INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

บรูทซอรก : ฮิวแมนนอคเครซี่

144275

บรูทซอรก : ฮิวแมนนอคเครซี่

แกรี่ ฮาเมล ได้พิมพ์บทความภายในฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว “First, Let’s
Fire All the Managers” อธิยายมอร์นิง สตาร์ ได้สร้างความสำเร็จของพวกเขาบนการบริหารตัวเองอย่างไร และในขณะที่บรูทซอรกมักจะถูกอ้างเป็นทีมบรืหารตัวเองของพวกเขา แกรี ฮาเมล ได้ยกตัวอย่างบรูทซอรกภายในหนังสือของเขา อะไรทำให้บรูทซอรกไม่เหมือนใครคือ พวกเขาได้จัดตั้งทีมบริหารบริหารตัวเองของพยาบาล 12 คน แต่ละทีมเหล่านี้ดำเนินงานคล้ายกับธุรกิจอิสระ มันเป็นโมเดลที่ช่วยสร้างองค์การผูกพันสูง
แกรี ฮาเมล และมิเชล ซานินิ ได้เขียนหนังสือที่ดีเยี่ยมเล่มหนึ่ง “Humanocracy :Creating Organizations as Amazing as the People Inside Them” ผู้เขียน ได้แสดงผู้อ่าน เปิดตัวการเคลื่อนไหวที่หยุดไม่ได้
ติดตั้งและให้อำนาจบุคคลทุกคนภายในองค์การทำดีที่สุดของพวกเขาอย่างไร องค์การอยู่บนรากฐานของ
การจูงใจ โมเดล กรอบความคิด และการโยกย้าย ผู้อ่านจะได้เรียนรู้สร้าง
และเดินตามพิมพ์เขียวเพื่อวิวัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ด้วย
การช่วยเหลือของฮิวเเมนนอคคราซี รางวัลในที่สุด องค์การที่สอดคล้อง
ต่ออนาคต และสอดคล้องต่อมนุษย์ ทำไมมันเป็นเวลาต่อผู้นำที่จะคิดใหม่
ต่อโครงสร้างอำนาจเผด็จการ และสร้างฮิวแมนนอคคราซี่

144274
พวกเขาได้เสนอแนะว่าเราได้เรียนรู้จากองค์การที่นำวิถีทางภายใน
การพัฒนาและความคิดใหม่ บรูทซอรก เป็นดวงประทีปหนึ่งของฮิวแมน
นอคคราซี สร้างธุรกิจที่วิ่งเร็วกว่าอนาคต และประสิทธิภาพสูงกว่าคู่แข่งขัน
และทดแทนบิวรอคเครซี่ด้วยฮิวแมนนอคเครซี่
แกรี ฮาเมล กล่าวว่า ปัจจัยยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งหยุดองค์การจากการก้าว
ออกไปจากบิวรอคเครซี่คือ ผู้นำไม่ไว้วางบุคคลของพวกเขา แต่การขาด
ความไว้วางใจนั้นสร้างวงจรตรงที่ผู้นำรู้สึกว่าพวกเขาต้องปฏิบัติต่อบุคคล
ของพวกเขาเหมือนเด็ก เพราะว่าพวกเขาไม่สามารถไว้วางใจได้ ทำให้บุคคลหยุดการตัดสินใจด้วยตัวพวกเขาเอง
เมื่อผู้นำพยายามควบคุมทุกด้านของงาน บุคคลไม่ถูกจูงใจที่จะ
สร้่างนวัตกรรมและการทดลอง การขาดความไว้วางใจและเเรงจูงใจนี้
สร้างวงจรไม่เคยจบสิ้นของบิวรอคเครซี่
องค์การไม่สามารถใช้มาตรการระบบราชการภายในอนาคตของงาน
พวกเขาต้องค้นหาวิถีทางที่ดีกว่า นำและสร้างองค์การมนุษย์ศูนย์กลาง
