ลุงจอห์นนี่ ผู้คิดค้นร้านสะดวกซื้อเซเวน อีเลฟเวน

ลุงจอห์นนี่ ผู้คิดค้นร้านสะดวกซื้อเซเวน อีเลฟเวน
เมื่อ ค.ศ 1927 เซเวน อีเลฟเวน ได้แสดงต่อโลกเพียงแค่การซื้อสินค้าสะดวกซื้อควรจะเป็นอย่างไร และเราได้ทำมันทุกวันนับแต่นั้นมา วันนี้เซเวน อีเลฟเวน เป็นตราสินค้าโลกด้วยร้านค้ามากกว่าผู้ค้าปลีกอื่นใดก็ตาภายในโลก ในฐานะผู้ก่อตั้งที่ภูมิใจของร้านสะดวกซื้อแห่งแรกของโลก ลำดับความสำคัญสูงสุดของเซเวน อีเลฟเวน เป็นการให้ประสบการณ์ที่สะดวกเท่าที่เป็นไปได้แก่ลูกค้าอยู่เสมอ ตอบสนองความต้องการของพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ
แนวคิดของร้านสะดวกซื้อเริ่มต้นเมื่อ ค.ศ 1927 ณ เซ้าธ์แลนด์ ไอซ์ คอม
พานี ภายในดัลลัส เท็กซัส บุคคลของท่านำเเข็งคนหนึ่งนอกจากขายน้ำ
แข็งก้อนแก่อาหารเเช่เย็นแล้ว ได้เริ่มต้นนำเสนอลูกค้านม ขนมปัง และ
ไข่ ว้นอาทิตย์และตอนเย็น เมื่อร้านขายของชำปิด
เรื่องราวของเซเวน อีเลฟเวน เริ่มต้นด้วยเด็กชายอายุ 8 ปี เลื้ยงดูม้าและ
ลากเกวียนจัดส่งน้ำแข็งผ่านหน้าผาโอ้ค เด็กหนุ่มโจ ทอมป์สัน รู้จักกัน
เป็น “โจดี้ ทอมป์สัน” เริ่มต้นทำความสะอาดคอกม้า หรือมิฉะนั้นดูแลสัตว์แก่คอนซูมเมอร์ ไอซ์ คอมพานี เจ้าของโรงงานน้ำแข็งหลายโรง แต่ต่อมาได้ถูกเลื่อนตำแหน่งที่จะบรรทุกเกวียนน้ำแข็ง เขาได้ทำงานตามเส้นทางต่อไปของเขาภายในบริษัท และได้รับผิดชอบการเจรจาต่อรอง เมื่อเซ้าธ์แลนด์ ไอซ์ ได้ซื้อคอนซูมเมอร์ ไอซ์ ต่อจากนั้นเขาได้กลายเป็นซีอีโอของเซ้าธ์เเลนด์ ไอซ์ คอมพานี
ต้นกำเนิดของธุรกิจร้านสะดวกซื้ิอเซเวน อีเลฟเวนวันนี้ย้อนหลังไปยัง ค.ศ
1927 จอหน์ กรีน ดำเนินงานท่าน้ำแข็งของเซ้าธ์แลนด์ ไอซ์ คอมพานีได้เข้าหาโจ ทอมป์สัน ผู้ก่อตั้งคนหนึ่ง ด้วยความคิดที่เรียบง่าย จอห์น กรีน เชื่อว่าท่าน้ำแข็งค้าปลีกที่เขาทำงานอยู่ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยการขายผลิตภัณฑ์มากขึ้น นม ไข่ ขนมปัง มีอุปสงค์ และน้ำแข็งภายในร้านสามารถรักษามันให้สด โจ ทอมป์สันสนับสนุนความคิดนี้ และธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ได้กำเนิดขึ้น
ความคิดบรรลุความสำเร็จ ร้านได้ถูกเปิดมากขึ้น และมันในไม่ช้ารู้จักกันเป็น ร้านโทเท็ม เพราะว่าลูกค้าหอบหิ้วการซื้อสินค้าของพวกเขาออกไป ผลิตภัณฑ์สัญลักษณ์ของเซเวน อีเลฟเวน คือ สเลอปี้ เครื่องดื่มเกร็ดน้ำ
แข็งเเนะนำเมื่อ ค.ศ 1966 และบิ้ก กัลฟ์ ถ้วย 32 ออนซ์ เครื่องดื่มจากตู้
เเนะนำเมื่อ ค.ศ 1967 ภายหลังบิ้กกลัฟ์ พิสูจน์ความนิยมแพร่หลายสูง
บริษัทได้เพิ่มขนาดของอึกใหญ่ขึ้นอีก
จอห์น กรีน ดำเนินงานท่าน้ำแข็งของเซ้าธ์แลนด์ ไอซ์ ลูกค้ามักจะขอให้
เขาขายของชำบางอย่าง เช่น นม ไข่ และขนมปัง เขาได้นำความคิดมาสู่
โจ ทอมป์สัน และเขาเริ่มต้นขายนม ไข่ ขนมปัง และบุหรี่
จอห์น กรีน และโจ ทอมป์สัน ผู้ก่อตั้งคนหนึ่งของเซ้าธ์แลนด์ ไอซ์ ได้สร้างร้านสะดวกซื้อที่รู้จักกันแห่งเเรก นี่เป็นการเริ่มต้นอย่างแท้จริงของเซเวน อีเลฟเวน เราทุกคนรู้กัน เมื่อโจ ทอมป์สันได้รับความคิดนี้ไว้ที่หัวใจและสร้างมัน ณ ทุกสถานที่ ในไม่ช้าเซ้าธ์แลนด์ ไอซ์ ได้ยึดการค้าปลีกทั่วไป
ร้านเเห่งเเรกของบริษัทรู้จักกันเป็นโทเท็ม สโตร์ จนกระทั่ง ค.ศ 1946 ด้วย
การใช้โทเท็มไม้เป็นสัญลักษณ์ มันได้แทนที่ตัวอักษรที ของโลโก้ตัวอักษร
และได้ถูกรับรู้กันทันทีทั่วประเทศ
