INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เจมส์ ซีเนกัลเปรียบเทียบกับแจ็ค เวลซ์

เจมส์ ซีเนกัลเปรียบเทียบกับแจ็ค เวลซ์

Leaders Eat Last : Why Some Teams Pull Together and Others
Don’t โดยไซมอน ซีเนค ชื่อของหนังสือได้มาจากการปฏิบัติที่นาย
ทหารนาวิกโยธินกินสุดท้าย การเสียสละความต้องการของพวกเขาเอง
เพื่อบุคคลภายในการดูแลของพวกเขา ไซมอน ซีเนค ได้สนับสนุนต่อความเป็นผู้นำที่มุ่งการรับใช้บุคคลอื่น ไม่ใช่เดินตามเป้าหมายของผู้ถือหุ้น หรือผลประโยชน์ส่วนบุคคล
เเนวโน้มสมัยใหม่ของความผู้นำให้ความสำคัญกำไรและโบนัส
ของผู้บริหาร เหนือการสร้างสภาพแวดล้อมที่สุขภาพดีต่อบุคคล ผู้นำที่คิด
ถึงตัวพวกเขาเองเป็นการรับใช้บุคคลของพวกเขาคล้ายครอบครัว สามารถ
เพิ่มความพอใจงานและความผูกพัน ลดความเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพ
เพราะว่าบุคคลรู้สึกมั่นคง เช่น ภายในนาวิกโยธินอเมริกา ทหารระดับต่ำสุด
กินก่อน และผู้นำกินสุดท้าย มั่นใจว่าบุคคลทุกคนได้โอกาสที่จะกิน
ไซมอน ซีเนค ได้ทาสีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างผู้บริหารและผู้นำ เพียงแค่การยึดถือชื่อ “ผู้บริหาร” ไม่ได้ทำให้บุคคลบางคนเหมาะสมเป็น “ผู้นำ” ผู้นำเป็น
ความรับผิดชอบยิ่งใหญ่กว่าชื่อใดก็ตามสามารถให้ความหมายได้ แม้แต่ต่อบุคคลภายในระดับสูงสุดของบริษัท เช่น ซีอีโอของเจ็นเนอรัล อีเลคทริค
ก่อนหน้านี้ แจ็ค เวลซ์ ความเป็นผู้นำ เป็นมากกว่าการมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจที่สำคัญ ผู้บริหารมีอำนาจหน้าที่ภายในลำดับชั้นของบริษัท แต่อำนาจนี้ไม่ได้ถ่ายทอดไปสู่ความเป็นผู้นำโดยอัตโนมัติ
ความเป็นผู้นำไม่ได้เป็นเพียงแค่บริหารตัวเลข มันเกี่ยวกับการช่วยเหลือ
บุคคลที่จะเจริญเติบโต และพบคุณค่าภายในงานของพวกเขา เมื่อผู้นำดูแล
บุคคลของพวกเขา ตัวเลขจะดูแลตัวมันเอง โชคไม่ดี ผู้นำและบริษัทจำนวน
มากได้สูญเสียการมองเห็นความจริงรากฐานนี้ ภายในหนังสือ Leaders Eat Last
ถ้อยคำที่สำคัญของหนังสือเล่มนี้เรียบง่าย – ความรับผิดชอบหยุด
ณ โต๊ะของผู้นำ ผู้นำที่นำบุคคลอื่นอาจจะไม่เข้าใจอยู่เสมอผลกระทบที่
บทบาทความเป็นผู้นำของพวกเขาต่อบุคคลที่เขานำ ความลึกและความ
กว้างของความเป็นผู้นำลดหลั่นลงมาตามระดับตามลำดับ ลดหลั่นไป
สู่ทหารเดินเท้าเดินทัพเข้าและออกจากสนามรบขององค์การประจำวันนำ
องค์การไปสู่โลก
ดังป้าย ความรับผิดชอบหยุดที่นี่ วางอยู่บนโต๊ะของแฮร์รี่ ทรูแมน อดีต
ประธานาธิบดีอเมริกา ภายในทำเนียบขาว ภายในการปราศัยอำลาของเขา
เขากล่าวว่า ส่วนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของงานประธานาธิบดัคือ ตัดสินใจ สำคัญ
และไม่สำคัญ หลายอย่างเกือบทุกวัน เอกสารหมุนเวียนรอบรัฐบาลระยะ
หนึ่ง แต่ในที่สุดมันมาถึงโต๊ะนี้ แล้วไม่มีที่อื่นที่มันจะไปต่อ ประธานาธิบดี
เขาเป็นใครก็ตาม ต้องตัดสินใจ เขาไม่สามารถโยนความรับผิดชอบแก่ใครก็ตาม ไม่มีใครสามารถทำการตัดสินใจเพื่อเขาได้ นั่นเป็นงานของผม
ณ เวลานั้น ถ้อยคำอ้างถึงความคิดของเขาว่า เมื่อเขาตัดสินใจ เขาต้อง
ยอมรับความรับผิดชอบต่่อการตัดสินใจนั้น นั่นคือเขาไม่สามารถโยนการ
ตำหนิต่อการตัดสินใจไม่ดีไปยังบุคคลอื่น แต่รักษาการยกย่องต่อการตัด
สินใจที่ดีไว้กับเขา เขาไม่สามารถโยนความรับผิดชอบได้ หรือเล่นเกม
ตำหนิ และระบุว่าบุคคลอื่นรับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่เขาทำ
หนังสือ Leaders Eat Last เขียนโดย ไซมอน ซีเนค ได้สร้างกรณีของความเป็นผู้นำที่ทำให้บุคคลพอใจ ปลอดภัย และชื่นชมภายในบริษัท เขามองว่าผู้นำที่บรรลุความสำเร็จ
มากที่สุดควรจะเข้าใจชีววิทยาและมานุษยวิทยาของเรา ข้อยืนยันของเขาเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงชีววิทยาของมนุษย์ กระตุ้นเราให้มีพฤติกรรมภายในวิถีทางเฉพาะและสำคัญ เช่น โดพามีน ให้เราด้วยความรู้สึกของความสำเร็จ ในขณะที่ซีโรโทนิน และออกซีโทซินให้เราด้วยความรู้สึกของความมั่นคง