แกรี ฮาเมล ได้อ้างถึงวิถีทางนี้เป็นฮิวแมนนอคเครซี่ หรือขึ้นอยู่กับบุคคล
ไม่ใช่กฏและระเบียบวิธีการปฏิวัติงานที่ถูกต้อง
วันนี้โลกกำลังเผชิญความท้าทายหลายอย่าง ตั้งแต่การลดการระเหยซีโอสอง การจัดการความไม่เสมอภาคทางรายได้ ไปจนถึงการทำความสะอาดมหาสมุทร ภายในโลกของการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่ยอมแพ้ และความท้า
ทายที่คาดคะเนไม่ได้ เราต้องการองค์การที่ยืดหยุ่นและกล้าหาญ แฮรี
กาเมล ยืนยันว่าองค์การควรจะถูกสร้างใหม่ เพื่อที่จะผ่านพ้นสิ่งเหล่านี้
ทุกอย่าง กระบวนการระบบราชการเป็นการดึงความยืดหยุ่นขององค์การ
และเป็นภาระที่สำคัญภายในโลกของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
แกรี ฮาเมล กล่าวว่า ความยืดหยุ่น ความคิดสร้างสรรค์ เเละความลุ่มหลง
เป็นคุณลักษณะที่องค์การต้องการว้นนี้ แต่หลายองค์การสามารถอธิบาย
ด้วยถ้อยคำของความเฉื่อยชา ค่อยเป็นค่อยไป และไม่เป็นมนุษย์ เขา
หมายถึงภายในหลายวิถีทางองค์การของเราเป็นมนุษย์น้อยกว่าบุคคล
ข้างในมัน :
*มนุษย์สามารถปรับตัวได้ แต่องค์การส่วนใหญ่ไม่
*มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ แต่องค์การส่วนใหญ่ไม่
*มนุษย์มีความลุ่มหลง แต่องค์การส่วนใหญ่ไม่
องค์การส่วนใหญ่ ภาระหนักเกินไปโดยบิวรอคเครซี เฉื่อยชาและขึ้ขลาด ภายในยุคของโครงสร้างอำนาจบนลงล่าง และระบบการบริหารที่สำลักกฏ เป็นภาระ มันได้บดขยี้ความคิดสร้างสรรค์ และยับยั้งการริเริ่มกระทำ
ฮิวแมนนอคเครซี่ถูกระบุเป็นการออกแบบองค์การที่จะบรรลุการมีส่วนช่วยของมนุษย์สูงสุด แกรี ฮาเมล ได้ระบุหลักการเจ็ดข้อของฮิวแมนนอคเครซี่ ความคิดเหล่านี้วางบุคคล ณ จุดศูนย์กลางขององค์การ และให้อำนาจบุคคลด้วยความไว้วางใจ ไม่ใชทำให้พวกเขาทำงานผ่านเรดเทป : ความล่าช้าของระบบราชการ เกิดจากเทปสีเเดงที่ใช้ผูกเอกสารราชการ องค์การมากขึ้นมากขึ้นเป็นอัมพาตด้วยเรดเทปของบิวรอคเครซ๊ เรด เทป เป็นคำสแลงอ้างถึงการบังคับหรือการทำตามกฏหรือมาตรฐานเป็นทางการมากเกินไป ตายตัว หรือซ้ำซ้อน
1 ความเป็นเจ้าของ
การยอมให้บุคคลกระทำเหมือนผู้ประกอบการ เเรงจูงใจมาจากบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ไม่ใช่บุคคลทุกคนภายในองค์การสามารถเป็นเจ้าของ หรือทำงานภายในสตราทอัพ เป็นไปได้ที่จะสร้างองค์การช่วยให้พวกเขารู้สึกและกระทำเหมือนเป็นผู้ประกอบการคนหนึ่ง มั่นใจว่าบุคคลรู้คุณค่าของงานของพวกเขา และมันมีส่วนช่วนต่อเป้าหมายของบริษัทอย่างไร