ความพยายามเริ่มแรกของการโฆษณาเกิดขึ้นภายหลังผู้บริหารเซ้าธ์แลนด์คนหนึ่งไปเยี่ยมอลาก้าเมื่อ ค.ศ 1928 เมื่อเขากลับมาที่เท็กซัส เขาได้ปักเสาโทเท็มของฝากข้างหน้าร้านของเขา เสาโทเท็มได้ดึงดูดความสนใจอย่างมาก จนบุคคลของร้านได้เสนอแนะวางมัน ณ ทุกท่าน้ำแข็งค้าปลีกของเซ้าธ์แลนด์ ในไม่ช้าร้านได้รับชื่อเล่นว่า “โทเท็ม สโตร์” ไม่ใช่
เพราะว่าเสาโทเท็มเท่านั้น แต่เพราะว่าลูกค้าหอบหิ้วการซื้อสิินค้าของพวกเขาออกไปด้วย
บริษัทได้รับเอาชื่อไว้อย่างเป็นทางการ และตกแต่งร้านของพวกเขาด้วยธีมเอสกิโมที่บันดาลใจให้สอดคล้องกัน ชื่อได้ถูกเปลี่ยนเป็นเซเวน อีเลฟเวน เมื่อ ค.ศ 1946 สะท้อนชั่วโมงใหม่ของร้าน – เจ็ดโมงเช้าถึงห้าทุ่ม ด้วยชื่อใหม่นี้ได้สร้างโลโก้ใหม่ เลข 7 ตัวใหญ่สีแดง ด้วยคำสะกด “อีเลฟเวน” ผ่านตัวเลข – มองเห็นคล้ายกับตัวทีของเสาโทเท็ม ทุกอย่างวางบนใบโคลเวอร์สีเขียว สัญลักษณ์ของโชคดีและเคราะห์ดี เอเลฟเวน เป็นตัวใหญ่ทุกตัว
โจ ทอมป์สัน ได้กลายเป็นซีอีโอของเซ้าธ์แลนด์ ไอซ์ เมื่อ ค.ศ 1931 ระหว่างการตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ บริษัทได้ผ่านไปสู่การล้มละลาย มันได้เกิดใหม่ด้วยการมุ่งเน้นอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะภายหลังการยกเลิกข้อห้าม เมื่อเบียร์และเหล้าได้ถูกนำเสนอครั้งแรกเพื่อการขาย เมื่อ ค.ศ 1946 ร้านได้ถูกเปลี่ยนชื่แเป็นเซเวน อีเลฟเวน เรียกร้องความสนใจการขยายชั่วโมงการดำเนินงานของพวกเขา ตั้งแต่เจ็ดโมเช้าถึงห้าทุ่ม เจ็ดวันต่อสัปดาห์
แต่กระนั้นไม่ถึง 20 ปีต่อมา ชั่วโมงของพวกเขาได้เปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง
ภายหลังที่กลุ่มของนักศึกษามหาวิทยาลัยเท็กซัสรีบเข้ามาเซเวน อีเลฟเวน
ท้องที่ของพวกเขาภายหลังการเเข่งขันฟุตบอล ผลักดันให้ร้านเปิดนานขึ้น
ยอดขายตอนดึกสูงมาก จนบริษัทได้ตัดสินใจให้ร้านทุกแห่งเปิดวันละ 24
ชั่วโมง แต่พวกเขาเหนื่อยมากต่อความคิดของชื่อ ดังนั้นพวกเขาได้รักษาชื่อ
เซเวน อีเลฟเวนไว้
เซ้าธ์แลนด์ ไอซ์ ได้ซื้อโรงงานน้ำแข็งอย่างต่อเนื่องภายในเท็กซัส บริษัท
ได้วิ่งไปด้วยกับความคิดของร้านของชำ ธุรกิจของชำกลายเป็นจุดมุ่งที่สำคัญของโจ ทอมป์สัน ชั้นวางของชำได้ถูกเพิ่มกับท่าน้ำเเข็ง และในฐานะ
ของยุทธวิธีการตลาด เซ้าธ์แลนด์ได้สั่งซื้อเสาโทเท็มจากอลาสก้า ติดตั้ง
ภายนอกร้านชื่อใหม่ โทเท็ม
เมื่อ ค.ศ 1936 ร้านโทเท็มเป็นผู้ค้าปลีกลำดับหนึ่งของผลิตภัณฑ์นม ดังนั้น
เซ้าธ์แลนด์ ได้เริ่มต้นรวมการธุรกิจตามแนวดิ่ง ด้วยการสร้างโอคส์ ฟาร์ม
แดรี ใช้การประชาสัมพันธ์ขายผลิตภัณฑ์นมใหม่ของพวกเขา โจ ทอมป์สัน ซีอีโอของเซ้าธ์แลนด์ คอรปอเรชัน ได้ช่วยการเจริญเติบโตบริษัทน้ำแข็ง
แหงดัลลัส ไปสู่ร้านสะดวกซื้อใหญ่ที่สุดของโลก ระหว่าง 48 ปีกับบริษัทของเขา
โจ ทอมป์สันได้สร้างคุณลักษณะที่แตกต่างแก่ร้านของบริษัท การฝึกอบรมบุคคล ดังนั้นลูกค้าจะได้รับคุณภาพและบริการอย่างเดียวกันภายในร้านทุกแห่ง เซ้าธ์แลนด์ ได้เริ่มต้นมีเครื่องแบบแก่เด็กบริการฐานน้ำเเข็งของพวกเขา มันได้กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งภายในความสำเร็จของบริษัทในฐานะของร้านสะดวกซื้อ
โจ ทอมป์สัน ได้กล่าวว่า “ให้ลูกค้าอะไรที่พวกเขาต้องการ เมื่อไรและที่ไหนที่พวกเขาต้องการมัน” เราได้พยายามเป็นทางเลือกอย่างแรกเพื่อความสะดวกต่อลูกค้าของเราเวลาไหนก็ตาม ที่ไหนก็ตาม เซเวน อีเลฟเวน เกี่ยวกับการตอบสนองความต้องการของบุคคลอื่นอยู่เสมอ นั่นคือทำไมลูกค้าลุ่มหลง ความเป็นผู้นำแบบรับใช้อยู่ ณ แกนของทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ

วันนี้เซเวน อีเลเวน เป็นตราสินค้าโลกไอคอน และมันได้ปฏิรูปจากบริษัท
อเมริกันเป็นบริษัทญี่ปุ่นอย่างไร
โทชิโอะ โยชิกาวา และจอห์น กรีน ชายที่ทะเยอทะยานสองคนภายใน
ส่วนที่แตกต่างกันของโลกได้เริ่มต้นด้วยความคิดธุรกิจของพวกเขาภาย
ใน ค.ศ 1920 พวกเขาได้สร้างรากฐานของการบรรจบกันวางอนาคตของธุรกิจต้นกำเนิดของพวกเขา
ร้านสะดวกซื้อ เซเวน อีเลฟเวน ย้อนรอยต้นกำเนิดของพวกเขาไปยัง ค.ศ 1927 บริษัทโรงงานน้ำแข็งพื้นฐานขายก้อนน้ำแข็งเพื่อการรักษาอาหารต่อครัวเรือนที่ไม่มีตู้เย็น รวมกันสร้างเป็นเซ้าธ์แลนด์ ไอซ์ คอมพานี ภายในดัลลัส เท็กซัส
เมื่อต้นทุนของนมหนึ่งแกลลอน 56 เซ็นต์ และน้ำเเข็งได้ขายเป็นก้อน ไม่ใช่ถุงเพื่อตู้เย็นย้อนหลังไปภายใน ค.ศ 1927 เมื่อบุคคลหนึ่ง ได้ถูกเรียก “ลุงจอห์นนี” โดยบุคคลที่ไม่ได้เป็นหลานของเขา เจฟเฟอร์สัน กรีน ทำงานอยู่ที่เซ้าธ์แลนด์ ไอซ์ คอมพานี ภายในดัลลัส เท็กซัส ได้เริ่มต้นขายน้ำแข็ง
จากนั้นเขาได้เริ่มต้นขายไข่ นม และขนมปัง จากหน้าร้านชั่วคราวของโรงงานน้ำแข็งแห่งหนึ่งของบริษัท ด้วยการอนุญาติจากผู้ก่อตั้ง
คนหนึ่งของเซ้าธ์แลนด์ โจ ทอมป์สัน เขาได้มองเห็นอย่างรวดเร็วความต้อง
การที่จะมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เพื่อลูกค้าที่ออกมาเพื่อผลิตภัณฑ์หลักทุกวันเหล่านี้ เขาขายสินค้าเหล่านี้จำนวนมากวันอาทิตย์และตอนเย็น เมื่อร้านของชำไม่เปิด
แม้ว่าร้านของชำมีอยู่ โจ ทอมป์สัน มองว่าการขายผลิตภัณฑ์ เช่น นม และ
ขนมปังภายในร้านสะดวกซื้อจะลดความต้องการต่อลูกค้าเดินทางไกล
เพื่อผลิตภัณฑ์พื้นฐาน เราต้องยอมรับว่าลุงจอนห์นี่ คิดค้นร้านสะดวกซื้อ
ด้วยการรับรู้ความเป็นไปได้ของความคิดของลุงจอห์นนีให้อะไรที่พวกเขา
ต้องการ และเมื่อไรพวกเขาต้องการมัน โจ ทอมป์สัน ผู้ก่อตั้งคนหนึ่งของ
เซ้าธ์แลนด์ คอรปปอเรชั่น ได้เริ่มต้นขายผลิตภัณฑ์ ณ ท่าน้ำแข็งอื่น
ณเวลานั้นบริษัทมีโรงงานน้ำแข็งเเปดโรงและท่าน้ำเเข็งค้าปลีก 21 แห่ง
ในที่สุดโจ ทอมป์สัน ได้ซื้อเซ้าธ์แลนด์ ไอซ์ คอมพานี และเปลี่ยนแปลงมันเป็นเซ้าธ์แลนด์ คอรปอเรชั่น น้ำเเข็งเป็นจุดสำคัญต่อความสำเร็จของพวก
เขา มันเป็นการก้าวไปอย่่างฉลาดที่จะเปิดร้านสะดวกซื้แขายโดนตรงจากโรงงานน้ำเเข็งตัวมันเอง เพราะว่าความต้องการแช่เย็นของมันได้ถูกดูแล
อยู่แล้ว
เมื่อ ค.ศ 1928 เจนนา ไรลา ได้ซื้อเสาโทเท็มเป็นของฝากจากอลาสก้า และได้วางมันข้างหน้าร้าน เสาได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือการตลาดต่อบริษัท เมื่อมันได้ดึงดูดความสนใจอย่างมาก ในไม่ช้าผู้บริหารได้เพิ่มเสาข้างหน้าของร้านทุกแห่ง และในที่สุดได้รับเอาเป็นธีมบันดาลใจของชาวพื้นมืองอลาสก้าแก่ร้านของพวกเขา ต่อมาร้านได้เริ่มต้นดำเนินงานภายใต้ชื่อ โทเท็ม ชื่อเล่นเป็นการเล่นสำนวนที่เรียบง่าย เพราะว่าลูกค้าหอบหิ้วการซื้อของพวกเขาออกไปจากร้าน และแม้แต่ร้านหลายแห่งได้ปักเสาโทเท็มของ
อลาสก้าไว้ข้างหน้า

ครึ่งทางรอบโลก ผู้ประกอบการญี่ปุ่นโทชิโอะ โยชิกาวา เริ่มต้นธุรกิจของเขาเองเมื่อ ค.ศ 1920 ด้วยการเปิดร้านเสื้อผ้าโยคะโด ภายในอาซากุสะโตเกียว ญี่ปุ่น ลูกค้าที่สำคัญของพวกเขาเป็นชาวญี่ปุ่นชนขั้นกลาง ญี่ปุ่นอยู่ภายในช่วงเวลาของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ผลิตภัณฑ์ตะวันตก เช่นเครื่องใช้ครัวเรือน และสูทธุรกิจมีอุปสงค์สูง และร้านเชี่ยวชาญภายใน
ผลิตภัณฑ์ที่เฟื่องฟูเหล่านี้
