ฆ่าระบบราชการ

ฆ่าระบบราชการ
แกรี ฮาเมล และมิเชล ซานินิ ได้เขียนหนังสือที่ดีเยี่ยมเล่มหนึ่งของพวกเขา “ Humanocracy : Creating Organizations as Amazing as the People Inside Them” ผู้เขียนได้แสดงผู้อ่านการเปิดตัวการเคลื่อนไหวที่หยุดไม่ได้ ติดตั้งและให้อำนาจบุคคลทุกคนภายในองค์การทำดีที่สุดของพวกเขาอย่างไร ผู้อ่านจะได้เรียนรู้ สร้างและเดินตามพิมพ์เขียว เพื่อการวิวัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ด้วยการช่วยเหลือของฮิวเเมนนอคคราซี รางวัลในที่สุด องค์การที่สอดคล้องต่ออนาคต และสอดคล้องต่อมนุษย์ทำไมมันเป็นเวลาต่อผู้นำที่จะคิดใหม่ ต่อโครงสร้างอำนาจเผด็จการและสร้างฮิวแมนนอคคราซี่ พวกเขาได้เสนอแนะว่าเราได้เรียนรู้จากองค์การที่นำวิถีทางภายในการพัฒนาและความคิดใหม่ บรูทซอรก เป็นดวงประทีปหนึ่งของฮิวแมนนอคคราซี สร้างธุรกิจที่วิ่งเร็วกว่าอนาคตประสิทธิภาพสูงกว่าคู่แข่งขันและทดแทนบิวรอคคราซี่ด้วยฮิวแมนนอคราซี่ บรูทซอรกเป็น
บริษัทดูเเลสุขภาพไม่ทำกำไรภายเนเธอร์แลนด์ ชื่อบรูทซอรกหมายความว่าการพยาบาลเพื่อนบ้าน บรูทซอร์กเป็นที่รู้จักกันต่อทีมบริหารตัวเองของมันทำงานภายในละเเวกบ้านให้การดูแลบุคคลด้วยโรคเรื้อรังแกรี ฮาเมล กล่าวว่า ปัจจัยยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งหยุดองค์การจากการก้าวออกไปจากบิวรอคราซี่คือผู้นำไม่ไว้วางบุคคลของพวกเขาแต่การขาดความไว้วางใจนั้นสร้างวงจรตรงที่ผู้นำรู้สึกว่าพวกเขาต้องปฏิบัติต่อบุคคลของพวกเขาเหมือนเด็ก เพราะว่าพวกเขาไม่สามารถไว้วางใจได้ การทำให้บุคคลหยุดการตัดสินใจด้วยตัวพวกเขาเองเมื่อผู้นำได้พยายามควบคุมทุกด้านของงาน บุคคลไม่ได้ถูกจูงใจที่จะสร้่างนวัตกรรมและการทดลอง การขาดขาดความไว้วางใจและเเรงจูงใจนี้ ได้สร้างวงจรที่ไม่เคยจบสิ้นของบิวรอคราซีองค์การ ไม่สามารถใช้วิถีทางของระบบราชการภายในอนาคตของงานพวกเขาต้องค้นหาวิถีทางที่ดีกว่า นำและสร้างองค์การ มนุษย์ศูนย์กลางแกรี ฮาเมล ได้อ้างถึงวิถีทางนี้เป็นฮิวแมนนอคราซี หรือขึ้นอยู่กับบุคคลไม่ใช่กฏและระเบียบการที่ถูกต้อง วันนี้โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายอย่าง ตั้งแต่การลดการระเหยของคาร์บอนไดออกไซด์ การจัดการความไม่เสมอภาคทางรายได้ ไปจนถึงการทำความสะอาดของมหาสมุทร ภายในโลกของการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่ยอมแพ้ และความท้าทายที่คาดคะเนไม่ได้ เราต้องการองค์การที่ยืดหยุ่นและกล้าหาญ แฮรกาเมล ยืนยันว่าองค์การควรจะถูกสร้างใหม่