ดังนั้นพวกเขาสามารถใช้ความเป็นเจ้าของและสนับสนุนความคิดที่ยิ่งใหญ่
2 ตลาด
การใช้กฏของตลาดที่จะจัดสรรทรัพยากร และสร้างการแข่งขันภายใน ตลาดได้ถูกรับรู้เป็นกลไกภายในที่เหนือกว่าการตัดสินใจบนลงล่าง เพื่อที่จะปรับความต้องการของการจัดสรรสรรทรัพยากร ภายในเศรษฐกิจตลาด ลูกค้ามีทางเลือกหลายทาง และมันเป็นสิ่งที่ดีตลาดสร้างความสอดคล้องของความต้องการการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ไม่ควรจะทำโดยบุคคล ณ ระดับสูงไม่กี่คนเท่านั้น
3 ชุมชน
บุคคลของเราต้องการความรู้สึกคล้ายครอบครัว ไม่ใช่เพียงแค่
เพื่อนร่วมงาน เมื่อเรารู้สึกปลอดภัย เราทำงานของเราดีที่สุด มนุษย์
ถูกออกแบบทำเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน บุคคลต้องการรู้สึกว่าพวกเขา
เป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งบางอย่างใหญ่กว่าตัวพวกเขาเอง ความรู้สึก
ของชุมชนเป็นพลังภายในการจูงใจบุคคลทำให้โลกเป็นสถานที่ดีขึ้น
และทำงานของเราอย่างดีที่สุด
4 คุณธรรมนิยม
อิทธิพลและค่าตอบแทนควรจะสัมพันธ์กับความสามารถและคุณค่าเพิ่ม
ไม่ใช่ตำแหน่ง อย่ายอมให้การเมือง ความมีอาวุโส หรือความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ขับเคลื่อนใครไปข้างหน้า ดังนั้นเราต้องทำให้องค์การของเราเป็นคุณธรรมนิยม องค์การบุคคลศูนย์กลางไม่มีลำดับชั้นตายตัวทำให้ผู้บริหาร
รู้สึกเป็นพระราชาและบุคคลรู้สึกคล้ายบริวาร พวกเขาต้องสนับสนุนบุคคลทุกคน และให้โอกาสพวกเขาที่จะเจริญเติบโต หลีกเลี่ยงการเลื่อนตำแหน่ง
โดยความจงรักภักดี และยืนยันต่อการพัฒนาความสามารถ
5 การเปิดกว้่าง
เราทุกคนต้องการความเป็นอิสระที่จะเรียนรู้ เจริญเติบโต
และคิดค้น และนั่นหมายถึงการสร้างองค์การที่เปิดกว้างต่อความคิดใหม่
บุคคลควรจะถูกกระตุ้นให้แสดงความคิดเห็น และไม่รู้สึกว่่าพวกเขาเห็นด้วยกับนาย ความหลากหลายของความคิด ภูมืบิหลัง วัฒนธรรม และอย่าง
อื่นสำคัญมากต่อความสำเร็จขององค์การ
6 การทดลอง
การทดลองเป็นรากฐานต่อความสำเร็จของธุรกิจ การสร้างองค์การกล้า
ที่จะทดลอง มันเป็นวิถีทางที่องค์การเดิมพันอนาคต คิดค้นใหม่ตัวมันเอง
และทำให้ดีกว่าทั่วไป บริษัทที่บรรลุความสำเร็จก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ
ไม่ใช่รอวิกฤติบังคับให้พวกเขาเปลี่ยนแปลง ให้อำนาจบุคคลของเราที่จะ
พยายามสิ่งใหม่ และผลักดันบริษัทไปข้างหน้า แม้ว่าระหว่างช่วงเวลาที่ดี
7 คำพูดที่ขัดเเย้งกัน
บริษัททุกบริษัทเผชิญความท้าทายและปัญหาปริศนา แต่นั่นเป็นอะไร