ตามไซมอน ซีเนค ถ้าเรามึความเข้าใจชีววิทยาของมนุษย์ และทำไมเรามีพฤติกรรมด้วยวิถีทางที่เราทำภายในสถานการณ์บางอย่าง เราสามารถสร้างวงกลมแห่งความปลอดภัย ภายในองค์การของเราทำให้บุคคลร่วมมือและเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ต่อสู้และป้องกันที่เห็นแก่ตัว
ไซมอน ซีเนค ยืนยันว่าความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพอยู่บนพื้นฐานของ
การสร้างความสมดุลที่ถูกต้องของเคมีสองตัว ซีโรโทนิน และออกซิโทซิน
ซิโรโทนิน เป็นความรู้สึกของความภูมิใจที่เราได้ เมื่อเรารับรู้ว่าบุคคลอื่นชอบหรือเคารพเรา ออกซิโทซินเป็นความรู้สึกของความเป็นเพื่อน ชอบ
หรือไว้วางใจ มันเป็นความรู้สึกที่เราได้ เมื่อเราทำบางสิ่งบางอย่างดีเพื่อ
บุคคบบางคน หรือเมื่อบุคคลบางคนทำบางสิ่งบางอย่างดีต่อเรา
เคมีทั้งสองตัวเหล่านี้ช่วยเราสร้างพันธะของความไว้วางใจและความเป็นเพื่อน ดังนั้นเราจะดูระวังระหว่างกัน เจมส์ ซีเนกัล ซีอีโอของคอสโก ได้รักษาความสมดุลอย่างถูกต้องของซีโรเทนิน และออกซิโทซิน ทำให้บุคคลทำงานหนักเพื่อบริษัท

ภายใน 7 Habits of Highly Effective People สตีเฟน โควีย์ กล่าวว่า
ความผู้นำและการบริหารเป็นสิ่งที่แตกต่างกัน ความเป็นผู้นำไม่ใช่การบริหาร ความเป็นผู้นำต้องมาก่อน การบริหารเป็นจุดมุ่งบรรทัดล่าง เราสามารถบรรลุอะไรอย่างไร ความเป็นผู้นำมุ่งบรรทัดบน เราต้องการบรรลุอะไร ด้วยถ้อยคำของทั้งปีเตอร์ ดรัคเกอร์ และวอร์เรน เบนนิส การบริหารคือ การทำอะไรอย่างถูกต้อง ความเป็นผู้นำคือ การทำอะไรที่ถูกต้อง การบริหารคือ ประสิทธิภาพภายในการปีนขั้นบันได ความเป็นผู้นำพิจารณา
ขั้นบันไดพิงกำเเพงที่ถูกต้องหรือไม่
ภายในการอธิบายความแตกต่างระหว่างการบริหารและการเป็นผู้นำ
สตีเฟน โควีย์ ได้เขียนว่า
ครั้งหนึ่งเรามีกลุ่มผู้สร้างตัดทางของพวกเขาผ่านป่าด้วยมีดดาบ พวกเขาเป็นผู้สร้าง ผู้แก้ปัญหา พวกเขาตัดผ่านพุ่มไม้ ขจัดมันออกไป พวกเขากำลังทำงานภายในธุรกิจ ผู้บริหารอยู่เบื้องหลังพวกเขา ผู้บริหารผลักดันพวกเขา เดินตามกระบวนการ ลับมีดดาบให้คม เขียนคู่มือปฏิบัติงาน กำหนดตารางเวลาทำงาน และการจ่ายค่าตอบแทนแก่คนงาน
ในขณะที่ผู้นำทำงานบนธุรกิจ ผู้นำปีนต้นไม้สูงที่สุด สำรวจสถานการณ์ทั้งหมด และร้องตะโกน “ผิดป่า” การบริหารมุ่งที่ระเบียบวิธีการทำงานอย่าง
มีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติงานเป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาต้องการ ดังนั้นพวกเขาได้ตอบสนอง “หยุดพูด” เรากำลังสร้างความก้าวหน้า การบริหารมุ่งในขณะนี้ การเป็นผู้นำมุ่งในอนาคต การบริหารคือ การวางสิ่งแรกก่อน ในขณะที่ความเป็นผู้นำตัดสินใจสิ่งแรกคืออะไร มันเป็นการบริหารที่วางมันก่อน วันต่อวัน เวลาต่อเวลา การบริหารเป็นวินัยดำเนินการกับมัน
ครั้งหนึ่ง วอร์เรน เบนนิส กล่าวว่า ผู้บริหารมีสายตาของเขาบนกำไร ผู้นำมีสายตาของเขาบนขอบฟ้า
เราสามารถเป็นผู้นำและผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่ในขณะเดียวกันได่หรือไม่
ผู้นำเป็นบุคคลทำอะไรที่ถูกต้อง ผู้บริหารเป็นบุคคลที่ทำอะไรอย่างถูกต้อง
– วอร์เรน เบนนิส – มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ภายในสตาร์ทอัพและบริษัทเล็กแล้วผู้นำน่าจะต้องเป็นบริหารด้วย แต่ภายในบริษัทใหญ่ ผู้นำควรจะต้องให้ความรับผิดชอบการบริหารโดยส่วนรวมแก่ซีโอโอ เราต้องเข้าใจบทบาทพื้นฐานของผู้นำและผู้บริหาร พวกเขาไม่เหมือนกัน ความแตกต่างที่สำคัญบางอย่างระหว่างผู้นำและผู้บริหาร มันเป็นมุมมองโดยทั่วไป และมันบางครั้งอาจจะข้ามกันระหว่างสองอย่าง แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าผู้นำสำคัญกว่าผู้บริหาร
*ผู้นำนำบุคคล ผู้บริหารบริหารกระบวนการ
*ผู้นำสร้างและสื่อสารวิสัยทัศน์ ผู้บริหารดำเนินการวิสัยทัศน์
*ผู้นำกระทำขั้นแรก ผู้บริหารกระทำขั้นที่สอง
*ผู้นำถาม ทำไม และ อะไร ผู้บริหารถาม อย่างไร และเมื่อไร
*ผู้นำจูงใจและบันดาลใจ ผู้บริหารบริหารและสั่งการ
บิลล์ ยอร์จ เป็นอาจารย์การบริหาร ณ คณะบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ด ตรงที่เขาสอนความเป็นผู้นำ เขาเป็นผู้เขียนของ “Seven Lessons for Leading in Crisis” “True North” “Finding Your True North” และ “Authentic Leadership”
