่ม IS ไปสู่การสถานปนารัฐคอลีฟะห์รวมศูนย์โดยตรง โดยอ้างว่าผู้นำสูงสุดของตน ( อบูบักร์ อัลบักดาดี ) มีเชื้อสายมาจากเผ่ากุเรชตามที่คอลีฟะห์พึงมี  อีกทั้งยังมีศักยภาพพอที่จะขับไล่ศัตรูศาสนาและขยายดินแดนกว้างขวาง โดยถือว่าทุกกลุ่มเคลื่อนไหวอิสลามนิยมทั่วโลกจำต้องสวามิภักดิ์ต่อคอลีฟะห์ของพวกตนเท่านั้น มิฉะนั้นจะถือว่าตกศาสนา และกลุ่มไอเอสมีความเป็นปฏิปักษ์ต่อกลุ่มชีอะห์ และยังถือว่าบทลงโทษของการเป็นชีอะห์คือความตายเท่านั้น เหตุระเบิดมัสยิดชาวชีอะห์ในกันดาฮาร์และกุนดูซในปี 2021 และล่าสุดคือการระเบิดพลีชีพในมัสยิดชีอะฮ์ในปากีสถาน(IS-K : วิกฤติหรือโอกาสสำหรับรัฐบาลตาลิบัน โดยอนุชา เกียรติธารัย)

เหตุการณ์การระเบิดมัสยิดชาวชีอะฮ์ เมืองปีชอร์วาร ปากีสถาน ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่มุสลิมทุกนิกายได้ออกมาประณามการก่อการร้ายนั้นและยังได้เห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาคมมุสลิม นั่นคือการส่งสัญญาณไปยังผู้ก่อการร้ายกลุ่มไอเอสและผู้ที่อยู่เบื้องหลังของผู้ก่อการร้ายในครั้งนี้ว่า แท้จริงแล้วหลักธรรมคำสอนของอิสลามไม่สนับสนุนการก่อการร้ายใดๆ และได้ประณามอย่างรุนแรงต่อการสังหารผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะสังกัดในนิกายใดก็ตาม

ดังนั้นพลังที่จะสามารถทำลายภัยคุกคามของกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ให้หมดไป คือการสร้างพลังความเป็นเอกภาพและความสมานฉันท์ระหว่างนิกายให้เข็มแข็งแล้วร่วมมือกันต่อต้านการก่อการร้ายไม่ว่ากลุ่มเหล่านั้นจะใช้ชื่อเรียกตัวเองว่า”กลุ่มรัฐอิสลาม”ก็ตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com