ทำให้ชีวิตและธุรกิจน่าสนใจ เราต้องช่วยให้บริษัทของเรากลายเป็นผู้เชี่ยว
ชาญของคำพูดที่ขัดเเย้งกัน และเจริญเติบโตด้วยความไม่รู้ บริษัทเหมือนเช่นไฮเออร์ ได้เรียนรู้ที่จะรวมเป้าหมายที่ขัดแยังกันอย่างไร เช่น ขนาดและความคล่องตัว นวัตกรรมและประสิทธิภาพ ความเป็นอิสระและระเบียบวินัย
บิวรอคเครซี่เป็นภาระภายในโลกของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและลูกค้ามีอำนาจทุกอย่าง อะไรที่ถูกต้องการภายในโมเดลองค์การใหม่ – ฮิวแมนนอคเครซี่ – ใช้พลัง
การริเริ่มและจินตนาการของบุคคลทุกคน และกำจัดความเฉี่อยชาและการ
ยึดถือนโยบายเดิมที่ไร้ความสามารถเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะกระโดดไปสู่
ฮิวแมนนอคเครซี บุคคลทุกคนต้องการความเป็นอิสระที่จะทดลองกับระบบ
และกระบวนการบริหารใหม่
บรูทซอรก เป็นองค์การที่ยึดหยุ่นและผู้ประกอบการ เมื่อเรามองดูที่องค์การบรรลุความสำเร็จและทำกำไรเหล่านี้ มันชัดเจนที่เราไม่ต้องการโมเดลระบบราชการเก่าต่อไปอีกแล้วแม้แต่องค์การใหญ่สามารถถูกนำด้วยไม่กี่ระดับการบริหาร บรูทซอรกได้ทำลายอุปสรรคระบบราชการที่จะบรรลุความก้าวหน้าอย่างยิ่งใหญ่พวกเขาได้ท้าทายฐานะเดิมที่จะปลดปล่อย
จิตวิญญานของผู้ประกอบการ ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบตัวเอง

144278

แกรี ฮาเมล ได้พูดเกี่ยวกับบิวรอคเครซีปฏิบัติต่อบุคคลเหมือนเด็ก
บังคับการทำตาม และขัดขวางการเป็นผู้ประกอบการ มันอัดบุคคลภาย
ในรูที่แคบ ยับยั้งการเจริญเติบโตส่วนบุคคลของพวกเขา และปฏิบัติต่อ
มนุษย์เป็นทรัพย์สินเท่านั้น ภายในฮิวแมนนอคเครซี่ แกรี ฮาเมล ได้สร้าง
ข้อยืนยันขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อการยกเครื่องการบริหาร
เราเขียน “Humanocracy” เพราะว่าเราเชื่อว่าเราไม่สามารถรับภาระ
องค์การที่สูญเสียความสามารถของมนุษย์มากกว่าที่พวกเขาใช้ เราไม่
สามารถรับภาระองค์การตรงที่ 15% ของบุคคลเท่านั้น ผูกพันอย่าง
แท้จริงกับงานของพวกเขา เราไม่สามารถรับภาระองค์การตรงที่ความ
พยายามอย่างมากมาย ไปสู่การต่อสู้กับสงครามระบบราชการ
เป้าหมายของเราคือ การก้าวจากโมเดลระบบราชการที่มุ่งบรรลุการทำ
ตามมากที่สุด ไปสู่โมเดลที่มุ่งบรรลุการมีส่วนช่วยของมนุษย์มากที่สุด
เรากำลังท้าทายรากฐานของเราคิดเกี่ยวกับองค์การของเราอย่างไร
เราต้องการผู้บริหารหลายคนหรือ เราต้องการหลายลำดับชั้นหรือ
เราต้องการกฏและกระบวนการหรือ คำตอบของเราคือ ไม่ เพื่อที่จะ