บิลล์ จอร์จ กล่าวว่า ความเป็นผู้นำที่ดีไม่ได้เกี่ยวกับสถานภาพหรืออำนาจ
หรือปลอมมัน จนเราทำมันได้ ผู้นำที่ดีใช้เวลาหยั่งรู้พวกเขาคือใคร และเดินตามความเชื่อ ค่านิยม และหลักการที่ยึดอย่างลึกซึ้งนำทางพวกเขา
อะไรรส่วนใหญ่ที่เราสอนภายในคณะบริหารธุรกิจคือ โลกสามารถคาดคะเนได้ และเราสามารถสร้างแผนกลยุทธ์ยาวนานห้าปี วันนี้ โลกสับสนวุ่นวายและคลุมเครือ เราต้องสอนผู้นำทำการตัดสินใจภายใต้สภาวะของความคลุมเครือ
พวกเขาต้องใช้ใจและหูของพวกเขาที่จะมีความกล้าหาญตัดสินใจ เมื่อเราไม่รู้อย่างแท้จริงอะไรจะเกิดขึ้น
เพื่อการเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่วันนี้ บิิลล์ จอร์จ กล่าวว่าความกล้าหาญเป็นคุณลักษณะอย่างหนึ่งที่แยกผู้ชนะออกมาจากผู้แพ้ และผู้นำจากผู้บริหาร ภายในธุรกิจ บิลล์ จอร์จ ได้ทำการวิจัยมุ่งที่ซีอีโอมากกว่า 200 คนของบริษัทใหญ่
โดยสรุปบิลล์ จอร์จ ได้สร้างกรณีตัวอย่างว่าคุณลักษณะดีที่สุดอย่างหนึ่ง
ของผู้นำทิศเหนือที่แท้จริงคือ ความกล้าหาญ พวกเขาสร้างการก้าวไปอย่างกล้าหาญทำการปฏิรูปธุรกิจของพวกเขา
บิลล์ จอร์จ กล่าวว่า ความกล้าหาญเป็นคุณลักษณะที่เเยกความแตกต่างผู้นำที่ยิ่งใหญ่จากผู้บริหารที่ดีเยี่ยม ผู้นำที่กล้าหาญเต็มใจเสี่ยงภัย ที่องค์การของพวกเขาไม่เต็มใจ พวกเขาทำการตัดสินใจด้วยโอกาสเพื่อการปฏิรูปภายในตลาด ความกล้าหาญของพวกเขาบันดาลใจทีมของพวกเขา กระตุ้นลูกค้า และ
วางตำแหน่งบริษัทของพวกเขาเป็นผู้นำภายในการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
ความกล้าหาญไม่ได้เป็นคุณลักษณะทางความฉลาด หรือสามารถสอนมันภายในห้องเรียนได้ มันสามารถได้มาผ่านทางประสบการณ์ที่หลากหลายเกี่ยวพันกับความเสี่ยงภัยส่วนบุคคลเท่านั้น ความฉลาดมาจากหัวใจ ดังที่พระภิกษุชาวเวียตนาม ติช นัท ฮันท์ ครั้งหนึ่งกล่าวว่า การเดินทางยาวที่สุดที่เราจะใช้คือ 18 นิ้วจากหัวของเราไปสู่หัวใจของเรา
เราต้องทำการตัดสินใจอย่างกล้าหาญสร้างบริษัทที่ยิ่งใหญ่ของโลก ถ้าธุรกิจถูกบริหารโดยไม่มีความเป็นผู้นำที่กล้าหาญ โครงการอาร์ แอนด์ ดี ท่อผลิตภัณฑ์ การลงทุนภายในตลาดเกิดใหม่ และความผูกพันของบุคคล
ต่อภารกิจของบริษัทย่อมจะร่วงโรย บริษัทเหล่านี้สามารถลื่นลงไปสู่ความ
เจ็บป่วย และอาจจะล้มเหลวในที่สุด

ภายในหนังสือ Leader Eat Last ไซมอน เซเนค ยืนยันอย่างมั่นคงว่าการนำเพื่อระยะยาวดีกว่าการนำเพื่อระยะสั้น เขาได้เปรียบเทียบผู้นำสองคนของบริษัทที่ยิ่งใหญ่ ผู้นำระยะสั้น แจ็ค เวลซ์ ซีอีโอก่อนหน้านี้ของเจ็นเนอรัล อีเลคทริค และ ผู้นำระยะยาว เจมส์ ซีเนกัล ความเป็นผู้นำของพวกเขา แตกต่างกันมาก ไซมอน ซีเนค ได้เปรียบเทียบจีอีและคอสโก้ ด้วยการวัดกำไรผ่านการขึ้นลงของหุ้นของพวกเขา และเชื่อมโยงการขึ้นลงเหล่านี้ต่อการตัดสินใจทำโดยความเป็นผู้นำ ถ้าเราเปรียบราคาหุ้นของจีอีและคอสโก้
เราจะมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจ ราคาหุ้นของจีอีผันแปรอย่างมากจากปีหนึ่งไปปีหนึ่ง แต่ราคาหุ้นของคอสโก้เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา
แจ็ค เวลซ์ ไดัถูกยกย่องด้วยการเจริญเติบโตยอดขายของจีอีจาก
26.8 พันล้านเหรียญ เป็น130 พันล้านเหรียญ แต่กระนั้นไซมอน ซีเนค
ยืนยันว่าผลการดำเนินงานนี้ไม่น่าประทับใจเลย การพิจารณาการเจริญเติบโตนี้สอดคล้องกับวงโคจรของตลาดตลอดช่วงเวลานี้ แจ็ค เวลซ์ ไล่ล่ากำไรและ
ประสบการณ์ตื่นเต้นของการขึ้นลง ชนะและเเพ้ จีอี ได้ถูกสร้างที่จะบรรลุ
โอกาสสูงสุดของวันนั้น วันที่ตัวเลขสำคัญกว่าบุคคล มันทำให้เกิดการปลด
ออกจากงานมากมาย และการเข้าออกจากงานสูง มันไม่ได้เป็นโอกาสสร้าง
เพื่อความยั่งยืน
แจ็ค เวลซ์ ชอบภาพพจน์การมีชื่อเสียงของเขา และวางหน้าของเขาบนหน้าปกของหนังสือห้าเล่ม เขาได้เขียนเกี่ยวกับความเป็นผู้นำ วัฒนธรรมของบริษัท
ของเขาส่องเป็นเงาสิ่งเหล่านี้ และบุคคลถูกกระตุ้นให้ต่อสู้กัน พวกเขาถูก
ขับเคลื่อนให้ทำอะไรก็ตามที่พวกเขาสามารถทำให้ตัวพวกเขาเองดูดี