แกรี ฮาเมล สนับสนุนเพื่อ “การทำลาย” โครงสร้างพีรามืดระบบราชการภายในองค์การ การยืนยันว่าโมเดลลำดับช้้นบนลงล่างล้าสมัย ขัดขวางนวัตกรรมและความคล่องตัว เขาได้ส่งเสริมวีถีทางของการกระจายอำนาจตรงที่บุคคล ณ ทุกระดับมีความเป็นอิสระ และสามารถมีส่วนช่วยโดยตรงต่อการตัดสินใจแกรี ฮาเมล มักจะใช้ถ้อยคำ กรงเหล็กของระบบราชการ อธิบายลักษณะการยับยั้ง และการจำกัดของโครงสร้างระบบราชการสมัยเดิมภายในองค์การ การยืนยันว่ากฏที่มากเกินไป ลำดับชั้นของการบริหาร และกระบวนการที่ตายตัว สามารถกับดักบุคคล และขัดขวางนวัตกรรม คล้ายมากกับการถูกคุมขังภายในกรง การอ้างถึงแนวคิดทางจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงของแมกซ์ เวเบอร์แกรี ฮาเมล ได้ดึงการเปรียบเทียบ ระหว่างกรงเหล็กของระบบราชการและความไม่ยุติธรรมทางสังคมทางประวัติศาสตร์ เช่น การเป็นทาส และการปกครองฉันพ่อลูก การเสนอแนะว่าระบบที่ฝังรากลึกสามารถที่จะถูกท้าทายและเปลี่ยนแปลงผ่านทางความเชื่อทางศีลธรรมที่เข้มแข็งเมื่อแกรี ฮาเมล พูดเกี่ยวกับ เขตมรณะภายในบริบทขององค์การ เขาจะอ้างถึงเขตภายในบริษัท ตรงที่ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความ
ผูกพันของบุคคล ถูกยับยั้ง เนื่องจากระบบราชการมากเกินไป โครงสร้างที่ตายตัว และการขาดการให้อำนาจ การสร้างสภาพเเวดล้อมตรงที่บุคคลรู้สึกไม่ผูกพันและไม่สามารถใช้ศักยภาพของพวกเขา
ภายในบริบทของเเกรี ฮาเมล เขตมรณะ อ้างถึงสภาวะภายในองค์การตรงที่นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ถูกยับยั้งเนื่องจากการขาดความทะเยอทะยาน และการขึ้นอยู่กับกระบวนการเดิมมากเกินไปบริษัทติดอยู่ภายในการอยู่นิ่ง สภาวะที่ไม่สร้างเเรงบันดาลใจ ไม่ปรับตัวต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลง และล้มเหลวที่จะผลักดันพรมแดนบริษัทติดกับอยู่ภายในเขตมรณะมักจะให้ความสำคัญประสิทธิภาพเหนือความคิดสร้างสรรค์ การนำไปสู่การขาดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือความคิดลบล้างแกรี ฮาเมล วิจารณ์โครงสร้างระบบราชการสร้างเขตมรณะการยืนยันว่าหลายลำดับชั้นของการอนุมัตมากจนเกินไป กระบวนการที่ตายตัว การทำตามข้อกำหนดมากเกินไป ยับยั้งการริเริ่มกระทำและความคิดสร้างสรรค์ ภายในเขตมรณะบุคคลมักจะรู้สึกเหมือนฟันเฟืองภายในเครื่องจักร ด้วยความเป็นอิสระน้อยที่จะตัดสินใจหรือมีส่วนช่วยต่อความคิด มันจะนำไปสู่ขวัญที่ตกต่ำลง และลดประสิทธิภาพ
ระบบราชการมากเกินไป และโครงสร้างที่ตายตัวสามารถขัดขวางความคิดใหม่ การขัดขวางบุคคลจากการรับความเสี่ยงภัย วัฒนธรรมที่ลงโทษ
ความผิดพลาดสามารถขัดขวางการทดลองและความคิดสร้างสรรค์ การรักษาบุคคลไว้ภายในเขตปลอดภัย เมื่อบุคคลรู้สึกความคิดของพวกเขาไม่มีคุณค่า พวกเขาอาจจะกลายเป็นไม่ผูกพัน และแรงจูงใจต่ำที่จะมีส่วนช่วยต่อนวัตกรรมบริษัทภายในเขตมรณะมักจะขาดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเพื่ออนาคต การมุ่งที่การรักษาฐานะเดิมมากกว่าการเเสวงหานวัตกรรมลบล้าง เพื่อการหลบหนีจากเขตมรณะ เเกรี ฮาเมล สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนเเรงภายในการคิดของการบริหาร การกระตุ้นบริษัทแสวงหานวัตกรรมลบล้่างการให้อำนาจบุคคลที่จะรับเอาความเป็นเจ้าของความคิดใหม่ สร้างวัฒนธรรมที่ยึดเอาความเสี่ยงภัยและการทดลองแกรี ฮาเมล ได้กล่าวว่า ตลอดหลายทศวรรษที่แล้ว เราได้มองเห็นบริษัทจำนวนมาก นำมาการฏิบัติและกระบวนการใหม่ การสร้่างทีมงานที่คล่องตัว และทำการฝึกอบรมอย่างดี โดยไม่ท้าทายความเชื่อลึกซึ้งที่สุดเกี่ยวกับสร้างและดำเนินองค์การอย่างไร
ตามสถาปัตยกรรมองค์การ โมเดลราชการเก่าถูกสร้างบนพีรามิดบนลงล่างมีรากฐานของมันภายในโครงสร้างแบบทหาร ย้อนหลังไปไกลภายในประวัติศาสตร์ของมนุษย์เท่าที่เราสามารถไปราชการจีนย้อนหลังไปอย่างน้อยที่สุด 2000 บีซี แนวคิดของโครงสร้างบังคับบัญชา-ควบคุมเป็นส่วนหนึ่งขององค์การมนุษย์ เป็นพันปี โมเดลนั้นอาจจะมีเหตุผล 100 ปีที่แล้ว เมื่อบุคคลไม่รู้หนังสือ และต้องการผู้บริหารบอกพวกเขาทำอะไร และเมื่อวิถีทางง่ายที่สุด และรวดเร็วที่สุด ที่จะผ่านข้อมูลคือ ให้บุคคลรายงานขึ้นไปตามสายการบังคับบัญชา เเต่วันนี้บุคคลไม่ได้ไม่รู้หนังสือ บุคคลทุกคนสามารถมองเห็นภาพเต็ม เพราะว่าพวกเขาสามารถร่วมข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและง่ายอุดมการณ์ของระบบราชการคือ การการควบคุม ถ้าคุณมองที่คำกริยาบริหาร คำเหมือนหมายเลขหนึ่งคือ ควบคุม เทเลอร์ริซึมจะอยู่บนรากฐานของสมมุติฐานของบุคคลไม่มีการศึกษา ความต้องการชนชั้นของบุคคลที่จะควบคุมพวกเขา เฟดเดอริค เทย์เทอร์ วิศวรกรอชาวเมริกัน พัฒนาการบริหารแบบวิทยาศาสตร์เพิ่มประสิทธิภาพทางอุตสาหกรรมที่รู้จักกันเป็นเทย์เลอร์ริซึมแกรี ฮาเมล อภิปรายระบบราชการในเเง่ของศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรมและมันสามารถเป็นอันตรายต่อนวัตกรรมอย่่างไร เขาจะมองเห็นว่าระบบราชการอยู่บนหลักการของเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรมที่ได้ถูกพัฒนาส่วน