สร้่างอนาคตของเรา เรากำลังเลิกเรียนทุกสิ่งทุกอย่างส่วนใหญ่ที่เราได้
เรียนรู้ตลอด 150 ปีเกี่ยวกับเราบริหารองค์การอย่างไร
องคฺการที่เรากล่าวถึงภายในหนังสือ ถูกสร้างด้วยเป้าหมายอย่างเดียว
ภายในใจ นั่นคือบรรลุการมีส่วนช่วยของมนุษย์สูงสุด เราสร้างถ้อยคำ
“ฮิวแมนนอคเครซี” เพื่อที่จะแสดงกรอบความคิดแตกต่างผิดธรรมดา
ขององค์การนี้ ความแตกต่างอยู่ที่บทบาทของบุคคลได้ถูกระบุความสัมพันธ์ต่อองค์การอย่างไร ภายในบิวรอคเครซี บุคคลเป็นเครื่องมือ
พวกเขาเป็นทรัพยากรที่ถูกจ้างโดยองค์การที่จะสร้่างผลิตภัณฑ์ แต่
ภายในฮิวแมนนอคเครซี ความสัมพันธ์ได้ถูกพลิกกลับ องค์การกลาย
เป็นเครื่องมือ ครื่องมือที่บุคคลใช้ทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น และชีวิต
ของบุคคลที่พวกเขารับใช้ดีขึ้น

141778
ภายในองค์การสมัยเดิม อำนาจและอิทธิพลของเราสัมพันธ์กับตำแหน่ง
ของเรา ด้วยอำนาจหน้าที่ตามตำแหน่ง และอะไรที่เรามีผลกระทบคือ
ชนชั้นขุนนางของผู้บริหาร เราเชื่อว่าอะไรที่เราต้องการภายในองค์การ
ตรงที่อิทธิพลและค่าตอบแทนของเราสะท้อนความสามารถ และคุณค่า
เพิ่มที่แท้จริงของเรา และในที่สุดพลังของมนุษย์ควรจะ
ไปสู่การสร้างคุณค่าเพิ่มขึ้น ไม่ใช่การต่อสู้แพ้ชนะเพื่อการเลื่อนตำแหน่ง
เราอธิบายสิ่งเหล่านี้เป็นคุณธรรมนิยม
เราตระหนักอย่างมากว่าบุคคลหลายคนภายในโลกไม่มีโอกาสที่จะสร้าง
ทักษะของพวกเขา สร้างความสามารถของพวกเขา และบุคคลบางคน
เท่านั้นมีโอกาสยิ่งใหญ่สร้างสิ่งที่ทำให้พวกเขาเจริญเติบโตภายในองค์
การ เราสามารถไปที่บุคคลบนแนวหน้า เราสามารถให้ทักษะของธุรกิจ
แก่พวกเขา เราสามารถให้โอกาสพวกเขาที่จะทดลอง คิดค้น และเจริญ
เติบโตความสามารถของพวกเขา ทำให้พวกเขาเจริญเติบโตการมีส่วน
ช่วยของพวกเขา และเรียกร้องส่วนแบ่งของรางวัลได้มากขึ้น นั่นคือเรา
หมายถึงคุณธรรมนิยม
ด้วยฮิวแมนนอคเครซี่ เราได้สร้างข้อโต้แย้งขับเคลื่อนด้วยข้อมูลต่อ
บิวรอคเครซีที่มีอยู่เดิม และเเทนที่มันด้วยบางสิ่งบางอย่างที่ดีกว่า เรา
ได้ดึงจากการวิจัยนานหลายปี และตัวอย่างที่ลึกลงไป วางพิมพ์เขียวราย
ละเอียด เพื่อการสร้างองค์การที่บันดาลใจและสร้างสรรค์ในฐานะของมนุษย์ข้างในมัน เราสามารถรื้อบิวรอคเครซีของยุคอุตสาหกรรมและ
ทดเเทนมันด้วยฮิวแมนนอคเครซีอย่างไร – ระบบการบริหารที่สอดคล้อง
กับอนาคตและสอดคล้องกับมนุษย์ ฮิวแมนนอคเครซีถูกสร้างบนรากฐาน
ต่อไปนี้

144613
1. การจูงใจ
เราต้องซื่อสัตย์และโปร่งใสเกี่ยวกับต้นทุนของบิวรอคเครซี ต่อบุคคล