แจ็ค เวลซ์ ใช้ความเป็นผู้นำระยะสั้น ณ เจ็นเนอรัล อีเล็คทริค การทำกำไร ณ จีอี คล้ายกับนั่งรถไฟเหาะ เนื่องจากการตัดสินใจที่ไม่มีเหตุผลโดยไม่มองผลกระทบตามมาระยะยาว ทุกปีเเจ็ค เวลซ์ ได้ปลด ระดับล่าง 10% ของผู้บริหารของเขา ณ จีจี เพื่อที่จะให้งบดุลบัญชีลงตัว และรักษากำไรไว้
แต่ความเป็นผู้นำนี้คล้ายกับทอยลูกเต๋า ตรงที่ชีวิตของผู้บริหารหลายร้อยคนต้องเดิมพัน
ณ ช่วงเวลาของการเป็นซีอีโอ 20 ปีของเเจ็ค เวลซ์ ความลุ่มหลงกับตัวเลข
การบรรลุผลลัพธ์ระยะสั้น และความเหนือกว่าของผู้ถือหุ้น – การวางผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น นำหน้าบริษัท บุคคล และลูกค้า ได้กลายเป็นความ
คิดที่ครอบงำของทุนนิยมอเมริกันภายใน ค.ศ 1980 และตามมาด้วยการ
ปลดออกจากงานอย่างมากมายทุกครั้งที่ซีอีโอล้มเหลวงบดุลบัญชีลงตัว
ภายใต้เเจ็ค เวลซ์ จีอี ได้กลายเป็นบรรลุความสำเร็จ ณ เกมนี้ วอลล สตรีท
และข่าวธุรกิจเพียงแค่ชอบเขา ไม่มีใครมองเห็นการปฏิบัติเหล่านี้ทำให้ราก
ฐานของธุรกิจอ่อนแอลง วัฒนธรรมจีอีที่ขับเคลื่อนอย่างหนักทำให้ความ
ร่วมมือร่วมใจเสียหาย เมื่อผู้นำแข่งขันระหว่างกันที่จะนำหน้่่าไม่ว่าอย่าง
ไรก็ตาม
แจ็ค เวลซ์ ชื่อเล่นว่า “นิวตรอน แจ็ค” ได้มุ่งที่การสร้างมูลค่าผู้ถือหุ้น เขา
ได้ปลดต่ำสุด 10% ของผู้บริหารของเขาที่หน่วยธุรกิจของพวกเขาเพิ่ม
มูลค่าน้อยต่อราคาหุ้นที่มีผลกระทบน้อยที่สุดต่อราคาหุ้น ในขณะที่ให้รางวัล สูงสุด 20% ของผู้บริหารของเขาด้วยสิทธิการซื้อขายหุ้น เมื่อช่วง
เวลาที่ลำบาก การปลดออกจากงานได้ถูกใช้ทำให้กำไรระยะสั้นดีขึ้น
บุคคลของจีอีได้รู้สึกไม่ถูกคุ้มครอง
ไซมอน ซีเนค กล่าวว่าการนำเพื่อระยะยาวเป็นโมเดลชนะ-ชนะ เขาเชื่อว่า
จีอีทำผิดพลาดหลายอย่างภายในความเป็นผู้นำ ในขณะที่คอสโก้ใช้เส้น
ทางที่ได้ชัยชนะ จีอีมุ่งการทำกำไรระยะสั้น ทุกวันผู้นำต้องรับมือกับแรง
กดดันที่เห็นแก่ตัวของบุคลข้างนอกให้ความสำคัญระยะสั้นเหนือระยะยาว
มันต้องใช้ความกล้่่าหาญอย่างไม่น่าเชื่อที่จะเลือกความสำคัญเหนือความ
เร่งด่วน
ความเป็นผู้นำเป็นมากกว่าเพียงแค่การมีอำนาจหน้าที่เหนือบุคคลของเรา ผู้นำระยะยาวให้ความสำคัญต่อรายได้ สวัสดิการ ความปลอดภัย และความสุขของบุคคลของเขาเหนือกำไรทันทีของบริษัท และผลตามมาบริษัทได้เข้มแข็งขึ้นในระยะยาว
ผู้นำหลายคนวันนี้ชอบวิถึทางของการบริหารธุรกิจของแจ็ค เวลซ์ มากกว่าเจมส ์ซีเนกัล ระหว่างแจ็ค เวลซ์ เป็นซีอีโอของจีอี เพราะว่ามันนำเสนอความตื่นเต้นมากกว่า
ความเป็นผู้นำของเจมส์ ซีเนกัล ไม่ได้มากับรถไฟเหาะ แต่มันมีความมั่นคง และสร้างบริษัทที่จะบรรลุความสำเร็จด้วยวิถีทางที่แน่นอนมากขึ้น เจมส์
ซีเนกัล เชื่อว่าเขามีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ต่อบุคคลทำงานเพื่อบริษัทของเขา ในขณะที่เเจ็ค เวลซ์ มองบุคคลเป็นทรัพยากรทดแทนได้ เพื่อผลประโยชน์ของนักลงทุน
เจมส์ ซีเนกัล แตกต่างกัน และบุคคลส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเขาคือใคร เขาบริหาร
คอสโก้ตั้งแต่ ค.ศ 1983 จนกระทั่งเขาได้กษียณเมื่อ ค.ศ 2012 เขาใช้ทัศนคติ
บุคคลลำดับแรกเป็นรากฐานของวัฒนธรรมที่สนุบสนุนความไว้วางใจและ
คววมร่วมมือ เขาจะไม่บังคับบัญชาและควบคุมบุคคล คอสโกทุ่มเทพลัง
ที่จะฝึกอบรม สร้าง และคุ้มครองบุคคลของพวกเขา บุคคลของคอสโก้
ดูแลระหว่างกัน ไม่ใช่แข่งขันระหว่างกัน
จุดเเข็งความสัมพันธ์ของบุคคลของคอสโก้ไม่เพียงแค่จำกัดอยู่ที่รายได้ฝและสวัสดิการ คอสโก้ได้พิสูจน์ความผูกพันต่อบุคคลของพวกเขาภายใน
เวลาที่วิกฤติด้วย ไซมอน ซีเนค ได้กล่าวถึงคอสโก้ว่า เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจ
ยูเอส 2009 ทำให้ยอดขายลดลง 27% เจมส์ ซีเนกัล ได้แนะนำการเพิ่ม
รายได้แก่บุคคลของเขา การช่วยเหลือให้พวกเขารอดพ้นจากวิกฤติ
เศรษฐกิจ เจมส์ ซีเนกัล ได้บอกซีเอฟโอ ว่าบุคคลต้องการความช่วย
เหลือระหว่างการตกต่ำทางเศรษฐกิจ