เมื่อ ค.ศ 1939 ธุรกิจของโยชิกาวา ได้ขยายตัวเป็นร้านสี่แห่งภายในพื้นที่
อาซากุสะ แต่ยอดขายได้ได้ตกต่ำลงภายในระยะปลายของสงครามโลก
ครั้งที่สอง การแบ่งปันส่วนผลิตภัณฑ์พื้นฐานได้แนะนำโดยรัฐบาลทหาร
ของญี่ปุ่น ประชาชนมีเงินน้อยมากที่จะใช้จ่ายกับผลิตภัณฑ์ไม่สำคัญ และ
ร้านถูกบังคับให้ปิด เนื่องจากการทิ้งระเบิดโดยกองกำลังทางอากาศของอเมริกา ร้านต้นกำเนิดภายในอาซากุสะได้ถูกทำลายจากการทิ้งระเบิด
และร้านอื่นเสียหายอย่่างมาก สถานการณ์ของโยชิกาวาเหมือนกับผู้ค้าปลีกอื่นภายในโตเกียวหลังสงคราม
โทชิโอะ โยชิกาวา ได้เริ่มต้นงานที่เจ็บปวดของการสร้่างใหม่ธุรกิจของเขา เขาได้เลือก
ที่จะย้ายไปคิตะเซ็นจูส่วนหนึ่งของโตเกียว เหมือนกับร้านเก่าของเขา ร้าน
ใหม่ขายผลิตภัณฑ์นำเข้าจากตะวันตก เช่น เสื้อผ้า และเครื่องสำอาง แต่
มันได้สต็อคผลิตภัณฑ์ครัวเรือนด้วย
ระหว่าง ค.ศ 1960 เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จุดเชื้อ
โดยการส่งออก และการเจริญเติบโตของอุปสงค์ของลูกค้า โทชิโอะ โยชิกาวา ได้ให้พ่อเเม่ของมาซาโทชิ อิโต หลานของเขาควบคุมร้านโยคะโดเมื่อ ค.ศ 1958 มันเป็น ณ ที่นี่ ของเรื่องราวของอิโต โยคะโดได้เริ่มต้นอย่างเเท้จริง
มาซาโทชิ อิโต ได้มุ่งมั่นที่จะสร้างรอยประทับของเขาต่อบริษัท เมื่อ ค.ศ 1961 ตอนอายุ 39 ปี อิโต ได้เดินทางไปอเมริกาและยุโรปที่จะรวบรวมข้อมูลของวิธีการค้าปลีกตะวันตก ข้อมูลเหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดจากตะวันตกมาสู่โลกธุรกิจของญี่ปุ่น
ตลอดหลายปีธุรกิจของโยคะโดได้ถูกปรับปรุง เมื่อ ค.ศ 1972 ร้านของพวกเขาได้กระจายธุรกิจเลยพ้นไปจากเสื้อผ้า ดังนั้นพวกเขาได้เปลี่ยนชื่อร้านของพวกเขาเป็น อิโต โยคะโด และเข้าสู่ตลาดหุ้นโตเกียว
หลานของโทชิโอะ โยชิกาวา มาซาโทชิ อิโต ลุ่มหลงที่จะนำธุรกิจที่เขาได้มรดกไปสู่จุดสูงสุดใหม่ เขาได้ทำการวิจัยอย่างกว้างขวางบนการเดินทางของเขาเองไป
อเมริกาและยุโรปเมื่อ ค.ศ 1960 เขาเป็นผู้เรียนรู้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจ
โมเดลธุรกิจค้าปลีกที่แตกต่างกันดำเนินงานภายในสองประเทศเหล่านี้ เขาได้นำความรู้กลับมา และเเรงขับเคลื่อนของเขานำไปสู่การสร้างซุปเปอร์สโตร์ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงภายในญี่ปุ่น
เมื่อ ค.ศ 1972 มาซาโตชิ อิโต ได้เข้าหาเซ้าธ์แลนด์ คอรปอเรชั่น เกี่ยวกับการเปิดร้านเซเวน อีเลฟเวนภายในญี่ปุ่น เริ่มแรกเซ้าธ์แลนด์ ได้ปฏิเสธอิโต แต่เมื่อค.ศ 1973 พวกเขาได้บรรลุข้อตกลงใบอนุญาติ การให้สิทธิแต่ผู้เดียวทั่วทั้งญี่ปุ่นแก่เขา เมื่อ ค.ศ 1974 ร้านสะดวกซื้อเซเวน อีเลฟเวน แห่งแรกได้เปิดภายในโตเกียว
ยอร์ค เซเวน โค. บริษัทที่ถูกสร้างเพื่อความมุ่งหมายของการให้ใบอนุญาติ และดำเนินงานภายใต้อิโต โยคะโดได้วางระบบการขายที่รวมร้าน
ของพวกเขาทั่วทั้งญี่ปุ่น ข้อมูลที่รวบรวมได้ถูกใช้อย่างมีประสืทธิภาพ
เพื่อการร่วมข้อมูลท่ามกลางบริษัทและร้าน – โฮเร็นโซ มันได้ถูกใช้เพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง – ไคเซน การสต็อคอย่างมีประสิทธิภาพ และการวางผลิตภัณฑ์ – เซตง การบริหารสินคงเหลือที่ดีขึ้นลดความสูญเสีย – เซริ
การทำให้กระบวนการเป็นมาตรฐาน – เซเคทซึ และการตรวจสอบความบกพร่องของกระบวนการอย่างรวดเร็วและแก้ไขมัน – เซโซ
เมื่อ ค.ศ 2016 เอสอีเจได้เปิดร้านมากกว่า 19,000 แห่งทั่วประเทศ ร้านแต่ละแห่งมีลูกค้าเฉลี่ยมากกว่า 1,000 คนมาเยี่ยมต่อวัน กลยุทธ์ของบริษัืทต้องการให้อุปสงค์และอุปทานสอดคล้องกันในแง่ของของผลิตภัณฑ์และทำเลที่ตั้ง ด้วยการสร้างการตอบสนองผ่านการเติมให้เต็มอย่างรวดเร็ว
ภายใต้การบริหารที่มีความสามารถของมาซาโตชิ อิโต เซเวน อีเลฟเวนได้เจริญรุ่งเรืองอย่างมากภายในญี่ปุ่น ในขณะที่เซ้าธ์แลนด์ คอรปอเรชัน ตกต่ำลง และเข้าสู่การล้มละลาย เซเวน อีเลฟเวน แจแปน ได้เข้ามาช่วยชีวิตไว้ ด้วยการซื้อหุ้น 70% ของพวกเขา
ความสำเร็จของเซเวน อีเลฟเวน แจแปนส่่วนใหญ่เนื่องจากการออกแบบ
และการบริหารลูกโซ่อุปทาน ความมุ่งหมายของธุรกิจคือ การให้ลูกค้า
ผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาต้องการ พวกเขาต้องการเมื่อไร และพวกเขาต้อง
การที่ไหน
การบริหารลูกโซ่อุปทานเป็นการประสานกระเเสข้อมูล ผลิตภัณฑ์ และ
บริการจากซัพพลายเออร์ ไปสู่ผู้ผลิต ผู้ขายส่ง ผู้ค้าปลีก และลูกค้า
เป้าหมายคือ การดูแลทั้งกระบวนการ เพื่อที่จะให้ลูกค้าด้วยอะไรที่
พวกเขาต้องการ เมื่อไรที่พวกเขาต้องการมัน และพวกเขาต้องการมัน
ที่ไหน
เซเวน อีเลฟเวน แจเเปน เชี่ยวชาญการบริหารลูกโซ่อุปทานทันเวลา มุ่งหมายที่จะควบคุมต้นทุนด้วยการจำกัดสินค้าคงเหลือ และจัดส่งผลิตภัณฑ์ไปสู่ร้านทันเวลาตอบสนองอุปสงค์ ต่อเซเวน อีเลฟเวน แจแปน ตรงที่ร้านมีพื้นที่เล็กและชั้นวางที่จำกัดหมายถึงการจัดส่งผลิตภัณฑ์สดแก่ร้านทุกแห่งวันละสามครั้ง
เอสอีเจ ไม่ยอมให้การจัดส่งของร้านโดยตรง ด้วยผลิตภัณฑ์ทุกอย่าง
ไหลผ่านศูนย์กระจายสินค้าของพวกเขา ในขณะที่ใช้ศูนย์กระจายสินค้า
เพื่อการควบคุมการจัดส่งผลิตภัณฑ์ เอสอีเจรับประกันว่าร้านทุกแห่งจะ
ได้รับผลิตภัณฑ์ทันเวลา
ภายใต้สโลแกน “ใกล้และสะดวก” การวางผังร้านเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ และการการกระจายสินค้าได้เปลี่ยนแปลงด้วย บริษัทได้ใช้
กลยุทธ์การกระจุกตัวของการตลาด ร้านได้ถูกตั้งรวมกลุ่มกัน แต่ละ
กลุ่มของร้านถูกสนับสนุนโดยศูนย์การะจายสินค้า พวกเขามีศูนย์กระจายสินค้า 156 แห่งภายในญี่ปุ่นเมื่อ ค.ศ 2018 ด้วยรถจัดส่ง 5,900 คัน และผู้ขับรถยนต์ 13,000 คน จัดส่งผลิตภัณฑ์ไปยังร้านแต่ละเเห่งทุกวัน
การบริหารลูกโซ่อุปทานสร้างกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจและบริษัทข้ามชาติของวันนี้ แนวคิดเครือข่ายของซัพพลายเออร์ ผู้ผลิต และลูกค้ามีมานานแล้ว ก่อนที่ถ้อยคำการบริหารลูกโซ่อุปทานได้ถูกสร้าง
ภายในปลาย ค.ศ 1920 การแนะนำการผลิตแบบจำนวนมากตามสายพานประกอบของเฮนรี ฟอร์ด ได้วางรากฐานเพื่อการบริหารลูกโซ่อุปทาน
การดำเนินการที่
บรรลุความสำเร็จครั้งแรกโดยเฮนรี่ ฟอร์ด กอดฟาร์เธอร์ ของการผลิต
แบบจำนวนมาก เขาได้ปรับปรุงการบริหารลูกโซ่อุปทานที่จะรวมซัพพลายเออร์เข้ามาสู่ระบบของพวกเขา เพื่อที่จะลดต้นทุนและทำให้การจัดส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อ ค.ศ 1982 เคียธ โอลิเวอร์ ที่ปรึกษา ณ บูซ อัลเลน แฮมิลตัน ได้แนะนำถ้อย
คำ “การบริหารลูกโซ่อุปทาน” ต่อสาธารณะ ภายในการสัมภาษณ์แก่
ไฟแนนเชี่ยล ไทม์ ระหว่างเวลานั้น เคียธ โอลิเวอร์ ได้พัฒนาวิสัยทัศน์ของเขาครั้งแรก
เพื่อการพังไซโลตามหน้าที่แยกการผลิต การตลาด การกระจาย การขาย
และการเงิน การลดสินค้าคงเหลือลง และการปรับปรุงบริการ
ลูกค้าพร้อมกัน
เพื่อการมองหาถ้อยค้าที่จับใจอธิบายแนวคิด เพื่อนร่วมงานของเคียธ
โอลิเวอร์ ได้เสนอเเนะถ้อยคำ “การบริหารสินค้าคงเหลือผสมผสาน” แต่
เคียธ โอลิเวอร์ไม่ชอบ
เมื่อ 4 มิถุนายน 1982 เขาได้เปลี่ยนแปลงตลอดไปเราจะอ้างถึงธุรกิจของ
การเคลื่อนผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลกอย่างไร ภายในการสัมภาษณ์กับอาร์โนลด์
ครานส์ดอรฟฟ์ ไฟแนนเชี่ยล ไทม์ โอลิเวอร์ได้อภิปรายแนวคิดธุรกิจ
ใหม่ของเขาที่เขาเรียกชื่อ การบริหารลูกโซ่อุปทาน
แต่กระนั้นมันเป็นไฟแนนเชียล ไทม์ ได้นำถ้อยคำมาสู่ความสนใจของโลก
เคียธ โอลิเวอร์ ได้นิยามถ้อยคำว่า การบริหารลูกโซ่อุปทานเป็นกระบวนการของการวางแผน การดำเนินการ และการควบคุมการดำเนินงานของลูกโซ่อุปทาน ด้วยความมุ่งหมายที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่เป็นไปได้ มันรวมการเคลื่อนที่ทั้งหมด และคลังของวัตถุดิบ งานระหว่างทำ และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป จากจุดของต้นกำเนิด
ไปสู่จุดของการบริโภค
บุคคลมักจะใช้ลูกโซ่อุปทานและลูกโซ่คุณค่ามีความหมายเหมือนกัน
แต่ถ้อยคำทั้งสองแตกต่างกันภายในวิถีทางและจุดสำคัญ ลูกโซ่อุปทาน
เกี่ยวพันกับการผลิตและการกระจายผลิตภัณฑ์ แต่ลูกโซ่คุณค่าเกี่ยวพัน
กับการเพิ่มคุณค่าแก่ผลิตภัณฑ์ ณ ขั้นตอนแต่ละขั้นของการกระบวนการ
ลูกโซ่อุปทาน ไม่ทำอะไรกับการเพิ่มคุณค่าต่อผลิตภัณฑ์สุดท้าย
ลูกโซ่อุปทานสามารถเปรียบเทียบได้กับลูกโช่คุณค่า มันได้มีส่วนช่วยต่อ
ผลิตภัณฑ์สุดท้ายด้วยวิถีทางแตกต่างกัน ลูกโซ่อุปทานมุ่งหมายที่จะตอบสนองอุปสงค์ของลูกค้า ลูกโซ่คุณค่าพยายามเพิ่มคุณค่าแก่ผลิตภัณฑ์
เซเวน อีเลฟเวน แจแปน บริษัทลูกของอิโต โยคะโด เป็นร้านสะดวกซื้อใหญ่ที่สุดและทำกำไรมากที่สุดภายในญี่ปุ่น ร้านทุกแห่งดำเนินงานบนพื้นฐานแฟรนไชส์ อิโต โยคะโด และเซเวน อีเลฟเวน แจแปนเป็นเจ้าของเซ้าธ์แลนด์ ครอปอเรชั่นในขณะนี้ บริษัทอเมริกันต้นกำเนิดแนวคิดเซเวน
อีเลฟเวน
ร้านสะดวกซื้อแห่งเรกภายในอเมริกาเริ่มต้นการดำเนินงานนานกว่่า 70
ปีที่แล้ว ร้านสะดวกซี้อแห่งแรกภายในญี่ปุ่นปรากฏเมื่อ ค.ศ 1969 เมื่อ ค.ศ 1974 ผู้ค้าปลีกญี่ปุ่นรายใหญ่ อิโต โยคะโด ร่วมพลังกับเซ้าธ์แลนด์
คอรปอเรชั่่น เปิดดัวร้านเซเวน อีเลฟเวนแห่งแรกภายในญี่ปุ่น นับแต่นั้นมาร้านเซเวนอีเลฟเว็น ได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วภายในญี่ปุ่น

เพื่อที่จะเผชิญกับคู่แข่งขันของโลก ข้อก้ปัญหาอย่างหนึ่งต่อบริษัทการ
ผลิตทั่วโลกคือ การดำเนินการระบบการผลิตโตโยต้า : ทีพีเอส การผลิต
แบบลีนวิวัฒนาการมาจากทีพีเอส แนวคิดของลีนได้ถูกประยุกต์ใช้กับ
ผู้ค้าปลีกเหมือนเช่นเซเวน อีเลฟเวน แจแปนด้วย การค้าปลีกแบบลีน
วันนี้เป็นความจริง ผู้ค้าปลีกที่ทรงพลังยืนยันราคาที่ต่ำ และไม่ยอมสต็อคสินค้าคงเหลือ
การค้าปลีกเป็นอุตสาหกรรมบริการที่รับเอาการคิดเเบบลีน มักจะนำโดย
ผู้ค้าปลีกที่มีชื่อเสียง วอลมาร์ท และเทสโก ได้กลายเป็นตัวอย่างที่มีชื่อเสียงของการรับเอาไว้หลักการลีน ด้วยการพัฒนาความสัมพันธ์และการสื่อสารกับซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด และการปรับปรุงการบริหารการ
กระจายสินค้าและการขนส่งภายใต้วิสัยทัศน์ “ดึง” ยักษ์ใหญ่สองรายนี้สามารถเพิ่มระดับระดับบริการของพวกเขาแก่ลูกค้า ในขณะที่ลดสินค้าคงเหลือเเละต้นทุนการดำเนินงาน เเนวคิดลีนมีต้นกำเนิดภายในระบบการผลิตโตโยต้า
ทีพีเอส วิถีทางการผลิตบุกเบิกโดยวิศวกรญี่ปุ่น ทาอิชิ โอโนะ และ ชินจีโอะ ชินโก ทีพีเอสหรือเจไอที ได้ถูกใช้แทนกันที่จะอ้างถึงระบบการผลิตที่
มีประสิทธิภาพของโอโนะและชินโก ถ้อยคำโดยทั่วไป “การผลิตเเบบลีน” เกิดขึ้นจากการวิจัย
ณ เอ็มไอที ใช้ครั้งแรกโดยคราฟซิก และทำให้นิยมแพร่หลายโดยโวแมค
ภายใน “The Machine that Changed the World”
ถ้อยคำ “การค้าปลีกแบบลีน” ได้ถูกแนะนำภายในปลาย ค.ศ 1890 และเริ่ม
แรกกลายเป็นเชื่อมโยงกับวอลมาร์ท เป้าหมายสูงสุดของของการค้าปลีก
แบบลีนคือ การรับรองว่าการไหลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของ
ผลิตภัณฑ์ไปสู่ลูกค้า การเติมให้เต็มชั้นและจุดขายอื่นอย่างรวดเร็ว เพื่อ
ที่จะลรรลุเป้าหมายนี้ ของเสียภายในกระบวนการค้าปลีกต้องถูกระบุและ
กำจัดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การดำเนินงานภายในร้าน ไปจนถึงกระบวนต้นน้ำที่เป็นลูกโซ่อุปทานค้าปลีก
เมอร์คาโดนา ยักษ์ใหญ่ซุปเปอร์มาร์เก็ตของสเปน ได้รวมแนวคิดลีน
ภายในการดำเนินงานและกระบวนการของพวกเขา โมเดลธุรกิจของ
พวกเขาอยู่บนพื้นฐานของลูกค้า การบริหารการดำเนินงานที่ดีเลิศ การ
มุ่งที่การกำจัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่เพิ่มคุณค่าแก่ลูกค้า นอกจากนี้กระบวนการที่ออกแบบอย่างดี บุคคลที่ถูกปฏิบัติอย่างดีและฝึกอบรม
อย่างดี ภายในกระบวนการดำเนินงานทุกอย่าง เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ
ของโมเดลเมอร์คาโดนา เมอร์คาโดนาถูกเรียกว่า “โตโยต้าค้าปลีก” เพราะว่าการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของกระบวนการลีนของพวกเขา เช่น บริษัท
ขายจำนวนที่จำกัดของผลิตัณฑ์เท่านั้น
ชินิจิ นารูโอ และโซริน โทมา ได้ศึกษาแนวคิดลีนได้ถูกประยุกต์ใช้บรรลุความสำเร็จ
ภายในเซเวน อีเลฟเวน แจเเปน อย่างไร และอธิบายผลลัพธ์บางอย่างที่มี
ส่วนช่วยต่อการรวมกันของกระบวนการสั่งซื้อไปสู่การจัดส่งมากขึ้น
การยกระดับของบริการลูกค้า การเพิ่มยอดขายสูงขึ้น และการลดระดับ
สินค้าคงเหลือลง
ทีพีเอสมีเเนวคิดที่สำคัญบางอย่าง เข่น เจไอที คัมบัง หรือระบบอัตโนมัต
เรามีแนวคิดที่คล้ายกัน เช่น การบริหารลูกโซ่อุปทาน ระบบแฟรนไชส์ หรือการบริหารสินค้าภายในร้าน เมื่อเราศึกษาเซเวน อีเลฟเวน เเจเเปน เราจะพบปรัขญาบริษัทที่คล้ายคลึงกันระหว่างโตโยต้าและเอสอีเจ พวกเขาทั้งสองไว้วางใจความฉลาดของมนุษย์ และพวกเขาไม่ใช้ระบบอัตโนมัติโดยง่าย
เอสอีเจ ได้จำกัดตัวเลขของเอสเคยู แล้วลดระดับสินค้าคงเหลือด้วยการตัดผลิตภัณฑ์ที่ตายแล้วออกไป ผลลัพธ์คือ การลดต้นทุนทางการเงิน
เอสอีเจ เป็นผู้ให้แฟรนไชส์ของร้านสะดวกซื้อเซเวน อีเลฟเวน ภายในญี่ปุ่น
ร้านแต่ละเเห่งมีพื้นที่ขาย 100-150 ตารางเมตร และเอสเคยู 2500
ธุรกรรมของลูกค้าประจำวันภายในร้านค้าแต่ละแห่งประมาณ 1000 คน
และการซื้ิอของลูกค้าแต่ละคนเฉลี่ย 5-6 เหรียญ
ภายในญี่ปุ่น เซเวน อีเลฟเวนใช้ความสอดคล้องทางกลยุทธ์กับลูกค้า
พวกเขาพยายามรู้อะไรที่ลูกค้าต้องการ พวกเขาต้องการมันเมื่อไร
และพวกเขาต้องการมันที่ไหน เซเวน อีเลฟเวน ไม่ยอมให้การจัดส่งร้าน
โดยตรงภายในญี่ปุ่น แต่มีผลิตภัณฑ์ทุกอย่างไหลผ่านศูนย์กระจายสินค้า
ของพวกเขา ศูนย์กระจายสินค้าหนึ่งแห่งทำงานกับผู้ค้าปลีก 50 ถึง 60
ราย ดังนั้นร้านแต่ละแห่งไม่ต้องมีสต็อคจำนวนมากของผลิตภัณฑ์ที่
พวกเขาไม่ได้ขาย
กลยุทธ์ของเอสอีเจคือ การเปิดร้านจำนวนมากด้วยวิถึทางที่กระจุกตัว
หมายถึงการยึดครองตลาดที่พวกเขาเข้าไป บริษัทใช้พลังของวิถีทางนี้
โดยการกระจายสินค้าที่ประหยัด การรับรู้ตราสินค้า การป้องกันคู่แข่งขัน
ที่เข้ามา และการปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยการชี้นำร้านแฟรนไชส์ ร้านที่
อยู่ใกล้ระหว่างกัน ทำให้การกระจายสินค้าผ่านเส้นทางมิลค์ รันไปสู่ร้าน
ดังนั้นต้นทุนการขนส่งลดลง มิลค์ รัน วิธีการขนส่งที่ได้ชื่อจากอุตสาหกรรม
นม เมื่อรถบรรทุกคันหนึ่งใช้รวบรวมนมจากฟร์มโคนมหลายแห่งหลายแห่ง
เพื่อจัดส่งไปยังบริษัทแปรรูปนม
การเดินบนถนนของญี่ปุ่น เราสามารถมองเห็นสัญลักษณ์ของเซเวน อีเลฟเวนภายในทุกหัวมุมของเมือง มันได้สร้างการรับรู้ที่มองเห็นภายในใจของ
ของลูกค้า เมื่อพิจารณาเครือข่ายร้านที่หนาแน่นมากของเอสอีเจ มันยาก
ต่อคู่เเข่งขันใหม่ที่จะได้ส่วนแบ่งตลาด การเข้ามาของพวกเขาถูกปิดกั้น
ตามที่เรารู้กัน เรามีการแลกกันระหว่างการขนส่งและสินค้าคงเหลือ และ
การลดต้นทุนอย่างหนึ่งจะเพิ่มต้นทุนอีกอย่างหนึ่ง เซเวน อีเลฟเวนสามารถ
ใช้การขนส่งอย่างฉลาด และรักษาสินค้าคงเหลือใกล้เคียงศูนย์ ร้านได้ถูก
ให้การเตืมเต็มอย่างน้อยที่สุดสามครั้งต่อวัน และเวลารอคอยที่สั้นนี้ได้กำจัดความจำเป็นของสินค้าคงเหลือขั้นต่ำ ระบบข้อมูลทำให้ร้านเซเวน
อีเลฟเวนสอดคล้องอุปทานกับดีมานด์ได้ดี
เซเวน อีเลฟเวน แจเเปน อ้างส่วนที่สำคัญของความสำเร็จของพวกเขาต่อ
ระบบข้อมูลที่ติดตั้งภายในร้านทุกแห่งเชื่อมโยงกับสำนักงานใหญ่ ซัพพลายเออร์ และศูนย์กระจายสินค้า การใช้ระบบข้อมูล
การกระจายสินค้าเป็นการเชื่อมโยงสุดท้ายระหว่างผู้ผลิตและลูกค้าภายในลูกโซ่อุปทาน ความรวดเร็วของการกระจายสินค้ากระทบอย่างมั่นคงต่่อความพอใจของลูกค้า ระบบการกระจายสินค้าของเซเวน อีเลฟเวน
เชี่อมโยงอย่างแน่นหนากับลูกโซ่อุปทานทั้งหมด เมื่อร้านทำการสั่งซี้อ
มันจะถูกถ่ายทอดโดยตรงไปยังซัพพลายเออร์และศูนย์กระจายสินค้า

ไมเคิล พอร์เตอร์ นักวิชาการกลยุทธ์ มหาวิทยาลัยฮาร์วารด ได้กล่าวถึงลูกโซ่คุณค่าภายในหนังสือที่เป็นคัมภีร์ไบเบิ้ลของผู้บริหารทั่วโลกชื่อ “Competitive Advantage” 1985 เขาได้แนะนำแนวคิดของลูกโซ่คุณค่าเป็นครั้งแรก
ลูกโซ่คุณค่าหมายถึงกลุ่มกิจกรรมที่บริษัทได้กระทำที่จะสร้างคุณค่าแก่ลูกค้า ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้เสนอลูกโซ่คุณค่าโดยทั่วไปที่บริษัทสามารถใช้พิจารณากิจกรรมสร้างคุณค่าทุกอย่างของพวกเขา
เพื่อการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน บริษัทจะต้องทำกิจกรรมสร้างคุณค่า ณ ต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งขัน หรือทำกิจกรรมสร้างคุณค่าด้วยการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขัน นั่นคือบริษัทจะต้องเลือกระหว่างกลยุทธ์ต้นทุนต่ำ หรือกลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง ไมเคิล พอเตอร์ ได้แบ่งกิจกรรมสร้างคุณค่าเป็นกิจกรรมพื้นฐานและกิจกรรมสนับสนุน กิจกรรมพื้นฐานจะเกี่ยวพันกับการสร้างผลิตภัณฑ์ การตลาดของผลิตภัณฑ์ และการบริการลูกค้า กิจกรรมสนับสนุนจะเกี่ยวพันกับการส่งเสริม การบริการ และการให้คำแนะนำแก่กิจกรรมพื้นฐาน
ไมเคิล พอร์เตอร ได้กล่าวว่าข้อได้เปรียบทางการแข่งขันไม่สามารถเข้าใจได้ด้วยการมองบริษัททั้งหมด บริษัทจะเกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมที่แยกจากกันหลายอย่างตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การตลาด การจัดส่ง และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ กิจกรรมเหล่านี้แต่ละอย่างสามารถมีส่วนช่วยต่อฐานะทางต้นทุนเทียบเคียงของบริษัท และสร้างรากฐานของการสร้างความแตกต่าง
Cr : รศ สมยศ นาวีการ