บริษัท และเศรษฐกิจ แกรี ฮาเมล ได้คำนวณบิวรอคเครซีมากเกินไปทำให้เกิดต้นทุนกับเศรษฐกิจยูเอสมากกว่า 3 ล้านล้านเหรียญด้วยการสูญเสีย
ผลผลิตเศรษฐกิจต่อปี เมื่อเรามองดูที่ 32 ประเทศทั้งหมดของโออีซีดี ต้นทุนของบิวรอคเครซีเกินไปสูงขึ้นเกือบ 9 ล้านล้านเหรียญ
เราต้องซื่อสัตย์เกี่ยวกับอะไรโมเดลเก่าเป็นต้นทุนแก่เรา บิวรอคคราซี
ส่วนใหญ่มองไม่เห็น ดังนั้นผู้นำควรจะดูอะไรเป็นดัชนีขนาดราชการ
องค์การของพวกเขา เราได้สร้างเครื่องมือเรียบง่ายที่จะวัดขนาดการดึงของระบบราชการภายในองค์การของเรา เราเรียกมันว่าดัชนีขนาดระบบ
ราชการ : บีเอ็มไอ บีเอ็มไอสามารถช่วยเราตอบคำถามที่สำคัญบางอย่าง
บิวรอคเครซีกระจายภายในองค์การของเราอย่างไร เวลาและพลังถูกมัน
ดูดไปมากเท่าไร มันบ่อนทำลายความยืดหยุ่นและนวัตกรรมขนาดไหน
บิวรอคคราซีจะไม่ตายภายในการสู้รบคล้าย
อาร์มาเก็ดดอน แกรี ฮาเมล กล่าว เขาเสนอแนะเราต้องสร้างเครื่องสับ
หลายอย่างทั่วทั้งองค์การ องค์การบนลงล่างไม่ได้เป็นวิถีทางที่จะกำจัด
บิวรอคคราซี่ การสอนและการยอมให้บุคคลกำจัดโมเดลเก่า และคิดค้น
การปฏิบัติและหลักการใหม่ใช้การได้ดีกว่า
เราได้ความกล้าที่จะท้าทายสภาพเดิมอย่างไร การระดมเพื่อนร่วมงานต่อความท้าทายของบิวรอคเครซีที่ แรงจูงใจ
เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ ไม่มีองค์การใด
ทำการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งที่พวกเขาต้องการทำ ถ้าพวกเขาไม่ผูกพัน
กับมัน แกรี ฮาเมล ได้สร้างเครื่องมือที่จะช่วยองค์การถูกจูงใจ และใช้เป็นขั้นตอนแรกของการเปลี่ยนแปลง

144614
2 โมเดล
อะไรที่เราสามารถเรียนรู้จากองค์การที่ทำการก้าวกระโดดไปสู่ฮิวแมน
นอคเครซี การเรียนรู้บทเรียนจากองค์การที่ได้ทำลายแม่พิมพ์ของระบบราชการ เช่น ไฮเออร์ บรูทซอรก นูคอร กอร์ หรือวินซี บริษัทเหล่านี้ทำกำไร
สร้างสรรค์ และยืดหยุ่นมากกว่าบริษัทอื่น แกรี ฮาเมล เสนอแนะว่าเรา
เรียนรู้จากองค์การเหล่านี้ที่กำลังนำวิถีทางภายในการพัฒนาและความ
คิดใหม่ พวกเขาดเป็นตัวอย่างขององค์การของผู้ประกอบการและยืดหยุ่น
เมื่อมองดูที่องค์การที่บรรลุความสำเร็จและทำกำไรเหล่านี้ มันชัดเจนที่
เราไม่ต้องการโมเดลบิวรอคเครซีเก่าต่อไปอีกแล้ว แม้แต่องค์การใหญ่
สามารถถูกนำด้วยไม่กี่ระดับการบริหารเท่านั้น
การใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ขององค์การที่ทำกำไรท้าทายสภาพเดิมของระบบราชการ แกรี ฮาเมล กล่าวว่าเขาได้สังเกตุหลายครั้งผู้นำบางคนมีพฤติกรรมร่วมอย่างไร เมื่อเรานำเสนอพวกเขาต้องเปลี่ยนแปลอย่างไร และบิวรอคเครศีทำให้สูญเสียอย่างไร พวกเขามักจะพูดอย่างเดียวกัน ใครทำสิ่งนี้มาก่อนหรือไม่ แกรี ฮาเมล อ้างสิ่งนี้เป็นโรคขาดความทะเยอทะยาน เขากล่าวว่ามันแสดงความคิดของผู้ตาม แต่มันไม่จำเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลง มันเป็นเพียงแค่ผู้นำมักจะต้องการโมเดลที่ถูกใช้อยู่แล้ว แสดงอะไรที่เป็นไปได้ มันยากที่จะเริ่มต้นการเดินทางเมื่อเราไม่สามารถจินตนาการจุดหมายปลายทาง โชคดีผู้บุกเบิกหลังระบบราชการช่วยชี้เราภายในทิศทางที่ถูกต้อง

144615
3. กรอบความคิด
เรากำจัดตัวเราเองของนิสัยและความเชื่อระบบราชการอย่างไร
ตามแกรี ฮาเมล การเปลี่ยนแปลงองค์การเริ่มต้นด้วยเราคิดอย่างไร เขากล่าวว่า องค์การใดก็ตามถูกจำกัดด้วยความเชื่อและกรอบความคิดของบุคคลของพวกเขา มันเหมือนกับโครงสร้างความรู้ใดก็ตาม ภายในโครงสร้างความรู้ เรามักจะมีองค์ความรู้ บรูทซอรกเป็นองค์ความรู้ใหม่มาก
ทำนองดียวกันเมื่อประยุกต์ใช้กับการบริหาร ผู้บริหารมักจะดำเนินการหลักการ
อย่างเดียวกัน พวกเขามีกรอบความคิด หริอองค์ความรู้อย่างเดียวกัน นั่นคือทำไมองค์การไม่เปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง แม้ว่าพวกเขาได้เพิ่มสิ่งที่มี
ประโยชน์ใหม่ เช่น การฝึกอบรมการมีสติแก่บุคคล พวกเขาจัดการ
อาการ ไม่ใช่ปัญหา โครงสร้างความรู้ระบบราชการอย่างหนึ่งคือ ความคิดของการปฏิบัติต่อมนุษย์เป็นทรัพยากรอย่างหนึ่ง แทนที่จะเป็นมนุษย์
แกรี ฮาเมล ได้กล่าวถึงอย่างมากมนุษย์รู้สึกคล้ายเป็นเครื่องมือ มันนำ
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ไปสู่การขาดความผูกพันของบุคคล ถ้าผู้บริหารไม่
มีความรู้สึกอย่างลึกซึ้งของความต้องการที่จะยกระดับบุคคล พวกเขาจะ
ไม่เคยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงองค์การ
5. การโยกย้าย
การรับเอาหลักการของฮิวแมนนอคเครซีภายในดีเอ็นเอขององค์การของเรา แกรี ฮาเมล กล่าวว่าเราไม่สามารถสร้างองค์การใหม่ด้วยหลักการเก่าได้ ดังนั้นทำไมนอกจากการปฏิบัติใหม่แล้ว เราต้องการหลักการใหม่ด้วย และแม้แต่ปัญหาใหม่ที่จะแก้ไข เราได้มรดกของหลักการที่ถูกต้องต่อ
ยุคของอุตสาหกรรม เ
ในขณะนี้มันสำคัญที่จะคิดเกี่ยวกับบรรลุการมีส่วนช่วยของมนุษย์สูงสุดอย่างไร แทนที่จะมุ่งหลักการสมัยเดิมเหมือนเช่น ความพึงพอใจ การแบ่งงานกันทำเฉพาะด้าน การทำให้เป็นมาตรฐาน การเป็นระเบียบแบบแผน และการทำให้เป็นงานประจำวัน ถ้าเราต้องการสร้างองค์การที่มีข้อได้