เจมส์ ซีเนกัล เชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับการเป็นผู้นำคล้ายกับการเป็นพ่อเเม่มาก มันเกี่ยวกับความผูกพันต่อความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคลภายในการดูแดของเรา และเต็มใจเสียสละที่จะเห็นผลประโยชน์ของพวกเขาดีขึ้น ดังนั้นพวกเขาจะถือธงเป็นเวลานานภายหลังจากที่เราออกไปเเล้ว ผมได้ประมวลความคิดนี้เพื่อธุรกิจด้วยหลักการที่เรียบง่ายว่า “บริการบุคคลที่เรานำ” ดังที่จิม คอลลินส์ ได้กล่าวว่า เจมส์ ซีเนกัล เป็นผู้นำระดับ 5 แสดงความ
ถ่อมตัวส่วนบุคคลและความมุ่งมั่นที่เข้มแข็ง เขาเป็นมนุษย์เดินดิน ไม่โอ้อวด
เมื้อเขาเป็นผู้นำ และเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของเขา เจมส์ ซีเนกัล เขากล่าวว่า ภารกิจการดำเนินงานของเราเรียบง่ายมาก พยายาม
อย่างสม่ำเสมอนำผลิตภัณฑ์และบริการมาสู่ตลาด ณ ราคาเป็นไปได้ต่ำ
ที่สุด
เจมส์ ซีเนกัล มีกรอบความคิดระยะยาว เราไม่เคยมีกลยุทธ์อแกไป เราไท่เคยสร้างธุรกิจที่จะขายมัน เรามีโอกาสมากมายที่จะขายธุรกิจหลายครั้ง
เราต้องการสร้างสถาบันที่จะอยู่ที่นี่ 40 และ 50 ปี จากนี้ไป เราคิดว่าเรา
เป็นหนี้ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกคน
เรารักและมองอยู่เสมอธุรกิจของเราเป็นบางสิ่งบางอย่างที่เราต้องการ
สร้างเพื่อระยะยาว เราเป็นบริษัทที่ต้องการอยู่ที่นี่ 50 ปีจากนี้ไป เราต้อง
การที่จะยังคงเจริญเติบโต เราต้องการบุคคลของเรารู้ว่าพวกเขาสามารถ
สร้างอาชีพของพวกเขาที่นี่ พวกเขาสามารถไว้วางใจเรากับการอยู่ที่นี่
และเราไม่ออกไปจากธุรกิจ และต่อซัพพลายเออร์ทำนองเดียวกัน เราต้องการพวกเขารู้ว่า พวกเขาสามารถพึ่งพาธุรกิจของเราในอนาคตได้
เราต้องการชุมชนตรงที่เรากำลังทำธุรกิจรู้ว่าอาคารของเรายังคงอยู่
และเรายังคงว่าจ้างบุคคลภายในอนาคต
เราอาจจะไม่เคยได้ยินเจมส์ ซีเนกัล น่าจะเป็นข้อเท็จจริงว่าเขาไม่เคยวางใบหน้าของเขาบนอะไรก็ตาม แต่ให้บุคคลของเขาได้การยกย่องไม่ใช่เขา เจมส์ ซีเนกัลรู้ว่าถ้าบริษัทของเขาปฏิบัติต่อบุคคลเหมือนครอบครัว บุคคลจะตอบแทนด้วยความไว้วางใจและจงรักภักดี ตลอดการเป็นซีอีโอของเขา และตั้งแต่การเกษียณของเขา โคสโก้มีการเจริญเติบโตอย่างมั่นคง และผู้ถือหุ้นพอใจต่่อการเพิ่มสูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอภายในราคาหุ้นของพวกเขา กลับกัน ราคาหุ้นของจีอีเป็นรถไฟเหาะเเละต่ำกว่าคอสโก้
เจมส์ ซีเนกัล ณ คอสโก้ ใช้ความเป็นผู้นำระยะยาว ในขณะที่ เเจ็ค เวลซ์
สร้างความกลัวภายในหัวใจของผู้บริหารของเขา เขาอยู่ขั้วตรงกันข้ามกับ
แจ็ค เวลซ์ เจมส์ ซีเนกัล ห่วงใยเกี่ยวกับการเลี้ยงดูบุคคลของเขา ภายในช่วงเวลาที่อเมริกาเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ เขาได้กล่าวว่าพวกเขาควรจะช่วยเหลือบุคคลภายในระยะเวลาที่ไม่ดี อย่าให้พวกเขาต้องออกไป
เจมส์ ซีเนกัล ได้สร้างวงกลมของความปลอดภัยที่เข้มแข็งเพื่อบุคคลของเขา การให้รายได้แก่บุคคลเกือบสองเท่าของวอลมาร์ท และทำหลายสิ่งที่ทำให้เกิดความจงรักภักดีและความไว้วางใจ ถ้าเราปฎิบัติต่อบุคคลของเราเหมือนครอบครัว เจมส์ ซีเนกัล เชื่อว่าพวกเขาจะตอบแทนด้วยความไว้วางใจและความจงรักภักดี
เจมส์ ซีเนกัล เข้าใจว่าความเป็นผู้นำที่บรรลุความสำเร็จต้องการความอดทนและสายตาไกล เขาเข้าใจว่าการวางความต้องการของบุคคลนำหน้าของเขาเองเป็นวิถีทางเดียวเท่านั้นที่จะสร้างผลประโยชน์ระยะยาว เขายืนยันว่าวัฒนธรรมของบริษัทสำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาว บุคคลของคอสโก้ต้องมีความศรัทธาภายในผู้นำของพวกเขาและกลับกัน เขารับรู้ความต้องการที่จะใช้เวลากับบุคคลของเขา มั่นใจว่าพวกเขารู้สึกถูกชื่นชมและได้รับฟัง
บุคคลของวอลล สตรีท ได้รับรู้อัฉริยะของเจมส์ ซีเนกัล ชาร์ลี มังเกอร์
รองประธานของเบิรคไชน์ ฮาทธเวย์ ได้ตอบสนองต่่อคำถามบริษัทที่ชื่นชอบของเขาข้างนอกเบิรคไชน์ ง่ายมาก มันเป็นคอสโก้ สถาบันทุนนิยม
ที่ชื่นชอบมากที่สุดภายในโลก ซีอีโอ เจมส์ ซีเนกัล เป็นผู้ค้าที่น่าชื่นชอบมากที่สุดคนหนึ่งที่มีเคยมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ เขาเสียสละกำไรระยะสั้น
เพื่อความสำเร็จในระนะยาว
เจมส์ ซีเนกัลได้รับชื่อเสียงต่อความใจดีแก่ลูกค้าและบุคคลของเขา บทความของนิวยอร์ค ไทม์ เรื่อง How Costco Become the Anti-Walmart กล่าวถึงความสำเร็จของคอสโก้ การให้รายได้และสวัสดิการที่ดีคือทำไมคอสโก้
มีการเข้าออกจากงานและการขโมยต่ำมาก และลูกค้ายังคงจงรักภักดี เพราะว่าพวกเขามองว่าราคาต่ำ ไม่ได้มาจากต้นทุนบุคคลของบริษัท
มันได้สนับสนุนโดยการเปรียบเทียบความเป็นผู้นำที่ดีอย่่างหนึ่ง ผู้นำกินเป็นคนสุดท้าย ผู้นำของนาวิกโยธินกินเป็นคนสุดท้ายอย่่างเเท้จริง
พวกเขาคิดว่าผู้นำที่เเท้จริงให้ความสำคัญความต้องการของบุคคลที่
พวกเขานำก่อนของพวกเขาเอง
วิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำที่บรรลุความสำเร็จของไซมอน ซีเนค อยู่บนพื้น
ฐานการสนทนาระหว่างเขาและนายพลนาวิกโยธินในขณะที่ทำการวิจัย
หนังสือของเขา นายพลได้อธิบายว่าภายในฐานนาวิกโยธินทั่วโลก นาวิกโยธินอ่อนอาวุโสที่สุดกินก่อน และนาวิกโยธินอาวุโสกินสุดท้าย
คำตอบคือนาวิกโยธินมองความเป็นผู้นำเป็นความรับผิดชอบมากกว่าตำแหน่ง แทนที่จะหลงภายในอำนาจของพวกเขา พวกเขาให้ความสำคัญการดูแลบุคคลภายในความรับผิดชอบของพวกเขา และวางความต้องการของบุคคลอื่นนำหน้าของพวกเขาเอง
ภายในการสนทนานี้ ไซมอน ซีเนค ได้เริ่มต้นรับรู้ว่าความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับการให้อำนาจบุคคลอื่น เขาได้อธิบายต่อไปว่าความเข้าอกเข้าใจเป็นคุณลักษณะบุคลิกภาพที่สำคัญอย่างหนึ่งของผู้นำที่ยิ่งใหญ่

ไซมอน เซนิค ได้แนะนำแนวคิดวงกลมของความปลอดภัย เมื่อบุคคลรู้สึก
ของการเป็นส่วนหนึ่งภายในวงกลมนี้ พวกเขามีความรู้สึกอย่างลึกซึ้งของความไว้วางใจที่บุคคลจะมีการหนุนหลังของพวกเขา และพวกเขาร่วมความคิด ความร่วมมือร่วมใจ และการคุ้มครองระหว่างกันจากอันตรายภายนอก ความเห็นอกเห็นใจสำคัญ และสภาพแวดล้อมเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ต่อเมื่อเรารู้สึกเราอยู่ภายในวงกลมความปลอดภัยเท่านั้น รวมเราเข้าด้วยกันเป็นทีมหนึ่งเดียว สามารถดีกว่าที่จะอยู่รอดและเจริญเติบโต ไม่
มองสภาวะภายนอก ถ้าวงจรความปลอดภัยถูกทำลาย ความเข้มเเข็งของกลุ่มจะลดลง เมื่อเราอยู่ภายในวงจรของความปลอดภัย เรา กลายเป็นผู้คุ้มครองของ ฉัน เมื่อเรามองหาอะไรดีที่สุดต่อเรา ฉันจะถูกครอบคลุมไปแล้ว วงกลมของความปลอดภัยบอกเราว่าเราควรจะมุ่งการช่วยเหลือระหว่างกัน ไม่ใช่ได้เปรียบระหว่างกันทำให้ผู้บริหารมีความสุข มันบอกเราว่าเมื่อเรารู้และไว้วางใจ
ว่าบุคคลข้างในวงกลมของความปลอดภัยจะดูแลเรา และคุ้มครองเราจากอันตรายภายนอก เราน่าจะแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดอย่างเสรีมากขึ้น
นำองค์การไปข้างหน้า ไม่ใช่เก็บอะไรไว้ที่ตัวเราเอง เพราะว่าเรากลัวบุคคล
บางคนจะขโมยความคิดของเรา

บุคคลจำนวนมากได้เชื่อมโยงความตรงไปตรงมาของแจ็ค เวลซ์ กับความลุ่มหลงของการสร้างแตกต่างของเขา บุคคลจะถูกแยกตามการปฏิบัติงาน สูง 20% ปานกลาง 70% และต่ำ 10% แจ็ค เวลซ์ กล่าวว่า ไม่มีการเลือบน้ำตาล 10% ต้องออกไป การสร้างความแตกต่างเป็นกระบวนการที่กำหนดให้ผู้บริหารประเมินบุคคลของพวกเขา และแยกพวกเขาเป็นสามประเภทตามการปฏิบัติงาน
โมเดลทางธุรกิจของจีอี ได้ใช้การเรียงลำดับ A , B และ C แก่บุคคลทุกคน เพื่อการพิจารณาว่าใครจะอยู่บน ” รายการเจับตามอง ” ของการเลื่อนตำแหน่ง ด้วยคำพูดของแจ็ค เวลซ์ A คือบุคคลทีมีความลุ่มหลง ผูกพันกับการกระทำ และเปิดรับความคิดใหม่จากทุกที่ พวกเขามีความสามารถกระตุ้นไม่เพียงแต่ตัวเอง แต่บุคคลทุกคนที่ติดต่อกับพวกเขา พวกเขามุ่งทั้งประสิทธิภาพและความสนุกสนานภายในการทำธุรกิจ
แจ็ค เวลซ์ เชื่อว่าการว่าจ้างบุคคลที่ดีที่สุด เราจะได้ความคิดที่ดี่สุด และถ้าความคิดเหล่านี้สามารถไหลเวียนได้อย่างเสรีภายในสภาพแวดล้มที่ื ” ไร้พมแดนแล้ว ” แล้ว เราจะเป็นสถานที่ของการทำงานที่ดีที่สุดภายในโลก เขาได้ใช้เวลาอย่างมากกับการประเมิน การกำจัดบุคคลที่เป็นไม้ตายซาก และการระบุคคลที่เป็นดาวรุ่งของบริษัท

Leader Eat Last เป็นหนังสือที่ต้องอ่านต่อใครก็ตามภายในธุรกิจหรือการบริหารบุคคล การให้วงกลมแห่งความปลอดภัย และการให้ความรักและการดูแลแก่พวกเขา
การเป็นผู้นำหมายถึงเสียสละตัวเลขที่จะรักษาบุคคล และไม่ใช่บุคคลที่จะรักษาตัวเลข ผู้นำที่ยิ่งใหญ่บันดาลใจความร่วมมือ ความไว้วางใจ และความจงรักภักดี พวกเขาปฏิบัติต่อบุคคลเป็นครอบครัว พวกเขาให้ความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งแก่บุคคล และระวังบุคคลข้างในวงกลมของพวกเขา การเป็นผู้นำเหมือนกับการเป็นพ่อแม่ และบริษัทเหมือนกับครอบครัวใหม่ที่เข้าร่วม
ไซมอน ซีเนค ได้อธิบายบางสิ่งบางอย่างเรียบง่ายมาก แต่สำคัญต่อเรา
ในฐานะของมนุษย์…..วงกลมแห่งความปลอดภัย ไซมอน ซีเนค ใชัถ้อยคำนี้
อธิบายธุรกิจที่เจริญรุ่งเรือง เพราะว่าบุคคลทุกคนข้างในดูแลระหว่างกัน
เรามีความไว้วางใจข้างในวงกลม วงกลมแห่งความปลอดภัยห่อรวมทั้งบริษัท
วงกลมแห่งความปลอดภัยสร้างและส่งเสริมวัฒนธรรมของการช่วยเหลือ
ระหว่างกัน ไม่กังวลเกี่ยวกับใครจะได้การยกย่องต่อทุกสิ่งทุกอย่าง จุดรวม
อยู่ที่บริษัทได้การยกย่อง เราไว้วางใจทั้งหมดและไม่ใช่ส่วนหนึ่งทำสิ่งที่ถูก
ต้อง มันไม่เกี่ยวกับผมจะทำอะไร มันเกี่ยวกับเราจะทำอะไร เมื่อเราอยู่ข้างในวงกลม เราคุ้มครองบุคคลอื่นข้างในวงกลมจากอันตรายภายนอก
การคิดค้นโพสท์ อิท โน้ต ของ 3 เอ็ม มีชื่อเสียงมาก มันได้ยึดพลังของ
วัฒนธรรมวงกลมแห่งความปลอดภัย ดังเรื่องราวที่นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งได้วิจัย
กาวเหนียวเพื่ออุตสาหกรรมยานอวกาศ เขาได้สร้างกาวเพื่อโพสท์ อิท โน้ต
โดยบังเอิญ ถ้าไม่มีวัฒนธรรมส่งเสริมวงกลมแห่งความปลอดภัย กาวที่ล้ม
เหลวของเขาอาจจะไม่เคยได้ร่วมกับใครก็ตาม แต่เพราะว่าวัฒนธรรมของ 3 เอ็ม ยึดวงกลมแห่งความปลอดภัย ตรงที่บุคคลร่วมและเเลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างเสรี โพสท์ อิท ได้กำเนิดขึ้นมา
เมื่อ ค.ศ 1868 สเปนเซอร์ ซิลเวอร์ นักวิทยาศาสตร์ ณ สำนักงานใหญ่ของ
3 เอ็ม กำลังวิจัยที่จะพัฒนากาวหนียว โชคไม่ดี เขาไม่บรรลุความสำเร็จ
แต่กระนั้นโดยบังเอิญ ซิลเวอร์รู้สึกว่าเขาได้ค้นพบบางสิ่งบางอย่างเฉพาะ กาวที่เหนียวพอ
ติดกับผิวได้ แต่ไม่ทิ้งสารตกค้างภายหลังดึงออก และสามารถใช้ใหม่ได้
เขาได้พยายามค้นหาว่ามันสามารถใช้เป็นอะไรได้บ้าง
เขาใช้เาลาห้าปีกับบุคคลอื่น ณ 3 เอ็ม พยายามหาบุคคคลบางคนที่จะรับรู้ความสามารถเฉพาะของการคิดค้นของเขา และใช้มันสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่
ณ เวลาเดียวกัน อาร์ท ฟราย นักวิทยาศาสตร์ของ 3 เอ็มคนหนึ่ง ท้อ
แท้กับที่คั่นหล่นจากหนังสือเพลงสวดที่เขาใช้เมื่ือไปโบสถ์วันอาทิตย์
เมื่อเขาได้คิดถึงวิถีทางสร้างที่คั่นที่ดีกว่า กาวที่ไม่ติดยึดแน่นของสเปนเซอร์ ซิลเวอร์ได้เกิดขึ้นภายในใจเป็นวิถีทางสร้างที่คั่น อาร์ท ฟรายได้นำกาวนี้ของซิลเวอร์ และประยุกต์ใช้มันกับชิ้นกระดาษ ปัญหาที่คั่นหนังสือเพลงสวดได้ถูกแก้ไขไป
วัฒนธรรมของ 3 เอ็มหมุนรอบนวัตกรรม 3 เอ็มบรรลุนวัตกรรมผ่าน
วัฒนธรรมของความร่วมมือร่วมใจและการร่วมกัน นวัตกรรมผ่านการเกี่ยว
พันระหว่างกัน เป็นสุภาษิตของพวกเขา ด้วย 80% ของสิทธิบัตรของ 3 เอ็ม
มีนักคิดค้นมากกว่าคน ณ 3 เอ็ม เราเป็นกลุ่มของความคิด เราไม่เคยโยน
ความคิดทิ้ง เพราะว่าเราไม่เคยรู้เมื่อบุคคลอื่นจะต้องการมัน
ไซมอน ซีเนคได้แสดงวงกลมแห่งความปลอดภัยผ่านนิทานอีสปของวัวและสิงโต แสดงถึงทีมที่ระวังระหว่างกัน และไม่มองที่จะเอาใครออกไป ความคิดที่สำคัญของความปลอดภัยของกลุ่มภายในวงกลมแห่งความปลอดภัย
สิงโตตระเวนภายในทุ่งที่วัวสี่ตัวใช้อาศัยอยู่ หลายครั้งสิงโตได้พยายามโจมตีวัว แต่ทุกครั้งเมื่อมันเข้ามาใกล้ วัวได้หันหางของพวกมัน เข้าหากัน เเล้วหันหน้าออกข้างนอก เพื่อที่จะตั้งรับและป้องกันตัว ดังนั้นไม่ว่าสิงโตจะวิ่งไปทางไหน ไม่สามารถหนีพ้นเขาของพวกวัวได้ ทำให้สิงโต
ถูกขวิดทุกครั้งเมื่อเข้าไปใกล้ แต่กระนั้นในที่สุดวัวสี่ตัวได้ทะเลาะกัน และวัวแต่ละตัวได้ออกไปทุ่งหญ้าโดยลำพัง จากนั้นสิงโตได้โจมตีมันทีละตัว
และกินมันเป็นอาหารทั้งสี่ตัว
เเม้ว่าการคุกคามของเราอาจจะแตกต่างจากวัว เราเผชิญการคุกคามทุกวัน
ไม่ว่ามันเป็นความมั่นคงของงาน ค่าตอบแทน ความขัดเเย้ง หรือเเม้แต่เทค
โนโลยีใหม่ ดังที่ไซมอน ซีเนค กล่าวว่า อันตรายเหล่านี้เป็นการคุกคามอย่างสม่ำเสมอ และไม่เคยหายไปอย่างแท้จริง วงกลมแห่วความปลอดภัยที่เราสร้่าง
ฝังรากอยู่ภายในความไว้างใจ ต่อเมื่อเรารู้สึกว่าเราอยู่ภายในวงกลมแห่ง
ความปลอดภัยเท่านั้น เราจะรวมเข้าด้วยกันเป็นทีม สามารถอยู่รอดและ
เจริญรุ่งเรือง ไม่มองถึงสภาพภายนอก
ตัวอย่างหนึ่งที่ได้กล่าวถึงคือ เจมส์ เซเนกัล ผู้ก่อตั้งคอสโก้ เจมส์ ซีเนกัล ได้ให้วงกลมแห่งความปลอดภัยที่เข้มแข็งแก่บุคคลของเขา และปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนครอบครัว เขาได้เลยพ้นไปจากมาตรฐานค้าปลีกโดยทั่วไป ทำให้คอสโก้ เป็นบริษัที่ยิ่งใหญ่ คอสโก้ได้ให้รายได้แก่บุคคลของพวกเขา

เกือบสองเท่าของบุคคล ณ วอลมาร์ท การดูแลสุขภาพอย่างมากแก่บุคคลของพวกเขา และทำหลายสิ่งที่จะก่อให้เกิดความจงรักภักดีและความไว้วางใจ
เจมส์ ซีเนกัล มองบุคคลของเขาเป็นครอบครัว และให้รางวัลความจงรักภักดีและความไว้วางใจ เขาส่งเสริมวัฒนธรรมความร่วมมือร่วมใจ ตรงที่
บุคคลดูแลระหว่างกัน ไม่ใช่แข่งขันระหว่างกัน เมื่อ ค.ศ 2009 ยอดขายได้ลด
ลง 27% ไม่เหมือนผู้ค้าปลีกอื่นวิ่งกวดภายในการตกต่ำทางเศรษฐกิจ เขา
ได้ตัดสินใจเพิ่มรายได้ไม่ใช่ลดมันแก่บุคคล เมื่อเขารับรู้ว่าบุคคลของเขา
ต้องการความช่วยเหลือมากขึ้นภายในเวลาที่ยากลำบาก เขาไม่เคยปลดบุคคลออกจากงานภายในการตกต่ำทางเศรษฐกิจเลย
เจมส์ ซีเนกัล ไม่เคยเชื่อต่อการนั่งภายในสำนักงาน และสั่งการบุคคลด้วยโทรศัพท์หรือการประชุม เขาเชื่อว่ามันทั้งจำเป็นและสำคัญที่จะรู้อะไร
กำลังเกิดขึ้นภายในแนวหน้า เขารับฟังบุคคลของเขาอยู่เสมอ แม้ว่าบริษัท
ได้เปิดร้านทั่วโลก เขาไม่เคยแสดงความไม่สนใจใดเลยไม่ไปที่นั่น เขา
ปรากฏตัวอยู่เสมอภายในทุกสถานการณ์ โดยไม่ต้องมีใครก็ตามต้อง
เรียกร้องเขา และรับฟังบุคคลที่จะได้ความคิดลึกลงไปของสถานการณ์ในขณะนี้ เขาได้รักษานโยบายเปิดประตูอยู่เสมอที่กระตุ้นความร่วมมือร่วมใจ
เจมส์ ซีเนกัล ได้รับชื่อเสียงต่อความมีน้ำใจต่อทั้งบุคคลและลูกค้าของเขา
ไม่ว่าจะเป็นการให้รายได้ที่สูง สวััสดิการที่เอื้ออาทร และโอกาสความก้าว
หน้าภายในของคอสโก้ เจมส์ ซีเนกัลไม่ยอมรับสมมุติฐานของวอลล สตรีท
ต่อการค้าปลีกส่วนลดต้องให้ค่าตอบแทนต่ำแก่บุคคล ขี้เหนียวสวัสดิการ
และขึ้นราคาเพื่อทำกำไร เจมส์ ซีเนกัล
ได้บุกเบิกวิธีการสัญลักษณ์หลายอย่างของคอสโก้ของการรักษาต้นทุนให้ต่ำ มีทั้งพื้นที่ค้าปลีกไม่มีสิ่งที่ไม่จำเป็น สินค้าคงเหลือที่จำกัด และการโฆษณาไม่มี
เจมส์ ซีเนกัล ไม่เพียงแค่ลุ่มหลงเกี่ยวกับการประหยัดเงินของบริษัท เขา
ห้ามคอสโก้จากการกำหนดราคาของสินค้ามากกว่า 14% หรือ 15% ของ
ต้นทุนแก่ร้าน แม้ว่าลูกค้าคุ้นเคยที่จะจ่ายมากกว่ากับที่อื่น เจมส์
ซีเนกัล ยึดติด
ความรวดเร็วเป็นเวทย์มนต์ที่ไม่มีอะไรเลยภายในคลังสินค้าควรจะบวกมาก
กว่า 14 ถึง 15 % จากต้นทุน ระเบียบวินัยของเขาเป็นตำนาน บุคคลถาม
อยู่เสมอ ใครเป็นคู่แข่งขันลำบากที่สุดของคุณ ผู้บริหารการเงินของบริษัท
บอกว่า มันคือ จิม ระเบียบวินัยของการกำหนดราคานี้ไม่ได้ชนะการยกย่อง
จากนักวิเคราะห์วอลล สตรีทเลย
เจมส์ ซีเนกัล ชอบอย่างชัดเจนที่เขาได้สร้างอาชีพของเขาที่นี่ และไม่ใช่
เพราะว่าเงินเดือนของเขา 350,000 เหรียญ ต่ำกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม
หนึ่งล้านเหรียญต่อซีอีโอฟอร์จูน 100 ณ เวลานั้น ผมเพียงแค่ชอบมัน
ผมอยากมาและฟังเสียงเครื่องคิดเงิน นั่งภายในศูนย์อาหารพูดคุย มันเพียงแค่สนุกสนาน ถ้าคุณไปทำงานเพื่อส่วนที่เหลืออยู่ของชีวิตของคุณ คุณควรจะทำบางสิ่งบางอย่างที่คุณสนุกสนาน
เจมส์ ซีเนกัล ยึดมั่นกับการใช้ผลิตภัณฑ์ของคอสโก้ เขามักจะใส่เสื้อเชิรต 17 เหรียญของบริษัท ผลิตภัณฑ์หลักมายาวนานของแผนกเครื่องแต่งกาย
ของพวกเขา เขาใส่มันอย่างภูมิใจภายในการประชุมประจำปีของบริษัท
ด้วย ห้องทำงานของเขาอยู่ภายในห้องโถงทางเดิน ณ สำนักงานใหญ่อิสซาควาห์ ของคอสโก้ ไม่มีแม้แต่ประตูปิด ไม่มีแม้แต่กำแพงกระจกระหว่าง
เขาและบุคคลของเขา ใครก็ตามสามารถตระเวนเเละพูดคุยกับเขาได้ทุกเวลา

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *