INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ภาวะโลกร้อน-ต้องเร่งแก้ไขจริงจัง

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ภาวะโลกร้อน-ต้องเร่งแก้ไขจริงจัง

ช่วงกลางเดือนพฤษาคมจนเข้าเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อากาศในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะถิ่นที่ผมอยู่อาศัยมานานกว่า ๕๐ ปีคือย่านพระโขนง-คลองตันที่เคยร่มเย็น กลับร้อนรุ่มอย่างไม่เคยมีมาก่อน

แต่ละวันอุณหภูมิขึ้นเฉลี่ยเฉียด ๓๘ –๓๙ องศาเซลเซียส บางวันขึ้นถึง ๔๐ องศา

ผมเกิดอาการนอนไม่หลับ อากาศร้อนทั้งวันทั้งคืน แต่ไม่ชอบและไม่คุ้นกับการเข้านอนในห้องแอร์ เลยต้องทุกข์ทรมานยิ่ง

ต้องดื่มน้ำมากกว่าปกติ ด้วยกลัว”ฮีต สโตรก”ทั้งๆที่สุ่มเสี่ยงกับภาวะบวมน้ำ ตามที่หมอสั่งให้ดื่มแต่น้อย เกรงว่าไตต้องทำงานมากเกิน เพราะค่าไตตอนนี้ ย่ำแย่เต็มที ใกล้ต้องล้างไตแล้ว

เท่าที่ผมทำได้ ก็ต้องอาบน้ำบ่อย ๆ เท่านั้นครับ

จนกระทั่งเข้าหน้าฝนนั่นแหละ ความร้อนรุ่มจากภาวะอากาศแปรปรวน จึงบรรเทาลง เพราะได้กระไอฝนโชยมา พอให้ได้ชื่นใจ

แต่ฝนก็ไม่ตกจริงจังอะไร แม้ผ่านเดือนหก คือเริ่ม”หน้าทำนา”แล้ว

ตรวจสอบได้ความว่า สภาวะแปรปรวนค่อนข้างโหดทั้งหมดนี้ เกิดจากอิทธพลของ”เอลนีโญ”ที่องค์การอนามัยโลกเตือนว่า จะเกิดขึ้นในช่วงหกเดือนหลังของปีนี้

กรมอุตุฯไทยก็เตือนไว้ต้องตรงกัน

อีกปรากฏการณ์หนึ่งที่ต้องสนใจก็คือ สองสามวันที่ผ่านมานี้(ขณะที่เขียนเรื่องนี้ ๑๙ กค.๖๖) พื้นที่ในสามทวีป ตั้งแต่เอเชีย ยุโรปและอเมริกา เจาะตรงที่ญี่ปุ่น ที่อิตาลีและสหรัฐอเมริกา คลื่นความร้อนโหมกระหน่ำต่อเนื่องและไม่เลิกรา

ที่ญี่ปุ่น ทางการเตือนไปยังชาวบ้านใน ๔๗ จังหวัดให้ระวังจะป่วยด้วยอาการ”ฮีต สโตรก” เนื่องจากอุณหภูมิขึ้นสูงมาก และให้เตรียมรับภาวะฝนกระหน่ำ ซึ่งอาจจะเกิดน้ำท่วมและแผ่นดินถล่มตามมาด้วย

ที่สำนักวาติกัน ในกรุงโรม อิตาลี มีการชุนนุมสวดนำโดยพระสันตะปาปา มีผู้เข้าร่วม ๑๕,๐๐๐ คน บาดหลวงรูปหนึ่งบนกับนักข่าวว่า “เหงื่อะลักเหมือนอยู่ในนรก”

ที่สหรัฐอเมริกาสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติออกคำเตือนว่า คลื่นความร้อนจะโหมใส่ ไล่มาตั้งแต่แคลิฟอร์เนียไปจนถึงเท็กซัส อุณหภูมิจะขึ้นสูงสุดในช่วงสุดสัปดาห์

ช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (๑๖กค.๖๖) ประเมินว่า อุณหภูมิในหุบเขาแห่งความตาย รัฐแคลิฟอร์เนียอาจเลย ๕๔ องศาเซลเซียส เสียด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่ได้ข่าวว่ามีใครเสียชีวิตครับ อาจตกหล่นไป ก็ขออภัย

ก่อนหน้านี้ซ้อนกันสองปี สหรัฐภาคเหนือเจอ Polar vortex คือกระแสลมขั้วโลก แผ่เข้าใส่ หนาวเย็นจัดผิดปกติ

เดือนที่ผ่านมา(มิถุนายน)เกิดพายุฝนถล่มใส่เยอรมนี ส่งให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง ถนนหนทางถูกตัดขาด เดือดร้อนกันไปทั่ว

ภาวะแปรปรวนของภูมิอากาศทั่วโลกนี้ สรุปได้เลยว่า เกิดการที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้นหรือภาวะโลกร้อน ต้นเหตุจากภาวะเรือนกระจก หรือ Greenhouse effect นั่นเอง

ภาวะเรือนกระจกเกิดจากอะไร

ตอบโดยย่นย่อคือ “ขบวนการที่รังสีความร้อนจากพื้นผิวโลกจะถูกดูดซับโดยก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ และแผ่รังสีออกไปอีกครั้งในทุกทิศทาง เนื่องจากการแผ่รังสีออกไปอีกครั้งถูกส่งกลับมายังพื้นผิวโลกและบรรยากาศด้านล่าง เป็นผลทำให้ระดับอุณหภูมิพื้นผิวโลกเฉลี่ยสูงขึ้น”(วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

ซึ่งก็หมายถึงว่า ถ้ายังจะปล่อยก๊าซต้นเหตุแห่งภาวะเรือนกระจก คือคาร์บอนไดออกไซด์ ออกไปสะสมในชั้นบรรยากาศอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆแล้ว  ก็จะส่งต่อความแปรปรวนของลมฟ้าอากาศรุนแรงขึ้น ตั้งแต่การละลายของธารน้ำแข็งโลกที่เร็วขึ้น ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น พายุฝนและน้ำท่วมที่รุนแรงขึ้น รวมทั้งความรุนแรงของไฟป่าบนผืนโลกด้วย

ถามว่า ภาวะ”ความแปรปรวนของภูมิอากาศ”ที่รุนแรงเฉลี่ยขึ้นทุกปีมีใครสนใจแก้ไขป้องกันอย่างไร ก่อนที่จะเกิดภาวะ”โลกาพินาศ”

หน่วยงานที่สนใจแก้ไข มีมากมายครับ ตั้งแต่”เอ็นจีโอ”ต่างๆ ไปจนถึงองค์การสหประชาชาติ

หน่วยงานเหล่านี้ เปิดประชุมหารือกันหลายหนหลายครั้ง จนนับไม่ได้ แต่ก็ยังหาทางตกลงกันไม่ได้ อย่างเป็นชิ้นเป็นอันสักที

โดยฝ่ายที่เข้าร่วมหารือ โดยเฉพาะชาติที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากๆ ออกสู่ชั้นบรรายากาศ คือชาติอุตสาหกรรมใหญ่ๆ เช่นจีนและสหรัฐ อิดออดที่จะร่วมมือ เพราะล้วนมีอุตสาหกรรมต่างๆ มากมายที่ล้วนปล่อยก๊าซเสีย

จนในที่สุด ภาวะแปรปรวนทางภูมิอากาศ ก็ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว ไปทั่วโลก

เรื่องนี้ ล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐ”โจ ไบเดน”อดรนทนไม่ได้ ก็ส่งทูตพิเศษด้านภูมิอากาศคือ”จอห์น เคอร์รี”ไปเมืองจีน เพื่อหารือร่วมกันกับเจ้าหน้าที่จีน ในการแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาโลกร้อน

ทั้งนี้เพื่อชี้ชวนจีนให้ร่วมมือนำชาติอื่นๆ ร่วมกันแก้ไขปัญหาที่คาราคาซังแทบไม่คืบหน้า ในการประชุม COC28 ในนามสหประชาติที่ดูไบ ระหว่าง ๓๐ พย.- ๑๒ ธค.๖๖ คือปลายปีนี้

คือเป็นการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติครั้งที่ ๒๘ นั่นเอง

ผมเองก็ยังไม่ได้ข่าวผลการเจรจา

แต่ก็หวังว่าคงจะเกิดผลดีมากกว่าไม่ดีครับ

หรืออย่างน้อยในอีกทางหนึ่ง น่าจะช่วยลดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีนได้ ในกรณีขัดแย่งเรื่องไต้หวัน ไม่มากก็น้อย หลังจากที่ต่างแสดงพลัง ส่งเสียงฮึ่มฮั่ม ตั้งท่าจะรบกัน มาหลายเพลาแล้ว

เรื่องนี้น่าสนใจมากครับ หาก”พิธา”ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคก้าวไกล ชูไว้เป็นหนึ่งใน ๑๕ นโยบายพรรคที่สำคัญ คือสัญญาว่า จะมุ่งแก้ไขปัญหาภาวะแวดล้อมอย่างจริงจังเสียที

เขียนเรื่องโลกร้อนอยู่ดีๆ แต่มาจบตรงนี้ได้ยังไง ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com