เปรียบของวิวัฒนาการ สามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วตามโลกที่ล้อม
รอบมัน และข้อได้เปรียบของนวัตกรรม และข้อได้เปรียบของการ
บันดาลใจ เราต้องเริ่มต้นด้วยหลักการใหม่ สิ่งที่ยากที่สุดเกี่ยวกับการโยกย้ายไปสู่วิถีทางใหม่ของการกระทำอะไรคือ บุคคลหลายคนสบายใจกับโมเดลเก่า แต่ผู้บริหารหลายคนโดยเฉพาะผู้บริหารระดับกลาง ได้เรียนรู้ตลอดเวลาที่จะกลายเป็นบิวโรเเครทที่ดี พวกเขาได้เรียนรู้ที่จะชนะการต่อสู้อย่างไร และพัฒนาพฤติกรรมที่กระตุ้นบิวรอคเครซี่

141777

องค์การแบบราชการได้ถูกท้าทายด้วยองค์การจำนวนหนึ่งอ้างที่จะ
นำเสนอการปลดปล่อยเป็นอิสระแก่บุคคลผ่านทางการบริหารตัวเอง
หรือโฮลาเครซี่ องค์การที่บริหารตัวเองได้กระจายอำนาจหน้าที่อย่าง
มากและเป็นระบบทั่วทั้งองค์การ จนเกือบถึงขนาดที่ไม่มีระดับการ
บริหารเลย แซปโป้ส์ บรูกซอรก มอรนิ่ง สตาร์ ดับบลิว แอล กอร์ ไฮเออร์
รีคทอร์ และวาลว์ ได้กลายเป็นสปอร์ตไลน์อย่างไม่โต้แย้ง ในขณะที่การ
บริหารตัวเอง ณ ระดับทีมได้ถูกกล่าวถึงอย่างน้อยที่สุดนับตั่งแต่ ค.ศ 1950
ด้วยความสนใจเพิ่มขึ้นภายใน ค.ศ 1980 เราเริ่มต้นมองเห็นตัวอย่างของ
องค์การด้วยบุคคลหลายพันคนได้ประยุกต์ใช้หลักการของการบริหาร
ตัวเองกับทั้งองค์การ การกำจัดลำดับชั้น ไม่เพียงแต่ ณ ระดับทีมเท่านั้น
แต่ตลอดทั้งองค์การ การนำไปสู่การลดต้นทุนของผู้บริหารอย่างมาก
บรูทซอรก ไม่เพียงแต่นำเสนอการดูแลถูกกว่า 20% ของคู่แข่งขันของ
พวกเขาเท่านั้น พวกเขามีความพอใจของพยาบาลและลูกค้าสูงกว่า
คู่แข่งขันด้วย
ดังนั้นทางเลือกใหม่ของโครงสร้างได้ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยให้บริษัทสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นคือ โครงสร้างแบบทีม โครงสร้างแบบเครือข่าย และโครงสร้างแบบไร้พรมแดน ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ นักวิชาการบริหาร ได้กล่าวว่า องค์การในอนาคตต้องมีคุณลักษณะสามอย่างคือ องค์การต้องมีระดับการบริหารน้อยลง อยู่บนรากฐานข้อมูล และใช้ทีมงานทดแทนแผนกงานมากขึ้น
โครงสร้างแบบแมทริกซ์เป็นขั้นตอนแรกที่มุ่งไปสู่การปรับปรุงความคล่องตัว ความร่วมมือ และการประสานงานระหว่างหน้าที่ เพื่อการก้าวไปที่กว้างกว่า การก้าวไปสููโครงสร้างแบบแนวนอน การลดลงของระดับสายการบังคับบัญชา และการให้อำนาจแก่บุคคลมากขึ้น

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *