INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ใครทำลายประชาธิปไตยไทย


ใครทำลายประชาธิปไตยไทย

รองศาสตราจารย์ ดร.กิจบดี ก้องเบญจภุช

ใครเป็นผู้ทำลายประชาธิปไตยของไทย ทำให้ประชาธิปไตยของไทยไม่เจริญก้าวหน้าและดูเหมือน กลับทำให้ประชาธิปไตยของไทยถดถอย เรื่องนี้คงมีหลายคำตอบแล้วแต่ว่าพื้นฐานความคิดและการได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารของแต่ละคนว่าได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารถูกต้องหรือไม่ หรือว่ามีพื้นฐานที่จะคิดวิเคราะห์เป็นอย่างไร จึงไม่สามารถที่จะชี้ชัดไปได้ว่าใครทำลายประชาธิปไตยของไทย
ระบอบประชาธิปไตยมีนักวิชาการให้คำจำกัดความไว้มากมาย หลายความหมาย แต่สำหรับผู้เขียนมีความเห็นว่าระบอบประชาธิปไตยเป็น “การรักษาสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน” คือให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพจะจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ด้วยกฎหมายที่ประชาชนออกมาเพื่อรักษาประโยชน์ของตนเองเท่านั้น รักษาประโยชน์คือประชาชนสามารถทำอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์ของตนเองโดยไม่เดือดร้อนผู้อื่นหรือไม่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งก็น่าจะครอบคลุมในทุกเรื่อง
ด้วยหลักการดังกล่าว จึงทำให้เกิดหลักการแบ่งแยกอำนาจปกครองเป็น 3 อำนาจ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาเป็นผู้ใช้อำนาจตนเองและสามารถควบคุมและตรวจสอบกันได้ และจากหลักการแบ่งแยกอำนาจทำให้เกิดหลักการอีกหลายประการ เช่น หลักความเสมอภาค หลักการมีส่วนร่วม หลักการใช้อำนาจ และหลักการตรวจสอบ หลักการต่าง ๆ มีเป้าหมายเพื่อรักษาสิทธิเสรีภาพและประโยชน์ของประชาชน
จากหลักการต่าง ๆ ดังกล่าว ได้พัฒนาเป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่ใช้เป็นแนวทางในการปกครองประเทศ ซึ่งตามหลักการแล้วรัฐธรรมนูญจะต้องมาจากประชาชน ด้วยกลไกของระบอบประชาธิปไตยที่อยู่บนพื้นฐานความสุจริตและประโยชน์ของประชาชน แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 85 ปีเศษ ประเทศไทยได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาแล้วทั้งสิ้น รวม 20 ฉบับทั้งฉบับปัจจุบัน
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 …คณะเปลี่ยนแปลงการปกครองอ้างว่าทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยนั้น ทำเพื่อประชาชนแต่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ผู้ร่างนำเอาอำนาจของประชาชนที่เคยมอบให้พระมหากษัตริย์ไปไว้ที่คณะเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งไม่เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย… แต่ทั้งนี้สามารถเข้าใจได้ว่าช่วงของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ผู้ทำการปฏิวัติยังเกรงว่าการปฏิวัติจะไม่สำเร็จและไม่เป็นผลไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จึงเอาอำนาจทั้งหมดไปไว้ที่คณะเปลี่ยนแปลงการปกครองเพื่อความปลอดภัย
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 …ผู้ร่างรัฐธรรมนูญน่าจะมีความตั้งใจให้เกิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เนื่องจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมิได้ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบแก่ฝ่ายใด และดูว่าพยายามที่จะให้เกิดประชาธิปไตยขึ้นอย่างมั่นคง แต่อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญยังเปิดโอกาสให้กับคณะเปลี่ยนแปลงเข้ามามีอำนาจและได้เชิญพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ซึ่งมิได้เป็นผู้ร่วมในการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ตามหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ได้เพียง 4 เดือนเศษ ก็เกิดความแตกแยกในสภากรณีเค้าโครงเศรษฐกิจของนายปรีดี พนมยงค์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นแนวทางของระบอบคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นการทำลายความมั่นคงของประเทศและเกิดการปิดสภาและงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา อีกทั้งประกาศใช้พระราชบัญญัติคอมมิวนิสต์ เป็นผลทำให้รัฐบาลของพระยามโนปกรณ์นิติธาดาถูกปฏิวัติโดยคณะเปลี่ยนแปลงการปกครอง… พระยาพหลพลพยุหเสนา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารราชการได้ 5 ปีแล้วไม่ขอเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ถึงแม้จะมีผู้เรียกร้องและสนับสนุน และการบริหารราชการในช่วง 5 ปีนั้นก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของระบอบประชาธิปไตยที่ดี
เมื่อพระยาพหลพลพยุหเสนาไม่ยอมเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป สภาจึงได้สนับสนุนให้จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อมาและได้บริหารราชการแผ่นดินได้ประมาณ 5 ปีเศษ ก็ดูจะเป็นไปตามแนวทางของระบอบประชาธิปไตย เพราะเมื่อแพ้การลงมติการออกกฎหมาย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี …และช่วงที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ลาออกนี้เองทำให้นายปรีดี พนมยงค์ และนายควง อภัยวงศ์ ปรึกษากันเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 3… รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผู้มีความเขียนเห็นว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญขาดความสุจริตโดยใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือในการกีดกันมิให้จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีโอกาสให้มาเป็นนักการเมืองอีก …เนื่องจากตลอดระยะเวลา 10 ปีเศษ คณะเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เป็นพลเรือนไม่มีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีเลย… ซึ่งผู้เขียนความเห็นว่าเป็นการขาดความสุจริตของผู้ร่างรัฐธรรมนูญและนักการเมืองไทย
ดังนั้น หลังจากจอมพล ป. พิบูลสงคราม พ้นข้อกล่าวหาเรื่องอาชญากรสงคราม จึงรวบรวมสมัครพรรคพวกทำการรัฐประหารและยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 4 ซึ่งเป็นฉบับชั่วคราวและได้กลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก และได้ ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาทำการร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 5
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 5 … ผู้เขียนมีความเห็นว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้สืบทอดอำนาจต่อไปได้ตามแนวทางของระบอบประชาธิปไตย อีกทั้ง ให้รัฐบาลมีอำนาจมากขึ้นด้วย… และจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 5 แล้ว แต่อย่างไรก็ตามอำนาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกอย่าง …เกิดภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์และการเรียกร้องผลประโยชน์ของนักการเมือง… ในที่สุดต้องยึดอำนาจรัฐบาลตนเองยกเลิกรัฐธรรมนูญและนำรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 มาแก้ไขเพิ่มเติมใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 6
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 6 … การนำรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 มาประกาศใช้เมื่อต้องการได้สมาชิกประเภทที่ 2 มาช่วยเป็นคะแนนเสียงสนับสนุนในสภาและหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 6 แล้ว ได้จัดให้มีการเลือกตั้ง และจอมพล ป. พิบูลสงครามได้ลงเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานครพร้อมรัฐมนตรีอีก 6 คน… แต่หลังการเลือกตั้งถูกกล่าวหาว่าโกงการเลือกตั้งและเกิดการปลุกระดมให้จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการรัฐประหารรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงคราม ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ… จอมพลถนอม กิตติขจร ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อมาหลังมีการเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ราบรื่น… จึงร่วมกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง โดยอ้างภัยคุกคามจากระบอบคอมมิวนิสต์
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 7… ผู้ร่างรัฐธรรมนูญเจตนาให้อำนาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ อยู่กับคณะทหารที่ทำการยึดอำนาจได้… นับว่าเป็นลักษณะนูนที่เป็นเผด็จการมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาของไทย… แต่อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญลักษณะดังกล่าวอาจจะเหมาะสมกับปัญหาขณะนั้นรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 7 นี้ใช้มานาน 9 ปีได้ประกาศใช้และธนูฉบับใหม่จากการกดดันของกลุ่มต่าง ๆ
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 ผู้ร่างรัฐธรรมนูญมีเจตนาให้จอมพลถนอม กิตติขจร สืบทอดอำนาจต่อได้โดยไม่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งและจอมพลถนอม กิตติขจร ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหลังจากการเลือกตั้ง… ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ที่มีบทบาทสำคัญ คือผู้ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งไม่มีการพูดถึงกันมากนักและกลุ่มบุคคลที่ร่างรัฐธรรมนูญมักจะได้ร่วมรัฐบาลตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง คือประโยชน์ส่วนตัวซึ่งเป็นเช่นนี้ตลอดมาของนักร่างรัฐธรรมนูญของไทย หรือจะเรียกว่าผู้ทำลายประชาธิปไตยคนแรก ๆ ก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ตาม อำนาจไม่เคยยั่งยืนในที่สุดจอมพลถนอม กิตติขจร ก็จำต้องยึดอำนาจรัฐบาลตนเองและยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับที่ 8
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 9 …เป็นรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติเช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญฉบับที่ 7 อำนาจทั้งหมดอยู่ที่คณะทหารที่ทำการยึดอำนาจได้… แต่อย่างไรก็ตาม อำนาจแก้ไขปัญหาไม่ได้ทุกเรื่อง … เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จอมพลถนอม กิตติขจร ต้องลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีและเดินทางไปต่างประเทศ… ท่านอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีและได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 …นักร่างรัฐธรรมนูญต้องการให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย พรรคการเมืองเข้มแข็ง การแถลงนโยบายต้องลงมติด้วยแล้วก็มีปัญหา… ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งต้องสังกัดพรรคการเมือง มาวันนี้ก็ถูกนักร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ทำให้พรรคการเมืองกลายเป็นพรรคเล็กพรรคน้อยอีก …นี้แหละที่คนไทยลืมมองนักร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสนองตอบประโยชน์ของตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ …ความเป็นประชาธิปไตยกับประชาชน นักการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเป็นผลให้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับที่ 10