หนึ่งโดยเฟดเดอริค เทเลอร์ หลักการเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรมที่ได้ถูกสนับสนุนโดยเฟดเดอร์ริค เทย์เลอร์ ทำให้โมเดลระบบราชการเข้มแข็งขึ้น
ด้วยการมุ่งเน้น กระบวนการมาตรฐาน และกลไกการควบคุม บริหารการผลิตขนาดใหญ่ แกรี ฮาเมล ได้วิจารณ์เทเลอร์ริซิมอย่างรุนเเรง ต่อการสร้างกระบวนการงานมาตรฐานที่ตายตัว การออกแบบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดภายในสภาพแวดล้อมของโรงงาน เขายืนยันว่าเทเลอร์ริซึม พัฒนาภาบในต้นศตวรรษที่ 20 ล้าสมัย ไม่สอดคล้องต่อไปภายในสภาพเเวดล้อมธุรกิจสมัยใหม่ เนื่อง
จากการการมุ่งเน้นของมันต่อการควบคุมอย่างเข้มงวด งานที่เป็มาตรฐานที่สามารถยับยั้งนวัตกรรมและความผูกพันของบุคคลแกรี ฮาเมล สนับสนุนธุรกิจทำได้มากขึ้นด้วยน้อยลงภายในระบบราชการ โดยการผลักดันเพื่อการลดลงอย่างสำคัญภายในกระบวนการ และโครงสร้างระบบราชการ ความเชื่อว่าโดยการให้อำนาจบุคคล และทำให้ลำดับชั้นองค์การสามารถบรรลุประสิทธิภาพและนวัตกรรมมากขึ้น ในขณะที่ลดเวลาและพลังใช้กับระบบราชการที่ไม่จำเป็นน้อยที่สุดการยอมให้บุคคลมุ่งการสร้างคุณค่าแกน ไม่ใช่การนำทางระบบภายในที่ซับซ้อน การมุ่งเน้นความต้องการทำให้การดำเนินงานคล่องตัว การลดระบบราชราชการที่ไม่จำเป็น และการให้อำนาจบุคคล การได้ผลผลิตมากขึ้นจากทรัพยากรที่มีอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มบุคคลมากขึ้นหรือใช้เงินมากขึ้นมันจะสอดคล้องกับความเชื่อแกนของเขาภายในการสร้าง ฮิวแมนนอคราซีตรงที่องค์การได้ถูกออกแบบ เพื่อที่จะปลดปล่อยศักยภาพเต็มที่ของบุคคลของพวกเขา ตามแกรี ฮาเมล เรามีหลักการเจ็ดข้อของฮิวแมนอคคราซี – โดยพื้นฐานตรงกันข้ามกับบิวรอคคราซี – คือ ความเป็นเจ้าของ ตลาด คุณธรรม ชุมชนความเปิดกว้าง การทดลอง และความย้อนแย้ง ตามแกรี ฮาเมล หลักการความเป็นเจ้าของ ได้อ้างถึงความคิดว่าบุคคลภายในองค์การควรจะรู้สึกอย่างลึกซึ้งของความรับผิดชอบ และตัวแทนต่องานของพวกเขา การมีส่วนช่วยที่จะตัดสินใจและริเริ่มการกระทำไม่ใช่เพียงแค่ทำตามคำสั่ง มันจะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของปรัชญาฮิวแมนอคราซี มุ่งเน้นการให้อำนาจบุคคลภายในบริษัทที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมและความก้าวหน้า บุคคลควรจะรู้สึกเหมือนกับพวกเขามีส่วนได้เสียภายในความสำเร็จของบริษัท บุคคลควรจะรู้สึกรับผิดชอบงาน และส่วนได้เสียภายในเกม เพื่องานและความสำเร็จของบริษัทของพวกเขาความเป็นเจ้าของ และส่วนได้เสียภายในเกม โดยพื้นฐานเป็นถ้อยคำที่มีความหมายคล้ายคลึงกันทั้งสองถ้อยคำแสดงว่าบุคคลบางคนจะมีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์ภายในผลลัพธ์ของสถานการณ์ มันจะหมายความว่าพวกเขาจะกระทบโดยตรงโดยความสำเร็จ หรือความล้มเหลวของการตัดสินใจ บ่อยครั้งผ่านทางการลงทุนหรือความรับผิดชอบทางการเงิน

“Skin in the Game” เป็นหนังสือ 2018 โดยนัซซิม ทาเลบ สำรวจความคิดของส่วนได้เสียภายในเกมและบทบาทของมันภายในความเสี่ยง ความ
ยุติธรรม และการตัดสินใจ เขายืนยันว่าการมีส่วนได้้เสียภายในผลลัพธ์ของการตัดสินใจสำคัญเพื่อความยุติธรรมและการบริหารความเสี่ยง วอร์เรน บัฟเฟตต์ อ้างถึงความคิดว่าผู้นำบริษัทควรจะลงทุนเงินของพวกเขาเองภายในบริษัทที่พวกเขาบริหารอยู่ โดยพื้นฐานแล้วการวางส่วนได้เสียของพวกเขาภายในเกม การมุ่งเน้นของวอร์เรน บัฟเฟตต์ต่อผู้บริหารของบริษัทมีส่วนได้เสียส่วนบุคคลอย่างสำคัญภายในบริษัทของพวกเขาความคิดของส่วนได้เสียภายในเกม มักจะเชื่อมโยงกับหนังสือของนัซซิมทาเลบ Skin in the Game นัซซิม ทาเลบ ยืนยันว่าระบบราชการสามารถนำไปสู่การขาดส่วนได้เสียภายในเกม มันทำให้เกิดปัญหา เช่น ความไมมีประสิทธิภาพ และการขาดความรับผิดชอบ บุคคลควรจะมีส่วนได้เสียต่อผลลัพธ์ของการกระทำของพวกเขา ระบบราชการ ได้แยกบุคคลจากผลตามมาของการกระทำของพวกเขาเมื่อนัซซิม ทาเลบ พูดเกี่ยวกับ ระบบราชการ และ ส่วนได้เสียภายในเกม เขาหมายความว่าภายในระบบราชการแล้ว บุคคลมักจะตัดสินใจโดยไม่มีประสบการณ์ส่วนบุคคลต่อผลตามมาของการตัดสินใจ มันมักจะนำไปสู่ดุลยพินิจที่ไม่ดี และการขาดความรับผิดชอบ เมื่อพวกเขาไม่ได้มีส่วนได้เสียภายในผลลัพธ์ ไม่เหมือนกับบุคคลบางคนที่รู้สึกโดยตรงผลกระทบทางบวกหรือลบของการกระทำของพวกเขา พวกเขาจะขาดส่วนได้เสียภายในเกม
นัซซิม ทาเลบ ระบุระบบราชการเป็นการก่อสร้างโดยบุคคลเเยกออกมาได้ง่ายจากผลตามมาของการกระทำของเขา เมื่อบุคคล ถูกให้รางวัลเพื่อผลลัพธ์ระยะสั้น พวกเขาอาจจะไม่ถูกจูงใจที่จะรับมือความเสี่ยงภัยระยะยาว เมื่อผู้ตัดสินใจไม่มีส่วนได้เสียภายในเกม พวกเขาอาจจะไม่มีสิ่งจูงใจที่จะลดความเสี่ยงภัย เขายืนยันว่า ส่วนได้เสียภายในเกมจำเป็นเพื่อการบริหารความเสี่ยงและความยุติธรรม ผู้ตัดสินใจควรจะรับผิดชอบเพื่อผลตามมาของการตัดสินใจของพวกเขาภายในบริบทของระบบราชการ นัซซิม ทาเลบยืนยันว่าการขาดส่วนได้เสียภายในเกม ตรงที่บุคคล ไม่ถูกกระทบส่วนบุคคลโดยผลตามมาของการตัดสินใจของพวกเขา นำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่ดี และการขาดความรับผิดชอบภายในระบบราชการ เมื่อบุคคลที่ตัดสินใจมักจะกำบังจากผลตามมาทางลบของการกระทำของพวกเขา นัซซิม ทาเลบ ได้เสนอแนะว่า เพื่อการปรับปรุงการตัดสินใจภายในระบบราชการ เขาได้สนับสนุนระบบการบริหารที่ใช้สิ่งจูงใจ ดังนั้นบุคคลจะมีส่วนได้เสียภายในเกม พวกเขาร่วมความเสี่ยงภัยและรางวัลของการตัดสินใจของพวกเขาตามการใช้ของนัซซิม ทาเลบ Skin in the Game อ้างถึงการเปรียบเทียบการมีส่วนได้เสีย หรือการลงทุนส่วนบุคคล ภายในผลลัพธ์ของการตัดสินใจ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรส่วนหนึ่งของร่างกายของคุณเหมือนเช่นผิวหนัง มันหมายความว่า คุณมีบางสิ่งบางสิ่งเสี่ยงภัย เมื่อทำการตัดสินใจดังนั้นคุณต้องพิจารณาผลตามมาอย่างรอบคอบเมื่อบุคคลบางคนกล่าวว่า สกิน อิน เดอะ เกม พวกเขาไม่ได้อ้างถึงผิวหนังตามตัวอักษร บนร่างร่กายของคุณ แต่จะใช้มันเป็นการเปรียบเทียบ สกิน แสดงส่วนได้เสีย หรือการลงทุนส่วนบุคคล และเกมอ้างถึงสถานการณ์ตรงที่ส่วนได้เสียเกี่ยวพันSkin in the Game เป็นการสำรวจต่อไปของแนวคิด หงษ์ดำ – หมายถึงเหตุการณ์ไม่น่าจะเป็นไปได้และผลกระทบสูง – โดยการมุ่งที่ความคิดว่าบุคคลมีแนวโน้มมากขึ้นตัดสินใจที่รับผิดชอบ และประเมินความเสี่ยงภัยอย่างเหมาะสม เมื่อพวกเขามีส่วนได้เสียส่วนบุคคล ที่ผูกติดโดยตรงต่อผลลัพธ์ ช่วยเหลือบรรเทาอันตราย จากเหตุการณ์หงษ์ดำที่ไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้า ในขณะที่หงษ์ดำมุ่งที่การระบุเหตุการณ์ความน่าจะเป็นต่ำ ผลกระทบสูงการมีส่วนได้เสียภายในเกม สำรวจการสร้างสภาพแวดล้อมอย่างไรลดอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุดจากเหตุการณ์นั้น โดยสรุปแลัวการมีส่วนได้เสียภายในเกมเป็นการขยายทางปฏิบัติของแนวคิดหงษ์ดำ การให้กรอบข่ายเพื่อการลดความเสี่ยงภัยที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์คาดคะเน
ไม่ได้ผลกระทบสูงโดยการรับรองว่าบุคคลมีส่วนได้เสียส่วนบุคคลภายในผลลัพธ์ของการตัดสินใจของพวกเขา”Skin in the Game” และ “The Black Swan”. เป็นหนังสือทั้งสองเล่มที่ได้สำรวจความไม่แน่นอนกระทบชีวิตของเราอย่างไร เขายืนยันว่าการมีส่วนได้เสียภายในเกมสำคัญต่อความยุติธรรม การบริหารความเสี่ยง เเละความเข้าใจโลก หงษ์ดำอภิปรายเหตุการณ์ที่หายากคาดคะเนไม่ได้ หรือหงษ์ดำ สามารถกระทบชีวิตของเรา เศรษฐกิจ และประวัติศาสตร์อย่างไร ทั้งสองถ้อยคำถูกทำให้นิยมแพร่หลายโดยนัซซิม ทาเลบ ด้วยหงษ์ดำจะ แสดงเหตุการณ์ที่คาดคะเนไม่ได้ และส่วนได้เสียภายในเกมมุ่งเน้นส่วนได้เสียส่วนบุคคลภายในผลตามมาของการตัดสินใจของพวกเขา
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







