ชีวิตดี จิตใจดีแล้วแน่หรือ?

ชีวิตดี จิตใจดีแล้วแน่หรือ?
โดยพระไพศาล วิสาโล
ในสมัยพุทธกาลมีพราหมณี หมายถึงพราหมณ์ผู้หญิงหรือเมียของพราหมณ์ ชื่อ ธนัญชานี เป็นคนที่มีฐาดี และชีวิตของเธอก็รู้สึกว่าราบรื่น เธอก็เลยคิดว่าเราเองเป็นคนเก่ง สามารถรักษาใจไม่ให้ทุกข์ร้อน ไม่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจเลย ก็หลงภูมิใจในตัวเอง แล้วก็ไปเล่าไปอวดให้ใครต่อใครฟังว่าฉันแน่ ฉันรักษาใจได้ดี
ก็มีนางทาสีคนหนึ่ง (นางทาสีคือนางทาส)ได้ยินแล้วก็คงอยากจะลองของ วันหนึ่งก็เลยแกล้งนอนตื่นสาย พอนอนตื่นสายก็ไม่มีใครมาตักน้ำให้นางพารหมณีได้แล้วหน้า จะเช็ดตัว นางตื่นขึ้นมาไม่มีน้ำล้างหน้าก็ไม่พอใจ ถึงกับโกรธ และด่าว่านางทาสีว่าทำไมตื่นสายไม่รู้จักหน้าที่ของตัวหรือไง ก็เรียกว่าน็อตหลุดเลย
นางทาสีก็เลยชี้ให้นางธนัญชานีได้รู้ว่า อันที่จริงที่ว่าเธอไม่มีอะไรทุกข์ร้อน มันไม่ใช่เป็นเพราะว่าตัวเองเก่งอะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าทุกอย่างรอบตัวมันราบรื่นและก็มีคนมีบริษัทบริวารรับใช้ดูแลเธออย่างดี ถ้าหากว่ามันเกิดมีอะไรขลุกขลักขึ้นมานิดหน่อยเธอก็เสียศูนย์ทันที

เพราะประมาทจึงไม่อยากฝึกฝนตน
หลายคนก็เป็นอย่างนี้ ก็คือว่า พอชีวิตราบรื่น แล้วก็รู้สึกว่าสุขสบายดี ก็นึกว่า ฉันนี่เก่ง ฉันนี่แน่ คนเหล่านี้เวลามีคนชวนไปปฏิบัติธรรม เขาก็ไม่เห็นว่ามันจะจำเป็นตรงไหนเลย เพราะว่าฉันก็สบายดีอยู่แล้ว แล้วก็ฉันก็ดูแลจิตใจของฉันให้ดีอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องไปปฏิบัติธรรมเลย ฉันก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ไปปฏิบัติธรรมทำไม
คนเหล่านี้อาจจะไม่ตระหนักว่าในที่ตัวเองยังสบายดีอยู่ มันก็เป็นเพราะว่าทุกอย่างในชีวิตยังราบรื่น ใครต่อใครที่แวดล้อมก็ยังเอาอกเอาใจ หรือว่ายังเชื่อฟัง
แต่เมื่อไรก็ตามที่เกิดมีความผิดปกติขึ้นมาในชีวิตของตัว เช่น อาจจะเจ็บป่วย หรือว่าทรัพย์สมบัติสูญเสียไป หรือไม่ต้องอะไร เพียงแค่ว่างานการล้มเหลว ที่เคยสำเร็จทุกเรื่องทุกราวมันก็เกิดอุปสรรคขึ้นมา ล้มพังครืนลงมา หรือว่าแฟนเกิดปันใจไปให้คนอื่นหรือว่าทิ้งตัวเองไป พอเจอเรื่องแบบนี้เข้าก็เสียศูนย์ทันที ทุกข์ระทมเศร้าโศก อาจจะถึงกับตีโพยตีพายว่าทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมต้องเป็นฉัน
ถึงตอนนั้นอาจจะสายเกินไปที่จะทำอะไรได้ อันที่จริงไม่ว่าคนเราเกิดวิกฤติในชีวิตแค่ไหนไม่มีคำว่าสายต่อการแก้ไข แต่ว่าข้อสำคัญก็คือว่าอย่าประมาท ชีวิตของเราวันนี้ยังสุขสบายดีอยู่ไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้จะยังสุขสบายเหมือนวันนี้ เพราะว่าวันนี้กับพรุ่งนี้มันไม่เหมือนกัน แม้แต่สีของท้องฟ้า หรือว่าภูมิอากาศ อุณหภูมิก็ไม่เหมือนกัน วันนี้มันมีเมฆครึ้ม พรุ่งนี้ก็อาจจะมีแสงแดดจ้า
ชีวิตของเราวันนี้สุขก็ไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้จะยังสุขเหมือนเดิม อะไรๆ ก็แปลเปลี่ยนไปได้ ตัวเราอาจจะเหมือนเดิมแต่คนอื่นไม่เหมือนเดิม วันนี้เขาเชื่อฟังเรา เขาทำตามใจของเรา พรุ่งนี้เขาอาจจะขัดขืน ต่อต้าน หรือว่าปฏิเสธคำสั่งของเราก็ได้
วันนี้ร่างกายเรายังทำงานได้ปกติ แต่ว่าพรุ่งนี้อวัยวะบางส่วนอาจจะเสียไป แค่เสียไปอย่างเดียวหรือว่าทำงานไม่ปกติ แค่เสียอย่างเดียวนี่ก็อาจจะทำให้ล้มป่วยหรือว่าถึงตายได้ คนเราถ้าหากเผื่อใจไว้บ้างว่าพรุ่งนี้ก็อาจจะมีเรื่องพลิกผัน อาจจะเจ็บป่วย อาจจะพลัดพราก อาจจะสูญเสีย หรือว่าชีวิตอาจจะผันผวน เราต้องถามตัวเองว่าเราพร้อมไหม ถ้าหากว่ามันเกิดแปรปรวนขึ้นมา

ประมาทเพราะหลงลืมว่าทุกอย่างเปลี่ยนได้
คนส่วนใหญ่ประมาท เพราะคิดว่าพรุ่งนี้ก็ยังเหมือนวันนี้ หรืออาจจะคิดต่อไปว่าอาจจะมีความขลุกขลักบ้าง แต่ว่าเอาอยู่ อันนี้ก็อาจจะประมาทก็ได้ เพราะว่าพอเกิดขึ้นจริงๆ ก็ทำใจไมได้ ตีโพยตีพาย
แต่ถ้าเราเผื่อใจไว้สักหน่อยว่า เออ วันหน้ามันจะไม่เหมือนวันนี้ วันนี้สุขพรุ่งนี้อาจจะทุกข์ วันนี้สบาย พรุ่งนี้อาจจะเจ็บป่วย พรุ่งนี้มีกินมีใช้ แต่พรุ่งนี้ก็อาจจะลำบาก เมื่อตระหนักเช่นนี้มันก็ต้องถามตัวเองว่า ทำไงถึงจะเตรียมตัวรับมือกับมัน
การสะสมเงินทองเอาไว้อันนี้ก็ช่วย ก็ช่วยได้ดี สะสมเงินทองเอาไว้รับมือยามเจ็บไข้ ยามสูญเสีย ยามพลิกผัน บางคนก็อาจจะไปทำประกัน อันนี้ก็เป็นการเตรียมพร้อมอย่างหนึ่ง แต่ว่าแค่นั้นไม่พอ อันนั้นเป็นแค่เตรียมทรัพย์ มันต้องเตรียมตัวหรือเตรียมใจด้วย
การมาปฏิบัติธรรม ก็เป็นการเตรียมใจไปอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ว่ามีความทุกข์เสียก่อนแล้วถึงจะมาปฏิบัติธรรม ไม่ใช่ว่าจะต้องอกหักหรือว่าสูญเสียคนรัก หรือว่าป่วยเป็นมะเร็งเสียก่อนถึงมาปฏิบัติธรรม ถึงแม้ว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ชีวิตยังราบรื่น ก็ควรที่จะมาปฏิบัติธรรมเพราะเหตุผลอย่างที่ว่ามา อะไรๆ ก็ไม่แน่ เตรียมตัวไว้ก่อน
มันมีคำพูดว่ายามสงบเราฝึกยามศึกเรารบ เป็นคำขวัญสำหรับทหาร ในแง่ที่ว่าในยามที่ยังไม่มีศึกสงครามก็ต้องฝึกฝนเอาไว้ก่อน ในยามปกติคือการฝึกฝนสำหรับการเตรียมตัว
พวกเราไม่ใช่ทหาร เราไม่เจอศึกสงครามที่เป็นอริราชศัตรูก็จริง แต่ว่าเราจะต้องเจอสงครามชีวิต สงครามชีวิตมันหมายถึงว่าจะต้องเจอกับอุปสรรคที่อาจจะถาโถมเข้ามา อาจจะมาแค่ครั้งสองครั้ง หรืออาจจะมาเป็นกองทัพเลยก็ได้ ในขณะที่มันยังไม่มา เราก็ต้องใช้โอกาสที่มีอยู่ ใช้โอกาสที่มันราบรื่นฝึกฝนเอาไว้ ไม่ใช่นั่งเล่นนอนเล่น ไม่ใช่เสพสุข หรือว่าใช้ชีวิตไปตามปกติธรรมดา
แม้เราอาจจะยังไม่เจ็บไม่ป่วย อาจจะยังไม่แก่และแน่นอนยังไม่ตาย แต่ก็ต้องระลึกอยู่เสมอว่าเรามีความแก่เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้ เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้ เรามีความตายเป็นธรรมดาจะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้ เราจะต้องพลัดพรากไปจากของชอบใจทั้งนั้น
ถ้าคิดเผื่อตรงนี้ไว้บ้างหรือว่าระลึกถึงตรงนี้อยู่เสมอ มันก็จะทำให้เราขวนขวายในการที่จะเตรียมตัวและก็เตรียมใจ

ทำบุญอย่างเดียวไม่พอ
เตรียมตัวนอกจากการทำประกันภัยแล้วบางคนก็จะนึกถึงการทำบุญทำกุศล ใส่บาตรทุกวัน หรือว่ามาถวายสังฆทาน เข้าพรรษาก็มาถวายเทียนพรรษา 9 วัด สงกรานต์หรือว่าปีใหม่ก็ทำบุญ เข้าพรรษาวันศีลวันพระก็จำศีลหรือว่าถือศีลอุโบสถ อันนี้ก็ดีอยู่แต่ว่ามันยังไม่พอ
การให้ทาน การรักษาศีล เราเรียกรวมๆ ว่า การทำดี ทำดีนี่ยังไม่พอ มันต้องฝึกใจด้วย