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11 …นักร่างรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญคล้ายกับรัฐธรรมนูญฉบับที่ 7 และฉบับที่ 9 อำนาจอยู่กับคณะทหารที่ยึดอำนาจได้… จัดตั้งรัฐบาลพลเรือนแต่บริหารราชการไม่เป็นที่พอใจของประชาชน ทำให้ทหารต้องทำการยึดอำนาจรัฐบาลตนเองและประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 12 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผู้ร่าง ร่างคล้ายกับรัฐธรรมนูญฉบับที่ 11 และตั้งรัฐบาลใหม่และจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 …คือรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2521 ช่วงการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการแก้ไข ผู้ร่างต้องการให้ประเทศไทยมีพรรคการเมืองที่มั่นคง มีพรรคการเมืองใหญ่ ๆ และพยายามขจัดพรรคเล็กพรรคน้อยให้หายไป เพื่อให้รัฐบาลมั่นคง… แต่ก็เป็นเพียงความฝันของนักร่างรัฐธรรมนูญสุดท้ายเกิดการรัฐประหารเนื่องจากนักการเมืองขาดความสุจริตยกเลิกรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 14 …ผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้ทำการร่างให้อำนาจทั้งหมดอยู่ที่คณะทหารที่ทำการรัฐประหารและจัดให้ร่างและรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้…
รัฐธรรมนูญที่ 15 ผู้ร่างรัฐธรรมนูญดูเหมือนมีเจตนาให้ทหารที่ทำการรัฐประหารสืบทอดอำนาจทางการเมืองแต่ก็ไม่สำเร็จเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เป็นผลให้เกิดการเรียกร้องทางการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย จึงได้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 16 คือรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2540 …รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผู้ร่างเป็นตัวแทนของประชาชนเป็นผู้ร่าง และการร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้ถามความต้องการของประชาชน… แต่เมื่อประกาศใช้นักการเมืองขาดความสุจริตและขาดประโยชน์ของส่วนรวมใช้ช่องว่างของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแสวงหาประโยชน์จนถูกทหารทำการรัฐประหาร เพื่อแก้ไขปัญหาของชาติที่เกิดจากนักการเมืองขาดความสุจริต
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 17 …เป็นรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจทั้งหมดไปอยู่กับคณะทหารที่ทำการยึดอำนาจได้… และได้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 18
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 18 …คือรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 หลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ รัฐบาลแต่ละรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศมิได้เกิดความสงบแม้แต่รัฐบาลเดียว ตลอดระยะเวลา 7 ปีเกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง เพราะนักร่างรัฐธรรมนูญพยายามร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไปแก้พฤติกรรมของนักการเมือง ประกอบกับนักการเมืองขาดความสุจริตจนเกิดการประท้วงเป็นเวลายาวนาน ทำให้ทหารต้องเข้ามาทำการรัฐประหารเมื่อปี 2557
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 19 เป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดจากการรัฐประหารนักร่างรัฐธรรมนูญได้นำแนวทาง ที่เคยมีแล้วในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาปรับปรุงเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อทหารได้เข้ามาแก้ไขปัญหาแล้วได้ประกาศใช้ระบบใหม่
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ประกาศใช้เมื่อ วันที่ 6 เมษายน 2560 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน หลายฝ่ายมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้สร้างปัญหาไว้มากมายยากที่จะใช้ต่อไปได้อย่างยาวนาน เหตุผลก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำลายระบอบประชาธิปไตยในหลายแง่มุม ทำลายพรรคการเมือง อีกทั้งตั้งใจให้คณะทหารทำการสืบทอดอำนาจต่อไป
สรุปว่า ผู้ที่ทำลายประชาธิปไตยคนแรก คือผู้ร่างรัฐธรรมนูญ นักการเมืองขาดความสุจริตและไม่นำหลักการของระบอบประชาธิปไตยมาใช้อย่างแท้จริง โดยหวังประโยชน์ส่วนตนหรือแอบแฝงด้วยผลประโยชน์อื่น ทหารไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองและไม่นำหลักการของระบอบประชาธิปไตยมาใช้อย่างแท้จริง ทุกฝ่ายต่าง ๆ ที่กล่าวมาส่งผลทำให้ประชาชนขาดแบบอย่างที่ดี แล้วจะว่าใครเป็นคนทำลายประชาธิปไตย

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com